ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1048 ความคิดอันบ้าคลั่ง
บทที่ 1048 ความคิดอันบ้าคลั่ง
‘สัตว์อสูรร้ายเหล่านี้ล้วนมีสติปัญญางั้นเหรอ?’
ฉู่โม่วตกตะลึง
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะนึกถึงดวงตาของสัตว์อสูรชั่วร้ายที่จ้องมองก่อนที่เขาจะตาย และความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัว
‘ไม่ ไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรเหล่านี้มีสติปัญญา แต่พวกมัน… ไม่ใช่สัตว์อสูรชั่วร้ายตั้งแต่แรกต่างหาก’
เมื่อคิดได้แบบนั้น
ทันใดนั้น แววตาของชายหนุ่มก็กลายเป็นแข็งทื่อ และเกิดเป็นความวุ่นวายขึ้นในใจ
หากการคาดเดานี้เป็นเรื่องจริง…
นั่นหมายความว่าสถานที่แห่งนี้อาจจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด!
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของชายหนุ่มเท่านั้น และยังต้องพิจารณาสถานการณ์บางอย่างเพิ่มเติม แต่เขาก็เริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้นเช่นกัน
ขณะที่คิดถึงความเป็นไปได้เหล่านี้
ผู้ปลุกพลังที่อยู่รอบข้างก็กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรชั่วร้ายเช่นกัน
มีจำนวนสัตว์อสูรมากกว่าสิบตัว ซึ่งความแข็งแกร่งของพวกมันโดยพื้นฐานแล้วเทียบได้กับระดับสูงสุดราชันย์เทวะยุทธ์ หรือระดับต้นของจักรพรรดิเทวะยุทธ์เท่านั้น
ดังนั้นผู้แข็งแกร่งจากกองกำลังต่าง ๆ เหล่านี้จึงมีปัญหาในการรับมืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามมากนัก
สัตว์อสูรร้ายเหล่านี้จึงค่อย ๆ เสียเปรียบและถูกฆ่าทีละตัวในชั่วพริบตา ใช้เวลาไม่นาน พวกมันก็ถูกกวาดล้างจนหมด
“สัตว์อสูรร้ายถูกกำจัดหมดแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว!”
“เส้นทางลับสวรรค์อมตะมีสมบัติเหลือทิ้งไว้มากมาย!”
“ว่ากันว่าครั้งที่แล้วมีสมบัติระดับสุดยอดปรากฏขึ้น ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะปรากฏอีกหรือไม่?!”
“ฉันไม่อยากได้สมบัติระดับสุดยอดอะไรนั้นหรอก ขอแค่มอบอัญมณีแก่นโกลาหลให้ฉันก็พอ!”
“นายนี่โลภมากจริง ๆ ไม่รู้เหรอว่าอัญมณีแก่นโกลาหลมีค่ามากกว่าสมบัติระดับสุดยอดเสียอีก!”
“แค่ล้อเล่นน่ะ คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงเหรอ?”
ผู้ปลุกพลังแต่ละคนเริ่มพูดคุยกัน พร้อมกับจับจ้องไปยังเส้นทางอมตะสู่สวรรค์ด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม
ครืน!
เพียงไม่นาน
ทันใดนั้น ระลอกคลื่นก็ปรากฏเหนือเส้นทางอมตะสู่สวรรค์ และในไม่ช้า วัตถุที่มีแสงศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ก็ปรากฏออกมาเหนือความว่างเปล่า
“มาแล้ว มันกำลังจะปรากฏแล้ว!”
“สมบัติสวรรค์กำลังจะออกมาแล้ว!”
เมื่อเห็นกลุ่มแสงเหล่านี้ ผู้ปลุกพลังทุกคนก็แสดงท่าทีตื่นเต้นทันที
ฉู่โม่วก็มองมันอย่างสนใจเช่นกัน
นอกจากนี้เขาก็ยังมีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสวรรค์เบื้องบนว่าเป็นสถานที่ลึกลับแบบไหน? เหตุใดจึงยังติดต่อสื่อสาร ตอบรับคำวิงวอน และมอบสมบัติให้อยู่เสมอเช่นนี้
ตามประวัติศาสตร์ที่เขารู้มา
ตั้งแต่ต้นจวบจนปัจจุบันในเขตแดนลับเทพวรยุทธ์ ผู้ปลุกพลังมักร้องขอพรจากสวรรค์ และสวรรค์ก็มอบสมบัติให้เสมอ โดยที่ไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทนใด ๆ
แน่นอนว่าบางทีสำหรับโลกเบื้องบน สมบัติเหล่านี้อาจไม่มีค่าอะไร แต่ฉู่โม่วก็ไม่เชื่อว่าไม่มีสิ่งใดที่ได้มาโดยไม่ต้องตอบแทน
เขาสงสัยว่าจะต้องมีเรื่องราวภายในบางอย่าง
นี่ไม่ใช่การคาดเดาแบบเลื่อนลอยไร้มูลเหตุ แต่เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในใจของเขา หลังจากเห็นสัตว์อสูรชั่วร้ายเหล่านั้นซึ่งเดิมทีเคยเป็นคนมาก่อน
ผ่าง!
ขณะเดียวกัน กลุ่มแสงเหล่านั้นกลางอากาศก็ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น
ในที่สุดกลุ่มแสงหลายลูกก็เปล่งแสงเจิดจ้า และระเบิดกลิ่นอายพลังแห่งกฎเกณฑ์อันศักดิ์สิทธิ์ออกมา ซึ่งเบ่งบานและเต็มไปด้วยพลังวิถีอันศักดิ์สิทธิ์สุดขั้ว ทั้งยังแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันหนาแน่นของพลังโกลาหล จนทำให้ผู้ปลุกพลังทุกคนรู้สึกตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
“ยุทธภัณฑ์สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์แบบ! และสมบัติระดับสูงสุด!”
“ดูนั่น… นั่นมันผลึกแก้วผันผวนจำนวนมาก และใหญ่สุดมีขนาดถึงสามเมตรได้!”
“สวรรค์ทรงโปรด! มีผลึกแก้วผันผวนก้อนใหญ่มากมายเลย!”
“มีสมบัติปรากฏออกมามากมาย และดูจะล้ำค่ายิ่งกว่าเส้นทางอมตะสู่สวรรค์ที่เปิดออกเมื่อครั้งที่แล้วเสียอีก!”
“ดูนั่น… ถ้าฉันจำไม่ผิด นั่นดูเหมือนจะเป็นอัญมณีแก่นโกลาหลนะ!”
“เฮือก!”
“บ้าไปแล้ว! ครั้งนี้เราโชคดีจริง ๆ!”
เมื่อผู้ปลุกพลังทุกคนเห็นเหตุการณ์นี้ ดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้าง และตัวแข็งทื่อไปตามกัน
ไม่เพียงแต่ยุทธภัณฑ์สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์แบบ กระทั่งสมบัติระดับสูงสุดยังปรากฏขึ้นเช่นกัน!
นอกจากนี้ยังมีผลึกแก้วผันผวนที่มีขนาดใหญ่กว่าสามเมตรอีกด้วย!
ที่สำคัญคือ แม้กระทั่งมณีแก่นโกลาหลก็ยังปรากฏออกมาด้วย!
มันเป็นสมบัติที่ล้ำค่ามากกว่าสมบัติระดับสูงสุด แม้แต่ในห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่ ก็ยังนับว่ามันเป็นสมบัติชั้นยอดที่สุด จนแม้แต่มหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ยังต้องต่อสู้แย่งชิงมันอย่างบ้าคลั่ง
“อัญมณีแก่นโกลาหลนี้ต้องเป็นของฉัน!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์แห่งเผ่าพันธุ์เทพอัสนีพลันกระตุ้นสายฟ้าทั่วร่าง พร้อมกับเปล่งเสียงอันยิ่งใหญ่ เขาประกาศก้องว่า “ใครก็ตามที่กล้าแย่งชิงมณีแก่นโกลาหลของฉัน ฉันจะฆ่ามันซะ!”
“ช่างกล้าพูด มันไปเป็นของนายตั้งแต่ตอนไหน! งั้นฉันก็กล้าพูดว่าอัญมณีแก่นโกลาหลเป็นของฉันเหมือนกัน!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์จากเผ่าพันธุ์สุญญะพูดตอบโต้อย่างเย็นชา พร้อมกับเจตจำนงสังหารอันท่วมท้น
“ช่างอวดดีกันจริง ๆ! ฉันก็ถูกใจอัญมณีแก่นโกลาหลนี้มากเหมือนกัน หากพวกนายยกมันให้ฉัน เผ่าพันธุ์นาคาจะตอบแทนน้ำใจนี้อย่างงามแน่นอน!”
อัจฉริยะผู้แข็งแกร่งจากเผ่าพันธุ์นาคาก็พูดขึ้นเช่นกัน ดวงตาอันลึกล้ำของเขาจ้องมองไปที่อัญมณีแก่นโกลาหลด้วยความละโมบอย่างไม่ปิดบัง
“หากเป็นสมบัติอย่างอื่น ฉันคงยกมันให้นายได้ แต่นี่เป็นถึงอัญมณีแก่นโกลาหล เผ่าพันธุ์นาคาของนายคงตอบแทนฉันไม่ไหวหรอก!”
“ใช่แล้ว!”
“ในเป็นสถานการณ์ทั่วไปฉันคงยอมถอยให้นายนะ แต่สำหรับอัญมณีแก่นโกลาหล ฉันไม่มีทางมอบให้ใครเด็ดขาด!”
ผู้ปลุกพลังแต่ละคนเริ่มมีปากเสียงกัน พวกเขาทั้งหมดล้วนมุ่งเป้าไปที่อัญมณีแก่นโกลาหล และตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะครอบครองมัน
“หยุดเถียงกันได้แล้ว!”
“พวกนายเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าสมบัติแห่งสวรรค์และโลกล้วนเป็นของผู้ที่คู่ควรไหม? ให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละคนเถอะ”
“แทนที่จะเสียเวลาเถียงกันแบบนี้ สู้มาประมือกันเลยดีกว่า แล้วมาดูกันว่าใครเหมาะสมที่จะได้มันไปครอบครอง!”
“ใช่แล้ว ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ได้รับทุกสิ่ง!”
“ใครก็ตามที่ต้องการอัญมณีแก่นโกลาหล ก็ต้องต่อสู้เพื่อดูว่าใครแข็งแกร่งกว่า!”
ผู้ปลุกพลังมากมายตะโกนโห่ร้องอย่างไม่พอใจ
โดยเฉพาะผู้ปลุกพลังที่มีพละกำลังเทียบเท่ากับราชันย์เทวะยุทธ์ที่ส่งเสียงดังที่สุด
เพราะในสถานที่นี้พวกเขาอ่อนแอเกินไป
หากจักรพรรดิเทวะยุทธ์เหล่านี้ลงมือเพื่อแย่งชิงสมบัติ พวกเขาก็คงหมดสิทธิ์ที่จะได้รับสมบัติอะไรติดไม้ติดมือแน่นอน สิ่งที่พวกเขาทำได้คือปล่อยให้เกิดสถานการณ์วุ่นวายและให้ผู้ที่แข็งแกร่งจากทั่วทุกสารทิศต่อสู้กัน และอาศัยความวุ่นวายเหล่านั้นคว้าสมบัติไปได้บ้าง
ทันใดนั้น…
ผู้ปลุกพลังจากทุกทิศทุกทางก็เริ่มต่อสู้กันเองทันที
พวกเขารีบบินตรงไปยังที่ตั้งของสมบัติ โดยส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่อัญมณีแก่นโกลาหล ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะถูกขัดขวางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เป็นเวลาสักพักหนึ่ง
สงครามได้เริ่มขยายวงกว้าง
กองกำลังจากทั่วทุกสารทิศ รวมถึงผู้แข็งแกร่งมากกว่าสามสิบคนที่เทียบได้กับราชันย์เทวะยุทธ์ระดับสูงสุดและจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ได้ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้เกิดคลื่นกระแทกจากแรงปะทะเป็นวงกว้าง และบดขยี้ห้วงมิติโดยรอบจนพังทลายทันที
สสารทั้งหมดล้วนถูกทำลายล้าง จนเหลือเพียงเส้นทางอมตะสู่สวรรค์เท่านั้นที่ยังคงส่องสว่างอยู่
ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปนานแค่ไหน แต่ไม่ว่าวันเวลาและสถานที่จะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน มันก็ยังคงยืนหยัดอยู่ที่นี่เสมอ!
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
มันเป็นสงครามอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจพรรณนาได้
การต่อสู้ของผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งมากมาย พร้อมกับจิตสังหารและพลังงานมหาศาลที่พวกเขาระเบิดออกมานั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้สวรรค์ต้องสั่นสะเทือน ผู้ปลุกพลังทุกคนต่างแย่งชิงสมบัติเหล่านี้อย่างบ้าคลั่ง
อ๊าก!
ไม่นานก็มีเสียงกรีดร้อง
อย่างไรก็ตาม ราชันย์เทวะยุทธ์ระดับสูงสุดก็ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันระหว่างจักรพรรดิเทวะยุทธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้พวกเขาถูกสังหารทันที ไม่ว่าจะเป็นกายเนื้อและสัตว์อสูรล้วนถูกบดขยี้จนกลายเป็นเถ้าถ่านและลอยไปตามสายลม