ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 180 สังหารจระเข้โลหิตคลั่ง และวิวัฒนาการของทักษะกลืนกิน
บทที่ 180 สังหารจระเข้โลหิตคลั่ง และวิวัฒนาการของทักษะกลืนกิน
“การทดสอบสิ้นสุด!”
“ถ้าอย่างนั้น… ก็ถึงตาของฉันแล้ว!”
เสียงกระซิบลอยจากปากแผ่วเบา
ทันใดนั้นร่างกายของฉู่โม่วพลันสว่างวาบคล้ายภาพติดตาชั่วขณะ ก่อนจะกระโจนใส่จระเข้โลหิตคลั่งอย่างรวดเร็ว
ที่พื้นด้านล่าง
จระเข้โลหิตคลั่งจ้องมองยังเขาและร้องคำราม ฉู่โม่วที่ยังคงหลงเหลือชีวิตทำให้ดวงตาก่ำเลือดของมันเจือไปด้วยความสับสน
มันไม่อาจเข้าใจได้เลย
เหตุใด ‘มดปลวก’ ตรงหน้านี้ถึงต้านทานการโจมตีของมันได้ และมีชีวิตรอดกัน?
กระนั้น…
มันสายเกินไปแล้วสำหรับคำถามนี้
เพราะว่ายามนี้ฉู่โม่วเข้าประชิดตัวมันด้วยความว่องไว
ฉับ!
โลหิตภายในกายปั่นป่วนรุนแรง ผนวกกับพลังอณูแห่งชีวิตที่ขยายตัวคล้ายภูเขาไฟกำลังปะทุ
พลังกายอสนีบาตคงกระพันเพิ่มขึ้น!
คมกระบี่เทวะและทวารากระบี่ทั้ง 365 สั่นสะเทือนทั่วสรรพางค์!
เจตจำนงแห่งกระบี่ 100% กระจายออก!
พรสวรรค์ธาตุเหล็กเปิดใช้งาน!
ตอนนั้นเองประตูแห่งพรสวรรค์ก็ถูกกระตุ้น ทำให้พลังของฉู่โม่วเพิ่มขึ้นไปถึงขีดจำกัดสูงสุด ฉับพลันกระบี่สารทสังหารถูกชักออกจากฝัก คมกระบี่อันรุนแรงกวาดออกไปจากตัวเขาเป็นรัศมีกว้างหลายสิบกิโลเมตร ราวกับว่าทุ่งแห่งคมกระบี่สังหารได้ก่อกำเนิด!
ปราณกระบี่จำนวนมากถักทอเกลียวราวเส้นไหม ตัดแผ่นอากาศออกเป็นริ้วสีดำขนาดย่อม
มันถูกซัดลงยังร่างของจระเข้โลหิตคลั่งเสียงดัง ‘ฉับ ๆ’
บาดแผลเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนปรากฏบนผิวแข็งกระด้าง!
นี่เป็นผลมาจากการใช้ปราณกระบี่ ซึ่งทำให้เกิดเส้นใยของคมกระบี่กระจายไปทั่ว!
เพียงรัศมีบาง ๆ ก็สามารถตัดผ่านแนวป้องกันของจระเข้โลหิตคลั่งได้
ถ้ากระบี่ของเขาถูกใช้งานอย่างเต็มที่ มันจะทรงพลังขนาดไหนกัน?
ไม่นานนัก คำตอบก็ถูกเปิดเผย…
ภายใต้เจตจำนงแห่งกระบี่อันไร้ที่สิ้นสุด ฉู่โม่วตวัดกระบี่ออกไป ทันใดนั้นโลกทั้งใบคล้ายมืดสลัวลง
ไม่อาจล่วงรู้ว่าวันคืนผ่านไปเช่นไร
หากดวงอาทิตย์ลับสิ้นของฟ้า มีเพียงเมฆทะมึนมัวเข้าปกคลุม
เพียงแสงกระบี่สีแดงปรากฏเหนือผืนฟ้า ราวกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ฉายแสงจ้า กระจายความสว่างไปทั่วฟ้าดิน
ตู้ม!
คมกระบี่ทรงพลังจรดลงยังร่างของจระเข้โลหิตคลั่งอีกครั้งหนึ่ง
เสียงระเบิดโครมดังกึกก้อง
บนตัวของสัตว์อสูรปรากฏรอยเลือดเป็นทางใหญ่
บาดแผลอันชวนสะพรึงเผยตัวบนแผ่นหลังของจระเข้โลหิตคลั่ง กระดูกของมันแตกหัก เลือดมากมายพุงกระฉูดราวสายฝนที่ตกไม่ทั่วฟ้า
กรร!!!
สัตว์อสูรตัวเขื่องกรีดร้องระบายความเจ็บปวด คลื่นเสียงที่กระจายออกมาทำให้พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนไปหลายร้อยกิโลเมตร ก้อนหินที่ทนรับคลื่นพลังไม่ไหวต่างระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ
ดวงตาของมันเคลือบสีแดงก่ำ กลิ่นอายแห่งความดุร้ายพลันแผ่ซ่าน
จระเข้โลหิตคลั่งบรรลุโทสะขั้นขีดสุด!
มันไม่เคยคิดว่าวันหนึ่ง ‘มดปลวกไร้ค่า’ ตัวเล็ก ๆ จะทำให้ระคายถึงขั้นเกิดแผลขนาดใหญ่พร้อมกระดูกหักได้เช่นนี้ เป็นช่วงเวลาที่น่าอัปยศที่สุดในชีวิต!
“ฉันจะฆ่าแก! ตายซะ!”
มันตะโกนออกไปพร้อมจิตสังหารด้วยสติปัญญาแห่งเดรัจฉาน
จากนั้นมันก็ยกขาหน้าขึ้นและฟาดลงไปยังร่างของอีกฝ่าย
ตู้ม!
อากาศสะเทือนเลื่อนลั่น ผืนแผ่นดินยุบตัว ส่งผลให้เกิดรอยแตกระแหงทั่วบริเวณ
ฉู่โม่วที่เป็นฝ่ายตั้งรับพลังอันรุนแรงสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่กดทับลงมาจากการโจมตี
ด้วยระยะประชิดเช่นนี้ทำให้ยากต่อการหลบหลีก
แม้ว่าการเทเลพอร์ตจะใช้เวลาเพียงพริบตาเดียว แต่นั่นก็เพียงพอให้สัตว์อสูรระดับ 7 ตัวนี้ซัดขาหน้าใส่เขาทันอยู่ดี
นั่นคือเขาไม่มีเวลามากพอให้หลบการโจมตีแม้เพียงวิเดียว
เหตุนี้ ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะไม่หลบแต่ฟันสวนกลับไป ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนรูปแบบของพลังพรสวรรค์ไปด้วย
ตู้ม!
พลังอันมหาศาลตวัดร่างฉู่โม่วให้ลอยขึ้นไปกลางอากาศ แนวป้องกันรอบกายแตกเป็นเสี่ยง ๆ พร้อมเสียงดัง ‘แกรก’ พร้อมทั้งเกิดรอยแผลขึ้นบนตัวของเขา
ขณะที่ยังลอยเคว้งบนอากาศ ชายหนุ่มใช้พรสวรรค์ธาตุไม้รักษาอาการบาดเจ็บของตน
“แข็งแกร่งอะไรได้ขนาดนี้นะ!”
ฉู่โม่วร่วงลงสู่พื้น พยายามระงับอณูแห่งชีวิตที่ปั่นป่วนอย่างยากเย็น ทั้งเลือดและอวัยวะสั่นไหวอยู่ภายใน
‘ตัวของจระเข้โลหิตคลั่งใหญ่เกินไป ทั้งพลังยังเยอะมาก ๆ แน่นอนว่ามันต้องมีพลังพรสวรรค์บางอย่างที่ทำให้ร่างกายเป็นแบบนี้!’
‘ด้วยพลังที่ฉันมีในตอนนี้ แม้จะเพิ่มพลังพรสวรรค์ขึ้นไปอีกสามร้อยเท่า ก็เกรงว่ายังจะสู้กับมันแบบตัวต่อตัวไม่ไหวแน่!’
‘ต้องหาวิธีอื่น!’
ฉู่โม่วคิดไม่ตก
ขณะนั้นจระเข้โลหิตคลั่งกระโจนเข้ามาอีกครั้ง
แม้จะมีร่างกายมหึมา ทว่าความปราดเปรียวกลับมีมาก มันย้ายตัวเองจากระยะทางราวสิบกิโลเมตรมาได้ในพริบตาเดียว
มันยกขาหน้าขึ้นและกระแทกลงด้วยจิตสังหาร
นัยน์ตาแดงก่ำเฝ้ามองวินาทีสุดท้ายของเจ้ามดปลวกใจกล้า
ในช่วงเวลานั้นเอง
ฉู่โม่วเปิดใช้กระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนทันที ปฐมวิญญาณพลันลืมตาขึ้น อีกทั้งกงล้อทองคำปฐมวิญญาณด้านหลังยังเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์กระจายออกไป
แสงสีทองพุ่งผ่านท้องฟ้าและสลายไปในพริบตา
ตรงไปในห้วงจิตของจระเข้โลหิตคลั่งทันทีและกวาดกลืนวิญญาณของมันจนสิ้น
เฮือก!
จิตวิญญาณของมันแตกสลายเป็นเศษเสี้ยวเล็ก ๆ
ความเจ็บปวดจากส่วนลึกภายในจิตวิญญาณทำให้ร่างใหญ่โตกระตุกโดยไม่รู้ตัว ร่างทั้งร่างร่วงลงพื้นอย่างแรงและกลิ้งเกลือกไปมาพร้อมกับร้องครางอย่างเจ็บปวด
โอ๊ย!
เสียงนั้นช่างน่าสมเพชเวทนา
วิญญาณเป็นสิ่งที่แตกต่างจากส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย
เพราะมันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิต!
สำหรับสัตว์อสูรและราชันย์ยุทธ์ ตราบใดที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าแขนขาจะขาดออกไปก็สามารถงอกออกมาใหม่ได้ นอกจากนี้ยังอดทนต่อความเจ็บปวดรุนแรงได้เป็นอย่างดี
ทว่าหากวิญญาณได้รับความเสียหาย มันจะสร้างความเจ็บปวดที่หนักหนายิ่งกว่า!
อีกประการก็คือ…
ความเสียหายทางวิญญาณยากจะฟื้นฟู!
นี่ยังไม่รวมถึงที่ว่า จระเข้โลหิตคลั่งตัวนี้ถูกกวาดวิญญาณด้วยกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน ซึ่งทำให้ชิ้นส่วนหนึ่งที่มีความคล้ายคลึงกับจิตวิญญาณขาดหายไป
สิ่งนั้นชัดเจนพอสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น
และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น!
“แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน!”
“แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน!”
“แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน!”
ฉู่โม่วยังคงใช้กระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนต่อ ริ้วแสงตัดผ่าอากาศ แทรกซึมเข้าไปภายในดวงจิตของจระเข้โลหิตคลั่งอย่างต่อเนื่อง และตรงเข้าสู่ใจกลางของความหวาดกลัว
ทุกครั้งที่โดนโจมตี มันจะสูญเสียจิตวิญญาณมากขึ้น!
ผ่านไปไม่กี่อึดใจ
ฉู่โม่วใช้ลำแสงสวรรค์ไปแล้วราว ๆ เจ็ดถึงแปดครั้ง ซึ่งทำให้จิตวิญญาณของมันหายไปถึงหนึ่งในสามส่วน
ในตอนนี้ จระเข้โลหิตคลั่งสูญซึ่งสติปัญญาสิ้นเชิง มันกลายเป็นสัตว์อสูรที่มีเพียงสัญชาตญาณในการฆ่าเท่านั้น
“ได้จังหวะแล้ว ตายซะ!”
พริบตาเดียว
ดวงตาของชายหนุ่มก็แข็งกร้าวขึ้น เขาใช้กระบวนท่ากระบี่ฟันลงไปยังอสูรระดับ 7 ตัวนั้นอย่างต่อเนื่อง
กระบวนท่าแล้วกระบวนท่าเล่า!
ภายใต้คมกระบี่ ฉู่โม่วยังคงปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ออกไปเป็นครั้งคราวเพื่อทำลายดวงจิตของมัน
ตอนนั้นเอง
มีเพียงเสียงกรีดร้องจากจระเข้โลหิตคลั่งเท่านั้นที่แผดลั่นไม่ขาดห้วง
ความเจ็บปวดทางจิตวิญญาณนี้ทำให้มันทรมานจนแทบอยากสิ้นสติ ทว่าจิตวิญญาณกลับถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่อาจหมดสติได้ ซึ่งต้องทนเผชิญความเจ็บปวดอยู่เช่นนั้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นความทรมานที่น่ากลัวเพียงใด
ผ่านไปครู่หนึ่ง
เสียงคำรามครั่นคร้ามของมันแผ่วเบาลงคล้ายชีวิตกำลังมอดดับ
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง
เมื่อกระบี่ของฉู่โม่วตวัดลงมา รัศมีสีแดงประหนึ่งม่านปกคลุมผืนฟ้าก็ปรากฏขึ้น ก่อนจะฟาดลงไปบนคอของจระเข้ตัวเขื่องด้วยความรวดเร็ว
มีเพียงเสียงดัง ‘โผละ’ ที่เล็ดลอดออกมา
หัวของมันหลุดออกจากลำตัวและสลายเป็นธุลี
โลหิตแดงฉานพรั่งพรูดั่งเม็ดฝน
ในที่สุดจระเข้โลหิตคลั่ง…
ก็สิ้นชีวิตลง!
“เฮ้อ…”
เมื่อเห็นว่าศัตรูเบื้องหน้าถูกกำจัด ฉู่โม่วพลันถอนใจด้วยความโล่งอก เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“อย่างที่คาดไว้เลยว่ามันเป็นสัตว์อสูรระดับ 7!”
“รับมือได้ยากจริง ๆ !”
ชายหนุ่มซับเหงื่อกาฬขณะบ่นพึมพำ
แม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่คงกระพันอยู่แล้ว แต่ก็ต้องยกระดับความแข็งแกร่งของกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนให้สามารถจัดการกับจระเข้โลหิตคลั่งได้
อย่างไรก็ตามสัตว์อสูรระดับ 7 นั้นแตกต่างไปจากอสูรอื่น ๆ ที่เคยพบพาน เรียกได้ว่าความแข็งแกร่งของมันพรั่งพร้อมในทุกด้าน
เหตุนี้แม้ว่าเขาจะทำลายจิตวิญญาณของมันไปแล้ว ก็ยังต้องออกแรงอย่างหนักเพื่อสังหารมัน!
“แต่ว่า…”
“โชคดีหน่อยที่ความพยายามมันคุ้มค่า!”
ฉู่โม่วเรียกสติตัวเองและหันกลับไปมองร่างของสัตว์อสูรทั้งรอยยิ้ม
ตอนนี้แหละ…
ได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว!
“สัตว์อสูรระดับ 7 จะสุดยอดขนาดไหนละเนี่ย?”
ในคราก่อนหน้า ฉู่โม่วแอบกลืนกินเจ้าสำนักหมื่นอสูรผู้ซึ่งอยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ ด้วยหวังจะกอบโกยพลังอันยิ่งใหญ่
และตอนนี้ เบื้องหน้าของเขาคือสัตว์อสูรระดับ 7 ที่มีพลังเทียบได้กับราชันย์ยุทธ์ ดวงตาของฉู่โม่วลุกวาวอย่างไม่อาจซ่อนเร้น
เขาเงยหน้าขึ้นเตรียมตัวกลืนกินมัน
กระนั้นเมื่อเห็นหน้าจอระบบ ดวงหน้าของเขาก็เจือด้วยความตกใจเล็กน้อย
[เป้าหมาย : สัตว์อสูรระดับ 7 จระเข้โลหิตคลั่ง]
[สายพันธุ์ : พิเศษ!]
[พรสวรรค์ : ความบ้าคลั่งระดับ 3!]
[สามารถหลอมรวมได้!]
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
…
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ภาพตรงหน้าทำให้เขาตกตะลึง
ข้อมูลที่แสดงบนหน้าจอต่างออกไปจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง
ความสงสัยผุดขึ้นในใจของเขา
ก่อนหน้านี้สามารถดูได้เพียงชนิดของเป้าหมายและความสามารถในการกลืนกินเท่านั้น
ทว่าตอนนี้
ข้อมูลกลับมีความละเอียดยิ่งขึ้น
“นี่มันเป็นเฉพาะกับสัตว์อสูรระดับ 7 หรือเป็นกับตัวอื่น ๆ ด้วยละเนี่ย”
ชายหนุ่มตั้งคำถาม
เขามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นว่ามีซากจระเข้ระดับ 3 บางตัวอยู่ไม่ไกลนัก ฉู่โม่วตัดสินใจสาวเท้าเข้าไปใกล้เพื่อทดสอบบางสิ่ง
[เป้าหมาย : สัตว์อสูรระดับ 3 จระเข้!]
[สายพันธุ์ : ไม่มี]
[พรสวรรค์ : ธาตุดินระดับ 1!]
[สามารถหลอมรวมได้!]
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
ฉู่โม่วเบือนสายตาไปมองยังจระเข้ตัวอื่น ๆ ก็พบว่าข้อมูลที่ได้เป็นไปในรูปแบบที่ละเอียดยิ่งขึ้น
“ปะ… เป็นไป… ได้ไง…”
“ทักษะกลืนกินของฉันมันวิวัฒนาการเหรอเนี่ย!”