ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1016 สมบัติแห่งความโกลาหล และแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล!
บทที่ 1016 สมบัติแห่งความโกลาหล และแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล!
สามวันก่อนหน้านี้ ฉู่โม่วเป็นฝ่ายได้เปรียบมาตลอดก็จริง
แต่แล้ว บรรพชนก็ค่อย ๆ ได้เปรียบมากขึ้นเพราะความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าของมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทำให้เขาคิดว่าอีกไม่นานหลังจากนี้ ตนจะต้องสังหารชายหนุ่มได้แน่
แต่เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่า…
ในการต่อสู้หลังจากนั้น เลือด พลังอณูแห่งชีวิต และพลังศักดิ์สิทธิ์ของฉู่โม่วจะดูราวกับไร้ที่สิ้นสุด อีกฝ่ายยังคงโลดแล่นไปมาโดยไร้ท่าทีว่าจะแผ่วลง
ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น จิตวิญญาณต่อสู้ของอีกฝ่ายยังสูงจนน่าตกตะลึง
ระยะเวลาครึ่งเดือนในการต่อสู้ หลังจากที่เกิดวินาทีเฉียดตายขึ้นมากมาย ฉู่โม่วกลับไม่สนใจและยังคงต่อสู้ต่อไป แม้แต่ตนก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้า แต่เจ้าหนุ่มขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์นี่ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะถอย
ฝีมือของอีกฝ่ายก็น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด หลังจากที่ต่อสู้มานานครึ่งเดือน ชายหนุ่มไม่เพียงรักษาจิตวิญญาณต่อสู้เอาไว้ได้ แต่ยังเสริมสร้างพื้นฐานของตัวเองอีกด้วย
ในไม่ช้า อีกฝ่ายจะต้องพลิกเป็นฝ่ายได้เปรียบ ในขณะที่ตนตกอยู่ในอันตราย
นี่มันความสามารถแบบไหนกัน?
น่าเหลือเชื่อขนาดไหนกัน?!
‘ถ้าไม่กำจัดมันให้ได้ ราชวงศ์หยวนของฉันต้องตกอยู่ในอันตรายแน่!’
มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์แห่งราชวงศ์หยวนกัดฟันแน่นอยู่ในใจ
อันที่จริง บรรพชนเองก็ผนึกแก่นแท้ออกไปได้นานแล้ว แต่เพราะฝีมือของฉู่โม่วน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เขาจึงไม่อาจทำใจให้โล่งได้ เมื่อคิดว่าตัวเองได้ยั่วยุศัตรูเช่นนี้เข้า เขาก็กลัวว่าราชวงศ์หยวนของตัวเองจะต้องตกระกำลำบากในอนาคต
เขาอาจทำได้แค่ก่อการร้ายนับพันวัน แต่ก็ไม่มีทางที่ราชวงศ์จะป้องกันผู้มาแก้แค้นทั้งพันวันได้
ดังนั้นบรรพชนจึงบังคับตัวเองให้สู้ เพื่อใช้โอกาสสุดท้ายนี้สังหารชายหนุ่มตรงหน้าให้ได้
ไม่เช่นนั้น หากพลาดโอกาสนี้ไป เขาจะไม่มีโอกาสใดอีกแล้ว!
‘ฉันต้องใช้โอกาสนี้ลงมือฆ่ามันให้ได้ ไม่งั้นถ้ามีเวลาให้มันเติบโต พวกเราจบเห่แน่!’
สายตาของมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์แห่งราชวงศ์หยวนเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเก่า
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ระดมเลือด อณูแห่งชีวิต และพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดออกมาเพื่อสังหารฉู่โม่ว
ครืน!
ด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า ทั้งสวรรค์และโลกพลันต้องสั่นสะท้านไปตาม ๆ กัน
อณูแห่งชีวิตหลอมรวมกัน ก่อตัวเป็นคลื่นสายธารแผ่ซ่านออกมา พลังอณูแห่งชีวิตนับไม่ถ้วนพลุ่งพล่าน สมบัติส่องแสงสว่างไสว และทุกอย่างล้วนมุ่งหน้าเข้ามาสังหารฉู่โม่ว
“พ่อหนุ่ม!”
“แกไม่อ่อนแอเลยจริง ๆ ถึงบีบให้ฉันมาถึงจุดนี้ได้!”
“แต่… เหตุผลที่มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์คือมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็เพราะมีความแตกต่างมหาศาลระหว่างฉันกับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ ถึงแกจะมีพรสวรรค์และสมบัติไร้ที่เปรียบ แกก็หนีไปไม่รอดหรอก!”
“วันนี้ ฉันจะฆ่าแกที่นี่เอง!”
“แค่ได้ตายด้วยสมบัตินี้ก็ถือว่าโชคดีแล้ว!”
ตู้ม!
เมื่อพูดจบ พลังแห่งกฎเกณฑ์นับไม่ถ้วนก็ปะทุออกมา แรงกดดันของมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์แผ่ซ่านออกมา พลังอมตะอันลึกลับพลุ่งพล่าน ราวกับว่ามันสามารถเจาะทะลวงสวรรค์ทั้งเก้าและโลกทั้งสิบได้ สิ่งนี้เต็มไปด้วยความแหลมคมและจิตสังหารอันน่าตกตะลึงและน่าสะพรึงกลัว
ภายในพลังงานเหนือคำบรรยายนี้ รัศมีที่สามารถทำลายได้ทุกสิ่งก็แพร่กระจายออกมา
และแล้ว ดวงแสงเปล่งประกายก็ปรากฏขึ้นข้างหลังมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์!
เช่นเดียวกันกับสมบัติแห่งสวรรค์และโลก ดวงแสงสว่างไสวราวกับแสงอมตะส่องลงมาจากสวรรค์ทั้งเก้าไม่ควรมีอยู่บนโลกใบนี้ และทำให้พลังแห่งความโกลาหลแผ่ขยายออกมา
“นี่คือสมบัติแห่งความโกลาหล ถึงจะใช้พลังไม่ได้เต็มที่ มันก็ยังเป็นสมบัติที่มีแต่มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์เท่านั้นที่จะเข้าใจได้!”
“พอใช้มันแล้ว แม้แต่ท้องฟ้าและผืนดินก็จะถูกทำลาย แก่นเต๋าจะต้องสูญสิ้น นั่นคือเหตุผลที่ผู้ใช้ต้องเป็นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์เท่านั้น ตอนนี้ฉันต้องมาใช้มันฆ่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์แบบแก เกินไปจริง ๆ!”
เสียงของมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ดังกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาด
เขาอดกลุ้มใจไม่ได้ สมบัติชิ้นนี้ยังไม่ได้ถูกขัดเกลาเต็มที่ และเมื่อใช้งาน มันก็จะสูญเสียพลังต้นกำเนิดของมันไปหนึ่งจุด
บรรพชนไม่อยากนำสิ่งนี้ออกมาใช้หากไม่จำเป็น
แต่ในชั่วเวลานี้ เมื่อเผชิญหน้ากับฉู่โม่วผู้ครอบครองสมบัติอย่างระฆังจักรพรรดิบูรพา เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเสียสละสมบัติชิ้นนี้และใช้มันสังหารศัตรูให้จงได้!
ในทางกลับกัน
ฉู่โม่วเองก็สัมผัสได้ถึงยุทธภัณธ์มายาของมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ราชวงศ์หยวนและอันตรายที่ใกล้เข้ามา
“สมบัติที่ชื่อว่าสมบัติแห่งความโกลาหล… น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?!”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วเล็กน้อย
แม้ว่าดวงแสงจะอยู่ห่างไกลจากตัวเขามาก สิ่งนี้ก็ยังทำให้ต้องขนลุกไปทั่วทั้งร่างกาย ราวกับว่าเขากำลังถูกเพ่งเล็งโดยหายนะบางอย่าง
“สมบัติโปรดมอบพลังสังหารศัตรูให้ฉันที!”
มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์แห่งราชวงศ์หยวนตะโกนลั่น
พร้อมกันกับจิตสังหารอันโหดเหี้ยม
ทันใดนั้น…
ดวงแสงก็สว่างไสวขึ้น แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างจ้าพุ่งข้ามห้วงอากาศ ทะลุผ่านห้วงมิติและกาลเวลา อาบไปด้วยความยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน และฟาดฟันไปยังฉู่โม่ว
แม้จะยังมาไม่ถึงตัว แต่แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็เคลื่อนมาถึงแล้ว สิ่งนี้ทำให้ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่พังทลายลง พลังแห่งกฎเกณฑ์ถูกทำลาย และพลังเต๋าส่งเสียงกรีดร้องออกมาหลังจากที่ต้านทานไม่ไหวอีกต่อไป
ครืน!
ทั่วทั้งจักรวาลต้องสั่นสะท้านภายใต้แรงกดดันนี้
และในตอนนั้นเอง
ครืน!
ภายในดวงตาของฉู่โม่ว แสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสีพลันปรากฏขึ้น แล้วเขาก็มองเห็นเปลวเพลิงสีทองที่ลุกโชนในกายาทวิเนตร ทันใดนั้น อีกาสามขาที่อาบไปด้วยเปลวเพลิงและเต็มไปด้วยพลังแห่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้น มันคืออีกาสุริยันที่ทะยานขึ้นไปบนฟ้าข้างหลังเขา
คลื่นทะเลเพลิงเผาผลาญจักรวาลและความยิ่งใหญ่ที่ทำให้คนทั่วไปต้องเกรงกลัวก็ลุกลามออกมา
ไม่เพียงเท่านั้น
ก้า!
อีกาสุริยันกระพือปีกและส่งเสียงกรีดร้องดังข้ามกาลเวลาออกมา
แล้วม้วนภาพโบราณก็ปรากฏขึ้นในห้วงอากาศไร้ที่สิ้นสุด มันพุ่งตัวผ่านความโกลาหลไร้ที่สิ้นสุดและจุติลงมา
สิ่งนี้คือแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล!
มันคือเต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วนที่กะพริบและเปล่งประกาย
บนดาวทุกดวงมีพลังงานอันบ้าคลั่งที่มีรัศมีแตกต่างกันอยู่ บ้างก็ลึกซึ้งราวกับท้องทะเล บ้างก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง บ้างก็มืดมน บ้างก็สว่างไสวราวกับหมอกควัน…
กรร! โฮก! ซู่! กว้าก!
เสียงคำรามมากมายดังออกมาจากแผนที่ดวงดาว แต่ละเสียงเต็มไปด้วยพลังสังหารอันยิ่งใหญ่
ในพริบตาเดียว
มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์สังเกตเห็นสัตว์อสูรโบราณที่ปรากฏตัวขึ้น พวกมันต่างก็คำรามขึ้นไปบนท้องฟ้าและทำลายเหล่าดวงดาว รัศมีอันยิ่งใหญ่ของมันทำให้สิ่งมีชีวิตหลายล้านตัวต้องสยบยอม
ในหมู่ยักษ์โบราณหลายพันล้านตัวนี้ มีทะเลเพลิงที่ครอบคลุมพื้นที่ไร้ที่สิ้นสุด โดยมีอีกาสามขาทองคำอยู่ข้างใน มันทั้งยิ่งใหญ่และสูงส่งราวกับว่าเป็นจักรพรรดิผู้ปกครองและอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง!
“นี่…นี่มันอะไรกัน!”
“แผนที่ดวงดาวนี่ ทำไมถึงมีจิตวิญญาณอสูรโบราณอยู่เยอะแบบนี้!”
“สัตว์อสูรในทะเลเพลิงนั่นมันอะไรกัน? ทำไมมันถึงมีรัศมีแบบนั้นได้? หรือว่าจะเป็นจักรพรรดิอสูรในยุคโบราณ แต่ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยล่ะ?!”
สีหน้าของมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์เปลี่ยนแปลงไป จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ในฐานะมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ เขามีชีวิตมานานกว่านับปีไม่ถ้วนและได้ยินเรื่องราวของสุดยอดอสูรในสมัยโบราณมามากมาย แต่ในแผนที่ดวงดาวนี้ อสูรโบราณเหล่านั้นก็ไร้ความหมายและเป็นแค่จำพวกที่อ่อนแอเท่านั้น
ที่ใจกลางมีดาวขนาดใหญ่ 365 ดวงและดาวขนาดยักษ์ 72 ดวง
พวกมันคอยคุ้มกันทะเลเพลิงที่ใจกลางและจักรพรรดิของมันเอาไว้!
ภาพเช่นนี้ได้ทำลายความเข้าใจของบรรพชนจนหมดสิ้น ทำให้เขาต้องตะลึงงันไปครู่ใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและแทบจะทำใจเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นไม่ได้