ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1044 จับตามองพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์นาคา!
บทที่ 1044 จับตามองพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์นาคา!
ด้วยการพุ่งเพียงครั้งเดียว ฉู่โม่วมุ่งหน้าไปยังดอกไม้ พร้อมกันนั้นก็เด็ดมันขึ้นมาโดยปราศจากการลังเล
ฟุ่บ!
หลังเก็บสมบัติลงโลกในฝ่ามือแล้ว ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างพึงพอใจ
อีกฝั่งหนึ่ง กลิ่นอายของสามจักรพรรดิเทวะยุทธ์แห่งพันธมิตรสวรรค์ก็อ่อนแอลงมากแล้ว จนพร้อมที่จะร่วงลงไปกองได้ทุกเมื่อ ในขณะที่เผ่าพันธุ์นาคาทั้งสองตนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่าตอนนั้นเอง เมื่อหนึ่งในเผ่าพันธุ์นาคาเหลือบมองไปยังสถานที่เก็บสมบัติ ท่าทางที่ดูผ่อนคลายพลันเปลี่ยนแปลงไป
“ไม่ดีแล้ว!”
“สมบัติหายไป!”
ดวงตาของเผ่าพันธุ์นาคาขยายกว้าง เผยท่าทีที่เหลือเชื่อ เขาก็ตระหนักได้ในชั่วพริบตาว่ามีใครบางคนย่องเข้ามาในนี้ “ใคร! ใครมันบังอาจมาชิงเอาสมบัติของพวกข้าไป ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
เขาตะโกนก้อง จนส่งเกิดคลื่นเสียงกระจายออกไปไกล
ฉู่โม่วผู้หยิบสมบัติที่ว่าไปแล้ว เมื่อเผชิญหน้าเข้ากับคลื่นเสียง เขาก็เลิกหลบซ่อนตัวเลยเผยร่างต่อหน้าเผ่าพันธุ์นาคา
“แกเองงั้นเหรอ!”
“เป็นแค่ไอ้หน้าละอ่อน แต่ยังคิดจะมาแย่งสมบัติของพวกข้าไป รนหาที่ตายแท้!”
เผ่าพันธุ์นาคาที่เป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับต้นโกรธมาก
เขาไม่คาดคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
ไม่คาดคิดว่าไอ้หนุ่มหน้าละอ่อนนี่จะบ้าดีเดือดขนาดนี้!
ทั้ง ๆ ที่เป็นเพียงเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่กล้าแกว่งเท้าหาเสี้ยนโดยการเผชิญหน้ากับเขาเช่นนี้นับว่ากล้ามาก!
“ตายซะ!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์พ่นหมอกพิษออกจากปากใส่ฉู่โม่ว
ในความคิดเขา มนุษย์ตัวจ้อยเช่นนี้ แค่หมอกพิษก็เพียงพอแล้ว
ทว่า
เคร้ง!
เสียงของกระบี่ยาวถูกชักออกจากฝัก เกิดแสงเปล่งประกายไปทั่วบริเวณซึ่งขจัดหมอกพิษได้จนหมด ไม่เพียงเท่านั้น ปราณกระบี่ยังพุ่งเข้าใส่เผ่าพันธุ์นาคาตนนี้ด้วย
“หือ?”
คู่กรณีส่งเสียงประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คาดคิดว่าหมอกพิษของตนจะถูกจักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์มนุษย์ขัดขวางได้ขนาดนี้? ที่แท้คนที่เข้ามาช่วงชิงสมบัติของพวกฉันไปก็เป็นอัจฉริยะยอดฝีมือเองงั้นเหรอ!
“แต่…”
“ต่อให้แกจะเป็นยอดฝีมืออัจฉริยะขนาดไหน ด้วยความห่างระหว่างขั้นที่ราวกับฟ้ากับเหว แกก็ยังเทียบฉันไม่ได้อยู่ดี!”
น้ำเสียงที่ท้ายประโยคนั้นของเผ่าพันธุ์นาคาเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น
ส่วนหัวที่เป็นงูของเขานั้นยกสูง พร้อมกันนั้นก็เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์อันแรงกล้าออกจากดวงตาทั้งสองข้างพุ่งเข้าใส่ฉู่โม่ว
ไม่ว่าลำแสงนี้จะผ่านไปจุดไหน
บริเวณนั้นก็จะเย็นเยียบ ราวกับว่าถูกพลังบางอย่างแช่แข็ง ก่อนจะเกิดรอยร้าวและแตกสลายไป
นี่ถือเป็นพรสวรรค์ทางสายเลือดของเผ่าพันธุ์นาคา มันแข็งแกร่งพอที่จะทำลายสิ่งมีชีวิตในชั่วพริบตา มันเป็นพลังที่สืบทอดกันมาเนิ่นนาน และยังคงไร้เทียมทานมาจนถึงตอนนี้
ในฐานะที่เป็นพลังเก่าแก่แห่งจักรวาล ‘ลมหายใจบรรพกาล’ จึงสามารถเปลี่ยนสรรพสิ่งให้กลับสู่จุดเริ่มต้นที่แท้จริงได้
และเมื่อสิ่งนั้นกลับสู่จุดเริ่มต้น ธรรมชาติจะทำลายมันทิ้งด้วยตนเอง
เพราะงั้นแล้ว สมาชิกเผ่าพันธู์เผ่าพันธุ์นาคาทุกคน แม้ว่าจะไม่ได้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน แต่ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรู พวกเขาแทบจะไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใครเลย
สิ่งนี้เองเป็นตำนานเล่าขานให้คนทั่วทั้งจักรวาลสั่นกลัว!
ตู้ม!
ลำแสงศักดิ์สิทธิ์นั้นพุ่งเข้าไปใส่ฉู่โม่ว
ในวินาทีสำคัญนั้น
ฉัวะ!
เสียงอากาศที่ถูกตัดอย่างเฉียบคมดังขึ้น ราวกับกระบี่เปล่งเสียงนี้ออกมา ฉู่โม่วฟาดฟันขึ้นไปบนฟากฟ้าบังเกิดเป็นกระบี่สวรรค์ต้าหลัว เปล่งแสงสีทองสว่างไสวผสานด้วยกลิ่นอายแห่งความโกลาหลก่อนจะพุ่งเข้าจู่โจมใส่แสงศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว
พลังทั้งสองเข้าปะทะกัน
ลำแสงกระบี่ของฉู่โม่วถูกขจัดและกลับสู่สภาพเดิมทันที เหลือเพียงแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ถูกลดพลังลงมาและยังคงพุ่งเข้าใส่ฉู่โม่วดังเดิม
‘พรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์นาคานี่ช่างน่าประทับใจจริง ๆ!’
‘ดูเหมือนว่าถ้ากำจัดแกสองตัวนี้ได้ ฉันคงต้องกลืนกินพรสวรรค์สักหน่อยแล้วละ!’
หลังจากสิ่งนี้ผุดขึ้นมาในหัวของฉู่โม่ว เขาก็เริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว
ภาพมายาของอีกาทองคำระเบิดออกมาจากร่าง มันบินลงมาอยู่ด้านหลัง จากนั้นก็กลายเป็นละอองแสงแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย
ด้วยภาพมายานี้เอง กลิ่นอายจากร่างของฉู่โม่วก็เพิ่มขึ้นทันควัน เช่นเดียวกันกับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่กล้าแกร่งก็ขยายออกราวกับเป็นกลิ่นควันอันรุนแรง เปลวเพลิงนิรันดร์พร้อมสายลมแกร่งพัดกระจายไปทั่วจนปกคลุมผืนฟ้าทั้งหมด
เมื่อมองจากระยะไกล สถานที่แห่งนี้ดูจะกลายเป็นทะเลเพลิงไปแล้ว
เคร้ง!
ระฆังโกลาหลแห่งมหาจักรพรรดิบูรพาดังกังวาน
สรรพสิ่งในระยะนั้นล้วนหยุดนิ่งกลางอากาศทันควัน
แม้แต่ลำแสงศักดิ์สิทธิ์โบราณนั่นก็ไม่มีข้อยกเว้น
“ป…เป็นไปได้ยังไงกัน!”
ดวงตาที่เป็นเส้นตรงของเผ่าพันธุ์นาคาเบิกกว้างอีกครั้ง เผยท่าทีเหลือเชื่อออกมา
มันตกใจมาก
ทันทีที่แสงศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมนี้ถูกปลดปล่อยออกมา มันยากมากที่จะถูกต้านทานไว้ได้ ขนาดยุทธภัณฑ์ระดับสูงก็ยังต้านไว้ได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น ทว่าตอนนี้… ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่น่าภาคภูมิใจกลับถูกหยุดนิ่งได้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ!
เขาไม่มีเวลามาให้ครุ่นคิดและตกใจมากนัก
เพราะฉู่โม่วที่รอโอกาสนี้ได้โจมตีโต้กลับมาด้วยกระบี่เสียแล้ว
คมกระบี่อันไร้ที่ติคำราม กลิ่นอายซึ่งเหี้ยมโหดแผ่ซ่านและกัดกินร่างของเผ่าพันธุ์นาคาจนแกตัวสั่นไปด้วยความกลัว
“หมอนี่เป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถึงมีปราณกระบี่ที่น่ากลัวขนาดนี้!?”
พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของผู้ปลุกพลังคนนี้เหนือกว่าระดับขั้นของผู้ใช้มาก ทำให้เผ่าพันธุ์นาคารู้สึกกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ
ตลอดมา จักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่านาคากลบฝังความอ่อนแอและความกลัวไว้ด้วยความแข็งแกร่ง
ยามใดก็ตามที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้อ่อนแอ เขาจะหยิ่งผยอง แต่เมื่อพบกับใครที่แข็งแกร่งกว่า เขาจะรีบหนีไป
และสถานการณ์ที่พลิกกลับไปมาตอนนี้ ทำให้เขาต้องการจะหนีหายไปให้เร็วที่สุด
แต่…
สมบัติที่อยู่ในมืออีกฝ่ายนั้น ทำให้เจ้าตัวรู้สึกลังเลที่จะหนี
‘ใช่แล้ว!’
‘ถึงแม้สมบัติจะสำคัญ แต่ชีวิตข้ามีเพียงหนึ่งเดียว!’
‘ผู้อาวุโสของเผ่าพันธุ์ก็พูดอยู่บ่อย ๆ ว่า หากทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็ให้รีบหนีโดยเร็วที่สุด ไม่งั้นปัญหาจะเข้ามาถึงตัวเองได้!’
คำสอนนี้ระลึกขึ้นมาได้ในตอนนั้น เผ่าพันธุ์นาคาที่เป็นถึงจักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับกลางก็รีบตัดสินใจ เขาไม่คิดจะสู้กับฉู่โม่วต่อแล้วรีบตะโกนออกมา “ศัตรูแข็งแกร่งมาก รีบถอยกลับก่อนเร็ว!”
ก่อนที่เขาจะหนีไป เขาก็ไม่ลืมที่จะย้ำเตือนเพื่อนพ้องที่มาด้วยกัน
เผ่าพันธุ์นาคาอีกตนหนึ่งเองก็ไม่ได้สนใจที่จะไล่สังหารสามจักรพรรดิเทวะยุทธ์แห่งพันธมิตรสวรรค์ที่กำลังจะตายแต่อย่างใด เขาละทิ้งสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ แล้วกลายสภาพเป็นลำแสงหลบหนีไป
“คิดว่าจะปล่อยให้หนีได้เหรอ!”
ฉู่โม่วจับตามองเผ่าพันธุ์นาคาเหล่านี้ตลอด เขาพยายามแกะดูพรสวรรค์ของอีกฝ่ายจนไม่คิดจะปล่อยให้หนีรอดไปได้เช่นนี้
การไล่ล่าเกิดขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายกลายเป็นลำแสง
ชายหนุ่มฟาดฟันกระบี่เป็นแนวนอน สะบั้นเข้าใส่ร่างของเผ่าพันธุ์นาคาตนหนึ่ง
มันมีแค่เสียง ‘ฉัวะ!’ ดังขึ้น ตามมาด้วยรอยแผลเหวอะที่น่าขยะแขยงบนร่างของเป้าหมาย พร้อมกันนั้นเอง ก็มีเสียงกระอักเลือดมากมาย
ความเจ็บปวดที่รุนแรงนี้ทำให้จักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์นาคากรีดร้องออกมา
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ พวกเราผิดไปแล้ว ตอนนี้ท่านก็ได้สมบัติไปแล้ว ทำไมถึงมาไล่สังหารพวกเราอีกล่ะ?”
เผ่าพันธุ์นาคากล่าวถามขึ้นด้วยความกลัว
ฉู่โม่วไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงสะบัดกระบี่ในมือด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า
“แกอยากจะฆ่าฉันให้ได้สินะ!”
“ในเมื่อแกไม่อยากให้ฉันรอด งั้นก็อย่ามาหาว่าฉันไม่ปรานีแล้วกัน!”
แม้จะบาดเจ็บ แต่เผ่าพันธุ์นาคาก็ยังสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของฉู่โม่ว พวกมันล้มเลิกความคิดที่จะหนีไปแล้วเตรียมตัวสู้กับอีกฝ่ายจนตัวตายแทน
ในขณะเดียวกันนั้น
เผ่าพันธุ์นาคาอีกตนหนึ่งก็เกิดความลังเล
เขาลังเลระหว่างการดิ้นรนสู้กับฉู่โม่ว หรือก็ใช้โอกาสนี้ในการหนีไปแทน