ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 423 ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป …ฆ่าทิ้งให้หมด!
บทที่ 423 ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป …ฆ่าทิ้งให้หมด!
ชิ้ง!
ขณะที่ราชาอสูรทั้งสามตนกำลังตกอยู่ในภวังค์ของความหวาดกลัว
ฉู่โม่วได้ยิงลำแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนใส่ราชาอสูรแมงกระพรุน ก่อนจะตามด้วยการฟาดฟันกระบี่ทมิฬเข้าใส่ร่างเนื้อของพวกมันทีละตน ๆ เพื่อสร้างความเสียหายให้สูงที่สุดในการโจมตีแต่ละครั้ง
ซู่ม!
ด้วยการฟาดฟันเพียงครั้งเดียว คลื่นลำแสงกระบี่ที่มีความยาวขนาดผ่าแผ่นฟ้าได้ก็ปรากฏออกมาอีกครั้ง
เหล่าราชาอสูรที่ได้สติกลับมารีบกระตุ้นพลังเพื่อสร้างเกราะป้องกันทันที
“หน่วงกาลเวลา!”
“สกัดห้วงมิติ!”
“พลังแห่งแรงโน้มถ่วง!”
พรสวรรค์ทั้งสามถูกใช้งานพร้อมกัน มันทำให้ร่างของราชาอสูรทั้งสามถูกพันธนาการไปตาม ๆ กันด้วย
ก่อนหน้านี้มันเป็นเรื่องที่ยากนิดหน่อยที่ต้องพันธนาการราชาอสูรถึงสี่ตนพร้อมกัน แต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่สามเท่านั้น มันจึงทำให้พลังของพรสวรรค์เหล่านี้กลับขึ้นมาอยู่ในระดับสูงอีกครั้ง รวมถึงเวลาที่กว่าพลังจะอ่อนแรงลงก็ยืดยาวขึ้นด้วย
ด้วยจังหวะนี้
ฉู่โม่วเทเลพอร์ตเข้าไปและฟาดฟันราชาอสูรที่รูปร่างเหมือนกุ้งล็อบสเตอร์ในชั่วพริบตา
ครืน!
เพียงการฟันด้วยกระบี่เดียว ก้ามขนาดใหญ่ของราชาอสูรล็อบสเตอร์ก็ขาดกระเด็นอย่างง่ายดาย
ในยามที่พวกมันทั้งสามตนหลุดจากการจองจำ มันก็เริ่มที่จะสู้ต่อทันที
ทว่ามันช้ากว่าการเทเลพอร์ตของฉู่โม่ว
การที่ต้องเจอกับการเทเลพอร์ตไปมาของเขา ผนวกกับพรสวรรค์มากมาย ทำให้ราชาอสูรทั้งสามตนไม่สามารถตามตัวฉู่โม่วได้ทัน เขาเปรียบเสมือนฝันร้ายที่คอยเข้าโจมตีด้วยวิธีต่าง ๆ ที่ยากจะรับมือ
ไม่นานนัก
ผ่านไปไม่กี่นาที
ทั่วทั้งร่างของอสูรล็อบสเตอร์ก็เต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย ความแข็งแกร่งของมันลดลงไปแบบสุด ๆ
ชิ้ง!
สีหน้าของฉู่โม่วเยือกเย็น เลือดลมของเขาไหลเวียนประดุจแมกมาขณะพุ่งเข้าหาราชาอสูรล็อบสเตอร์
ราชาอสูรทั้งสองตนที่เหลือพยายามจะช่วยหยุดแล้ว ทว่าด้วยพลังของการหน่วงกาลเวลาและสกัดห้วงมิติ พวกมันทำได้แค่ดูฉู่โม่วฟาดกระบี่ใส่ราชาอสูรล็อบสเตอร์อย่างต่อเนื่องเท่านั้น
ครืน!
ควบคู่ไปด้วยเสียงพื้นดินสั่นสะเทือน กระบี่สะบั้นสะเทือนสวรรค์ก็ปลดปล่อยพลังอันเปี่ยมล้นออกมาขณะที่มันผ่าร่างของราชาอสูรล็อบสเตอร์ไป
ในทันที
อวัยวะภายในของมันก็ถูกทำลายโดยคลื่นกระบี่อันรุนแรงนั้นจนพังทลายไปตาม ๆ กัน
ราชาอสูรอ้าปากราวกับจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้
และในตอนนั้น ฉู่โม่วก็กลับมาโจมตีด้วยการฟาดฟันใส่มันอีกครั้งและสามารถเด็ดหัวราชาอสูรล็อบสเตอร์ได้สำเร็จ
ร่างที่ถูกจับแยกออกจากหัวไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด ๆ และแน่นิ่งไปในที่สุด
เห็นฉู่โม่วสามารถกำจัดราชาอสูรถึงสองตนได้ในเวลาใกล้ ๆ กัน แววตาของราชาอสูรที่ยังเหลือก็แสดงความหมดหวังออกมาอย่างอดไม่ได้
สิ่งนี้ไม่ต่างอะไรกับเชือดไก่ให้ลิงดู
ทั้ง ๆ ที่แต่เดิมแล้วพวกมันเป็นถึงราชาอสูรระดับเดียวกันที่มีมากถึงห้าตน ทว่าในท้ายสุดกลับไม่มีใครช่วยใครได้เลย ราชาอสูรเริ่มล้มตายจนกระทั่งตอนนี้เหลือเพียงสองตนเท่านั้น
“ฆ่ามัน!”
“ฆ่าเจ้ามนุษย์นี่ซะ!”
“ต่อให้จะต้องตาย ก็จะต้องฆ่ามันให้ได้!”
นอกจากราชาอสูรแมงกระพรุนที่ยังตกอยู่ในภวังค์ของแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน ทำให้สัตว์อสูรทั้งสองตนที่เหลือได้แต่มองหน้ากันเองแล้วตัดสินใจที่จะเข้าโจมตีฉู่โม่ว
เสียงที่แผดออกมาด้วยความโกรธนั้น เปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาต
ณ จุดนั้น
พวกมันรู้ดีว่าต่อให้รวมพลังกันทั้งหมด มันก็ไม่ใช่ศัตรูของฉู่โม่ว หรือต่อให้พยายามจะหนี ก็อาจจะยากเกินไป ดังนั้นแล้วทางออกจึงเหลือทางเดียว นั่นคือสู้กับมนุษย์ประหลาดคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไป
ในกรณีที่ไม่มีใครรอดไป อย่างน้อยพวกมันก็จะได้ตายอย่างสมเกียรติ โดยไม่ต้องถูกใครเย้ยหยันในภายหลัง
ในฐานะที่เป็นราชาอสูร เกียรติยศนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ
ดังนั้นตอนนี้
ราชาอสูรทั้งสองตนจึงเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งเพื่อรับมือกับฉู่โม่ว
อย่างไรก็ตาม
ไม่ว่าทั้งสองจะดิ้นรนสักเพียงใด ในสายตาของฉู่โม่ว พวกมันก็ได้ตายไปแล้ว
หากแรงฮึดมีประโยชน์กับศัตรูที่อยู่กันคนละระดับ พวกเราจะฝึกฝนเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นไปทำไม?
เขานำวิธีเดิม ๆ กลับมาใช้ และรับมือกับราชาอสูรทั้งสองตน เพียงไม่นาน ก็ได้โอกาสกำจัดหนึ่งในสองตนนั้นลงได้ ในเวลาใกล้ ๆ กัน ราชาอสูรที่มีเขาบนหัวก็ถูกสังหารตามไปอีก กระบี่ทมิฬของฉู่โม่วเจาะทะลุหัวใจของมัน ก่อนที่ร่างของมันจะไร้ซึ่งวิญญาณและตกสู่ท้องทะเลด้วยความสงบ
สถานการณ์เริ่มนิ่ง
จากสัตว์อสูรระดับราชาอสูรห้าตน ตอนนี้เหลือเพียงราชาอสูรแมงกระพรุนเท่านั้น
ใช่ว่ามันหนีเสียจนตนอื่น ๆ ตายก่อน
ทว่าตั้งแต่ที่มันปรากฏตัว มันก็ถูกฉู่โม่วยิงแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนใส่อยู่ตลอด จนไม่สามารถเข้าร่วมต่อสู้ด้วยได้ และนี่ก็ทำให้ฉู่โม่วสบายใจขึ้นมากที่ไม่ต้องคอยระวังมันด้วย
ในยามที่ราชาอสูรทั้งสี่ตนถูกกำจัดไปแล้ว ฉู่โม่วจึงมีโอกาสกลับมามองสัตว์อสูรแมงกระพรุนที่มีความสามารถในการป้องกันการโจมตีทางกายภาพได้ตนนี้
“เจ้ามนุษย์นี่น่ากลัวเกินไปแล้ว ข้าต้องหนี!”
“ไม่เช่นนั้น ข้าเองก็ต้องตายที่นี่ด้วยแน่ ๆ!”
เห็นราชาอสูรทั้งสี่ตนร่วมมือกันก็ยังต้องตายภายใต้เงื้อมมือของมนุษย์เพียงคนเดียว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากราชาอสูรแมงกระพรุนตนนี้จะหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
เช่นนั้น
โดยไม่คิดลังเลแม้แต่นิดเดียว มันเลือกที่จะหนี
ในตอนนั้น มันไม่สนใจแล้วว่าตนเองจะบาดเจ็บจากการที่จิตวิญญาณโดนแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนเจาะทะลวงหรือไม่ อสูรแมงกระพรุนอดทนฝืนกลั้นหนีออกมาผ่านช่องว่างมิติและพยายามแหวกว่ายหนีไปด้วยความหวาดกลัว
แต่…
“อยากจะหนีเหรอ?”
ฉู่โม่วแสยะยิ้ม เขารับรู้ได้จากมิติที่แปรผันจากจิตสัมผัสว่าอสูรแมงกระพรุนซ่อนตัวอยู่ในช่องว่างมิติและพยายามหนี ดังนั้นเขาจึงรีบตามไปทันที
ขณะเดียวกัน เพราะการอยู่ในช่องว่างมิติจะไม่สามารถโจมตีทางกายภาพได้ เช่นนั้นแล้ว ฉู่โม่วจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากใช้แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนโจมตีซ้ำ ๆ ไปที่จิตวิญญาณของอสูรแมงกระพรุน
ไม่ว่ามันจะหนีไปไกลขนาดไหน
ฉู่โม่วก็ไล่ตามอย่างไม่หยุดยั้ง
การไล่ล่าอย่างไม่มีใครยอมใครนี้เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา พวกเขาก็ไล่ตามกันมากว่าหมื่นกิโลเมตรแล้ว
ตลอดทาง
ฉู่โม่วก็ยังคงใช้แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนโจมตีจิตวิญญาณของอสูรแมงกระพรุนไปเรื่อย ๆ ด้วย มันทำให้ราชาอสูรที่พยายามหลบหนีเจ็บหนักขึ้นจนระดับที่เริ่มหายใจไม่ไหว ความเจ็บปวดที่มาจากจิตวิญญาณนี้ ทำให้มันเริ่มที่จะไม่สามารถควบคุมพลังปราณจากทั่วทั้งร่างได้
ครึ่งวันผ่านไป สติของราชาอสูรแมงกระพรุนก็เกือบจะหลุดลอยออกไปแล้ว
ในท้ายที่สุด
มันก็ทนไม่ได้อีกต่อไป
“เจ้ามนุษย์! หันมาคุยกันก่อน!”
ตอนนี้
ราชาอสูรแมงกระพรุนที่พยายามหนีมาตลอดทางซึ่งถึงขีดจำกัดแล้ว ได้ปรากฏตัวออกมาจากมิติที่มันใช้หลบหนี “ข้าจะยอมรับคำขอของเจ้า จากวันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ย่างกรายเข้าไปใกล้ชายฝั่งอีกในระยะล้านกิโลเมตร และข้าจะยกเลิกคำสั่งโจมตีมนุษย์กับเหล่าอสูรสมุทรด้วย! นอกจากนี้ ข้าจะยอมมอบขุมทรัพย์บางอย่างให้เจ้า เพียงแค่เจ้าปล่อยข้าไป แบบนี้ดีกว่าไหม?”
ในสายตาของมันเต็มไปด้วยความเว้าวอน
“ก็ใช่ว่าจะปล่อยแกไปไม่ได้หรอกนะ…”
ฉู่โม่วพูด
พลันเมื่อคำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากเขา
สีหน้าตกตะลึงเคล้าด้วยความดีใจก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของอสูรแมงกระพรุน
ทว่า
ก่อนที่มันจะทันได้ยิ้มกว้าง ฉู่โม่วก็พูดต่อ “แค่…”
“ในความคิดของฉัน ข้อแลกเปลี่ยนนั่นไม่จำเป็นเลยสักนิด!”
“ฆ่าแกทิ้งซะ อะไร ๆ จะง่ายกว่านี้อีกเยอะ!”
สิ้นเสียง
จิตวิญญาณปฐมกาลในร่างของฉู่โม่วก็ลืมตาตื่นขึ้น แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนก่อร่างสร้างตนใหม่ด้วยเสียงก้องกังวาน นำพามาซึ่งหอกทองคำพุ่งเข้าใส่จิตวิญญาณของราชาอสูรแมงกระพรุนในทันที
ด้วยการโจมตีอันรุนแรงเพียงครั้งเดียว จิตวิญญาณดวงใหญ่ของราชาอสูรแมงกระพรุนที่ทรงพลังก็ดับสลายในจังหวะเดียวกัน
สติที่หลุดลอยออกจากร่างของสัตว์อสูร ไร้ซึ่งร่างกายให้กลับไป รอยยิ้มบนใบหน้าที่ควรจะมีความสุขนั้นไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ มันนิ่งแข็งเพราะร่างของมันไม่มีชีวิตอีกต่อไปแล้ว เป็นเพียงซากศพที่รอวันดับสลาย
จังหวะนั้น
ฉู่โม่วพุ่งเข้าไปพร้อมกับกระบี่ทมิฬในมือ เขายกขึ้นฟันจนเกิดเสียง ‘ฉั้วะ!’ จากนั้นก็เป็นอันถือว่าราชาอสูรแมงกระพรุนตนนี้ได้ตายจากโลกไปโดยสมบูรณ์แล้ว
เพียงคนผู้เดียว
ราชาอสูรที่ทรงพลังทั้งห้าตนก็ถูกกำจัดให้ตายตกตามกันไปจนไม่เหลือใครอีก!
…
…