ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 224 สังหารต้นกำเนิดเถาวัลย์ และผู้ใช้จิตวิญญาณระดับ 3!
บทที่ 224 สังหารต้นกำเนิดเถาวัลย์ และผู้ใช้จิตวิญญาณระดับ 3!
ฉู่โม่วมองไม่เห็นว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ไหน
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนหน้านี้
…เห็นได้ชัดว่าเถาวัลย์แสดงท่าทีอ่อนแอเพื่อให้ศัตรูทั้งสามคิดว่าได้คว้าชัยชนะไปแล้วและระมัดระวังตัวน้อยลง
และผลก็คือ…
อย่างที่คาดเอาไว้
สัตว์อสูรทั้งสามได้รับบาดเจ็บทันทีเพราะไม่ได้เตรียมตัวตั้งรับ
“พวกเขาคงจะโชคร้ายมากกว่า!”
ฉู่โม่วส่ายหน้าไปมา
อย่างที่คาดการณ์ไว้
เถาวัลย์หลายร้อยเส้นมัดสัตว์อสูรทั้งสามไว้ด้วยกันและรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าพวกมันจะดิ้นรนเท่าไรก็ไม่อาจต่อต้านได้แม้แต่น้อย
ในไม่ช้าฉู่โม่วก็ได้ยินเสียงกระดูกของพวกมันแตกร้าวออกมาจากข้างใน
“โฮก!”
“ฉันชนะแกไปแล้วนี่!”
วานรเพลิงยักษ์คำรามลั่นขณะเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากร่างกาย เมื่อปะทะเข้ากับเถาวัลย์ก็เผาผลาญทันที
กร๊อบ!
ในไม่ช้า
กิ่งก้านหลายสิบกิ่งถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
หลังจากการโจมตี วานรเพลิงยักษ์ได้สูญเสียแรงต้านทั้งหมดและถูกห้อมล้อมโดยเถาวัลย์ที่แปลกประหลาดและรุนแรง ท้ายที่สุดมันก็ถูกรัดจนกลายเป็นกองเนื้อและสิ้นใจในท้ายที่สุด…
หมียักษ์กับแรดนอเอกที่ยังเหลืออยู่เองก็ตามไปด้วยเช่นกัน
เพียงแต่ว่า…
ก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ พวกมันทุกตัวปล่อยการโจมตีถึงตายเพื่อสร้างความเสียหายให้แก่เถาวัลย์
หลังจากผ่านไปสักพัก ทุกอย่างก็เงียบสงบลง
หลังจากที่สังหารอสูรทั้งสาม เถาวัลย์ขนาดใหญ่เองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยเช่นกัน
บนลำต้นหลักของมันมีรูขนาดใหญ่สองรูที่เกิดจากการโจมตีของแรดนอเอกจนสูญเสียกิ่งก้านไปมากกว่าครึ่ง สภาพโดยรวมในตอนนี้ดูน่าอนาถอย่างถึงที่สุด
‘เถาวัลย์นี่มีขนาดใหญ่มากและพละกำลังยังแข็งแกร่งกว่าเถาวัลย์อื่น ๆ งั้นผลึกแก้วสีเขียวข้างในคงจะใหญ่กว่าด้วยสินะ!’
‘ถ้าดูดซึมมันเข้าไป บางทีฉันอาจจะเปลี่ยนพลังจิตวิญญาณของตัวเองก็ได้!’
เมื่อคิดได้ดังนั้น
แสงสว่างจ้าพลันฉายออกมาจากดวงตาของฉู่โม่ว ทั้งร่างกายกลายเป็นภาพติดตาและพุ่งตรงไปยังเถาวัลย์แปลกประหลาดทันที
เมื่อมาได้ครึ่งทาง
เสียง ‘ชิ้ง’ ของกระบี่สารทสังหารก็ดังขึ้นจากฝัก ส่งประกายแสงกระบี่สาดไปทั่วดวงดาราในทันใด
ฟุ่บ!
ในจังหวะสำคัญนั้น เถาวัลย์เองก็ค้นพบร่องรอยของฉู่โม่วเช่นกัน กิ่งก้านมากกว่าสิบกิ่งระเบิดผ่านห้วงอากาศและกีดขวางตรงหน้าเพื่อพยายามหยุดกระบี่ในมือของเขา
แต่…
ฉับ!
เถาวัลย์มากกว่าสิบเส้นถูกตัดออก ชายหนุ่มฟันกระบี่ไปยังลำต้นโดยไม่ลังเล จนสร้างบาดแผลที่น่าสะพรึงกลัวในทันที
เมื่อได้รับบาดเจ็บหนักเช่นนี้ เถาวัลย์ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
เห็นได้ชัดว่า…
การลอบโจมตีเมื่อครู่ทำให้มันโมโหเสียแล้ว!
ฟู่!
เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้เกิดคลื่นสั่นสะเทือนที่โจมตีไปยังจิตใจของฉู่โม่ว แต่แล้วก็ถูกป้องกันเอาไว้ด้วยกงล้อทองคำปฐมวิญญาณ เขาจึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
แต่ในตอนนั้นเอง
หลังจากนั้นเถาวัลย์ก็เริ่มเคลื่อนไหวราวกับโซ่และพุ่งตรงไปข้างหน้าอีกหนเพื่อจับตัวเขาไว้ทันที
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีเช่นนี้
ชายหนุ่มไม่ได้ถอยหนีแต่กลับมุ่งหน้าเข้าไป เลือดและอณูแห่งชีวิตในร่างกายพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง มันระเบิดออกมาราวกับภูเขาไฟ!
“อสนีบาตคงกระพัน!”
“พรสวรรค์ธาตุลม!”
“พรสวรรค์ธาตุไฟ!”
“พรสวรรค์ธาตุเหล็ก!”
“พรสวรรค์แห่งห้วงเวลา!”
“พรสวรรค์แห่งห้วงมิติ!”
“ภาพลวงตาอีกาสุริยัน!”
…
พรสวรรค์และกระบวนท่ามากมายหลั่งไหลออกมาอย่างแล้วอย่างเล่า
แทบจะในพริบตาเดียว
พละกำลังของฉู่โม่วก็เพิ่มไปจนถึงขีดจำกัดที่สี่ร้อยเท่า และในขณะเดียวกัน แผนที่ภาพลวงตาศักดิ์สิทธิ์ก็เปิดเผยตัวออกมา
เสียงร้องดังสนั่นของอีกาสุริยันดังขึ้น แล้วอีกาสามขาทองคำก็บินโฉบผ่านท้องฟ้าเบื้องบนในทันใด!
เปลวเพลิงสีดำแผ่ขยายไปทั่วทั้งท้องฟ้าและมีกระทั่งแสงสีทองจาง ๆ อยู่ข้างใน
อีกาสุริยันขนาดยักษ์กระพือปีกและก้มหัวลง ก่อนระเบิดเปลวเพลิงแสงอาทิตย์อันน่าสะพรึงกลัวออกมาราวกับเกลียวคลื่น
ในตอนนี้
ด้วยร่างกายของฉู่โม่วเป็นศูนย์กลาง
พื้นที่ภายในรัศมีร้อยกิโลเมตรกลายเป็นทะเลเพลิงในบัดดล!
ในทั่วทั้งเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยสว่างไสวไปด้วยเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวที่ลุกโชน
นอกจากนี้ยังมีพรสวรรค์ธาตุลมและความหมายลึกซึ้งแห่งลมอยู่ข้างในอีกด้วย
สายลมช่วยเหลือเปลวเพลิง เปลวเพลิงหยิบยืมพลังจากสายลม
เปลวเพลิงทองคำแห่งแสงอาทิตย์ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ทำให้อุณหภูมิพุ่งไปจนถึงขีดสุดในทันที แม้แต่ห้วงอากาศยังไม่อาจต้านทานได้จึงเริ่มฉีกขาด ท้ายที่สุดก็เกิดการแปรปรวนขึ้นกลางอากาศ
ฟู่!
เปลวเพลิงปกคลุมเถาวัลย์ขนาดใหญ่ในทันที และมันถูกเผาราวกับตัวหนอนที่ดิ้นพล่าน
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแพร่กระจายไปทั่วทั้งเถาวัลย์ทันที
มันยังคงส่งเสียงคำรามและดีดดิ้นไปมาเพื่อพยายามดับไฟ
แต่…
นี่ไม่ใช่เปลวเพลิงทั่วไป มันมีร่องรอยของเปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์ที่เผาผลาญโลกอยู่ และแม้ว่าจะมีแค่เพียงร่องรอยก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เถาวัลย์แปลกประหลาดจะรับมือได้
เมื่อเผชิญหน้ากับพลังเผาผลาญเช่นนี้
ร่างของเถาวัลย์แปลกประหลาดเริ่มเหี่ยวแห้งในทันใด ลำต้นของเถาวัลย์ทั้งหมดหดตัวลงอย่างรวดเร็วจนแทบจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
และลมหายใจของมันก็แผ่วเบาลงในไม่ช้า
“ขอร้องละ ฉันขอร้องละ…”
ในตอนนั้นเอง
เถาวัลย์แปลกประหลาดพลันส่งเสียงร้องออกมาซึ่งแตกต่างไปจากความโกรธเกรี้ยวและเสียงโอดครวญก่อนหน้านี้ มันกลับกลายเป็นคำขอร้องอ้อนวอนแทน
แต่ดูเหมือนว่าฉู่โม่วจะไม่ได้ยิน
นอกจากจะไม่ยั้งมือแล้วยังเพิ่มอณูแห่งชีวิตเข้าไปทำให้เปลวเพลิงระเบิดออกมาอีกครั้ง
ตู้ม
ภายใต้การเผาผลาญของเปลวเพลิงที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ลำต้นขนาดยักษ์ของเถาวัลย์แปลกประหลาดกลายเป็นเถ้าถ่านและร่วงลงบนพื้นพร้อมเสียงดังลั่นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นภาพนี้
เพื่อที่จะรักษาผลึกแก้วสีเขียวเอาไว้ไม่ให้ถูกเผาไปด้วย ฉู่โม่วก็ดึงเปลวเพลิงแห่งดวงอาทิตย์กลับเข้ามาในร่างกายทันที
…
การต่อสู้จบสิ้นลงในเวลาอันสั้น
มีกลิ่นต้นไม้ไหม้เกรียมลอยอยู่ในอากาศ
เมื่อมั่นใจแล้วว่าเถาวัลย์แปลกประหลาดตายสนิท เขาก็ดึงพลังทั้งหมดกลับมา
หลังจากที่ทำให้เลือดกับอณูแห่งชีวิตในร่างกายสงบลงแล้ว เขาก็ตรงไปยังลำต้นที่กลายเป็นเถ้าถ่านและตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
ในไม่ช้า
พบแสงสีเขียวออกมาจากกองเถ้าถ่านนั้น
มันเป็นผลึกแก้วทรงรีขนาดเท่ากำปั้นของผู้ใหญ่ ผลึกแก้วนี้มีของเหลวสีเขียวบริสุทธิ์อยู่มากมาย และแก่นของของเหลวสีเขียวยังมีร่องรอยสีทองแฝงอยู่
ตอนนี้เขาถือมันไว้ในมือและตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เมื่อลองสูดหายใจเบา ๆ ก็สัมผัสได้ถึงพลังที่พลุ่งพล่านเข้ามาในสมอง
“แน่นอนว่าถ้าใหญ่ขนาดนี้ พลังงานลึกลับของมันต้องยิ่งน่าสะพรึงกลัวแน่!”
เมื่อเห็นภาพนี้ ความดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉู่โม่ว
เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะนั่งขัดสมาธิลง จากนั้นกรีดผลึกแก้วให้เป็นรู และเทของเหลวข้างในออกมา
ภายใต้แสงดาว ของเหลวเหล่านี้สะท้อนเป็นประกายทำให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงความมหัศจรรย์ตั้งแต่แรกเห็น
“กินเลยดีกว่า!”
มองดูอยู่ครู่หนึ่ง ฉู่โม่วก็ดื่มมันเข้าไป
ทันใดนั้น
พลังงานลึกลับที่บริสุทธิ์มากกว่าของเหลวที่เคยกลืนกินมาถึงสิบเท่าก็ระเบิดพวยพุ่ง!
ความรู้สึกเย็นสบายพลันเข้ามาในร่างกาย
ข้างในสมอง
พลังงานลึกลับนับไม่ถ้วนรวมตัวกันกลายเป็นไอสีทองหนาแน่น มันกลายเป็นหยดน้ำจำนวนมากอย่างต่อเนื่องราวกับกระแสน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดหย่อน
ความเร็วของพัฒนาการนี้ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ
ในไม่ช้า
ฉู่โม่วพบว่าพลังจิตวิญญาณมาถึงขีดจำกัดแล้ว!
และหลังจากขั้นตอนนี้… การเปลี่ยนแปลงก็จะตามมา
ตู้ม
ราวกับว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นภายในสมอง พลังความคิดแปรปรวนไร้ที่สิ้นสุดแพร่กระจายออกไปทั่วทั้งสมองอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน พลังจิตวิญญาณก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร
ในที่สุดการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็ค่อย ๆ ช้าลง
ชายหนุ่มจดจ่ออยู่กับสมองของตัวเอง
แล้วค้นพบในทันทีว่าในสมองมีพื้นที่เพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเท่า และมีไอสีทองลอยขึ้นมาเหนือสมองราวกับทะเลหมอก
และข้างใต้
ซ่า…
ของเหลวปั่นป่วนไหลเวียนอยู่ในสมองของฉู่โม่วราวกับสายธารเล็ก ๆ ปริมาณของพลังจิตวิญญาณข้างในก็น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
“พลังจิตวิญญาณกลายเป็นสายน้ำไหลผ่านอย่างไร้ที่สิ้นสุด!”
“นี่คือสัญลักษณ์ของผู้ใช้จิตวิญญาณระดับ 3!”
เมื่อเห็นภาพนี้ ใบหน้าของฉู่โม่วก็แสดงความตื่นเต้นออกมา
หลังจากนั้น
เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากการเลื่อนขั้น
‘ความหนาแน่นและพละกำลังของพลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นเยอะเลย!’
‘ถ้าพูดถึงระดับ 2 แล้วคงเทียบได้กับจ้าวยุทธ์ระดับสูงหรือแม้แต่ราชันย์ยุทธ์ระดับต้น แต่พลังในตอนนี้เทียบได้กับราชันย์ยุทธ์ระดับสูงแล้ว!’
‘ถึงจะ…’
‘ถึงจะต้องเจอกับราชันย์เทพยุทธ์ที่แข็งแกร่ง มันก็ไม่อ่อนแอเลย!’
ฉู่โม่วแอบคิดกับตัวเอง
แม้ว่าจะยังไม่เคยต่อสู้กับราชันย์เทพยุทธ์ที่แข็งแกร่งมาก่อน เขาก็ไม่ข้องใจเลย
อย่างไรแล้วก็สัมผัสได้ว่าสายธารปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในสมองแข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่ามาก
ต้องรู้ก่อนว่า…
ก่อนหน้านี้ ด้วยพลังจิตวิญญาณเพียงหยดเดียว เขาก็เทียบเคียงกับราชันย์ยุทธ์ระดับต้นได้ด้วยพลังจิตวิญญาณแล้ว แต่ตอนนี้พัฒนาขึ้นมากและสามารถเอาชนะราชันย์เทพยุทธ์ทั่วไปได้อย่างแน่นอน!
‘นี่แค่ด้วยพลังจิตวิญญาณล้วน ๆ เลยนะ!’
‘ถ้าผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณขึ้นมาให้ฉันได้ พลังของฉันก็คงจะเพิ่มขึ้นอีก!’
‘แล้ว…’
‘ตอนนี้ราชันย์เทพยุทธ์ระดับต้นคงสู้ฉันไม่ได้เลยสักนิด!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเองด้วยความพึงพอใจ
“ต่อไป ได้เวลาตามหาผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราแล้ว!”
เขาพึมพำ
แล้วฉู่โม่วก็ปล่อยเปลวเพลิงออกมาเผาผลาญเถาวัลย์แปลกประหลาดทั้งหมดให้กลายเป็นเถ้าถ่านและบินจากไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่กำหนดทิศทางแล้ว เขาก็มุ่งหน้าลึกเข้าไปในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัย!