ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 223 สมบัติเสริมพลังจิตวิญญาณ และต้นกำเนิดเถาวัลย์!
บทที่ 223 สมบัติเสริมพลังจิตวิญญาณ และต้นกำเนิดเถาวัลย์!
“นี่มัน…”
ฉู่โม่วตกตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วหยิบมันขึ้นมา
หลังจากที่มองดูใกล้ ๆ พบว่ามันคือผลึกแก้วสีเขียว ข้างนอกมีรูปทรงรีราวกับไข่ ส่วนข้างในเปี่ยมไปด้วยพลังงานลึกลับอันแข็งแกร่งที่ค่อย ๆ ไหลเวียนอย่างเชื่องช้า
เศษเสี้ยวพลังงานลึกลับหลุดรั่วออกมา ฉู่โม่วสูดมันเข้าไปและสัมผัสได้ว่าพลังในสมองเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย
“นี่มันอะไรกันแน่นะ?”
“ดูเหมือนว่ามันจะเพิ่มพลังจิตวิญญาณได้งั้นเหรอ?”
สีหน้าเหลือเชื่อพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉู่โม่ว
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วใช้กระบี่สร้างรูขนาดเล็กขึ้นบนผิวของผลึกแก้ว ไม่นานของเหลวข้างในก็ค่อย ๆ ไหลออกมา
ติ๋ง!
เขาตัดสินใจกลืนลงไปหนึ่งอึก
ของเหลวสีเขียวเหล่านี้ไหลผ่านคอเข้าไปในร่างกาย มันส่งสัมผัสเย็นยะเยือกไปทั่วทั้งร่างกายอย่างฉับพลัน ทำให้ร่างกายของมนุษย์ต้องสั่นสะท้าน
หลังจากนั้น
ของเหลวเหล่านี้ถูกดูดซึมและกลายเป็นพลังงานที่ลึกลับบริสุทธิ์ซึ่งผสานเข้ากับสมองของฉู่โม่วในทันที ทำให้พลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ข้างในสมอง
นอกจากพลังจิตวิญญาณแล้ว ไอสีทองยังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและหนาแน่นขึ้นในไม่ช้า หลังจากผ่านไปไม่นานพลังงานลึกลับทั้งหมดก็ถูกดูดซับ และในสมองยังมีพลังจิตวิญญาณใหม่ก่อกำเนิดขึ้น
เมื่อมองไปยังการพัฒนาที่รวดเร็วจนน่าสะพรึงกลัวนี้ก็ตกตะลึงและมีความประหลาดใจอยู่ในสายตา
ตั้งแต่พลังจิตวิญญาณเข้าไปในแผ่นศิลารู้แจ้งที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์ เขาก็เชี่ยวชาญกระบวนท่าฝึกวิญญาณจิตสังหารไปจนถึงระดับที่ 2 และกลายเป็นผู้ใช้จิตวิญญาณระดับ 2 ทำให้ความเร็วในการเรียนรู้ลดลงมหาศาล
ผู้ใช้จิตวิญญาณระดับ 2 แค่ต้องควบแน่นพลังจิตวิญญาณให้กลายเป็นของเหลวเท่านั้น
แต่ผู้ใช้จิตวิญญาณระดับ 3 จำเป็นต้องเปลี่ยนจากหยดเล็ก ๆ ให้เป็นสระน้ำ
เรียกได้ว่าความยากลำบากเพิ่มขึ้นมหาศาลเลยทีเดียว!
ตามการคาดการณ์แล้ว
หากต้องการพัฒนาขึ้นไปเป็นระดับ 3 แม้แต่ศึกษาแผ่นศิลารู้แจ้งที่สามารถควบแน่นของเหลวได้หนึ่งหยดต่อเดือน ก็ต้องใช้เวลาถึงอย่างน้อยสามปี!
และนี่ยังเป็นกรณีที่พรสวรรค์เร่งเวลาทำงานอยู่
แต่ในตอนนี้
ภายในไม่กี่ลมหายใจ ของเหลวหยดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นแล้ว
ความเร็วเช่นนี้ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ !
ผลึกแก้วสีเขียวนี่มีผลที่น่าอัศจรรย์จริง ๆ !
ถ้าฉันหามาได้เพิ่มนะ…
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ตาลุกวาวในทันใด
หลังจากนั้น
เขาเริ่มตรวจสอบพื้นที่โดยรอบต่อไปด้วยความหวังว่าจะพบเถาวัลย์แปลกประหลาดนั่นอีก
หลังจากผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง
ขณะที่กำลังเดินอยู่ก็พบเถาวัลย์แปลกประหลาดในไม่ช้า
เมื่อเทียบกับเส้นแรกแล้ว เถาวัลย์นี้มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย ฉู่โม่วจึงสังหารมันได้อย่างรวดเร็ว
ภายใต้เปลวเพลิงลุกโชน
ผลึกแก้วสีเขียวก็ปรากฏให้เห็น
“แน่นอน!”
“ในเถาวัลย์ประหลาดทุกเส้นจะมีผลึกแก้วสีเขียวนี่อยู่!”
เมื่อเห็นภาพนี้
ฉู่โม่วก็ตื่นเต้นขึ้นมาในทันใด
นี่หมายความว่าตราบใดที่ยังคงตามล่าเถาวัลย์เหล่านี้ต่อไป ในไม่ช้าจะสามารถเปลี่ยนพลังจิตวิญญาณของตัวเองได้ แม้ว่าเถาวัลย์แปลกประหลาดเหล่านี้จะกระจายตัวออกไป หากค้นหาอย่างใจเย็นก็จะตามหาพบอีกในสิบวัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็กลืนของเหลวสีเขียวในผลึกแก้วเข้าไปทันที
เพราะผลึกแก้วนี้มีขนาดเล็กมากจึงมีของเหลวอยู่ไม่ถึงหยด แต่ยังช่วยยืดเวลาให้ได้อีกกว่าครึ่งเดือน
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้นก็เริ่มค้นหาบริเวณโดยรอบด้วยพละกำลังทั้งหมด ทุกครั้งที่พบเถาวัลย์ เขาจะสังหารมันอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา ทันทีที่เห็นดังนั้น เขาจึงใช้พรสวรรค์ธาตุไฟเผาเถาวัลย์เหล่านี้เป็นจุณทันที
“ฆ่า!”
“ฆ่า!”
“ฆ่า!”
สามวันต่อมา ฉู่โม่วเผาเถาวัลย์แปลกประหลาดตรงหน้าจนกลายเป็นเถ้าถ่านและหยิบผลึกแก้วสีเขียวออกมาอย่างระมัดระวัง
“ชิ้นที่ 48!”
ฉู่โม่วพึมพำอยู่ในใจก่อนจะเจาะรูบนผิวของผลึกแก้ว ของเหลวสีเขียวข้นไหลออกมาและถูกเขากลืนเข้าไป
พลังงานบริสุทธิ์หลั่งไหลออกมา ไอสีทองก่อตัวขึ้นในสมอง แล้วกลายเป็นหยดของเหลวอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ชายหนุ่มมองเข้าไปในสมองของตัวเอง
เมื่อสองสามวันก่อนมันเป็นเพียงแค่หยดเดียวเท่านั้น
และตอนนี้
ของเหลวที่ควบแน่นขึ้นจากพลังจิตวิญญาณรวมตัวกันเป็นแอ่งเล็ก ๆ และหากนับดูให้ดีจะพบว่ามีอยู่อย่างน้อยสามสิบหยด
‘ดูเหมือนว่าพลังจิตวิญญาณกำลังจะมาถึงขีดสุดแล้ว ถึงจะใช้อีกหยดก็อาจจะเปลี่ยนไม่ได้อีก!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเองและไม่อาจเก็บซ่อนสีหน้าตื่นเต้นเอาไว้ได้
แต่แล้ว…
ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง
ระหว่างช่วงเวลาสามวันนี้ ฉู่โม่วสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างน้อยสามแสนกิโลเมตรและไม่ปล่อยให้เถาวัลย์แปลกประหลาดรอดไปได้แม้แต่ครั้งเดียว
จนถึงตอนนี้
เป็นเรื่องยากที่จะตามหาพวกมันพบอีก
ตามการคาดการณ์แล้ว ควรจะมีเถาวัลย์แปลกประหลาดอยู่ที่นี่ซึ่งถูกเขาสังหารไปจนแทบหมด
อันที่จริง
เถาวัลย์ที่ถูกเขาฟันในตอนนี้ต้องใช้เวลาตามหามากกว่าสองชั่วโมงเลยทีเดียว
“ตามหาอีกสองวัน!”
“สองวันหลังจากนี้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องสำรวจเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยให้ทั่ว!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
คราวนี้เข้ามาในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยเพื่อตามหาข้อมูลเกี่ยวกับผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารา
เถาวัลย์แปลกประหลาดเหล่านี้เป็นแค่ของแถมเท่านั้น ถ้ามีก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าไม่มีก็ทำอะไรไม่ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็สำรวจต่อไป
เวลาเดินผ่านไป ในพริบตาเดียวก็เข้าสู่วันที่สองแล้ว
ระหว่างช่วงเวลานี้ ฉู่โม่วพบเถาวัลย์แปลกประหลาดทั้งหมดเพียงสามเส้นเท่านั้น หลังจากที่สังหารพวกมัน เขาก็ได้รับของเหลวมาเพิ่มอีกสองหยด ทำให้มีของเหลวในสมองทั้งหมดสามสิบสองหยด
“ดูเหมือนว่าเถาวัลย์แปลกประหลาดพวกนี้จะถูกฉันฆ่าหมดแล้ว คงหาตัวจับยากแล้วละ!”
ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา
แทนที่จะฝืนตามหาต่อไป กลับเปลี่ยนไปสำรวจเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยแทน
เพียงแต่ว่า…
ไม่นานหลังจากที่ออกบินก็สัมผัสได้ถึงคลื่นสั่นสะเทือนมาจากพื้นที่ข้างหน้าและได้ยินเสียงระเบิดเบา ๆ
“มีการต่อสู้อยู่ตรงนั้นเหรอ?”
“หรือว่าจะเป็นผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ที่เข้ามาในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยกัน?”
ฉู่โม่วตะลึงงันไปครู่หนึ่ง แล้วใช้พรสวรรค์ธาตุมืดเดินตรงไปตามทิศทางของเสียงนั้น
ในไม่ช้าก็เข้าไปใกล้การต่อสู้ เพราะมีดวงดาวอยู่ทั่วทุกหนแห่ง พรสวรรค์ธาตุมืดนี้จึงถือเป็นการปิดบังตัวที่ดีและไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครพบเห็น
เมื่อเงยหน้าขึ้น
จะเห็นร่างสามร่างต่อสู้กับเถาวัลย์ขนาดใหญ่อยู่ไกลออกไป
สิ่งที่ทำให้ตกตะลึงคือ
เถาวัลย์นี้ยาวมากกว่าสามร้อยเมตร มันต่างไปจากเถาวัลย์เส้นอื่น ๆ ที่ฉู่โม่วสังหาร เถาวัลย์เส้นนี้ยังมีรากฝังอยู่ในดิน มีลำต้นหนามากกว่าสามเมตร และเถาวัลย์ที่เลื้อยออกมายังยาวอย่างน้อยก็หลายร้อยเมตร
ดู ๆ เถาวัลย์แต่ละเส้นหนาประมาณสามเมตรและยาวราวร้อยเมตร
“เถาวัลย์เส้นใหญ่มาก!”
“หรือว่านี่จะเป็นต้นกำเนิดเถาวัลย์แปลกประหลาดพวกนั้น?”
เมื่อเห็นภาพนี้ ฉู่โม่วก็แอบตกตะลึงอยู่ในใจ
แล้วหันไปสนใจทั้งสามร่างนั้นอีกครั้ง และเห็นว่าพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์อสูร!
ตนหนึ่งเป็นหมีที่มีร่างกายแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด มันสูงอย่างน้อยหลายสิบเมตร และกล้ามเนื้อที่แสดงให้เห็นถึงพละกำลังระเบิดระเบ้อ
เถาวัลย์อันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นถูกทำลายย่อยยับ พวกมันถูกอสูรหมียักษ์คว้าเอาไว้และใช้แขนฉีกเป็นชิ้น ๆ
พลังอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ฉู่โม่วอดตกตะลึงไม่ได้
นอกจากนี้ยังมีวานรยักษ์ที่ทรงพลังมาก มันมีเปลวเพลิงปกคลุมทั่วร่างกายและมีอุณหภูมิร้อนผ่าว เมื่อมือทั้งสองจับสิ่งใดก็จะเกิดเสียง ‘ฉ่าฉ่า’ ขึ้น
สัตว์อสูรตัวสุดท้ายเป็นแรดนอเอกที่มีร่างกายค่อนข้างเล็ก
เมื่อเปรียบเทียบกับหมียักษ์และวานรเพลิงยักษ์แล้ว หากดูผิวเผินมันก็ไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก
แต่แท้จริงแล้ว…
พละกำลังของมันทรงพลังที่สุดในหมู่สัตว์อสูรทั้งสาม
นอข้างเดียวบนหัวของมันสามารถปล่อยลำแสงสีเงินออกมาได้
ไม่เพียงรวดเร็วแต่ยังทรงพลังจนน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุดอีกด้วย เมื่อเถาวัลย์เหล่านั้นถูกสัมผัส พวกมันจะละลายไปพร้อมกับเสียง ‘ฟู่’ ทันที!
ไม่ใช่แตกสลาย แต่ละลายหายไป!
ขณะที่ฉู่โม่วมองดูการต่อสู้อยู่นั้น นอบนหัวของแรดนอเอกก็เรืองแสงขึ้นอีกครั้งและระเบิดพลังไปยังลำต้นของเถาวัลย์
มันดูจะหวาดกลัวถึงขีดสุดและรีบเคลื่อนเถาวัลย์มาป้องกันที่ด้านหน้า
ฟู่!
เถาวัลย์นี้ละลายกลายเป็นของเหลวสีเขียวและร่วงลงบนพื้นทันที มันกระทั่งกัดเซาะพื้นดินและทำให้เกิดเสียงร้อนดัง ‘ฉ่า’ ขึ้น
เมื่อได้รับความเสียหายเช่นนี้ ต้นเถาวัลย์ดูจะโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด
มันสะบัดเถาวัลย์ที่เหลือไปมาและโจมตีแรดนอเอก
แต่ในตอนนั้นเอง
สัตว์อสูรอีกสองตัวก็พุ่งตรงเข้าไปปัดป้องเถาวัลย์ทั้งหมดไว้
ด้วยการร่วมมือกันของสัตว์อสูรทั้งสาม พวกมันทำลายเถาวัลย์ทั้งหลายต่อไป
ในไม่ช้า
เถาวัลย์ส่วนมากก็ถูกพวกมันทำลายจนหมด
‘เถาวัลย์ยักษ์นี่คงทนต่อไปไม่ไหวแล้ว!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
อย่างที่คาดการณ์ไว้
ในไม่ช้า
เถาวัลย์ที่เหลืออยู่ก็ถูกสัตว์อสูรทั้งสามทำลายจนสิ้นซาก
“ทำลาย ทำลาย ทำลายให้หมด!”
“เร็วเข้า! ฆ่าตัวประหลาดนี่เร็ว!”
“ฆ่ามัน ฆ่ามัน!”
สัตว์อสูรทั้งสามตะโกนด้วยความตื่นเต้น
“แรดนอเอก โจมตีที่ลำต้นเลย!”
วานรเพลิงยักษ์ตะโกนลั่นไปทางแรดนอเอกอย่างเกรี้ยวกราด
“อย่ามาสั่งฉันนะ!”
แรดนอเอกส่งเสียงร้อง เวลาเดียวกันนอบนหัวของมันเริ่มเรืองแสงอีกครั้ง ก่อนจะโจมตีไปยังลำต้นของเถาวัลย์ยักษ์
ในตอนนี้…
เมื่อไร้ซึ่งกิ่งก้านที่คอยปกป้องแล้ว ลำต้นก็ถูกโจมตีเข้าเต็มเปาและละลายกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่
ฟู่!
หลังจากได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก เถาวัลย์ก็ส่งเสียงโอดครวญและคำรามดุร้ายออกมา
คลื่นเสียงล่องหนพลันเจาะทะลวงเข้าไปในจิตใจของสัตว์อสูรทั้งสาม
ด้วยความตกตะลึง
สัตว์อสูรสามตนพลันจ้องเขม็งไปยังดวงดาว ร่างกายของพวกเริ่มบิดเบี้ยว
ในตอนนั้นเอง การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น
เถาวัลย์ที่ไร้ซึ้งกิ่งก้านขยายตัวอย่างรวดเร็ว กิ่งก้านใหม่เติบโตขึ้นทันตา ในไม่ช้าพวกมันก็กลับมาเพิ่มอีกหลายร้อยเส้น
เถาวัลย์หลายร้อยเส้นโบกสะบัดอย่างพร้อมเพรียงกันและโจมตีไปยังสัตว์อสูรทั้งสามตน
ตู้ม!
ตามมาด้วยระเบิดสะท้านโลก
สัตว์อสูรทั้งสามถูกโจมตีจนเนื้อฉีกขาดและเลือดสีทองนับไม่ถ้วนไหลออกมา
ไม่ห่างไกลออกไปนัก
เมื่อเห็นภาพนี้ ฉู่โม่วก็หรี่ตาลงทันที
“เถาวัลย์แปลกประหลาดนี้มีอัจฉริยภาพจริง ๆ งั้นเหรอ?!”