ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1008 กฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์!
บทที่ 1008 กฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์!
สิ่งที่เห็นสิ่งที่เป็นแบบเดียวกันกับโลกก่อนหน้า มีภูเขาแบบเดียวกัน ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความตายเหมือนกัน ไม่มีชีวิตใด ๆ ปรากฏขึ้นในระยะตรวจจับของจิตสัมผัส
แต่ไม่เหมือนที่ผ่านมา โลกใบนี้หนาวเย็นมาก ๆ
ขนาดภูเขายังถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็ง เพียงเหลือบมอง เขาก็เห็นได้ว่าพื้นที่นี้มีหิมะปกคลุมไปทั่วไม่เว้นแม้ยอดเขา ราวกับว่าโลกใบนี้ถูกแช่แข็งจนเงียบสงัดไปทั่ว
‘ไม่ผิดแน่ อย่างที่ฉันคิดไว้เลย โลกใบนี้หนาวเย็นจนถึงกระดูก’
‘แต่สิ่งที่ยังไม่รู้ก็คือ โลกแห่งนี้มีดวงตาอีกหรือเปล่า ถ้ามีละก็…’
ฉู่โม่วลอบใคร่ครวญอยู่ในใจ…
เขาไม่ได้เริ่มสำรวจพื้นที่ทันที แต่รออยู่ ณ จุดเดิม
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง
ครืน!
เหนือฟากฟ้า รอยแยกค่อย ๆ แหวกออกปลดปล่อยให้แสงลอดผ่านมา รอยแยกนั้นกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นรูปลูกตา
กฎเกณฑ์โกลาหลจำนวนมากก่อตัวขึ้น แม้แต่พายุใหญ่เองก็ก่อตัวขึ้นด้วย มันก่อให้เกิดสายลมที่เยือกเย็นพัดกระหน่ำไปทั่วทั้งโลกใบนี้
น้ำแข็งแและเกล็ดหิมะมากมายถูกพัดให้หลุดลอย แม้แต่น้ำแข็งที่เหมือนจะถูกสั่งสมมานับหมื่นล้านปีก็ยังหลุดออกได้ง่าย ๆ พวกมันลอยขึ้นไปในอากาศจนเกือบจะปกคลุมทั่วทั้งฟ้าได้
สายลมที่พัด ณ ตอนนี้ กำลังถูกเติมเต็มด้วยน้ำแข็งและหิมะ
สภาพแวดล้อมที่เกรี้ยวกราดนี้ ปรากฏเบื้องหน้าสายตาเขา
แต่สิ่งที่ทำให้ฉู่โม่วตกใจจริง ๆ ยิ่งกว่าสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ก็คือสถานที่นี้ยังมีพืชผักเติบโตอยู่
พวกมันมีทั้งดอกไม้ ต้นพืชจำนวนหนึ่งที่กระจายตัวกันอยู่ทั่วโลก แม้จะอยู่ในเขตตรวจจับด้วยจิตวิญญาณ เขาก็ยังพบว่ามีพืชหลายชนิดปรากฏขึ้น ทว่าพืชเหล่านี้ ดอกของพวกมันผลิบานและเปล่งแสงสว่างออกมา ทั้งแสงเหล่านี้ยังพัวพันเข้ากับกลิ่นอายของกฎเกณฑ์ ด้วยเหตุนี้ พลังแห่งสายลมที่เยือกเย็นก็ได้รวมกันเป็นหนึ่งกับน้ำแข็ง
‘เป็นอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ ด้วย!’
‘โลกทั้งสองใบนี้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการมีชีวิตรอดทุกครั้งที่ดวงตาเกิดการเปลี่ยนแปลง!’
ฉู่โม่วมองภาพซึ่งเกิดขึ้นนี้โดยที่อดคิดไม่ได้
จากนั้นเขามองไปยังพลังแห่งกฎเกณฑ์รอบ ๆ ตัวเขา
ขณะที่ดวงตาเปิดกว้าง อุณหภูมิติดลบจนถึงกระดูกก็แผ่ซ่านออกมา ทั่วทั้งร่างของเขาถูกปกคลุมด้วยความเหน็บหนาว สิ่งเหล่านี้ราวกับว่าจะทำให้เขากลายเป็นน้ำแข็ง รวมไปถึงเลือดภายในร่างกายก็ไหลเวียนช้าลงไปด้วย ไม่เว้นแม้แต่จิตวิญญาณปฐมกาลก็เหมือนโดนแช่จนกลายเป็นน้ำแข็งไป
โลกนี้เองก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายและกฎเกณฑ์แห่งความผิดปกติเหมือนกัน
แต่ไม่เหมือนกับกฎเกณฑ์แห่งสิ่งมีชีวิตที่เล็ดลอดออกมาจากดวงตาในโลกก่อน กฎเกณฑ์ของโลกนี้เต็มไปด้วยความหนาวเย็น
‘ดวงจันทร์เหรอ…’
‘ใช่แล้ว นี่มันพลังแห่งจันทรา!’
ดวงตาของฉู่โม่วแข็งทื่อ
แม้จะวุ่นวายและผิดปกติ แต่ก็มอบจารีตที่แตกต่างกันได้ถึงสองทาง รวมไปถึงการพัฒนาสรรพสิ่งและสรรค์สร้างชีวิตมากมายนับหมื่นพันในจักรวาล
ภายใต้พลังแห่งกฎเกณฑ์ที่โกลาหลและไม่ปกตินี้ ฉู่โม่วสัมผัสได้ถึงสิ่งที่คล้ายพลังจันทรา แต่อันที่จริง สิ่งนี้ต่างกันเล็กน้อย สิ่งนี้อาจเรียกว่า กฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์
ความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด
มันหมายถึงที่นี่จะไม่มีเวลากลางวัน ไม่ว่าเวลาหมุนผ่านไปนานขนาดไหน ที่นี่จะยังคงเงียบสงัดและมืดมิด ไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นแสงฟ้าและเมฆอย่างชัดเจน
‘พลังของกฎเกณฑ์ที่เติมเต็มในโลกที่วุ่นวายนี้แข็งแกร่งมาก’
‘ทว่ามันก็ยังเปี่ยมไปด้วยพลังที่น่าเกรงกลัว’
‘บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า กฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์!’
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เขาไม่รู้ชื่อที่แท้จริงของกฎเกณฑ์นี้ เพราะอย่างนั้นเขาจึงเรียกมันว่า กฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์
สิ่งนี้เป็นกฎเกณฑ์ที่จะมอบความมืดและความเงียบงันระดับสุดยอด สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่อยู่ภายใต้พลังของกฎเกณฑ์นี้ จะไม่มีโอกาสได้ก้าวข้าม ราวกับว่าโลกใบนี้กำลังตกลงไปสู่ห้วงลึกนิรันดร์และถูกฝังไว้ด้วยความเงียบสงัดตลอดไป
ทั้งน้ำแข็ง หิมะและความเย็นล้วนเกิดจากความเงียบและความมืด การไม่มีแสงอาทิตย์ ทำให้อุณหภูมิของโลกนี้ไม่สูงขึ้นและมีแต่จะเย็นลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นแบบนี้
‘กฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์ เหมือนกับพลังแห่งการสรรค์สร้าง ตรงที่เป็นพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่สร้างความวุ่นวาย หากฉันเข้าใจมันได้ สิ่งนี้จะช่วยฉันเป็นอย่างมาก เพราะงั้นต้องค่อย ๆ เรียนรู้!’
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิและเรียนรู้กฎเกณฑ์อย่างใจเย็น
สักพักใหญ่ ๆ ตามการเปิดและปิดของดวงตา เขาสามารถทำความเข้าใจกกฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์ได้ จนกระทั่งมองออกทะลุปรุโปร่ง กฎเกณฑ์นี้วุ่นวายและไม่ปกติ แต่ด้วยความเข้าใจจากครั้งก่อน ตอนนี้ชายหนุ่มก็ได้เตรียมตัวรับมือไว้แล้ว
เวลาผ่านไปเพียงครึ่งเดือน เขาก็ได้ครอบครองมัน
วูบ!
คลื่นพลังที่มองไม่เห็นพุ่งออกมาจากร่างของฉู่โม่ว สายลมที่รุนแรงก่อตัวขึ้นและปกคลุมบริเวณที่เขาอยู่เอาไว้ ทั้งน้ำแข็งและหิมะบนพื้นดินล้วนแต่เริ่มที่จะละลาย
ทว่าตอนนั้น น้ำแข็งและหิมะที่ละลายได้ไม่นานก็แข็งตัวอีกครั้ง ทั้งพวกมันยังมีความเย็นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีก
ต่อให้เป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่มายืนอยู่ที่นี่ เขาก็น่าจะต้องหนาวสั่นเพราะความเย็นกันบ้าง
สำคัญกว่านั้น ความเย็นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณของเขาด้วย
หากมีราชันย์เทวะยุทธ์อยู่ใกล้ ๆ บางทีร่างกายและวิญญาณของพวกเขาอาจถูกเยือกแข็งไปในทันทีที่สัมผัสเข้ากับกฎเกณฑ์เหล่านี้ กลายเป็นเพียงรูปปั้นน้ำแข็ง หากแสงสว่างส่องลงมาไม่ถึง เขาก็จะอยู่ในสภาพนี้ตลอดไป
“พลังแห่งกฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์นั้นช่างแข็งแกร่งจริง ๆ”
ฉู่โม่วลืมตาขึ้นแล้วมองไปยังสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เขาอดไม่ได้ที่จะแสดงความพอใจไม่น้อย
จากนั้น
เขาก็ได้ไอเดียขึ้นมาในหัว กฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์และกฎเกณฑ์แห่งการสรรค์สร้างที่เขาได้ครอบครองนั้นต่างก็หลั่งไหลออกมาจากดวงตาบนฟากฟ้า
สิ่งที่สรุปได้ตอนนี้คือ ดวงตาทั้งสองดวงนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกัน
เพราะงั้น เขาจะรวมรวบกฎเกณฑ์ทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน แล้วสร้างมันขึ้นใหม่เป็นกฎเกณฑ์ที่ทรงพลังกว่าเดิมได้หรือเปล่านะ?
ทันทีที่ความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัว หัวใจของฉู่โม่วก็เริ่มเต้นเร็ว แต่แล้วเขาก็ต้องส่ายหน้า
การผสานกฎเกณฑ์นั้นยากมาก ๆ
ครั้งที่เขารวมกฎเกณฑ์ของธาตุทั้งห้าได้ ยังต้องฝึกฝนให้ธาตุทั้งห้าอยู่ในระดับสูงก่อน และเมื่อพรสวรรค์ธาตุทั้งห้าอยู่ในระดับสูงมากแล้ว เขาจึงได้หลอมรวมมัน แต่ตอนนี้ ทั้งกฎเกณฑ์แห่งการสรรค์สร้างและกฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์ที่เขาเรียนรู้มานั้น ยังเป็นเพียงระดับเริ่มต้นเท่านั้น ไม่แม้แต่จะชำนาญ หากผสานมันละก็ จะมีโอกาสสำเร็จมากเท่าไรกันเชียว?
เพิ่งได้ลองไปคำเดียว จะรีบไปทำไมกัน
ฉู่โม่วละทิ้งความคิดที่เกินจริงนั้นไปก่อน
ในเมื่อเรียนรู้กฎเกณฑ์เหล่านี้แล้วตอนนี้ ขั้นต่อไปก็คือการตามหาสมบัติ
เขากางจิตสัมผัสออกไป ครอบคลุมพื้นที่ร้อยล้านกิโลเมตรรอบตัว จากนั้นก็แปลงร่างเป็นลำแสง พุ่งไปเรื่อยบนโลกที่หนาวเย็นนี้
ด้วยความหนาวเย็นระดับสุดยอด ทุกสิ่งบนโลกถูกเยือกแข็งไว้ ก่อนที่ดวงตายักษ์คู่นั้นจะลืมตาตื่น ชีวิตล้วนดับสูญ ขนาดที่ฉู่โม่วใช้จิตสัมผัสตรวจสอบใต้ผืนน้ำแข็ง เขาก็ยังไม่พบสมบัติใด ๆ
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรอให้ดวงตานี้เปิดออก และรอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับก้อนน้ำแข็งทั้งหลายเหล่านี้ เพื่อจะได้ตามหาสมบัติทีหลัง
แต่เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้
ก็ทำให้ความสามารถในการหาสมบัติของฉู่โม่วพลอยถูกลดระดับลงไปด้วย
ถึงอย่างนั้น ฉู่โม่วก็ไม่รีบร้อน
ขณะที่ทำความเข้าใจกับกฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์ เขาก็หาสมบัติไปด้วย
ชายหนุ่มจึงได้เรียนรู้กฎเกณฑ์ราตรีนิรันดร์นี้แล้วตอนนี้ ดังนั้นทุกสิ่งจะง่ายขึ้นอีกเยอะ สมบัติที่เขาหาเจอก็เริ่มมากขึ้นด้วย
เวลาผ่านไปช้า ๆ สามเดือนค่อย ๆ ย่างกรายเข้ามา