ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1032 ปลูกต้นไม้
บทที่ 1032 ปลูกต้นไม้
“นี่คือต้นไม้โลกาโบราณงั้นเหรอ?”
เมื่อมองไปยังต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้า ฉู่โม่วก็รู้สึกสนอกสนใจผ่านสีหน้าอย่างชัดเจน และต้องการจะเข้าไปสำรวจ
เขาเดินตรงไปยังต้นไม้ใหญ่และดูมันอย่างละเอียด
แม้ว่าต้นไม้โลกาโบราณต้นนี้จะยิ่งใหญ่มาก แต่ก็ยังรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าต้นไม้ยักษ์นี้ยังอยู่ในวัยเด็ก มันมีกิ่งก้านไม่เยอะ มีเพียงลำต้นและกิ่งด้านข้างอีกสองสามกิ่งเท่านั้น ทว่าด้วยลำต้นที่หนานี้ มันน่าจะสูงอย่างน้อย ๆ ก็แสนกิโลเมตรเข้าไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิตที่ทรงพลังปะปนอยู่ในอากาศ ผสานไว้ด้วยพลังแห่งความโกลาหลกัดกินบรรยากาศโดยรอบ
ภาพมายามากมายปรากฏขึ้นรอบต้นไม้โบราณโลกต้นนี้ มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และแต่ละภาพเองก็เปี่ยมด้วยความลึกลับ
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาในร่างกาย ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย จิตวิญญาณก็เหมือนได้รับการชำระล้างและเกิดใหม่ จนรู้สึกสดชื่นไปทั่วทั้งร่างทีเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น ฉู่โม่วยังรู้สึกได้ถึงพลังโกลาหล ซึ่งช่วยพัฒนาระดับความเข้าใจของเขาให้ขึ้นไปยังระดับสูงได้ นอกจากนี้ยังช่วยเร่งความเร็วการครอบครองพลังแห่งกฎเกณฑ์ด้วย
“มีข่าวลือหนาหูมากว่าต้นไม้โลกาโบราณนั้นถือเป็นสมบัติที่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อโลกได้รวมเข้ากับความโกลาหล มันสามารถฉกฉวยโชคชะตาจากทั่วทั้งจักรวาลมาได้ เปิดเขตแดนลับแห่งใหม่ และขัดเกลาดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ รวมไปถึงประโยชน์ที่น่าอัศจรรย์อื่น ๆ อีกมากมาย”
“ยังไม่ต้องพูดถึงสิ่งเหล่านั้นตอนนี้ เพียงช่วยพัฒนาระดับความเข้าใจได้ก็นับว่าสุดยอดมากแล้ว!”
ฉู่โม่วประหลาดใจ
ขณะเดียวกันนั้น เขาก็ได้เข้าใจด้วยว่าทำไมต้นไม้โบราณนี้ถึงทำให้ราชันย์เทวะยุทธ์ จักรพรรดิเทวะยุทธ์หรือเหล่าคนที่อยู่สูงกว่านี้ต่างก็ต้องการมัน
นั่นคือต้นไม้โลกาโบราณนี้ หลังจากมันโตเต็มวัย ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ปลุกพลังเปิดตันเถียนและได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่รู้จุดจบได้ มันยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจของผู้ปลุกพลัง อย่างที่พวกเรารู้กันว่า หลังจากที่ผู้ปลุกพลังได้พัฒนาเข้าสู่พลังระดับเทพเข้า สิ่งที่ทำให้เขาพัฒนาข้ามขั้นได้ก็คือพลังแห่งกฎเกณฑ์
ความเข้าใจมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้พวกเขาเข้าใจพลังแห่งกฎเกณฑ์ได้
หากใครมีทักษะการเรียนรู้และเข้าใจที่ลึกล้ำ คนผู้นั้นย่อมเรียนรู้กฎเกณฑ์ได้ในระดับสูงขณะที่ใช้เวลาเพียงน้อยนิด แต่ถ้าหากคนคนนั้นเป็นผู้มีระดับการเรียนรู้และเข้าใจที่ค่อนข้างต่ำ ต่อให้ใช้เวลาร่วมหมื่นแสนปี มันก็ยากที่เขาจะพัฒนาขึ้นจากเดิม
นี่ยังไม่พูดถึงกระบวนการฝึก รวมถึงกระบวนการฝึกฝนแบบพิเศษที่ต้องใช้ความเข้าใจระดับสูง
เขาไม่ได้พูดเกินจริงไป ต่อให้คุณสมบัติอื่นของผู้ปลุกพลังจะไม่ได้สูงนัก ทว่าหากเขามีระดับความเข้าใจที่สูงจนน่าเหลือเชื่อ ก็ย่อมมีอนาคตที่ก้าวไกลมากกว่าคนอื่น ๆ
แต่หากไม่ได้เรื่องทั้งพลังและสติปัญญา อนาคตของพวกเขาล้วนดับวูบ
ในขั้นแห่งมนุษย์ เรื่องของคุณสมบัติที่พึงมีนั้นไม่ได้สำคัญ
ทว่าเมื่อเข้ามายังระดับเทพเจ้า สติปัญญาคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
“เพราะแบบนี้เองสินะ… ทั้งบรรพชนหมัวและคนอื่น ๆ ถึงไม่ได้เมินเฉยต่อความสำคัญของต้นไม้โลกาโบราณ ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังยอมที่จะยกต้นไม้นี่ให้ฉัน แสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้คุณค่าและเอ็นดูฉันกันขนาดไหน”
หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ได้ ฉู่โม่วก็รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของบรรพชนแห่งหมัวและคนอื่น ๆ มากขึ้น
ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากการฝึกฝนและการใส่ใจตนเอง!
เขาส่ายหน้า หลังขับไล่ความคิดอื่น ๆ ออกจากหัวแล้ว ฉู่โม่วก็เดินทางไปยังดาวดวงหนึ่งเพื่อปลูกมันขึ้นมา
ต้นไม้โลกาโบราณนั้นมีขนาดใหญ่มาก ๆ
ลำพังเพียงเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นก็กินเนื้อที่ไปกว่าร้อยกิโลเมตรแล้ว ตัวรากที่ขยายออกไปก็เกือบปกคลุมดาวเคราะห์ดวงหนึ่งได้ สำหรับผู้ปลุกพลังทั่วไป มันคงเป็นเรื่องยากในการเพาะปลูก แต่สำหรับฉู่โม่ว มันไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
“กระตุ้น!”
พลังปราณและเลือดลมเริ่มไหวเวียนในร่างกายอย่างบ้าคลั่ง รวมถึงพลังศักดิ์สิทธิ์อันแข็งแกร่งก็ระเบิดออกมาด้วย มันถอนรากถอนโคนของต้นไม้โลกาโบราณนี้ขึ้นมา และยัดใส่ลงไปในโลกในฝ่ามือโดยปราศจากการลังเลแม้แต่น้อย
ตึง!
ภายในโลกในฝ่ามือ
เผ่าเทพโบราณรวมถึงพวกเสี่ยวอู๋ต่างก็กำลังฝึกฝนไม่ก็กำลังเล่นอยู่ ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นกับโลกทั้งใบ ทั้งยังรู้สึกเหมือนว่าดวงตาของพวกตนกำลังมืดลงโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
เมื่อพวกเขาแหงนหน้ามอง… ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นต้นไม้โบราณขนาดใหญ่กำลังดิ่งลงมาจากบนฟ้า! มันเกือบจะปกคลุมนภาทั้งหมด ด้วยลำต้นที่สูงกว่าแสนกิโลเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางกว้างร่วมร้อยกิโลเมตร พุ่มไม้บนต้นหนาทึบและกว้างใหญ่ ยามที่มันตั้งตระหง่านอยู่ในโลกฝ่ามือ ไม่ได้แตกต่างกับพฤกษาสวรรค์แต่อย่างใด
ทุกชีวิตล้วนงุนงงและตกตะลึง
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ที่อาศัยอยู่ในโลกในฝ่ามือไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน พวกเขาล้วนสั่นไปทั่วตัว บ้างก็วิ่งหนีด้วยความกลัวหรือไม่ก็หมอบลงกับดินแสดงความหวาดผวาออกมา
ส่วนกลุ่มของเผ่าเทพโบราณก็เบิกตากว้าง ณ ขณะนั้น สีหน้าของพวกเขาแสดงความเหลือเชื่อออกมา
“น…นั่นมัน จริงหรือนี่…”
“ต้นไม้โลกาโบราณ!”
“ท่านฉู่สามารถหาต้นอ่อนของต้นไม้โลกาโบราณได้แล้วย้ายเข้ามาปลูกในโลกใบนี้งั้นเหรอ!?”
“เฮือก!”
“ไม่ใช่ว่ามีข่าวลือเรื่องต้นไม้โลกาโบราณหายสาบสูญไปหรือยังไงกัน?”
“สมเป็นท่านจริง ๆ เขาค้นพบสมบัติที่หาได้ยากท่ามกลางข่าวลือที่ว่ามันหายสาบสูญไปแล้วได้ด้วย!”
“เหลือเชื่อ!”
เหล่าผู้ปลุกพลังจากเผ่าเทพโบราณดูหวาดผวา
ส่วนคนอื่น ๆ อย่างเสี่ยวอู๋และอาไต๋ต่างก็ตกตะลึงจนต้องยืนขึ้น และพูดอะไรไม่ออกอยู่พักใหญ่
หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน
ทุกตนก็เริ่มได้สติกลับมา
“นายท่าน! นายท่าน! นั่นมันอะไรกัน!”
อาไต๋บินมาตรงหน้าฉู่โม่วแล้วถามด้วยความตกใจ “นี่มันต้นอะไรกัน มันใหญ่กว่าดาวบางดวงอีกนะเนี่ย!”
“นี่คือต้นไม้โลกาโบราณ มันจะฝังรากลึกลงไปในดาวดวงหนึ่ง ถือเป็นสมบัติแห่งจักรวาลที่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อโลกใบหนึ่งผสานรวมเข้ากับความยุ่งเหยิง”
ฉู่โม่วอธิบาย “ฉันจะปลูกสิ่งนี้ไว้ที่นี่ ส่วนเธอต้องคอยดูแลมันให้ดีในอนาคต”
“ไม่ต้องห่วงนายท่าน ฉันจะจับตาคอยดูแลมันให้ดี!”
อาไต๋ให้สัญญาอย่างบริสุทธิ์ใจ
ทว่าแววตาของเธอกำลังจับจ้องไปยังมงกุฎของต้นไม้ต้นนี้ ในขณะเดียวกันก็คิดว่าท่ามกลางพุ่มด้านบนขนาดใหญ่ของมันนั้น น่าจะสามารถใช้เป็นรังของเธอได้ เธอจะต้องสร้างรังนกที่หรูหราที่สุดออกมาได้อย่างแน่นอน!
ทว่าหลังจากครุ่นคิดเรื่องที่จะสร้างรังบนต้นไม้ต้นนี้อยู่พักหนึ่ง
เธอก็พบว่าพุ่มไม้ด้านบนนั้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่เธอจะเห็นทั้งหมดผ่านสายตาของตัวเอง และสิ่งนี้ทำให้เธออดกระวนกระวายใจไม่ได้
เสี่ยวอู๋ที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้หันมองต้นไม้นั้นมากนัก เขาเพียงพูดตามสิ่งที่คิด “นายท่าน ต้นไม้โลกาโบราณนี้ไม่ปกติเอาเสียเลย… ผมสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความโกลาหล… แต่ก็ค่อนข้างคุ้นเคย”
“โอ๊ะ?”
ฉู่โม่วชะงักแล้วถาม “นายรู้สึกอะไรอีก?”
“ตอนนี้ยังไม่รู้ครับ” เสี่ยวอู๋ส่ายหน้าแล้วพูด “แต่ถ้าได้ลองคิดดูดี ๆ ผมอาจจะพอคิดออก”
อสูรตนนี้ได้รับการฝึกฝน รวมถึงเรียนรู้วิธีการต่อสู้และสังหารผ่านสายเลือดที่สืบทอดมา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็เข้าใจทันทีว่า สายเลือดของเสี่ยวอู๋น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับต้นไม้โลกาโบราณนี้แน่ ๆ
เขาพยักหน้าแล้วพูด “ไม่ต้องรีบร้อนไปนัก ค่อย ๆ คิดก็ได้”
“เข้าใจแล้วครับ”
เสี่ยวอู๋พยักหน้า
ระหว่างที่เขากำลังพูด ฉู่โม่วก็เดินหาสถานที่ซึ่งเหมาะสมในการนำต้นไม้ต้นยักษ์นี้เพื่อเพาะปลูกด้วย และปลายทางนั้นก็คือ หุบเขาขนาดใหญ่พิเศษที่มีทะเลทรายตั้งอยู่ ถึงแม้มันจะดูเหมือนทะเลทราย แต่ใต้ดินนั้นกลับมีสิ่งมากมายหลับใหลอยู่ หนึ่งในนั้นคือแร่ธาตุที่น่าเกรงขามมาก
การปลูกต้นไม้โลกาโบราณนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้อณูแห่งชีวิตไม่พอใช้ ยังทำให้การเติบโตของสภาพแวดล้อมรอบข้างช้าลงด้วย
ตึง!
ทันทีที่ต้นไม้ใหญ่นี้ถูกปลูกลงดิน รากไม้ของมันก็เริ่มกลืนกินทะเลทรายขนาดใหญ่นี้ในพริบตา