ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1001 เก็บเกี่ยวอัญมณีแก่นโกลากล และอณูโกลาหล!
บทที่ 1001 เก็บเกี่ยวอัญมณีแก่นโกลากล และอณูโกลาหล!
ในช่วงเวลาถัดมา ฉู่โม่วได้ท่องสำรวจไปทั่วโลก ด้านหนึ่งคือเพื่อสำรวจลักษณะเฉพาะของสถานที่แห่งนี้ และอีกด้านหนึ่งคือเพื่อค้นหาสมบัติ
ช่วงเวลานี้ดวงตาบนท้องฟ้าจะเปิดปิดเป็นระยะ ๆ
ตามการคำนวณของเขา ทุกครั้งที่ดวงตาเปิดจะใช้เวลาประมาณสิบนาที ส่วนการปิดจะใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที แล้วถึงเปิดครั้งถัดไป
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเปิดปิดรอบหนึ่งจะใช้เวลาทั้งหมดครึ่งชั่วโมง
โดยสิ่งมีชีวิตทั้งหลายจะเข้าสู่วัฏจักรจำศีลและการเกิดใหม่ภายในครึ่งชั่วโมงนี้
นอกจากนั้นฉู่โม่วก็พบสัญญาณบางอย่างอีกด้วย
นั่นคือเมื่อหลับตา ทุกสิ่งในโลกจะเหี่ยวเฉาและไม่มีสมบัติใด ๆ เกิดขึ้น แต่เมื่อเปิดตา สมบัติก็จะปรากฏขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น คุณลักษณะเฉพาะทางยาที่มีอยู่ในสมบัติเหล่านี้ก็น่าทึ่งมาก อาจเพราะพวกมันเติบโตอยู่ในโลกนี้ ทั้งหมดจึงล้วนมีร่องรอยของพลังแห่งการสรรค์สร้าง
แม้จะเป็นเพียงร่องรอยก็ตาม
แต่หากมีผู้ปลุกพลังได้กลืนมันเข้าไปจำนวนมาก พวกเขาก็มีโอกาสที่จะเข้าใจพลังแห่งการสรรค์สร้างเช่นกัน
การค้นพบนี้ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกมีความสุขมาก
เมื่อดวงตาคู่นั้นเบิกขึ้น เขาก็รีบค้นหาสมบัติและกอบโกยสมบัติทั้งหมดเข้าไปไว้ในโลกบนฝ่ามือทันที
สาเหตุที่พลังแห่งการสรรค์สร้างดูวุ่นวาย นั่นก็เพราะไม่มีใครคอยควบคุมพลังแห่งกฎเกณฑ์
แต่ชายหนุ่มทำความเข้าใจพลังแห่งการสรรค์สร้างได้ จึงกอบโกยสมบัติไปไว้ในโลกบนฝ่ามือของตัวเอง มิหนำซ้ำ หากเขาเชี่ยวชาญการควบคุมพลังนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อาจนำมันไปประยุกต์ใช้กับโลกในฝ่ามือได้เช่นกัน
เมื่อเวลาผ่านไป…
บางทีเขาอาจทำให้โลกในฝ่ามือสุดยอดยิ่งขึ้น หรือแม้แต่ให้กำเนิดสมบัติล้ำค่ามากมายจากสวรรค์และโลกจนในที่สุดก็กลายเป็นโลกที่เต็มไปด้วยพลังโชคชะตา
ครืน!
เมื่อดวงตาเปิดขึ้น พลังแห่งการสรรค์สร้างที่วุ่นวายนับไม่ถ้วนก็ได้โหมกระหน่ำใส่โลกใบนี้
แต่กายเนื้อของฉู่โม่วในเวลานี้ก็สามารถต้านทานพลังแห่งการสรรค์สร้างได้แล้ว
ยิ่งเขาเชี่ยวชาญพลังแห่งการสรรค์สร้าง การต้านทานก็ทำได้ง่ายขึ้น ดังนั้นชายหนุ่มจึงใช้โอกาสนี้ทั้งขัดเกลาและค้นหาสมบัติไปพร้อม ๆ กัน
เพียงไม่นาน
จู่ ๆ เขาก็สังเกตเห็นคลื่นแปลกประหลาดพุ่งตรงมาจากด้านหน้า
จึงแผ่จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไป
ทำให้เขาสังเกตเห็นชิ้นอัญมณีหินสดใสที่ลอยอยู่ในอากาศทันที
เป็นอัญมณีโปร่งใสและไร้ที่ติ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยพลังแห่งความโกลาหลอันกว้างใหญ่และลึกล้ำ ที่สำคัญกว่านั้นคือ ฉู่โม่วยังสัมผัสได้ถึงแก่นแท้ของอัญมณีชิ้นนี้ที่ดูเหมือนกับอัญมณีแก่นโกลากล
“นี่คืออัญมณีแก่นโกลากลไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่โม่วรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
แต่จู่ ๆ เขาก็ส่ายหัว “ไม่ใช่! อัญมณีก้อนนี้ดูจะมีคุณภาพต่ำกว่าอัญมณีแก่นโกลากล แต่ก็มีพลังแบบเดียวกัน มันน่าจะเป็นอัญมณีที่ตกผลึกจากอณูโกลาหลบริสุทธิ์”
พลังแห่งความโกลาหลอันบ้าคลั่ง
นอกจากนี้ยังเป็นวัตถุพิเศษที่สามารถกักขังพลังแห่งความโกลาหลได้
ตามที่เสี่ยวอวี๋กล่าว พลังโกลาหลที่สามารถหล่อเลี้ยงฝูงมัจฉาห้วงมิติได้ เป็นอะไรที่หาได้ยากยิ่งนัก
‘โลกใบนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งการสรรค์สร้าง จึงเป็นเรื่องปกติที่จะกำเนิดเป็นพลังโกลาหลได้ และสามารถสร้างเป็นพลังโกลาหลบริสุทธิ์ที่แท้จริงได้’
ฉู่โม่วคิดในใจ
แต่เพื่อความแน่ใจ หลังจากคว้าอัญมณีเหล่านี้มาอยู่ในมือแล้ว เขาจึงไปถามมัจฉาห้วงมิติและได้รับคำยืนยันจากปากของมันทันที
“นายท่าน นี่เป็นอัญมณีที่ตกผลึกพลังโกลาหลได้บริสุทธ์ยิ่ง ซึ่งพวกเราเรียกว่าผลึกแก้วผันผวน”
“แม้ว่าคุณภาพจะด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังเป็นสมบัติที่หาได้ยากมาก สิ่งนี้สามารถใช้ชำระล้างกายเนื้อ ซึ่งมีผลเช่นเดียวกับอัญมณีแก่นโกลากล”
น้ำเสียงเหมือนเด็กน้อยของเสี่ยวอวี๋ดังอยู่ในหัวด้วยความอิจฉา
หลังจากได้ยินคำอธิบายนั้น ชายหนุ่มก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
สิ่งนี้เป็นสมบัติที่ดีจริง ๆ!
แม้จะมีผลึกแก้วผันผวนจำนวนเพียงสิบกว่าชิ้นและคุณภาพก็ไม่ดีเท่าอัญมณีแก่นโกลากลชิ้นเดียว แต่ก็ยังใช้พัฒนารากฐานได้มหาศาลอยู่ดี
ที่สำคัญกว่านั้น
เนื่องจากพบผลึกแก้วผันผวนที่นี่ ก็หมายความว่าสิ่งนี้อาจไม่ได้มีแค่นี้ก็เป็นได้
หากเขาพยายามค้นหาอย่างถี่ถ้วน ก็น่าจะพบมันอีกแน่นอน หากเป็นเช่นนั้น เขาก็จะสามารถพัฒนากระบวนท่าสวรรค์อมตะไปสู่ระดับที่สูงขึ้นหรืออาจได้รับการเลื่อนระดับเป็นระดับที่หกถึงเจ็ดเลยก็เป็นได้!
“เพียงระดับที่ห้า ฉันก็รับการโจมตีของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้ตรง ๆ อยู่แล้ว ยิ่งถ้าฉันเลื่อนไปสู่ระดับที่หก ก็คงจะรับมือจักรพรรดิเทวะยุทธ์อาวุโสเหล่านั้นหรือแม้แต่มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้โดยไม่เป็นอะไร”
“และหากฉันเข้าสู่ระดับที่เจ็ดได้ละก็ พลังกายเนื้อของฉันก็คงจะไร้เทียมทานในจักรวาลนี้อย่างแน่นอน!”
ชายหนุ่มมีคาดหวังอย่างมาก
เขาจึงรีบเก็บอัญมณีแก่นโกลากลทั้งหมดตรงหน้า แล้วเริ่มมองหามันอีกครั้ง
ฉู่โม่วได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว
เขาจึงพยายามค้นหาอย่างถี่ถ้วนเพื่อจะนำอัญมณีแก่นโกลากล มาพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเอง
และแล้ว
เพียงชั่วพริบตา เวลาก็ล่วงเลยไปกว่าครึ่งเดือน
ฉู่โม่วยังคงค้นหาอยู่ในโลกใต้บ่อน้ำ และได้พบกับสมบัติมากมายที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการสรรค์สร้าง แต่เขากลับพบอัญมณีแก่นโกลากลไม่มากนัก อาจเป็นเพราะว่ามันเป็นวัตถุที่หาพบได้ยากนั่นเอง
ดังนั้นเขาจึงพบมันเพียงสี่ชิ้นเท่านั้นในครึ่งเดือนนี้
สรุปว่าจำนวนผลึกแก้วผันผวนที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมดมีเพียงสามสิบเก้าชิ้นเท่านั้น
จึงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดหวังไม่น้อย
แต่ขณะที่วันนี้ฉู่โม่วกำลังค้นหาสมบัติอยู่ จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนของเสี่ยวอวี๋ดังขึ้น
“นายท่านโปรดระวัง มีพลังโกลาหลอย่างรุนแรงอยู่ข้างหน้า”
“ความผันผวนของพลังโกลาหลงั้นเหรอ?”
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
“พลังโกลาหลเกิดขึ้นจากพลังงานจำนวนมากที่รวมกัน มันเต็มไปด้วยพลังงานอันผันผวนมหาศาล เช่นเดียวกับเปลวเพลิงสุริยัน ซึ่งอันตรายอย่างมาก”
“แต่อณูโกลาหลเหล่านี้ทั่วไป มักจะทำให้เกิดสมบัติขึ้นมากมาย ซึ่งหากมีพลังงานโกลาหลมาก ก็อาจจะทำให้พบผลึกแก้วผันผวนบริเวณนี้เช่นเดียวกัน หรือแม้กระทั่งสมบัติที่ล้ำค่ายิ่งกว่านั้น”
เสี่ยวอวี๋พยายามอธิบาย
ในตอนท้าย เธอหยุดอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อไปว่า
“ย้อนกลับไปในสมัยก่อนที่ฉันจะมาติดตามนายท่าน ตอนนั้นฉันเคยติดตามผู้อาวุโสของตระกูลไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง และได้เห็นอณูโกลาหลขนาดใหญ่ปะทุขึ้น โดยคลื่นพลังนั้นได้กวาดออกไปทั่วอย่างต่อเนื่อง และท่ามกลางพลังงานโกลาหลอันมหาศาลนั้น ได้ปรากฏสมบัติออกมามากมาย รวมถึงผลึกแก้วผันผวนเช่นเดียวกัน”
“แต่น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งของฉันในตอนนั้นต่ำเกินไป จึงไม่กล้าดูดซับมัน และทำได้เพียงเฝ้าดูผู้เฒ่าในตระกูลเก็บเกี่ยวสมบัติเท่านั้น”
เป็นน้ำเสียงที่ผิดหวังและเสียใจไม่น้อย
หลังจากฟังคำอธิบายเหล่านี้ ดวงตาของฉู่โม่วพลันเป็นประกาย
หากมีสมบัติก่อตัวขึ้นมาจากพลังงานโกลาหลจริง นี่ก็คือโอกาสอันดีของเขาไม่ใช่หรือ?
เพียงแต่…
ตามที่เสี่ยวอวี๋บอก อณูโกลาหลอันตรายอย่างมาก ดังนั้นชายหนุ่มจึงต้องระมัดระวัง
“นายท่านอย่าได้กังวลไป อณูโกลาหลนี้ไม่ได้รุนแรงมาก ตอนนี้มันยังเป็นเพียงขนาดเล็กที่สุดเท่านั้น แม้จะทำให้เหล่าเทพเจ้าทั่วไปตายได้ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของนายท่านก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
เสี่ยวอวี๋กล่าว
เธอรู้ดีว่าความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของฉู่โม่วนั้นทรงพลังเพียงใด ดังนั้นเธอจึงมั่นใจ
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกโล่งใจ
แต่เขาก็ไม่ได้ประมาทแม้แต่น้อย
ตามที่เสี่ยวอวี๋กล่าว เขาก็ยังต้องเพิ่มความระมัดระวังอยู่ดีเพื่อความปลอดภัยในที่่สุด
เมื่อคิดแบบนี้
ชายหนุ่มจึงหมุนเวียนพลังศักดิ์สิทธิ์ และเลือดทันที ก่อนจะรีบไปยังทิศทางที่พลังงานโกลาหลก่อตัวขึ้น