ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1045 สังหารเผ่าพันธุ์นาคา!
บทที่ 1045 สังหารเผ่าพันธุ์นาคา!
“มัวลังเลอะไรอยู่เล่า หากฉันตาย เจ้านั่นก็ไม่ปล่อยให้นายหนีไปได้หรอกนะ!”
เมื่อมองไปยังคู่หูที่ยังคงลังเล ชาวนาคาที่กำลังเข้าต่อสู้ก็รีบตะโกนด้วยความโกรธ เพราะเขารู้ดีว่าตนเองไม่สามารถหนีไปได้อีกแล้ว แล้วก็สู้คนเดียวคงไม่มีทางรอดแน่ ดังนั้นเขาจึงต้องการจะให้คู่หูอยู่ที่นี่ด้วย อย่างน้อย ๆ มีสองตนก็ยังอาจจะมีโอกาสรอดได้บ้าง
ได้ยินเช่นนั้น ชาวนาคาที่กำลังลังเลก็ตัดสินใจแน่วแน่
เขาเหลือบมองคู่หูที่หมายจะเข้าสู้แลกชีวิตด้วยสายตาเวทนา ก่อนหันหลังกลับ และไม่ลังเลที่จะหลบหนีไป
“แก…”
ครั้นเห็นเช่นนั้น นาคาอีกตนพลันบันดาลโทสะและต้องการจะก่นด่าสาปแช่ง ทว่าฉู่โม่วก็ปลดปล่อยการโจมตีออกมาอีกครั้ง จนไม่มีโอกาสได้พูด
ครืน!
ปราณกระบี่สีแดงพุ่งผ่านฟ้า และเมื่อดิ่งลงมา ภาพลวงตาก็ปรากฏขึ้นกลางนภา
ฉัวะ!
เสียงชิ้นเนื้อถูกฟาดฟันดังขึ้น ชาวนาคาที่ถูกโจมตีไปก่อนหน้านี้ได้รับบาดแผลอุกฉกรรจ์บนร่างอีกครั้ง จนเลือดสาดกระเซ็น โดยเฉพาะพลังแห่งความโกลาหลที่แฝงมากับปราณกระบี่ ได้ระเบิดต่อภายในร่างกายของเขา
แม้แต่ผลแห่งวิถียังเกิดรอยร้าว
ไม่นานนัก ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วทั้งร่าง ก็ทำให้นาคาตนนี้รู้สึกอนาถใจ
“ไม่ อย่าฆ่าฉันเลย…”
ภายใต้เงามรณะที่คืบคลานเข้ามา ความกล้าก่อนหน้านี้ได้หายวับไปหมดแล้ว ท่าทีของเขาดูหวาดกลัวมาก ๆ เสียงที่อ้อนวอนขอความเมตตาดังขึ้น “ได้โปรด อย่าฆ่าฉัน… ฉันเป็นเผ่าพันธุ์นาคา หากแกฆ่าฉัน บรรพชนของเผ่าพันธุ์ฉันจะต้องไม่ปล่อยแกไว้แน่ ๆ!”
“จะตายแล้วยังพูดไม่เข้าเรื่องอีกนะ”
ฉู่โม่วแสยะยิ้มแล้วฟันกระบี่ซ้ำลงมา ปราณกระบี่ส่องสว่างเกินกว่าจะจินตนาการได้ และวินาทีนั้นปรากฏการณ์ประหลาดก็สว่างไสวไปทั่วทั้งจักรวาล
สิ้นเสียงฟุ่บ คลื่นพลังขนาดใหญ่ก็ถูกส่งขึ้นไปบนฟ้า ผสานกับหยาดเลือดศัตรูก่อนตกลงมาบนพื้นดิน
ทว่าก่อนที่ร่างนั้นจะได้ร่วงหล่น ชายหนุ่มก็ยังฟาดฟันซ้ำอีกครั้ง
กระบี่นี้ไม่ได้เชือดเฉือนเข้าชิ้นเนื้อแต่อย่างใด ทว่าเป็นพลังแห่งวิถีต่างหาก
ลึกเข้าไปในร่างกาย เสียง ‘แกร๊ก’ ดังขึ้นชัดเจน มีบางอย่างถูกตัดขาดสะบั้นไปพร้อมกับเกียรติยศของเผ่าพันธุ์นาคา ด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยวและอนาถใจ ความเสียใจแจ่มชัดราวกับว่าเจ้าของร่างได้ตายไปแล้ว แม้ภายในใจจะต้องการหลบหนีจากฉู่โม่วขนาดไหนก็ตาม
เมื่อครู่นี้ ผลแห่งวิถีของเขาถูกทำลาย!
ตอนนี้เหลือเพียงจิตวิญญาณปฐมกาลเท่านั้นที่พอจะมีโอกาสหนีได้
“ข้าอยากจะหนี…”
ฉู่โม่วไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายทำเช่นนั้นได้ ปราณกระบี่แผลงฤทธิ์อีกครั้ง และคราวนี้ก็เป็นคราวของจิตวิญญาณปฐมกาลของนาคาตนนั้นที่ถูกตัดขาด กลายเป็นดวงแสงระยิบระยับและหายไปจักรวาล
การต่อสู้นี้ถือว่าเผ่าพันธุ์นาคาพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์!
แต่สงครามนี้ยังไม่จบ
ฉู่โม่วหันมองทิศทางที่นาคาอีกตนหลบหนี เขาจัดการกับศพของศัตรูแล้วรีบไล่ตามไปทันที
…
‘หนี ต้องหนีให้ได้ หนีให้เร็วที่สุด!’
‘เจ้านั่นมันแข็งแกร่งเกินไป นั่นไม่ใช่พลังของจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้ว!’
‘หรือว่ามันจะเป็นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่ถูกส่งมาจากพันธมิตรเทพสวรรค์? ถ้าเป็นแบบนั้น หลังหลบหนีไปได้ ข้าจะฟ้องพันธมิตรเทพสวรรค์ให้หมด! จะให้เผ่าพันธุ์ของข้า เผ่าพันธุ์สุญญะแล้วก็เผ่าพันธุ์เทพอัสนีสอบสวนอย่างละเอียดด้วย!’
ภายในดาราจักรกว้างใหญ่ นาคาตนนั้นกำลังครุ่นคิดขณะบินหนีอย่างรวดเร็ว
ฉู่โม่วแสดงความแข็งแกร่งออกมาได้น่ากลัวเกินไป
มันเกือบจะเทียบเท่าได้กับพลังสูงสุดของมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้ว และในความคิดของเขา คน8oนี้น่าจะเป็นระดับมหาจักรพรรดิเทะยุทธ์ปลอมตัวมาไม่ผิดแน่ นี่มันเป็นการละเมิดข้อบังคับอย่างชัดเจน!
เขาลอบคิดแผนการที่จะทำต่อหลังจากหลบหนีไปได้แล้ว
ด้วยความเร็วในการเคลื่อนที่ซึ่งไม่ใช่น้อย ๆ รวมถึงยังใช้วิชาลับช่วยอีก
อย่างไรเสีย ไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน ไม่เช่นนั้น หากตกอยู่ในมือของอีกฝ่าย ชีวิตของเขาก็จบเห่!
ครืน!
ในวินาทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา เขาก็ได้ยินเสียงของอากาศคำรามก้องตามหลังมา เมื่อหันกลับไป สติทั้งหมดก็แทบหลุดกระเจิง
ที่ด้านหลังนั้น สายฟ้านับไม่ถ้วนกำลังกู่ร้องคำราม โลดแล่นไปทั่วราวกับเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง
ความเร็วของมันนั้นทำเอาเขาเสียวสันหลังวาบ
ถึงแม้ระยะห่างระหว่างผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์นาคาและพายุสายฟ้านั้นจะห่างกันพอสมควร แต่เมื่อมองจากความเร็ว เกรงว่าอีกไม่นานมันน่าจะมาถึงตัวเขาแน่ ๆ
“ทำไมหายนะของฉันมาถึงเร็วอย่างนี้!?”
“อย่าบอกนะว่าคู่หูของฉันถูกกำจัดไปแล้ว!”
นาคาตนนี้ที่กำลังอ้ำอึ้งนี้เป็นถึงจักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับกลางเลยนะ! กระนั้นความกลัวที่ผุดขึ้นมาในใจกลับไม่ลดลงเลย เขาไม่กล้าลังเลแล้วปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์จากทั่วทั้งร่างออกไป
แต่ถึงอย่างนั้น ระยะห่างระหว่างเขากับอีกฝ่ายก็ยังคงไม่กว้างมาก หนำซ้ำยังค่อย ๆ ลดลงมาเรื่อย ๆ
ท้ายที่สุด
ชิ้ง!
เสียงของกระบี่ดังสะท้านจักรวาล ปราณกระบี่สีแดงก็พุ่งผ่านอวกาศมาจากระยะไกล ความคมของมันก็ทำให้ห้วงมิติทั้งหลายแตกร้าวและสลายไปเป็นทางยาวระหว่างทางมาถึงตัวเป้าหมาย
หัวใจของนาคาตนนี้สัมผัสได้ถึงหายนะที่กำลังเข้ามาใกล้ บางทีมันอาจเป็นหายนะระดับชีวิตเลยก็ได้
“ไม่ดีแล้ว!”
เขาไม่กล้าหลบหนีต่อ
เพราะวัดเอาจากความเร็วของปราณกระบี่นี้ เขาไม่มีทางหลบมันได้แน่นอน
ดังนั้นผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์นาคาทำได้เพียงโต้กลับไป
นัยน์ตาเบิกกว้าง พร้อมปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา หลอมรวมพลังเป็นลำแสงแล้วพุ่งใส่ปราณกระบี่ เมื่อพลังทั้งสองปะทะกัน ปราณกระบี่ก็สลายหายไป เหลือเพียงแสงศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมที่ยังคงทรงพลังอยู่
เคร้ง!
วินาทีถัดมา
เสียงที่คล้ายกับมาจากสวรรค์ดังกังวานไปทั่วห้วงมิติ พร้อมกันนั้น ปราณกระบี่นับไม่ถ้วนก็พุ่งออกมาจากรอบด้านอย่างไร้ที่สิ้นสุด ควบคู่ไปกับแรงสั่นสะเทือนของสายฟ้าฟาด พลังของมันยิ่งใหญ่ดุจอัสนีสวรรค์
ครืน!
เปรี้ยง!
สายฟ้าและปราณกระบี่สะบั้นลงมาพร้อม ๆ กัน ทำให้เกิดแสงสว่างจ้าออกมาจากร่างของเผ่าพันธุ์นาคา ปราณกระบี่นับไม่ถ้วนระเบิดออกมาและตัดขาดห้วงมิติให้กลายเป็นชิ้นเล็ก ๆ
คลื่นสั่นสะเทือนแห่งมิติในกายหลั่งไหลออกไป แต่มันก็สลายไปในทันทีเช่นกัน
ดาราจักรนี้แทบคงสภาพไม่ได้อีกแล้ว ทุกพลังแห่งกฎเกณฑ์เองก็ถูกลบเลือนจนหมด
“แค่ก…”
เผ่าพันธุ์นาคาพลิกหน้าขึ้น ทั่วทั้งร่างของเขามีเลือดหลั่งออกมามากมาย รวมถึงมีท่าทางที่อ่อนล้าไร้พลัง ผลแห่งวิถีเองก็บอบช้ำ หัวงูขนาดใหญ่พยายามขยับเขยื้อน หลังจากพ่นเลือดที่กบปากออกมาแล้ว เขาก็จับจ้องไปยังฉู่โม่วด้วยแววตาล้ำลึก “พลังของแกเหนือกว่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั่วไปมาก เห็นได้ชัดว่าแกน่ะเป็นรองแค่มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับสูง …แกเป็นใครกันแน่!?”
ฉู่โม่วไม่ได้ต้องการจะตอบ ทั่วทั้งร่างของเขาพลันมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่าน พลังที่แผ่ซ่านออกมาทำให้เขาดูเหมือนเทพเจ้าสายฟ้าโบราณก็มิปาน สายฟ้าที่กระหน่ำลงมาอยู่ตลอด มีหลายครั้งที่ดูจะอยากฟาดผ่าร่างของนาคาตนนั้นให้แตกสลายเป็นผงละออง
“ฉันคือความภาคภูมิใจของเผ่าพันธุ์นาคานะ! มีเหตุผลมากมายที่จะรักษาชีวิตฉันไว้ ถึงจะใช้กับแกไม่ได้ แต่หากแกสังหารฉัน บรรพบุรุษของฉันจะต้องรับรู้แล้วตามตัวแกได้แน่ ๆ!”
“ในฐานะที่แกเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์แห่งพันธมิตรเทพสวรรค์ แกควรจะข่มพลังของตัวเองไว้เพื่อไม่ให้ละเมิดกฎข้อบังคับ หากแกฆ่าฉัน แกจะต้องรับผลกรรมที่ก่อ… แทนที่จะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับปัญหาในอนาคต สู้แกปล่อยฉันไปไม่ดีกว่าหรือไง?”
“ถ้าทำแบบนั้น พวกเราจะถือว่าไม่เคยมีปัญหาต่อกัน ฉันจะไม่เปิดเผยตัวตนของแก ถ้าแกไม่เชื่อ ให้สาบานเลยก็ได้!”