ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 145 ตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์หมดป่า และเหนือกว่าขั้นสุดยอด!
บทที่ 145 ตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์หมดป่า และเหนือกว่าขั้นสุดยอด!
“เฮ้อ…”
ไกลออกไป
ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอก
“อย่างที่คิดเลยแฮะ สัตว์อสูรระดับ 7 นี่มันน่ากลัวจริง ๆ ด้วย!”
สีหน้าของเขายังแสดงความตกใจอยู่
ในจังหวะที่จระเข้โลหิตคลั่งตนนั้นตื่นขึ้นมา ฉู่โม่วสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังที่น่ากลัว สิ่งนั้นเสมือนเซนเซอร์ที่คอยตรวจหาต้นตอของสิ่งที่ทำให้มันตื่นไปด้วย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบรรยากาศที่บีบคั้นเช่นนี้ ฉู่โม่วรู้สึกได้ถึงหนังศีรษะด้านชาไปหมด แม้จะหายใจยังรู้สึกลำบากยิ่งนัก
โชคดี…
ที่พลังธาตุมืดระดับ 4 ของเขานั้นทรงพลังมาก ๆ
มันจึงทำให้สัตว์อสูรระดับ 7 ตนนี้ไม่สามารถตรวจจับเขาได้แต่อย่างใด
หลังจากที่เริ่มใจเย็นลงแล้ว ฉู่โม่วที่เห็นว่าจระเข้โลหิตคลั่งกลับไปยังที่ที่มันเคยอยู่และพักผ่อนดังเดิมแล้ว เขาก็ซ่อนตัวกลับไปในเงาอีกครั้งเพื่อที่จะลักลอบเข้าไปตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ใหม่
และในทันทีที่ทำเช่นนี้แล้ว
ฉู่โม่วก็หายตัวไปอีกครั้ง
เกือบจะเป็นเวลาเดียวกัน แผ่นดินไหวก็มาพร้อมกับเสียงคำรามเฉกเช่นครั้งก่อน
จระเข้โลหิตคลั่งที่น่ากลัวปรากฏตัวในแบบเดิมอย่างที่มันเคยทำก่อนหน้า!
มันมายังจุดที่ได้กลิ่นอณูแห่งชีวิตคละคลุ้งและคำรามไล่หาผู้บุกรุกอยู่พักใหญ่ ๆ
“กรรรร!!”
“กรรรร!”
“กรรร!!”
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
เหตุการณ์เช่นนี้ยังคงดำเนินวนซ้ำไปมาเช่นเดิมอยู่
เมื่อฉู่โม่วตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ลง
จระเข้โลหิตคลั่งก็จะรีบโผล่มายังจุดที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้มีไผ่หลายต้นถูกโค่นลงไปแล้ว แม้ว่าสัตว์อสูรตนนี้จะมีค่าสติปัญญาที่ค่อนข้างต่ำ แต่มันก็พอจะรับรู้ได้แล้วว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น
การที่จำนวนต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ลดลงเช่นนี้ มันทำให้จระเข้โลหิตคลั่งโกรธแบบสุด ๆ เลยเช่นกัน
“กรร!!”
มันอ้าปากกว้างและร้องคำรามออกมาราวกับเสียงระเบิดที่ถูกทิ้ง
เทียบกับแต่ก่อนแล้ว
เสียงคำรามในครั้งนี้ดูจะทรงพลังและเกรี้ยวกราดยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ขนาดที่ว่าอยู่ห่างไกลอีกร่วมพันกิโลเมตรก็น่าจะยังได้ยินอยู่
ทุกหย่อมหญ้าที่เสียงคำรามนี้ไปถึง
ความรุนแรงของมันเสมือนสายฟ้าฟาดที่กระหน่ำลงมาบนโขดหิน ฝุ่นควันกระจายฟุ้งจนเหมือนถูกพายุโหมพัด และสัตว์อสูรขนาดเล็กที่ไม่สามารถหนีได้ทันก็ถูกเสียงนี้คร่าชีวิตไปอย่างง่ายดายด้วย
แม้แต่ต้นไผ่ยังโหมพลิ้วรุนแรงยามที่ต้องเผชิญกับเสียงคำรามที่น่าหวาดกลัว
แรงลมที่เกิดจากการคำรามนี้ ทำเอาต้นไผ่บางต้นที่สู้ลมไม่ไหวหักงอและล้มไปในที่สุด
เพียงชั่วพริบตา
พื้นที่กว่าพันกิโลเมตรก็เรียบเตียนไปราวกับเพิ่งจะมีพายุเคลื่อนผ่านเสียแล้ว
ภายหลังจากที่มันส่งเสียงคำรามดังก้องป่า
คราวนี้จระเข้โลหิตคลั่งกลับไม่ได้ย้อนกลับไปพักผ่อนดังเดิม มันเฝ้าอยู่ที่นี่ ใช้สายตาที่ดุร้ายทั้งสองข้างสอดส่องมองไปรอบ ๆ
ราวกับว่าพยายามจะเฟ้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นที่แอบซ่อนอยู่!
‘งานงอกแล้วหรือเปล่า…’
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็ขมวดคิ้ว
จระเข้โลหิตคลั่งไม่ขยับออกไปไหนเลย มันกำลังเฝ้าอยู่ที่เดิม เขามีพลังธาตุมืดที่ใช้ได้ผล และเหตุการณ์ที่ซ้ำซากไปมาตลอดหลายชั่วโมงนี้ ทำให้เขามั่นใจแล้วว่าพลังธาตุมืดแข็งแกร่งพอที่จะหลบซ่อนจากจระเข้ตัวนี้ ดังนั้นเขาสามารถรีบตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์แล้วเทเลพอร์ตออกไปได้ในพริบตา
แต่มันเสี่ยงเกินไป!
เมื่อไหร่ที่หลบไม่ทัน นั่นหมายถึงชีวิตทันที!
‘คงต้องรอก่อน’
‘รอจนกว่าเจ้าจระเข้ตัวนี้จะกลับออกไป!’
ฉู่โม่วเลือกที่จะรออยู่ละแวกนั้นไปพักหนึ่ง
คิดได้เช่นนั้น
เขาก็ซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ
จนกระทั่ง
สามวันให้หลัง
เจ้าจระเข้โลหิตคลั่งดูไม่มีท่าทีจะออกไปจากจุดนี้เลย และนี่ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกกระอักกระอ่วน
‘เอาเถอะ’
‘อย่างน้อยมันน่าจะคุ้มค่าที่จะเสี่ยง ฉันจะใช้คลื่นกระบี่ซัดป่าไผ่รวดเดียวให้เหี้ยนเป็นหน้ากลอง จากนั้นก็ใช้พลังแห่งห้วงมิติหนีกลับไปให้เร็วที่สุดเลย!’
เขาตระหนักได้แล้วว่าการรอคอยอยู่แบบนี้มีแต่จะเสียเวลา
เพราะงั้นเขาจะรวบหัวรวบหางแล้วปิดภารกิจซะ!
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฉู่โม่วก็กระตุ้นพลังธาตุมืดและมุ่งหน้าตรงไปยังจุดที่ยังมีไผ่กระบี่ดาราสวรรค์เติบโตอยู่ทันที
ไม่นานนัก…
เขาก็เข้ามาถึงบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดที่จระเข้โลหิตคลั่งกำลังนอนหลับอยู่ เขาและสัตว์อสูรยักษ์ตนนี้อยู่ห่างกันไม่ถึงยี่สิบเมตรด้วยซ้ำ
ด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนี้ ฉู่โม่วสามารถรับรู้ได้ถึงสายลมที่รุนแรงจากลมหายใจของมันได้อย่างชัดเจน
ลมนั้นพัดผ่านร่างของเขาไปและนำพามาซึ่งกลิ่นเน่าเหม็นเข้ามาเตะจมูก!
ชายหนุ่มยังคงพยายามเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่เขาเผลอกลั้นหายใจขณะเดินไป
ในที่สุด
ไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ที่เหลือก็มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว!
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ
จากนั้นค่อย ๆ ไหลเวียนอณูแห่งชีวิตและกระตุ้นเลือดในร่างกาย เขารอจนกระทั่งความผันผวนของอณูแห่งชีวิตภายในร่างกายเข้าสู่จุดสุดยอด และ…
ชิ้ง!
เสียงของกระบี่ถูกชักออกจากฟักดังขึ้น
ในขณะเดียวกัน
อณูแห่งชีวิตไหลเวียนไปทั่วร่างกายก็เกิดปะทุออกมาราวกับภูเขาไฟระเบิด
อสนีบาตคงกระพันทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบเท่า!
เจตจำนงแห่งกระบี่ 50%!
คมกระบี่สวรรค์เร้นลับ!
‘คำราม!’
เสียงพ่นลมหายใจที่ค่อนข้างเบา แต่ทรงพลังดุจช้างจ่าฝูง เสียงของอากาศรอบตัวที่กำลังแตกออกทำให้ห้วงมิติบริเวณนั้นเกิดการเสียหาย
จังหวะนั้นเอง
กล้ามเนื้อและกระดูกของฉู่โม่วกำลังรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกัน ทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดเองก็สั่นเทาไปในทิศทางเดียวกัน อสนีบาตสีม่วงปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่างไหลเวียนอย่างเชี่ยวกราก ทำให้เขามีสภาพเสมือนว่าเป็นเทพเจ้าสายฟ้าลงมาจำแลงร่างเอาไว้ พลังงานจากกระแสไฟฟ้าเหล่านี้มุ่งไปรวมกันที่มือขวาราวกับว่ากำลังจะสร้างพายุสายฟ้ามาถล่มโลกใบนี้…
ครืนนน
คมกระบี่ถูกฟาดฟันออกไป
ในวินาทีนั้น ราวกับว่าคมกระบี่ของฉู่โม่วผ่าฟ้าเป็นเสี่ยง ๆ ไปแล้ว รอยผ่าสีแดงฉานปรากฏให้เห็นตามรัศมีของกระบี่ที่แผ่ไปถึง
คลื่นกระบี่รุนแรงถูกปล่อยออกไปเป็นแนวยาวใส่ป่าไผ่กระบี่ดาราสวรรค์
ต้นไผ่เหล่านั้นขาดล้มลงอย่างง่ายดายเสมือนว่าทำมาจากกระดาษและกองอยู่กับพื้น
แต่ก่อนที่มันจะได้ตกพื้น มิติพกพาของฉู่โม่วก็ดูดต้นไผ่เหล่านี้เข้าไปได้หมด
และในทันที
ไม่ต้องลังเลอะไรทั้งสิ้น ฉู่โม่วจัดการเทเลพอร์ตตนเองออกไปจากจุดนี้อย่างรวดเร็ว
เหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่ใช้พลังของธาตุมืดในการหลบหนีและซ่อนตัว ก็เพราะว่ามันจะช้าเกินไปน่ะสิ!
เมื่อจระเข้โลหิตคลั่งตนนี้เกรี้ยวกราดขึ้นมาแล้ว ผนวกกับการที่เขาอยู่ในระยะโจมตีของมันด้วย การหลบหนีถือเป็นอะไรที่ยากที่สุด!
“กรรรร!!”
จระเข้โลหิตคลั่งรับรู้ได้ถึงกลิ่นของอณูแห่งชีวิตที่ฟุ้งกระจายขึ้นมา
และครั้งนี้มันรุนแรงกว่าครั้งก่อน
ไม่ว่าจะด้วยความแปรผันหรือความหนาแน่นราวกับว่ามีภูเขาไฟที่ระเบิดเอาอณูแห่งชีวิตออกมา แล้วด้วยสิ่งนี้ทำให้มันมั่นใจสุด ๆ แล้วว่า มีสิ่งมีชีวิตอื่นอีกอยู่ในบริเวณนี้!
แทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน
มันเหลือบไปเห็นต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ที่มันเฝ้าปกป้อง
ที่แต่เดิมเป็นป่าไผ่หนาทึบ ทว่าปัจจุบันกลับกลายเป็นเพียงป่าไผ่ที่ถูกถางเตียนไปแล้ว!
ปราศจากการครุ่นคิด ดวงตาของจระเข้โลหิตคลั่งกลายเป็นสีแดงสดในทันที!
ต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์เหล่านี้คือสิ่งที่มันเฝ้าปกป้องมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ไหนก็ไม่สามารถมายุ่งกับที่แห่งนี้ได้ทั้งนั้น แต่ไม่คาดคิดเลยว่าในวันนี้จะมีสิ่งที่ทำมันได้สำเร็จ!
เมื่อตระหนักได้ถึงเพียงนี้ สัตว์อสูรยักษ์ก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้!
ขาหน้าข้างหนึ่งของมันยกขึ้นสูงก่อนจะกระทืบลงมาบนพื้นอย่างรุนแรง
ตู้ม!
พื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนและแตกแยกในชั่วพริบตา
แม้ความกว้างจะไม่ได้มากมายนัก แต่ลึกพอที่จะทำให้มีไอร้อนผุดออกมาจากใต้ดินได้เลย!
ไอร้อนที่แทรกออกมาจากใต้ดินนี้ แผ่วงกว้างและทำให้พื้นดินโดยรอบนั้นค่อย ๆ แตกตามไปติด ๆ
สัตว์อสูรมากมายนับไม่ถ้วนที่อาศัยอยู่ภายในป่าไผ่นี้ ต่างตกลงไปภายในรอยแยกที่เกิดจากการกระทืบเท้ารุนแรง แม็กมาสีแดงพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้พิภพด้วย
ไม่เว้นแม้แต่เหล่าจระเข้อสูรที่เปรียบเสมือนสมุนของมัน
สัตว์อสูรเหล่านี้ตายตกตามกันไปด้วยการกระทืบเท้าเพียงครั้งเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าจระเข้โลหิตคลั่งตนนี้ก็ดูจะไม่ใส่ใจอะไรอยู่แล้ว!
ในตอนนี้ มันคลุ้มคลั่งเสียสติไปสมบูรณ์ หากไม่สามารถกำจัดสิ่งมีชีวิตที่บังอาจมาขโมยสมบัติของมันให้ได้แล้วละก็ ความโกรธเกรี้ยวในครั้งนี้คงยากที่จะสลายไป!
‘หนี! หนี! หนี!’
ฉู่โม่วไม่กล้าที่จะหันกลับไปมองอะไรทั้งสิ้น เขาใช้การเทเลพอร์ตรัว ๆ ตั้งแต่ที่โฉบเอาไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ออกมาได้สำเร็จ
ภายหลังจากที่ใช้เทเลพอร์ตติดต่อกันถึงสิบครั้ง ฉู่โม่วก็หนีออกมาได้ไกลเกือบ 1,600 กิโลเมตรแล้ว แต่กระนั้นก็ยังเบาใจไม่ได้
เขามองซ้ายมองขวา ก่อนจะตัดสินใจใช้พลังของธาตุดินในการแทรกตัวลงไปอยู่ใต้ดินสักระยะ
เมื่อเข้ามาใต้ดินแล้ว เขาก็ใช้พลังของธาตุมืดในการปกปิดกลิ่นอายของตน จากนั้นปล่อยให้จิตสัมผัสทำงานด้วยตัวมันเองเงียบ ๆ เท่านั้น
ในส่วนของบริเวณป่าไผ่ม่วงชาด
จุดที่จระเข้โลหิตคลั่งอยู่
เมื่อมันตระหนักได้แล้วว่าตนเองหาผู้ที่เข้ามาขโมยสมบัติล้ำค่าไปไม่เจออย่างแน่นอน ความโกรธของมันก็ขยายวงกว้างไปทั่ว
จากแต่เดิมที่บริเวณนั้นเป็นหุบเขากว้างที่มีแม่น้ำตัดผ่าน ตอนนี้มันกลายเป็นหลุมบ่อทะเลสาบร้อนระอุขนาดใหญ่ไปแล้ว และนี่หมายถึง เขตป่าไผ่กว่าพันกิโลเมตร ถูกทำลายลงแล้ว!
สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนต้องตายลงอย่างน่าเวทนา!
ไม่ต้องสงสัยเลย
จระเข้โลหิตคลั่งตนนี้ สติแตกไปแล้วจริง ๆ!
ในส่วนของฉู่โม่ว
ขณะนี้เขากำลังซ่อนตัวอยู่ใต้รากต้นไม้ใหญ่ ลึกลงไปใต้ดินราว ๆ สี่กิโลเมตร สิ่งเดียวที่ทำให้เขาสามารถรับรู้สถานการณ์บนดินได้มีเพียงจิตสัมผัสที่ยังทำงานอยู่เท่านั้น
ความแข็งแกร่งและน่ากลัวของจระเข้โลหิตคลั่งนั้น ทำให้เขารู้สึกดีในใจอยู่ลึก ๆ
หากไม่ใช่ว่าเขามีพลังแห่งห้วงมิติแล้วละก็ มันคงเป็นเรื่องยากมากแน่ ๆ ที่จะหนีรอดได้อย่างปลอดภัยภายใต้การโจมตีอย่างบ้าคลั่งของสัตว์อสูรระดับ 7 ตนนี้
‘สมแล้วที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 7! น่ากลัวชะมัด!’
เขาคิดกับตนเอง
จากนั้นก็เริ่มซ่อนตัวเองให้มิดชิดขึ้นและรอจนกระทั่งจระเข้โลหิตคลั่งนั้นเลิกบ้าคลั่งไปก่อน
สามวันผ่านไป
ฉู่โม่วสัมผัสถึงความสั่นสะเทือนของพื้นโลกไม่ได้แล้ว
เพราะงั้นเขาจึงค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาบนดิน
สิ่งที่รอเขาอยู่ก็คือผืนโลกที่ถูกพังทลายจนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย
“เพียงหนึ่งการชี้นำก็จะเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดีได้ และเพียงหนึ่งความโกรธที่ครอบงำจะเปลี่ยนแม่น้ำเป็นทะเลทันที!”
“สัตว์อสูรระดับ 7 เทียบได้กับราชันย์ยุทธ์จริง ๆ ด้วย!”
ด้วยสภาพของโลกที่เละเทะนี้ ทำให้ฉู่โม่วสามารถเข้าใจถึงพลังทำลายอันมหาศาลของสัตว์อสูรระดับ 7 ได้ทันที!
เขาไม่กล้าอยู่ที่นี่แล้ว ฉู่โม่วตัดสินใจใช้พลังธาตุมืดแล้วรีบกลับออกไปทันที
…
สามชั่วโมงให้หลัง
ฉู่โม่วเดินทางมาถึงป่าหนาทึบที่มีพื้นที่กว่าสองพันกิโลเมตรและห่างจากจุดเดินรวม ๆ พันกิโลเมตร
เขาใช้กระบี่สร้างโพรงหลบภัยลงไปใต้ดิน จากนั้นก็ปิดปากโพรงไว้ให้มิดชิดและซ่อนตัวอยู่ภายในนั้น
ถึงแม้ว่ามันจะเสี่ยงมาก ๆ ที่เขาไปขโมยเอาสมบัติของจระเข้โลหิตคลั่งมาเช่นนี้ แต่ยังไงผลลัพธ์มันก็คุ้มค่าสำหรับเขาอยู่ดี
เปิดมิติพกพาออกมา
เขาก็พบว่าภายในนั้นมีไผ่กระบี่ดาราสวรรค์อยู่นับร้อยต้นเลยทีเดียว!
“172 ต้น!”
หลังจากที่นับอย่างละเอียดแล้ว ฉู่โม่วก็ค่อย ๆ ตัดมันออกเป็นชิ้น ๆ เพื่อให้มันคายเอาของเหลวแห่งแก่นแท้ที่เกิดขึ้นภายในข้อปล้องของไผ่นี้ออกมา
มันใช้เวลากว่าหนึ่งวันหนึ่งคืนถึงจะนำของเหลวออกมาจากต้นไผ่ทั้งหมดได้
และผลลัพธ์นี้ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก ๆ!
ของเหลวพวกนี้เติมเต็มขวดโหลหนึ่งใบ และอีกใบหนึ่งก็ได้มากถึงครึ่งขวด
ทั้งสองขวดนี้รวม ๆ กันแล้วอย่างน้อย ๆ ก็น่าจะเกือบห้ากิโลกรัมได้เลย!
‘ด้วยแก่นแท้แห่งไผ่กระบี่ดาราสวรรค์จำนวนมากขนาดนี้ ฉันจะเพิ่มความแข็งแกร่งของทักษะวิชากระบี่ได้มากขนาดไหนนะ?’
ในแววตาของฉู่โม่วแสดงออกให้เห็นถึงความคาดหวังอยู่
ทันใดนั้น
เขาก็หยิบเอาขวดโหลขึ้นมาก่อนหนึ่งใบ เปิดฝาและกระดกจิบของเหลวสีน้ำนมเข้าไป
ของเหลวภายในนั้นไหลผ่านลำคอลงไป
ทันทีทันใด ของเหลวพวกนั้นเปลี่ยนสภาพเป็นพลังงานบริสุทธิ์และแพร่กระจายไปทั่วทั้งแขนขาและกระดูก อวัยวะภายในร่างถูกกระตุ้นและเริ่มทำการเผาผลาญพลังงานเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง
พลังงานลึกลับที่มาจากของเหลวสีน้ำนมก็ถูกดูดกลืนไปจนหมด ฉู่โม่วรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าทักษะวิชากระบี่ของเขาได้รับการขัดเกลา
เขาพักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มจิบเข้าไปอีกอึกหนึ่ง
ความรู้สึกแบบเดิมกลับมาอีกครั้ง
ฉู่โม่วกระทำเช่นนี้ทุกครั้งที่รู้สึกว่าเซลล์ในร่างกายเผาผลาญพลังงานหมดไป เขาจิบของเหลวแก่นแท้แห่งไผ่กระบี่ดาราสวรรค์เติมเต็มอย่างต่อเนื่อง
เวลาผ่านไปช้า ๆ
หนึ่งวันให้หลัง ความเจ็บแสบเริ่มปรากฏขึ้นบนร่างกายของฉู่โม่ว ภายหลังจากที่อดทนมาอย่างยาวนาน ในที่สุดทักษะวิชากระบี่แต่เดิมที่อยู่ในระดับสูงสุดก็เพิ่มไปสู่ระดับพิเศษแล้ว!
ในตอนนี้ เขายังเหลือของเหลวแก่นแท้แห่งไผ่กระบี่ดาราสวรรค์อีกร่วมสามกิโลกรัมได้
เพราะงั้นฉู่โม่วจึงเลือกที่จะดื่มเพิ่มไปอีก
และอีกสามวันก็ผ่านไป
ในวันนี้ขณะที่ฉู่โม่วเพิ่งจะเริ่มจิบของเหลวแก่นแท้สีน้ำนม
ไม่ถึงสิบห้านาทีหลังจากที่พลังงานถูกนำไปผลาญ เขาก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บเสมือนว่าโดนทิ่มแทงมาจากทั่วทั้งร่างกาย ความเจ็บนี้มันสลักลึกลงไปในจิตวิญญาณ ซึ่งเจ็บยิ่งกว่าร่างกายถูกทำให้เกิดบาดแผลเสียอีก ความรู้สึกนี้ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกเหมือนร่างกายถูกคนร่วมพันคนทำร้ายในคราเดียวกัน มีดที่มองไม่เห็นนับพันเล่มกำลังกระหน่ำทิ่มแทง ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นลมปราณ หรือแม้กระทั่งจิตวิญญาณที่เหมือนโดนฉีกขาดอยู่ ความเจ็บปวดพวกนี้กำลังตัดและสะบั้นร่างของเขาออกเป็นชิ้น ๆ!
ด้วยความเจ็บปวดที่น่ากลัวเช่นนี้ ฉู่โม่วเกือบจะทนไม่ไหวและสลบอยู่รอมร่อ
แต่โชคดีที่ท้ายสุดเขาสามารถควบคุมและประคองตนเองไว้ได้!
มันใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงกว่าความเจ็บปวดเหล่านี้จะค่อย ๆ จางหายไป
ฟู่…
หลังจากที่ได้สูดหายใจสักหน่อยแล้ว ฉู่โม่วก็เริ่มตรวจสอบพลังของตนเอง
ย้อนกลับไปสามวันก่อน
ทักษะวิชากระบี่ของเขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับพิเศษแล้ว
และในตอนนี้…
เขารู้สึกเลยว่าทักษะกระบี่ได้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น
จะเป็นระดับไหนกันนะ?