ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1015 มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์กลายเป็นหินลับมีด!
บทที่ 1015 มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์กลายเป็นหินลับมีด!
การต่อสู้ระหว่างมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์นั้นแทบจะเทียบเท่ากับพลังทำลายล้างสวรรค์และโลกสำหรับเหล่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์ แม้แต่พวกเขาก็ต้องหวาดกลัวราวกับมดตัวเล็ก ๆ
พวกเขาได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ แต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้
และนอกจากเหล่าผู้ปลุกพลังในกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์แล้ว
ในห้วงอากาศที่ถูกทำลายจนพังพินาศ การต่อสู้ระหว่างฉู่โม่วและมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ราชวงศ์หยวนก็ยังคงดำเนินต่อไป
ระฆังจักรพรรดิบูรพานั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป และแรงกดดันของมันก็กระจายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์แทบจะต้านทานเอาไว้ไม่ได้และตกอยู่ในภาวะวิกฤต
หลังจากการปะทะ ร่างกายของเขาก็ระเบิดพลันกลายเป็นผุยผงมากมาย
ถึงแม้ร่างกายของเขาจะฟื้นฟูกลับมาได้ในไม่ช้า ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดและบาดเจ็บสาหัสอย่างเห็นได้ชัด
“ใช้ได้เลยนี่!”
“ตั้งแต่มาถึงขั้นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ ฉันก็ไม่เคยบาดเจ็บขนาดนี้มาก่อนเลย ถึงจะต่อสู้อยู่ที่ชายแดนมาตลอดและเอาชนะศัตรูมานับไม่ถ้วน แต่วันนี้เด็กอย่างแกกลับทำให้ฉันเจ็บหนักได้ ฉันดูถูกแกเกินไปจริง ๆ!!!”
มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ราชวงศ์หยวนแสยะยิ้มด้วยความเคียดแค้น และในขณะเดียวกันนั้นก็หวาดผวาเสียยิ่งกว่า
สิ่งที่ทำให้เขาโกรธจัดคือจักรพรรดิเทวะยุทธ์หนุ่มทำให้เขาในขั้นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่บาดเจ็บได้ถึงขนาดนี้
แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงคือพลังของระฆังทองแดงที่แข็งแกร่งจนแม้แต่เขาก็ไม่อาจต้านทานได้
แต่…สิ่งนี้ก็ทำให้ความโลภในจิตใจของเขาพุ่งสูงขึ้นด้วย
อย่างไรแล้ว ในมือของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ ระฆังทองแดงยังปลดปล่อยพลังออกมาได้น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ แล้วถ้าเขาได้มาใช้มันจะเป็นอย่างไร?
เมื่อคิดได้ดังนั้น สายตาของบรรพชนก็เต็มไปด้วยความกระหาย
“ไอ้เด็กเหลือขอ!”
“สมบัตินั่นมีต้นกำเนิดเหนือธรรมชาติและไม่ควรจะไปอยู่ในมือจักรพรรดิเทวะยุทธ์อย่างแก ในเมื่อฉันเจอแกแล้ว มันต้องเป็นของฉัน!”
หลังจากที่แผดเสียงลั่น
มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ราชวงศ์หยวนก็ไม่ยั้งมืออีกต่อไป
ตู้ม!
แสงสว่างไร้ที่สิ้นสุดระเบิดออกมาจากฝ่ามือ แล้วพลังแห่งกฎเกณฑ์อันสว่างไสวก็หลั่งไหลออกมา ก่อตัวกันเป็นเส้นด้ายถักทอ และในไม่ช้าก็กลับกลายเป็นตาข่ายศักดิ์สิทธิ์ที่ปกคลุมทั้งท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางของฉู่โม่ว
ในขณะเดียวกัน กลุ่มแสงเรืองรองก็ปรากฏตัวขึ้น เผยให้เห็นยุทธภัณฑ์วิญญาณชิ้นแล้วชิ้นเล่า แต่ละชิ้นต่างก็เต็มไปด้วยรัศมีอมตะและปลดปล่อยแสงสว่างจ้าออกมา เมื่อพวกมันรวมตัวเข้าด้วยกันก็เกิดเป็นจารึกอันน่าสะพรึงกลัวไร้ที่เปรียบ
“ฆ่า!”
สายตาของมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์เผยความเย็นยะเยือกออกมา จิตสังหารพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย แล้วเขาก็มุ่งหน้าไปหาฉู่โม่วในทันใด
ตู้ม!
ในฐานะมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนหนึ่ง รัศมีอันทรงพลังพลันถูกปลดปล่อยออกมา แล้วแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างจ้าก็พุ่งข้ามจักรวาลหลายร้อยล้านกิโลเมตรไปราวกับเทพเจ้าผู้ไร้เทียมทานที่กำลังทำลายจักรวาล
แต่ฉู่โม่วก็ไม่มีทีท่าเกรงกลัวแม้แต่น้อย
ด้วยระฆังจักรพรรดิบูรพา ทั่วทั้งร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเจตจำนงกระบี่ คลื่นพลังแผ่ซ่านออกมาเป็นแสงสีทองส่องประกาย ราวกับว่าจักรพรรดิอมตะเสด็จลงมาจากสวรรค์ เขาพุ่งไปสังหารมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ราชวงศ์หยวนในทันที
สงครามอันน่าพรั่นพรึงจึงได้กำเนิดขึ้น!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
นี่คือการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด และระดับของการต่อสู้ก็ก้าวข้ามเหล่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์ไปแล้ว นี่คือการต่อสู้ระดับมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์!
ระหว่างช่วงเวลานี้ ภายในพื้นที่ของการต่อสู้ ห้วงอากาศนับไม่ถ้วนพลันแตกสลาย อณูแห่งชีวิตแพร่กระจายออกมาราวกับคลื่นยักษ์ และรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวก็พลุ่งพล่านจนปกคลุมไปทั่วกาแล็กซีนับไม่ถ้วน
การต่อสู้ระหว่างทั้งสองคนน่าหวาดผวายิ่งนัก จากข้างในจักรวาลอันมืดมิด กฎเกณฑ์นับไม่ถ้วนถูกทำลาย แก่นสารถูกกำจัด และสสารทั้งหมดหายวับไปจากจักรวาล
ทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ!
พลังเช่นนี้ทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตที่สัมผัสได้ถึงกระแสรัศมีแปรปรวนสัมผัสได้ถึงความน่าสยดสยอง ราวกับว่าพวกมันกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูผู้ไร้เทียมทาน
แต่โชคยังดีที่การต่อสู้ระหว่างฉู่โม่วกับมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ราชวงศ์หยวนยังอยู่ภายในพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่และไม่เข้าไปใกล้พื้นที่ใจกลางกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์ สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจึงยังรอดชีวิตไปได้
ในพริบตาเดียว การต่อสู้นี้ก็ดำเนินมากว่าครึ่งเดือน
ตู้ม!
ภายในซากปรักหักพังของจักรวาล แสงศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวพลันพุ่งผ่านห้วงอากาศและถูกตำหนักโบราณนับไม่ถ้วนสกัดเอาไว้ ราวกับว่าโลกใบใหญ่ได้ร่วงลงมาบนโลกใบนี้ ทำให้เกิดแรงกดดันที่มากพอจะทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตสัมผัสได้
แต่เมื่อตำหนักนั้นปรากฏตัว ปราณกระบี่ก็เริ่มก่อตัวขึ้นและฉีกตำหนักเหล่านั้นเป็นชิ้น ๆ ราวกับโลกอันยิ่งใหญ่ร่วงหล่นลงมา
และแล้ว…
ปราณกระบี่ก็ยังคงสภาพเอาไว้และมุ่งหน้าต่อไปราวกับแหวกผ่านม่านหมอก ไม่ว่าปราณกระบี่นั้นผ่านไปที่ใด จักรวาลก็จะสว่างไสวและเปล่งประกาย
ด้วยแสงสว่างนี้ ร่างของผู้ปลุกพลังสองคนในจักรวาลอันกว้างใหญ่ได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
หนึ่งในระฆังทองแดงบนศีรษะของเขาปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงลุกโชนราวกับทะเลเพลิง รัศมีอันไร้เทียมทานที่เหนือกว่าทุกสรรพสิ่งแผ่กระจายข้ามจักรวาล ราวกับว่ามันสามารถทำลายทุกยุคสมัยได้
ดวงตาของเขาสว่างวาบและแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างจ้าพุ่งทะลวงห้วงอากาศไร้ที่สิ้นสุดไป มันทั้งล้ำลึกและทรงพลัง ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เลือด พลังปราณ และพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของเขาล้วนหนาแน่นและแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด ราวกับว่าเขาได้ฝึกฝนการโจมตีมาหลายพันครั้งด้วยความมุ่งมั่นอันเปี่ยมล้น
นอกจากนั้น ร่างกายของเขาเองก็ดูยิ่งใหญ่ไร้ที่เปรียบ แต่เขาก็ดูน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก แม้ว่ารัศมีบนร่างกายจะแข็งแกร่งพอที่จะผลักดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวได้ ทั้งยังมีร่างลวงตามหาศาลที่ลอยอยู่ข้างหลัง เผยให้เห็นดวงดาวนับไม่ถ้วนที่ลอยขึ้นและลง แต่เขากลับดูหมดเรี่ยวหมดแรงและเผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้า
ทั้งสองคนนั้นคือฉู่โม่วและมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ราชวงศ์หยวน ซึ่งต่อสู้กันมานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว!
หลังจากที่ผ่านมาเป็นเวลานาน
ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ในระฆังจักรพรรดิบูรพา ฉู่โม่วจึงต่อสู้กับมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ราชวงศ์หยวนได้ ในตอนแรก เขายังเป็นฝ่ายเหนือกว่าด้วยพลังของสมบัติ แต่อย่างไรแล้ว มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็คือมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ ยิ่งเวลาผ่านไป ชายชราก็ค่อย ๆ กลายเป็นฝ่ายนำและทำให้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบในที่สุด
แต่หลังจากที่ผ่านการต่อสู้มานานกว่าครึ่งเดือน ฉู่โม่วก็ยังรักษาจิตวิญญาณต่อสู้ไร้ที่สิ้นสุดเอาไว้ได้เสมอ และด้วยการต่อสู้ที่ช่วยควบแน่นเลือดและพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขา ยิ่งชายหนุ่มต่อสู้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งกล้าหาญมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากที่รอให้เลือดเข้มข้นมาจนถึงจุดนี้
เขาก็สามารถใช้จิตวิญญาณบริสุทธิ์เอาชนะมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้!
เรียกได้ว่าตอนนี้ หลังจากการต่อสู้ เขาได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงอันเหนือความคาดหมาย นอกจากพลังจะพัฒนาสูงขึ้นแล้ว พื้นฐานพลังของเขายังแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย
และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขามีความเข้าใจในระดับขั้นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์เพิ่มขึ้นด้วย
อย่างไรแล้วระหว่างการต่อสู้นานครึ่งเดือน ทั้งสองฝ่ายต่างก็พยายามสุดฝีมือ ภายใต้การปะทะนับครั้งไม่ถ้วน กระแสกฎเกณฑ์แปรปวนต้องก่อตัวขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ฉู่โม่วจะเรียนรู้จากมันและพัฒนาขึ้น
“แค่นี้ก็ถือว่าเยอะแล้ว!”
“ราชวงศ์หยวนนี่เป็นดาวนำโชคของฉันจริง ๆ!”
ในตอนแรก องค์ชายราชวงศ์หยวนมอบผลึกแก้วแก่นโกลาหลให้กับเขา ทำให้สามารถคว้าความเป็นอมตะมาได้ และตอนนี้ มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ราชวงศ์หยวนก็กำลังกลายเป็นหินลับมีดของเขา
ดาวนำโชคก็น่าจะเป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือไงกัน?
เมื่อเปรียบเทียบกับความผ่อนคลายของฉู่โม่วแล้ว จิตใจของมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ราชวงศ์หยวนก็ตึงเครียดเป็นอย่างมาก เขาไม่มีท่าทีผ่อนคลายเหมือนในตอนแรกอีกต่อไปแล้ว
ในตอนแรก บรรพชนไม่ได้ใส่ใจฉู่โม่วอย่างจริงจังสักนิด
แม้ว่าอีกฝ่ายจะงัดระฆังหายนะออกมาแล้ว เขาก็ยังไม่ได้กังวลมากนัก
ในความคิดของบรรพชน เหตุผลที่ฉู่โม่วสามารถต่อสู้กับเขาได้นั้นก็เพราะข้อได้เปรียบของสมบัติ แต่ช่องว่างระหว่างระดับขั้นก็มีอยู่จริง แม้ว่าทรงพลังอยู่สักพัก เขาก็จะหมดพลังในไม่ช้า
แต่…
เขาคิดผิด …คิดผิดอย่างมหันต์!
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
OKKO15KV
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ