ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1028 พบกับบรรพชนหมัว
บทที่ 1028 พบกับบรรพชนหมัว
เธอจะไม่รู้สึกเสียใจต่อสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร?
“อย่าคิดมากเลย”
ฉู่โม่วซบไหล่แล้วพูดเบา ๆ “ถึงแม้เธอไม่ได้อยู่กับฉัน แต่ทุกครั้งที่ฉันนึกได้ว่าเธอกำลังรออยู่ที่นี่ ฉันก็รู้สึกมีความสุขและอบอุ่นใจเสมอนะ”
น้ำเสียงของชายหนุ่มนุ่มนวล แต่ก็ฟังดูจริงจังทุกถ้อยคำ
เมื่อได้ยินแบบนั้น
เฉินซีเวยก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เธอเพียงโน้มร่างตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของฉู่โม่วอีกครั้ง แล้วพูดอย่างอบอุ่นว่า “สามี… สุดที่รักของฉัน…”
ทันทีที่ถ้อยคำเหล่านี้หลุดออกมา จู่ ๆ หัวใจของฉู่โม่วก็สั่นไหว
เขาไม่ได้เจอภรรยาและเพื่อนสมัยเด็กมาหลายปีแล้ว ดังคำกล่าวที่ว่าการพลัดพรากกันเป็นเวลานานดีกว่าการแต่งงานใหม่ แล้วจะให้เขาห้ามใจตัวเองอย่างไรไหว? โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง จู่ ๆ เขาก็อุ้มเฉินซีเวยแล้วหายตัวไปในพริบตา
ที่ด้านนอกห้อง ผู้ปลุกพลังมนุษย์จำนวนมากยังคงรอให้เฉินซีเวยออกมาจากการเก็บตัว แต่พวกเขาไม่รู้ว่าเธอได้หายตัวไปไหนต่อไหนแล้ว
…
ณ โลกในฝ่ามือ
ภายในหุบเขาลึกที่ถูกปิดกั้นด้วยม่านหมอก
หยาดฝนกำลังเจิ่งนอง พร้อมกับต้นหลิวที่ลู่ลมไปมา
เฉินซีเวยนอนอยู่ในอ้อมกอดของฉู่โม่วด้วยผมเผ้ายุ่งเหยิงและดวงตาที่พร่ามัว สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขอย่างอธิบายไม่ได้
พวกเขาสองคนพูดคุยกันอย่างจริงใจ ฉู่โม่วเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ของตัวเอง และเฉินซีเวยก็พูดคุยถึงประสบการณ์ของตัวเองในเผ่าพันธุ์มนุษย์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ตั้งแต่ฉู่โม่วจากไป ประสบการณ์ของเธอก็เรียบง่ายมากจริง ๆ
มีเพียงการบ่มเพาะอย่างต่อเนื่อง
มีบ้างในบางครั้งที่หลังเธอออกจากสถานที่เก็บตัว ก็ต้องออกไปเตรียมการบางอย่างก่อนจะเข้าไปเก็บตัวอีกครั้ง
“ที่รัก กลับมาคราวนี้ คุณคิดจะอยู่นานไหม?”
เฉินซีเวยเงยใบหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วถามด้วยความคาดหวัง
เดิมทีฉู่โม่วเคยคิดที่จะจากไปเร็ว ๆ นี้ แต่เมื่อเห็นสายตาที่คาดหวังของภรรยา เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แน่นอน ฉันจะอยู่ที่นี่สักพักและเดินทางเที่ยวเล่นไปกับซีเวยของฉัน”
“ที่รักใจดีจังเลยนะ”
เฉินซีเวยฉีกยิ้มและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดีใจอย่างมาก
รอยยิ้มของเธอเผยให้เห็นเสน่ห์ของตัวเอง ซึ่งทำให้ฉู่โม่วตกหลุมรักอีกครั้งทันที “ซีเวย…”
“อ๋า?”
เฉินซีเวยมองฉู่โม่ว เมื่อสังเกตเห็นท่าทางการหายใจและแววตาทะเล้นของคนรัก เธอก็หน้าแดงขึ้นมาทันที
…
สามวันต่อมา
ภายในดินแดนบรรพชนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเผ่าพันธุ์มนุษย์จำนวนมากได้มารวมตัวกันที่นี่ รวมถึงบรรพชนหมัวด้วย
เป็นเวลาสักพักหนึ่ง
จึงมีคนเกือบร้อยคนอยู่ภายในห้องโถง
แต่ละคนอยู่ต่างอยู่ในขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ขึ้นไป
นี่คือพัฒนาการเติบโตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในหลายปีมานี้!
จากจำนวนเดิมที่มีราชันย์เทวะยุทธ์อยู่เพียงไม่กี่สิบคน แต่จนถึงขณะนี้มีเกือบ ร้อยคนไปแล้ว และมีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ถึงสองคน ขุมกำลังเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้รับการเปลี่ยนแปลงที่สะเทือนไปทั้งกลุ่มดาราจักร เมื่อเทียบกับก่อนหน้าที่ฉู่โม่วจะจากไป
เพียงแต่ราชันย์เทวะยุทธ์เหล่านี้มักจะบ่มเพาะอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ และมักไม่รวมตัวกัน แม้จะมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นก็ตาม ราชันย์เทวะยุทธ์ส่วนใหญ่มักเข้าร่วมเพียงสิบกว่าคน และอย่างมากที่สุดก็ไม่เกินยี่สิบหรือสามสิบคน
แต่วันนี้กลับมีราชันย์เทวะยุทธ์เกือบทั้งหมดปรากฏตัวขึ้น แม้กระทั่งผู้ที่กำลังบ่มเพาะอยู่ก็ตาม
การรวมตัวครั้งใหญ่เช่นนี้หาได้ยากจริง ๆ
เหตุผลก็เพราะบุตรแห่งโชคชะตาฉู่กลับมาแล้ว!
ในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ หลังจากผ่านไปหลายปี ชายหนุ่มก็กลับคืนสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์ ซึ่งทำให้มีผู้ปลุกพลังจำนวนมากตั้งตารอพบกับเขา
ท่ามกลางการรอคอยของทุกคน
จะเห็นร่างสองร่างเดินมาด้วยกันช้า ๆ นอกห้องโถง
คนที่สวมชุดสีขาวล้วน มีรูปลักษณ์โฉมสะคราญและเย็นชา เธอก็คือเฉินซีเวย
และอีกคนหนึ่งเขาสวมชุดสีดำทั้งตัว ดูลึกลับ และมีท่าทีสุขุม คิ้วโก่งเป็นธนูและดวงตาที่เปล่งประกายราวกับดาราดูหล่อเหลา ท่าทางของชายหนุ่มให้ความรู้สึกเด็ดเดี่ยวและเป็นอิสระ เขาคือฉู่โม่ว!
“คารวะท่านบรรพชนหมัว และบรรพชนทุกคนในที่นี่!”
เมื่อเข้าไปในห้องโถง ฉู่โม่วก็รีบทักทายบรรพชนทุกคนด้วยรอยยิ้ม
“ฉู่โม่ว ในที่สุดเธอก็กลับมาแล้ว”
ผู้เฒ่าหมัวพูดด้วยรอยยิ้มขณะลูบเคราตัวเอง
ขณะนั้น เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ดูจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ร่างกายของเขาพลันแข็งค้างไป สีหน้าของเขาดูตกตะลึง “ฉู่โม่ว ทำไมกลิ่นอายของเธอถึง… หรือว่าเธอได้ก้าวเข้าสู่ขั้นพลังจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้ว?!”
“ใช่แล้วครับ”
ฉู่โม่วพยักหน้า
เฮือก!
ทันทีที่ถ้อยคำนี้ดังออกมา
ไม่ว่าจะเป็นบรรพชนหมัว หรือผู้ปลุกพลังทุกคนในห้องโถงต่างก็เบิกตากว้างและหยุดหายใจไปชั่วขณะ
พวกเขาได้ยินไม่ผิดใช่ไหม?
ฉู่โม่วได้… ก้าวไปสู่ระดับจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้วจริงหรือ?
ต้องไม่ลืมว่า ก่อนฉู่โม่วจากไป เขายังเป็นเพียงมหาเทวะยุทธ์ แต่ตอนนี้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เขากลับข้ามขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ไปเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์โดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบปีด้วยซ้ำ
ด้วยความเร็วของการบ่มเพาะนี้ นี่เขายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?
พวกเขาไม่อยากจะเชื่อ
ต้องรู้ว่าบนเส้นทางการบ่มเพาะตามความเข้าใจของเหล่าผู้ปลุกพลังนั้น ยิ่งพวกปีนไปสูงเท่าไร ก็ยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น
โดยเฉพาะจากราชันย์เทวะยุทธ์ไปถึงจักรพรรดิเทวะยุทธ์ หากใครสักคนต้องการบ่มเพาะ เขาก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายพันปีหรือหลายหมื่นปี และอาจต้องใช้เวลานับหมื่นปีหรือมากกว่าแสนปี นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่ฉู่โม่วกลับใช้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น นี่มันน่ากลัวเกินไปไหม?!
พวกเขาคิดว่าฉู่โม่วอาจไปถึงระดับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้ในสักวัน แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นเร็วเช่นนี้!
เป็นเวลาสักพักหนึ่งที่ทุกคนในห้องโถงตกตะลึงอย่างยิ่ง
มีเพียงบรรพชนหมัวเท่านั้นที่กลับมามีสติและรีบถามด้วยความตกใจว่า “ฉันไม่คาดหวังว่าเธอจะเติบโตเร็วขนาดนี้…จริง ๆ นะ…”
เขาพยายามพูดไม่ให้ตะกุกตะกักเพื่อรักษาสถานการณ์ในห้องโถง แต่อารมณ์อันน่าตกตะลึงกลับส่งผลกระทบมากเกินไป จนเขาพูดไม่ออกสักพัก
“เป็นเพียงเรื่องบังเอิญครับ”
ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย
ทันใดนั้นเขาก็เล่าถึงประสบการณ์มากมายระหว่างเดินทางท่องจักรวาล
เรื่องราวที่เขาเล่า ทำให้ผู้ปลุกพลังมากมายจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างต้องตั้งใจฟัง สำหรับพวกเขา ทุกสิ่งที่อยู่นอกอาณาเขตปกครองของเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นแปลกประหลาดเกินไป
เพราะเรื่องราวภายในกลุ่มสัมพันธมิตรดาวกันย์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็เริ่มปรับตัวและเข้าใจมันได้มากแล้ว
แต่ประสบการณ์ของฉู่โม่วที่เขาเดินทางไปยังกลุ่มดาราจักรขนาดใหญ่อื่น กลับกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่คุ้นเคยแม้แต่น้อย
ขณะที่ฉู่โม่วเล่า ผู้คนก็อุทานเป็นครั้งคราว
โดยเฉพาะเมื่อเขาพูดถึงกองกำลังต่าง ๆ ในกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์ พวกเขาทั้งหมดก็ตกใจไม่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขุมกำลัง เพียงหนึ่งในสามของกองกำลังชั้นนำอย่างจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์ ก็มีจักรพรรดิเทวะยุทธ์หลายคนแล้ว
และยังมีจักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากกองกำลังของมหาสมุทรดาราหรือกลุ่มเมดูซ่าที่ปกครองที่นั่น
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ในกลุ่มสัมพันธมิตรดาวกันย์กลับมีเพียงเผ่าพันธุ์นารีเท่านั้นที่มีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ปกครองอยู่ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเพียงเม็ดฝุ่นในห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่
แล้วเมื่อชายหนุ่มเล่าไปถึงตอนที่เขาได้ไปสำรวจเพื่อค้นหาหยาดทองคำแห่งวิถีอันยิ่งใหญ่ หลายคนในห้องโถงก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้น
เพื่อที่จะทะลวงด่านพลังไปเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ ผู้เฒ่าหมัวก็เคยล้มเหลวในการหาทางไปต่อ เขาไม่ประสบความสำเร็จจนกระทั่งได้พบกับหยาดทองคำแห่งวิถี แต่นั่นเป็นเพียงปริมาณเล็กน้อยและมันจะหายไปหลังจากถูกใช้
เรื่องนี้ยังทำให้บรรพชนอื่น ๆ ที่เป็นราชันย์เทวะยุทธ์เสียดายไม่น้อยเช่นกัน
ต้องไม่ลืมว่าหยาดทองคำแห่งวิถีไม่สามารถหาพบได้ในดินแดนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ หากพวกเขาต้องการทะลวงด่านพลังไป ก็ต้องพึ่งเพียงโชคเท่านั้น ดังนั้นการจะเพิ่มอัตราสำเร็จได้นั้นก็ต้องอาศัยหยาดทองคำแห่งวิถี ซึ่งเป็นหนทางเดียว
แต่ฉู่โม่วเล่าว่ายังมีอีกหลายดินแดนในห้วงจักรวาลที่จริง ๆ แล้วสามารถผลิตหยาดทองคำแห่งวิถีได้ ด้วยพื้นฐานที่แน่นอนและปริมาณค่อนข้างมาก
เรื่องนี้ได้ทำให้พวกเขาตกใจอย่างยิ่ง จนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างเหม่อลอย
“จักรวาลนั้นช่างกว้างใหญ่และลึกลับอย่างแท้จริง!”
ผู้เฒ่าหมัวส่ายหัว พร้อมกับถอนหายใจ