ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1002 เก็บเกี่ยวสมบัติ!
บทที่ 1002 เก็บเกี่ยวสมบัติ!
หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ฉู่โม่วก็เห็นวังวนขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโกลาหล
ตามคำบอกเล่าของเสี่ยวอวี๋ แม้สิ่งนี้จะเป็นเพียงความโกลาหลขนาดเล็ก แต่เท่าที่สายตาของชายหนุ่มมองเห็น ขอบเขตของความโกลาหลนี้ได้ครอบคลุมรัศมีไปถึงหนึ่งล้านกิโลเมตรแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น…
เมื่อเวลาผ่านไป ความโกลาหลนี้ก็ยิ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
คลื่นพลังอันโกลาหลนับไม่ถ้วนปะทุออกมา ซึ่งเต็มไปด้วยพลังแห่งการสรรค์สร้างจำนวนมาก
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ ในบางครั้งจะมีพลังโกลาหลบางส่วนเล็ดลอดออกมาด้วย แม้มันจะเป็นเพียงเศษเสี้ยว แต่เมื่อรวมตัวกันก็สามารถก่อตัวเป็นปริมาณขนาดใหญ่ได้ พลังนั้นค่อย ๆ กัดเซาะทุกสิ่งรอบตัวจนกลายเป็นหายนะมากมาย
‘หายนะจากพลังงานโกลาหลนี้อันตรายจริง ๆ เพียงครู่เดียว ก็ทำให้สสารทั้งหมดโดยรอบกลายเป็นความว่างเปล่าได้’
ฉู่โม่วตกตะลึง
นี่เป็นเพียงพลังโกลาหลขนาดเล็กที่สุดเท่านั้น หากเป็นระดับใหญ่กว่านี้คงยากจะจินตนาการได้แน่ และหากพลังงานที่แท้จริงปะทุออกมา มันจะทำให้เกิดฉากที่น่าหวาดกลัวแค่ไหน?
ครืน! ครืน!
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังดูเหตุการณ์อยู่นั้น
เขาพลันสังเกตเห็นว่าพลังงานโกลาหลจำนวนมากกำลังถูกดึงดูดเข้าไปในกระแสวังวน จากนั้นก็ปรากฏผลึกวัตถุที่มีลักษณะคล้ายอัญมณีพุ่งออกมาจากมัน ราวกับหยดน้ำที่กระเซ็นออกมา และกำลังจะสาดไปรอบ ๆ
“ผลึกแก้วผันผวน!”
ดวงตาของฉู่โม่วเป็นประกาย
ชายหนุ่มรีบกระตุ้นพลังงานและเลือด ก่อนพุ่งเข้าสู่วังวน แล้วดูดซับผลึกแก้วผันผวนเหล่านั้นทันที
ทว่าขณะที่ชายหนุ่มกำลังดูดซับมันเข้าไป เขาพลันรู้สึกถึงแรงดูดมหาศาลที่มาจากวังวน
แรงดึงนั้นได้ฉีกกระชากผิวหนังของเขาจนขาด ราวกับมันกำลังถลกเนื้อหนังทั้งหมด
แต่ยังดีที่กายเนื้อนี้แข็งแกร่งมาก ดังนั้นเขาจึงต้านทานมันได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ
“แต่… อณูแห่งชีวิต เลือด และพลังศักดิ์สิทธิ์ของข้ากำลังถูกพลังโกลาหลนี้ดูดออกไป ทำให้ควบคุมพลังของตัวเองได้ยาก!”
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว หากเขาเสียการควบคุมอณูแห่งชีวิต เลือด และพลังศักดิ์สิทธิ์ไปเพราะกระแสวังวนที่โกลาหลนี้ เขาก็จะดูดซับผลึกแก้วผันผวนเหล่านั้นไม่ได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ชายหนุ่มจึงตัดสินใจใช้พลังวิญญาณของกระบวนท่าจักรวาลในแขนเสื้อ
แขนเสื้อของเขาพลันปลิดปลิวไป กลายเป็นแขนเสื้อขนาดใหญ่ที่ทรงพลังมากเสียจนเกือบจะปกคลุมท้องฟ้า ก่อนเข้าปกคลุมกระแสวังวนทั้งหมด
ผลึกแก้วผันผวนที่กระเด็นออกมาพลันถูกดูดซับไว้ ณ จุดนั้น และแม้แต่อณูโกลาหลจำนวนมากก็ถูกรวบรวมไว้เช่นเดียวกัน
ครืน! ครืน! ครืน!
พลังงานโกลาหลมากมายได้ถูกรวบรวมไว้ในแขนเสื้อ ซึ่งสร้างภาระอย่างหนักต่อแขนเสื้อของเขา แต่จะเห็นว่าแขนเสื้อมีการขยายและหดตัวอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน พร้อมทั้งกระบวนท่าลับวิญญาณหยินหยางที่กำลังหมุนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับกำลังปราบปรามพลังที่ต่อต้านและกัดกร่อนนี้
“เอามันมาให้ฉัน!”
อณูแห่งชีวิตและเลือดของชายหนุ่มไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่พลังศักดิ์สิทธิ์อันมหาศาลจะปะทุออกมา พร้อมทั้งกระตุ้นพลังของจักรวาลในแขนเสื้อถึงขีดสุด จนสุดท้ายก็ไม่หลงเหลือสมบัติโกลาหลที่เล็ดลอดออกมาอีก
แขนเสื้อกลับมาเป็นปกติ เงามายาแห่งหยินหยางพลันหายไปเช่นกัน
ฉู่โม่วจึงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
“ผลึกแก้วผันผวนสามสิบเจ็ดชิ้น!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานโกลาหลที่มีอยู่ในจักรวาลในแขนเสื้อของตัวเอง ชายหนุ่มก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ
เขาค้นหาผลึกแก้วผันผวนในโลกนี้มานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว และพบเพียงมันเพียงสามสิบเก้าชิ้นเท่านั้น แต่ตอนนี้หลังจากเผชิญหน้ากับความโกลาหลของพลังโกลาหลนี้ เขากลับได้รับมันมาเพิ่มสามสิบเจ็ดชิ้นทันที
แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ตามคำบอกเล่าของเสี่ยวอวี๋ ความโกลาหลของพลังโกลาหลมักคงอยู่ได้ประมาณหนึ่งวัน
ในเมื่อใช้วิธีการนี้ก็เก็บเกี่ยวผลึกแก้วผันผวนจำนวนมากได้แล้ว
ดังนั้นฉู่โม่วจึงตัดสินใจอดทนรอต่อไป
สองชั่วโมงต่อมา พลังโกลาหลได้สร้างผลึกแก้วผันผวนจำนวนมากอีกครั้ง ฉู่โม่วยังคงใช้จักรวาลในแขนเสื้อของตัวเอง เก็บรวบรวมพวกมันด้วยวิธีเดิมก่อนหน้านี้ หลังจากปราบปรามพวกมัน เขาก็ได้รับผลึกแก้วผันผวนอีกยี่สิบเจ็ดชิ้น
แม้จะน้อยกว่าครั้งแรก แต่ชายหนุ่มก็รู้สึกพอใจมาก
หลังจากนั้น ฉู่โม่วก็อดทนรอต่อไป
เพียงพริบตา ก็ผ่านไปสิบชั่วโมงแล้ว
สมบัติได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากคลื่นแห่งความโกลาหลอีกสี่ครั้ง โดยฉู่โม่วได้รับผลึกแก้วผันผวน 132 ชิ้น และเมื่อนับรวมกับครั้งก่อน ทำให้รวมแล้วมีถึง 171 ชิ้น
นี่เป็นการเก็บเกี่ยวที่ได้กำไรอย่างยิ่ง!
นอกจากนั้นฉู่โม่วยังได้รับสมบัติอื่น ๆ อีกด้วย
มันเป็นผลึกแร่ธาตุต่าง ๆ แต่ไม่ใช่แร่ทั่วไป เพราะพื้นผิวแข็งมาก ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยพลังโกลาหล และพลังกฎเกณฑ์จำนวนมากที่พบได้ในนี้เท่านั้น
เดิมทีชายหนุ่มไม่รู้จักมัน
แต่หลังจากถามเสี่ยวอวี๋ เขาจึงได้รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าทองคำโกลาหล!
มันเป็นหนึ่งในสมบัติที่หายากในความโกลาหล และมูลค่าของมันก็ไม่น้อยไปกว่า ผลึกแก้วผันผวน
แต่เนื่องจากผลึกแก้วผันผวนสามารถใช้เสริมความแข็งแกร่งกายเนื้อของสิ่งมีชีวิตได้ จึงมีค่ามากกว่า
ส่วนทองคำโกลาหลนั้น สามารถนำไปใช้ขัดเกลายุทธภัณฑ์วิญญาณได้
เพียงเสริมทองคำโกลาหลลงไปในสมบัติชิ้นใด ก็จะยกระดับคุณภาพของสมบัติและทำให้มันใช้คุณสมบัติพลังของความโกลาหลได้ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังของสมบัติอย่างมาก
สมบัติชิ้นนี้หายากมาก จากเสี่ยวอวี๋อธิบาย สมบัตินี้โดยทั่วไปจะไม่ปรากฏในคลื่นแห่งความโกลาหลขนาดเล็ก แต่จะมีโอกาสพบได้ในคลื่นแห่งความโกลาหลขนาดปานกลางหรือใหญ่เท่านั้น
จึงเรียกได้ว่าครั้งนี้ชายหนุ่มโชคดีมาก
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นฉู่โม่วก็น้อมรับ เขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากจริง ๆ
ไม่เช่นนั้นเขาจะพบกับคลื่นแห่งความโกลาหลหลังจากมาถึงที่นี่ได้อย่างไร ต้องไม่ลืมว่าคลื่นแห่งความโกลาหลนั้นหายากมาก แม้จะอยู่ท่ามกลางห้วงโกลาหลก็ตาม
“หากทองคำโกลาหลนี้มีคุณสมบัติอย่างที่ว่าจริง ๆ ฉันอาจใช้มันเสริมความแข็งแกร่งของกระบี่ดาราทมิฬได้ในอนาคต”
ถึงแม้กระบี่ดาราทมิฬจะเป็นเพียงยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับโชคลาภ
แต่ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มได้ก้าวขึ้นไปถึงจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้ว ดังนั้นระดับพลังกระบี่ดาราทมิฬจึงเริ่มรองรับพลังของเขาไม่ได้แล้ว
เดิมทีเขาเคยคิดจะขัดเกลามันขึ้นมาใหม่เช่นกัน
‘แต่เมื่อได้รับทองคำโกลาหลมาตอนนี้ ฉันย่อมเสริมสิ่งนี้ในกระบี่ดาราทมิฬได้’
ฉู่โม่วครุ่นคิดในใจ
ณ ขณะนี้
คลื่นแห่งโกลาหลเริ่มค่อย ๆ อ่อนแรงลง และดูเหมือนจะไม่มีสมบัติใด ๆ เกิดขึ้นแล้ว ชายหนุ่มจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่ทันใดนั้น…
ครืน!
ความโกลาหลที่กำลังจะหมดแรง จู่ ๆ ก็เริ่มสั่นไหวอีกครั้ง
หลังจากนั้น คลื่นพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวก็ยิ่งไหลเวียนรุนแรงขึ้น ก่อนจะมีลำแสงหลายร้อยสายพุ่งออกมาจากใจกลาง
พวกมันส่วนใหญ่เป็นวัตถุโปร่งแสง และย่อมเป็นผลึกแก้วผันผวนอย่างแน่นอน
แต่ยังไม่จบแค่นั้น มันยังมีวัตถุรูปทรงประหลาดที่แตกต่างกันหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นหินประหลาด หรือพืชพรรณต่าง ๆ
มีแม้กระทั่ง… ของแบบนี้…
ฉู่โม่วเพิ่งมองเห็นกระดูกถูกปลดปล่อยออกมา!
“นี่มัน…”
ชายหนุ่มตกตะลึง
จากนั้นร่างกายของเขาก็ตอบสนองไปเอง ชายหนุ่มรีบโคจรอณูแห่งชีวิต เลือด และพลังศักดิ์สิทธิ์จนถึงขีดสุดทันที พร้อมกับแขนเสื้อที่ขยายตัวเป็นม่านยักษ์ปกคลุมท้องฟ้า ปกคลุมคลื่นความโกลาหลทั้งหมด
จักรวาลกว้างใหญ่ที่อยู่ในแขนเสื้อ บดบังดวงตะวันและจันทราไปโดยสมบูรณ์
ขณะเดียวกัน ภายในแขนเสื้อก็มีเสียงคำรามดังสะท้อนออกมา แสงทั้งหมดล้วนปิดกั้นอยู่ภายในนั้น
นี่คือการปะทุครั้งสุดท้ายของคลื่นแห่งความโกลาหล
การปิดกั้นมันไว้แม้เพียงชั่วขณะเป็นเรื่องยากมากสำหรับฉู่โม่ว คลื่นกระแทกมากมายเกือบจะทำให้แขนเสื้อของเขาระเบิด
แต่ยังดีที่ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของเขาไม่มีใครเทียบได้ ไม่ว่าจะเป็นอณูแห่งชีวิตและเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่เข้มข้นมาก หรือเงามายาแห่งหยินหยางที่คอยโคจรลดทอนพลังอย่างบ้าคลั่ง ฉู่โม่วได้พยายามปราบปรามพลังที่ปะทุออกมาอย่างสุดความสามารถ จนในที่สุดก็สามารถทำให้การต่อต้านนี้สงบลงได้