ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 181 ซากและแม่น้ำเจตจำนงแห่งกระบี่ใต้ดิน?
บทที่ 181 ซากและแม่น้ำเจตจำนงแห่งกระบี่ใต้ดิน?
ความคิดนี้พลันปรากฏขึ้นในความคิดของฉู่โม่ว
ตอนนี้
เขาได้แต่สูดหายใจลึกและรู้สึกราวกับว่ามีพายุถาโถมอยู่ในหัวใจ!
‘ทำไมจู่ ๆ ทักษะกลืนกินถึงพัฒนาขึ้นล่ะ?’
‘เพราะระดับพลังของฉันเพิ่มขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์แล้วเหรอ?’
ฉู่โม่วแอบคิดอยู่เงียบ ๆ
ทันใดนั้น
เขานึกถึงดอกไม้สีเงินที่ได้กลืนเข้าไป ตอนนั้นจุดแสงที่ดอกไม้สีเงินส่องสว่างกระจายไปตามแขนขาและร่างกาย โดยส่วนมากไหลเข้าไปยังสมอง
หลังจากที่ตื่นขึ้นมา
จุดแสงเหล่านั้นที่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งร่างกาย ก็ช่วยเสริมพลังให้คัมภีร์มังกรคชสารอมตะกับกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนได้มหาศาล
อีกอย่าง
เขาสัมผัสได้ว่าหูและตาว่องไวขึ้น จิตวิญญาณและพลังงานของเขาก็ผ่อนคลายมากขึ้นอีกด้วย
ตอนนั้นฉู่โม่วไม่ได้สนใจอะไร
แต่เมื่อมองดูตอนนี้
‘หรือว่า…’
‘จุดแสงที่ลอยอยู่ในความคิดของฉันไม่ได้ไร้ประโยชน์ แต่ช่วยพัฒนาทักษะกลืนกินของฉันงั้นเหรอ?’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
ตอนนี้มีแค่คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้มากที่สุดเท่านั้น
หลังจากที่คิดได้ดังนั้น หัวใจของฉู่โม่วก็พลุ่งพล่านไปด้วยความตื่นเต้น
ทักษะกลืนกินสามารถใช้ได้กับซากศพเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่ามีพรสวรรค์หรือสมบัติอะไรอยู่ภายในซากเหล่านั้น แต่ตอนนี้หลังจากการพัฒนา ข้อมูลของมันก็ละเอียดมากยิ่งขึ้น
ไม่ต้องสงสัยเลย
นี่เป็นประโยชน์และสร้างความสะดวกสบายให้ฉู่โม่วได้มาก!
“แต่ก็น่าเสียดาย”
“พละกำลังของสัตว์อสูรระดับ 7 ตัวนี้อยู่ในสายเลือดของมัน และถึงพรสวรรค์อันบ้าคลั่งจะหายากมาก แต่เมื่อพรสวรรค์นี้ใช้งานได้ มีหวังได้เสียสติแน่”
ฉู่โม่วส่ายหน้าและได้แต่กล่าวด้วยความเสียดาย
ไม่ว่าจะเป็นสายเลือดของจระเข้โลหิตคลั่งหรือพรสวรรค์อันรุนแรงก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
อย่างไรแล้ว
หากสายเลือดผสานกัน พื้นฐานพลังของฉู่โม่วก็จะผนวกรวมกันและเขาอาจมีคุณลักษณะของจระเข้โลหิตคลั่ง หากเป็นเช่นนั้นจะต่างอะไรจากผู้ปลุกพลังในสำนักหมื่นอสูรกันล่ะ?
และพรสวรรค์ที่รุนแรงก็จะทำให้เขาเสียสติด้วย!
มันเป็นดาบสองคม
ดังนั้นแล้ว หลังจากที่พิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในที่สุดฉู่โม่วก็ถอดใจ
ในการกลืนกินบางส่วนนั้น
ฉู่โม่วยกเลิกการผสานสายเลือดและพรสวรรค์บ้าคลั่ง เขาแค่เก็บแก่นเลือดของจระเข้โลหิตคลั่งเอาไว้ในมิติพกพาเท่านั้น
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว
แก่นเลือดของสัตว์อสูรระดับ 7 มีประสิทธิภาพสำหรับเขามากกว่า!
…
หลังจากที่ทำทุกอย่างจนเสร็จสิ้น ฉู่โม่วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและหันไปทางต้นป่าไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ทันที
ครั้งสุดท้ายที่มาที่นี่ เขาตัดต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ไปจนหมด…
และเมื่อกลับมาอีกครั้งในคราวนี้
เขาก็พบว่ามีหน่อไผ่ปรากฏขึ้นมาแล้ว!
พวกมันยังมีขนาดเล็กมาก และหากจะโตเท่าขนาดก่อนหน้านี้ก็คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยร้อยปีเลยทีเดียว
แต่ไม่ต้องสงสัยเลย…
นี่หมายความว่ามีสมบัติล้ำค่าอยู่ใต้ไผ่กระบี่ดาราสวรรค์อย่างแน่นอน!
“ขุด!”
ฉู่โม่วเงื้อกระบี่สารทสังหารขึ้นและเริ่มขุดดินใต้ต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์โดยไม่ลังเล
ตู้ม!
เมื่อกระบี่ฟันลงไป หลุมที่ลึกมากกว่าสิบเมตรก็ปรากฏขึ้นบนพื้นดินทันที
เมื่อเห็นดังนั้น ใบหน้าของฉู่โม่วก็แสดงความประหลาดใจออกมา
จนถึงวันนี้
ด้วยพละกำลังในปัจจุบันของฉู่โม่ว หากฟันพื้นหนึ่งครั้ง อย่างน้อยหุบเขาเล็ก ๆ ที่ยาวและลึกหลายร้อยเมตรจะถูกสร้างขึ้น
แต่ตอนนี้เขาขุดหลุมได้เพียงแค่หลักสิบเมตรซึ่งแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด
ฉู่โม่วตรวจสอบอย่างระมัดระวังและนึกขึ้นได้ทันทีว่าเป็นเพราะรากของต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ใต้ดิน
รากไม้ไผ่เหล่านี้เกี่ยวพันกันเป็นเครือข่ายรากขนาดใหญ่ใต้พื้นดินที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก จากการคาดการณ์ แม้แต่นายพลเมืองก็ไม่อาจตัดพวกมันได้ภายในคราวเดียว
หลังจากรู้เรื่องนี้ ฉู่โม่วก็เริ่มตั้งหน้าตั้งตาขุดต่อไป
เขาฟันกระบี่ครั้งแล้วครั้งเล่า
ฉู่โม่วไม่รู้ว่าเงื้อกระบี่ขึ้นฟันไปกี่ครั้งแล้ว ทว่าตอนนี้เขาอยู่ลึกกว่าพื้นดินถึงหลายสิบกิโลเมตร!
และที่นี่ยังมีรากไม้ไผ่หนาแน่น
ตามการคาดเดาของฉู่โม่วแล้ว
หากมองจำนวนของไม้ไผ่กระบี่ดาราสวรรค์เหล่านี้แล้วก็มีไม่มากนัก แต่รากกลับแผ่ขยายออกไปเป็นรัศมีร้อยหลายกิโลเมตรเลยทีเดียว
หรือพูดอีกอย่างก็คือ
ภายในระยะหลายกิโลเมตรนี้ หากขุดลงไปในพื้นก็จะพบรากของต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์
เป็นการเอาตัวรอดที่แข็งแกร่งมาก!
ฉู่โม่วอดตกตะลึงอยู่ในใจไม่ได้
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง
เขาก็ขุดดินลงไปลึกมากกว่าร้อยกิโลเมตร!
ตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งกระบี่จาง ๆ แล้วในที่สุด
นี่ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง
แล้วเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาขุดลงไปยังต้นตอของเจตจำนงแห่งกระบี่นั้นต่อไป
ในไม่ช้า
แกรก!
เมื่อกระบี่ของฉู่โม่วฟันเข้ากับกำแพงหิน ตรงหน้าของเขาก็เริ่มสว่างขึ้นในทันใด
แม่น้ำใต้ดินเชี่ยวกรากพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า
ซ่า…
แม่น้ำใต้ดินไหลเชี่ยวส่งเสียงดังสนั่น หากฟังให้ดีจะเหมือนกับเสียงมังกรคำราม
ต้องบอกเลยว่า…
แม่น้ำใต้ดินแห่งนี้มีเจตจำนงแห่งกระบี่ที่บางเบา ก้อนหินที่แม่น้ำใต้ดินไหลผ่านเป็นสีขาวบริสุทธิ์และปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่จาง ๆ ออกมา
ฉู่โม่วสัมผัสได้ว่ายิ่งใกล้ต้นแม่น้ำใต้ดินมากเท่าไร เจตจำนงแห่งกระบี่ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น แต่กลับกัน ยิ่งใกล้ปลายน้ำเจตจำนงแห่งกระบี่ก็จะยิ่งอ่อนแอลง
‘ดูเหมือนว่า…’
‘ความลับจะต้องอยู่ที่ต้นแม่น้ำใต้ดินแน่!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
แล้วเขาก็เดินตามทางแม่น้ำใต้ดินไปยังต้นน้ำ
แม่น้ำใต้ดินสายนี้ยาวเหยียด ฉู่โม่วเดินมาครึ่งชั่วโมง แม้จะผ่านมาอย่างน้อยหลายกิโลเมตรแล้ว เขาก็ยังไม่ถึงปลายทางเสียทีราวกับว่ามันไร้ที่สิ้นสุดจริง ๆ
แต่…
ขณะที่เขาเคลื่อนไปข้างหน้า เจตจำนงแห่งกระบี่ที่อยู่ในแม่น้ำใต้ดินก็ค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น ก้อนหินในแม่น้ำค่อยใสบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นและสีเริ่มจางลงทุกขณะ
ท้ายที่สุด
พวกมันแสดงสีผลึกแก้วบริสุทธิ์ออกมา!
จากผลึกแก้วเหล่านั้นมีปราณกระบี่ที่เฉียบคมวนเวียนอยู่โดยรอบ แม้แต่ฉู่โม่วยังสัมผัสได้
“เป็นเจตจำนงแห่งกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวอะไรอย่างนี้!”
ฉู่โม่วตกตะลึงเล็กน้อย
เมื่อรู้ว่า…
เจตจำนงแห่งกระบี่ที่อยู่ในก้อนหินเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากเจตจำนงแห่งกระบี่ที่อ่อนแอ ระหว่างสายน้ำใต้ดินหลังจากผ่านการถูกกัดเซาะมานับปีไม่ถ้วน
จินตนาการไม่ออกเลย
ว่าสมบัติลึกลับที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกันนะ?
ฉู่โม่วเดินหน้าต่อไปและความเข้มข้นของเจตจำนงแห่งกระบี่ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
กร๊อบ!
แกร๊บ!
เมื่อฉู่โม่วเดินต่อไป ก้อนหินในแม่น้ำพลันแตกสลาย
พลังปราณกระบี่ระเบิดออกมาและฟันเข้าใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า
ปราณกระบี่โจมตีร่างกายของฉู่โม่วพร้อมกับเสียง ‘แกร๊ง’ และแตกสลายหายไปทันที
ส่วนร่างกายของฉู่โม่วมีจุดสีขาวทิ้งเอาไว้ ทว่าไม่นานจุดสีก็ขาวหายวับไป
ฉู่โม่วเดินหน้าต่อ
ตอนนี้เจตจำนงแห่งกระบี่ในแม่น้ำใต้ดินทรงพลังอย่างถึงที่สุด ก้อนหินในแม่น้ำกลายเป็นก้อนหินกระบี่บริสุทธิ์และพลังปราณกระบี่ข้างในพวกมันก็น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวได้รับผลกระบี่จากรัศมีของฉู่โม่วครั้งแล้วครั้งเล่า พวกมันพุ่งออกมาจากก้อนหินและฟันฉู่โม่วทันที
มันฟันร่างกายของเขาและทิ้งรอยจาง ๆ เอาไว้
“นี่มันถึงพละกำลังของจ้าวยุทธ์ระดับสูงสุดแล้ว!”
ยิ่งเดินลึกเข้าไป
พลังปราณกระบี่อันแข็งแกร่งพุ่งเข้ามาและฟันร่างกายของฉู่โม่วอย่างไม่หยุดหย่อน
ฉัวะ!
ด้วยเสียงกระบี่ฟันเข้าไปในเนื้อจึงเกิดบาดแผลขึ้นบนร่างกายของฉู่โม่ว
เขาเริ่มได้รับบาดเจ็บแล้ว!
“การโจมตีนี้ใกล้เคียงกับพละกำลังของราชันย์ยุทธ์มาก!”
ยิ่งเดินเข้าไปไกล พลังปราณกระบี่ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
ตอนนี้ได้เข้าใกล้ขั้นราชันย์ยุทธ์แล้ว หากเดินหน้าต่อไปก็คงจะมีพละกำลังของราชันย์ยุทธ์จริง ๆ แน่
ฉู่โม่วใช้พลังจิตสัมผัสตรวจสอบ และพบว่าเส้นทางข้างหน้ายังคงยาวเหยียดราวกับว่าไร้ที่สิ้นสุด
“ฉันจะหยุดแค่นี้เหรอ?”
ฉู่โม่วไม่พึงพอใจเท่าไร
จนถึงตอนนี้ เขามั่นใจแล้วว่ามีสมบัติล้ำค่าที่ไม่ธรรมดารออยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน
แต่ก็ถูกจำกัดไว้ด้วยพละกำลังของตัวเองและไม่อาจไปที่นั่นได้ ความรู้สึกของการนั่งอยู่บนกองสมบัติแต่ไม่อาจคว้าพวกมันมาได้ ทำให้เขาเสียใจยิ่งนัก
“ตรงไปข้างหน้าอีกสักพัก แล้วถ้าทำไม่ได้ก็ค่อยถอยกลับมา!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
เขาใช้พรสวรรค์ป้องกันทั้งหมดและก้าวไปข้างหน้าด้วยพละกำลังที่มี
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
ระหว่างทาง
พลังปราณกระบี่ที่กักเก็บถูกเขากระตุ้น พวกมันกระจายตัวออกมาและฟันเขา แต่ก็ถูกเจ้าตัวปัดป้องเอาไว้ได้หมด
ในไม่ช้า
มีพลังปราณกระบี่ที่เทียบได้กับขั้นราชันย์ยุทธ์แล้ว
ฉู่โม่วได้แต่หยิบกระบี่สารทสังหารออกมาและป้องกันตัวต่อไป
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง
ร่างกายของฉู่โม่วค่อย ๆ ปรากฏบาดแผลให้เห็น เพราะการโจมตีอย่างต่อเนื่อง แม้แต่พรสวรรค์ธาตุไม้ก็ไม่อาจฟื้นฟูได้ทัน
นอกจากนี้ ฉู่โม่วใช้พลังมากเกินไป ทำให้เขาค่อย ๆ ต้านทานได้น้อยลงเรื่อย ๆ
โชคยังดี
ในตอนนั้นเอง
เขาพลันมองเห็นน้ำตกปรากฏขึ้นตรงหน้า น้ำในแม่น้ำใต้ดินไหลจากน้ำตกแห่งนี้
“ในที่สุดก็มาถึงปลายทางแล้ว!”
ฉู่โม่วชื่นใจ
หลังจากนั้นเขาก็ใช้พรสวรรค์แห่งห้วงมิติเทเลพอร์ตอย่างต่อเนื่อง เขาตรงเข้าไปในน้ำตกและออกจากแม่น้ำใต้ดิน
ข้างหลังน้ำตก เป็นพื้นที่ว่างใต้ดินที่กว้างใหญ่เหนือจินตนาการ
ฉู่โม่วยืนอยู่กลางอากาศและมองไปรอบ ๆ
เขาพบว่าน้ำตกที่ต้นน้ำใต้ดินถูกสร้างขึ้นมาจากก้อนหินข้างบน
บนก้อนหินขนาดใหญ่มีราชวังหรูหราตั้งอยู่
ไกลออกไปมียอดเขาห้อยลงมาจากด้านบนมากมาย ดูจากไกล ๆ คล้ายกับเสาหินย้อย
ส่วนบนพื้นดิน
ในขณะเดียวกันก็มีบ้านสร้างอยู่กระจัดกระจายออกไปจนมองไม่เห็นปลายทาง
สิ่งที่ทำให้ฉู่โม่วตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคือ
ในพื้นที่ว่างนี้
มีรัศมีกระบี่รุนแรงอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
พวกมันกระทั่งก่อให้เกิดหมอกสีขาวที่ลอยอยู่กลางห้วงอากาศ
พวกมันเกี่ยวพันกันทั้งแนวตั้งและแนวนอน บางครั้งก็ลอยไปรอบ ๆ ลอยอยู่เฉย ๆ หรือกลายเป็นดอกไม้ พืช หรือสัตว์
และต่อไปเรื่อย ๆ
“นี่คือ…”
“นี่คือซากใต้ดินเหรอ?”
เมื่อมองไปยังภาพตรงหน้า ฉู่โม่วก็อดแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาขณะที่พึมพำกับตัวเองไม่ได้