ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1029 การเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนโลก
บทที่ 1029 การเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนโลก
หลังจากที่ฉู่โม่วเล่าถึงการเดินทางของตัวเอง บรรพชนทั้งหมดในห้องก็ปั่นป่วนไปด้วยคำถาม จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ชั่วขณะหนึ่ง
แม้ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดจะไม่ได้ใช้อารมณ์ และมันก็เป็นเพียงคำอธิบายง่าย ๆ
แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนร่างเค้าโครงความลึกลับและความกว้างใหญ่ของจักรวาลขึ้นในใจได้
เผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันนับพัน
สมบัติล้ำค่าที่ไม่สามารถจินตนาการได้
และนิมิตที่น่าพิศวงอีกมากมาย
ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้พวกเขาหลงใหล และพวกเขาหวังว่าจะได้มีโอกาสท่องไปในจักรวาลและชมฉากอันยิ่งใหญ่ที่กว้างใหญ่ราวกับมหากาพย์เหล่านั้นด้วยตัวเอง
เพียงแต่ความคิดนี้คงอยู่เพียงชั่วขณะหนึ่งแล้วก็หายไป
ฉันยังมีตระกูลที่ต้องดูแล
เหตุผลที่ฉู่โม่วอยู่รอดปลอดภัยในจักรวาล เพราะความแข็งแกร่งของเขาพัฒนาขึ้นมาก รวมถึงพรสวรรค์และความเชี่ยวชาญต่าง ๆ ที่มีได้เฉพาะบุคคล คนเรานั้นเกิดมาแตกต่างกัน หากพวกเขาฝันที่จะเป็นเหมือนฉู่โม่วที่สามารถออกสำรวจไปทั่วจักรวาลได้ ก็คงทำได้เพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ และไม่สามารถตัดสินใจทำอะไรได้เฉียบขาดเท่าเขา
ผู้ที่สามารถเลื่อนขั้นสู่เป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้นั้นจะต้องฉลาดอย่างมาก ดังนั้นพวกเขาจึงกลับมามีสติได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ฉู่โม่วเล่าจบ บรรพชนหมัวก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
“ปัจจุบัน จำนวนราชันย์เทวะยุทธ์ในเผ่าพันธุ์มนุษย์มีมากขึ้นถึงแปดสิบสามคนแล้ว หากนับรวมฉันด้วย ก็จะมีจักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกสองคน นอกจากนี้ยังมีอีกสามคนที่มีโอกาสทะลวงเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ เช่น ผู้ปลุกพลังปู้เมี่ย และคนอื่น ๆ ที่อยู่จุดสูงสุดของราชันย์เทวะยุทธ์มาเป็นเวลานาน น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถทำตามขั้นตอนการทะลวงพลังได้ เนื่องจากขาดหยาดทองคำแห่งวิถี”
“ส่วนด้านอื่น ๆ… ”
บรรพชนหมัวอธิบายให้ฉู่โม่วฟังอย่างละเอียด
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นถึงจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้ว ยิ่งเมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งของเขาด้วยแล้ว เขาก็น่าจะเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นเขาต้องรับรู้ถึงสถานการณ์โดยรวมของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
ขณะที่บรรพชนหมัวพูด บรรพชนคนอื่น ๆ ก็พูดเสริมเป็นครั้งคราว
เมื่อฉู่โม่วตั้งใจฟัง จึงเริ่มมีความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ในปัจจุบัน
ต้องพูดว่า การพัฒนาของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ทำให้แม้แต่ฉู่โม่วยังต้องร่วมยินดี
โดยจำนวนผู้ปลุกพลังที่เข้าถึงพลังระดับเทพเจ้านั้นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกปีและยังมีพรสวรรค์ใหม่ ๆ อีกมากมายที่ผุดขึ้นมาพร้อมกับอัจฉริยะเหล่านั้น
ยิ่งเครือข่ายโลกเสมือนจริงได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งดินแดนที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ย่างเท้าเข้าไป หรือแม้แต่ดาวเคราะห์อันห่างไกลที่ผู้คนท้องถิ่นไม่เคยก้าวเท้าออกมาสู่ดาวเคราะห์อื่นในดาราจักร พวกมันก็ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ ซึ่งทำให้พวกมันเจรจาสื่อสารกับเผ่าพันธุ์มนุษย์บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวได้
นอกจากนั้น การขนส่งทางท่าอากาศยานระหว่างดวงดาวก็มีความก้าวหน้าไปในทิศทางที่เป็นระเบียบเช่นกัน
มีการวางเครือข่ายการขนส่งจำนวนมากในพื้นที่แกนกลางของดาราจักรและยังมีเส้นทางที่เชื่อมต่อกับดาวโลกอีกด้วย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากคุณอยู่บนดาวโลก คุณก็จะสามารถไปยังดาวเคราะห์หลักทุกดวงในดาราจักรได้ทันทีโดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ
นอกจากดาราจักรทางช้างเผือกแล้ว เครือข่ายการขนส่งยังถูกวางอยู่ในดาราจักรอื่น ๆ อีกหลายแห่งที่ควบคุมโดยเผ่าพันธุ์มนุษย์ ตัวอย่างเช่น ในดาราจักรกลืนกินสวรรค์ การก่อสร้างเครือข่ายโลกเสมือนจริงและการขนส่งทางรถไฟขั้นพื้นฐานที่สุดก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว
แต่เนื่องจากปัญหาด้านเวลาที่ล่าช้า ความครอบคลุมที่ตามมาจึงยังไม่ได้ถูกโยงใยเป็นเครือข่ายสมบูรณ์ และยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ
แต่เป็นที่คาดการณ์ได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป ดาราจักรทั้งเจ็ดแห่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์จะถูกปกคลุมไปด้วยการขนส่งในวงโคจรระหว่างดวงดาวและเครือข่ายโลกเสมือนจริง
เมื่อถึงวันนั้น แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับดาราจักรสายหลักทั้งเจ็ดบนโลกของตัวเองได้
และหากพูดถึงด้านการปลูกฝังของอัจฉริยะในเผ่าพันธุ์มนุษย์ ก็ไม่ได้มีความล้าหลังแต่อย่างใด พวกเขากลับเพิ่มการลงทุนมากขึ้นด้วยซ้ำ
โดยหอเพลิงโหมเป็นผู้ควบคุมด้านนี้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้พวกเขาคัดเลือกอัจฉริยะจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้คนท้องถิ่นที่ยังไม่เคยเข้าสู่ดาราจักรมาก่อน แม้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่ยังไม่ได้เป็นอัจฉริยะ แต่พรสวรรค์ของพวกเขาก็ค่อนข้างดี
ด้วยการขัดเกลาจากหอเพลิงโหม สิ่งนี้ก็ทำให้จำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในอนาคตพวกเขาก็จะกลายเป็นกระดูกสันหลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์สืบไป!
เมื่อคิดตามเช่นนั้น ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าอย่างยินดี
บรรพชนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ต่างเป็นกำลังสำคัญสำหรับการพัฒนาเผ่าพันธุ์มนุษย์
“ยังไงก็ตาม…”
ในตอนท้ายของประโยค จู่ ๆ บรรพชนหมัวก็เหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า “ฉู่โม่ว ไม่นานก่อนที่เจ้าจะกลับมา เราเพิ่งค้นพบสมบัติที่น่าสนใจบางอย่าง
“อะไรเหรอครับ?”
ชายหนุ่มทำหน้าสงสัย
บรรพชนหมัวไม่ได้พูดในทันที ก่อนจะมองไปรอบ ๆ จากนั้นโบกมือเพื่อปิดบังพวกเขาทั้งสองด้วยม่านพันธนาการ
การกระทำนี้ทำให้ฉู่โม่วดูจริงจังมากขึ้น
ปัจจุบัน ผู้ปลุกพลังเหล่านั้นล้วนแต่เป็นราชันย์เทวะยุทธ์ ซึ่งสร้างคุณูปการต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างมาก แต่ตอนนี้บรรพชนหมัวกลับจงใจปิดกั้นด้วยการม่านสื่อสารเพื่อป้องกันการรั่วไหล นี่แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง
แต่ผู้เฒ่าก็ตัดสินใจทำเช่นนั้น
“ฉู่โม่ว ไม่ใช่ว่าฉันต้องการปิดบังหรอกนะ”
“แต่ที่มาของสมบัตินี้น่าตกใจจริง ๆ หากข่าวของมันรั่วไหล เกรงว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดหรือแม้แต่กลุ่มสัมพันธมิตรดาวกันย์ทั้งหมดอาจจะถูกทำลายล้างจนสูญพันธุ์ก็เป็นได้!”
บรรพชนหมัวกล่าว
จากนั้นเขาก็ส่งข้อความส่วนตัวเพื่ออธิบาย “สมบัติชิ้นนี้…เป็นต้นไม้โลกาโบราณ!”
“อะไรนะครับ?!”
คำพูดนั้นดังราวกับเสียงฟ้าผ่า
แม้น้ำเสียงของบรรพชนหมัวจะไม่ดัง แต่ดวงตาของฉู่โม่วพลันเบิกกว้าง ม่านตาของเขาหดตัวลง ซึ่งเผยให้เห็นถึงความไม่เชื่อ
เขาไม่เคยคาดคิดว่ามันจะปรากฏขึ้น
สมบัติที่บรรพชนหมัวพูดถึงคือต้นไม้โลกาโบราณจริง ๆ!
แน่นอนว่าเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับต้นไม้นี้มาก่อน ซึ่งชื่อเสียงของมันโด่งดังมากในจักรวาล และต้องเป็นความบังเอิญเท่านั้นที่จะเกิดขึ้นได้โดยการผสมผสานระหว่างพลังกฎเกณฑ์และพลังงานความโกลาหล หากมันโตเต็มที่ ก็จะทำให้ดาวเคราะห์จำนวนนับไม่ถ้วนถือกำเนิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับดอกไม้หรือใบไม้ใบเดียวที่เปลี่ยนแปลงโลกได้
หากมันถูกย้ายไปยังตันเถียนของคนผู้หนึ่งก็จะสามารถมีพลังศักดิ์สิทธิ์ของโลกเป็นรากฐาน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าไม่สิ้นสุด
ในจักรวาลนั้น ความน่าจะเป็นที่ต้นไม้โลกาโบราณจะปรากฏนั้นน้อยมาก
ย้อนกลับไปในสมัยก่อน เขาเคยได้ยินเพียงสองข่าวที่ได้รับการยืนยันในกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์ แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นเพียงข่าวลือ
แต่ทั้งสองข่าวก็ทำให้เกิดการนองเลือดทุกครั้งเช่นกัน
ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน เมื่อต้นไม้โบราณปรากฏขึ้นในกลุ่มดาราจักรขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในจักรวาล แม้มันจะเป็นเพียงต้นกล้า แต่ก็ดึงดูดผู้แข็งแกร่งมากมายให้แย่งชิงจนกลายเป็นสงครามนองเลือด
เพื่อที่จะต่อสู้แย่งชิงมัน จักรพรรดิเทวะยุทธ์หลายสิบคนได้ต่อสู้กัน จนแม้แต่ผู้สูงสุดอย่างมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์จึงได้มาห้ามปรามด้วยตัวเองในที่สุด แต่ผลกระทบนั้นก็ได้ทำลายกลุ่มดาราจักรขนาดใหญ่ไปโดยสิ้นเชิง
ส่วนข่าวลือที่เกิดครั้งที่สองยิ่งใหญ่กว่านั้น
นั่นคือเมื่อสามล้านปีก่อน
ในทะเลดวงดาวแห่งหนึ่งซึ่งห่างไกลจากกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์ ได้ปรากฏต้นไม้โลกาโบราณอายุเต็มวัยขึ้น ในตอนแรกก็มีเพียงผู้ปลุกพลังหลายร้อยคนที่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเกิดการต่อสู้ขึ้น
จากนั้นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ได้ทราบข่าว เขาจึงฆ่าอัจฉริยะไปเกือบร้อยคน หลังจากนั้นก็มีการต่อสู้ระหว่างมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์
ซึ่งในตอนแรกมีเพียงไม่กี่คน แต่ต่อมาก็มีผู้สูงสุดอีกหลายคนเข้าร่วมการต่อสู้
จนในที่สุด มันก็กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่คร่าชีวิตของมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ไปมากกว่าห้าสิบคนเหนือต้นไม้ต้นนั้น
พวกเขาต่อสู้กันเป็นเวลาหลายปีและได้ทำลายกลุ่มดาราจักรขนาดใหญ่ไปมากกว่าสิบสองแห่ง ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนต้องพินาศ และแม้แต่มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ตายลงเช่นกัน
ในที่สุด สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดก็ปรากฏตัวขึ้น มันปราบปรามมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งหมด แล้วชิงเอาต้นไม้โลกาโบราณไป