ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 422 ราชาอสูรหวาดกลัว ภาพที่ไม่คาดฝัน!
บทที่ 422 ราชาอสูรหวาดกลัว ภาพที่ไม่คาดฝัน!
“ไปลงนรกซะ!”
ราชาอสูรทั้งสามร้องคำรามด้วยความโกรธ แต่ละตนในตอนนี้ล้วนแต่แสดงความแข็งแกร่งของตนเองออกมา ชัดเจนเลยว่าพวกมันตั้งใจจะให้ฉู่โม่วตายในการโจมตีประสานนี้ให้ได้
หากคนที่อยู่ตรงนี้เป็นผู้ปลุกพลังคนอื่น หรือต่อให้คนคนนั้นจะแข็งแกร่งใกล้เคียงเทพเจ้า มันก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะรับมือกับการโจมตีประสานระดับนี้
แต่…
“มรสุมพลังจิต!”
พลังจิตของฉู่โม่วที่อยู่ภายในสมองระเบิดออกมา ก่อตัวเป็นพายุที่รุนแรงรอบ ๆ ตัวเขา
ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเขาก็ค่อย ๆ ถูกปกคลุมด้วยรัศมีสีขุ่นมัวไปด้วย
สิ่งนี้คือพลังของเจตจำนงที่ฉู่โม่วได้รับมาหลังจากเรียนรู้เจตจำนงแห่งดินถึงขั้นต้น
ด้วยความแข็งแกร่งที่เข้าสู่ขั้นราชันย์เทพยุทธ์แล้ว ประกอบกับพลังของธาตุดินในระดับราชันย์ ต่อให้พลังธาตุดินของฉู่โม่วไม่ได้สูงถึงระดับนี้ พลังป้องกันของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก ๆ แล้ว
ลำพังเพียงพายุพลังจิตกับพลังของธาตุดิน มันก็ทำให้ฉู่โม่วสามารถรับแรงกระแทกจากการโจมตีอันรุนแรงเหล่านี้ได้สบาย ๆ เลย
เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว
ฉู่โม่วก็ไม่ลังเล ทั่วทั้งร่างของเขาถูกปกคลุมด้วยอณูแห่งชีวิตและเลือดอันร้อนรุ่ม เขาไม่ได้ซ่อนตัวหรือหลบหลีก แต่เลือกที่จะพุ่งเข้าใส่ราชาอสูรกระทิงหางงูอย่างไม่หวั่นเกรง
ฉั้วะ!
ด้วยการฟาดฟันอีกหนึ่งครั้ง คลื่นกระบี่ที่รุนแรงจนพื้นดินสั่นสะเทือนก็ถูกปลดปล่อยออกมา
“เจ้ามันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!”
เมื่อมองไปยังฉู่โม่ว ราชาอสูรกระทิงหางงูก็ไม่ได้สนใจการโจมตีของสัตว์อสูรตนอื่นอีกต่อไป กลับกัน มันเลือกที่จะโจมตีโต้กลับพร้อมกับสีหน้าหวาดกลัวสุด ๆ ณ ตอนนี้
ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันตั้งใจจะให้อสูรอีกสามตนกดดันฉู่โม่วเพื่อซื้อเวลาให้ตนเองได้พักฟื้นเสียบ้าง
แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ถอยกลับเลยแม้แต่น้อย และเลือกที่จะเข้าโจมตีตนโดยไม่สนว่าตนเองจะบาดเจ็บหรือตาย มันจึงไม่อาจหยุดพักได้
เกลียดอะไรข้าขนาดนั้นน่ะ?
ทำไมเจ้าถึงอยากให้ข้าตายถึงเพียงนี้!
ราชาอสูรกระทิงหางงูอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้ภายในใจด้วยความโกรธแค้น
แต่ตอนนั้นเอง คมกระบี่ของฉู่โม่วก็เปล่งประกายแสงไปทั่ว เสมือนว่าจะบอกให้ราชาอสูรกระทิงหางงูได้รับรู้ว่า เวลาคิดของมันหมดลงแล้ว
ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ ราชาอสูรทำได้เพียงร้องคำราม ขณะที่ร่างกายของมันก็กำลังระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายออกมา เลือดในกายที่เปล่งออกมาเสมือนเพลิงที่ลุกโหม
จากก่อนหน้านี้ที่ดูเหมือนมันจะหมดฤทธิ์แล้ว จู่ ๆ กลิ่นอายของมันก็กลับมาแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง!
พร้อมกันนั้น
รอบ ๆ ผิวกายของมัน แสงสว่างที่ปกคลุมร่างเสมือนที่เคลือบผิว ก็คอยปกป้องมันไว้จากด้านใน
ไม่เพียงเท่านั้น ราชาอสูรที่รู้สึกได้ถึงอันตรายระดับชีวิตนี้ก็ยังเพิ่มพลังปราณและเลือดของตนเข้าไปในชั้นแสงนี้ เพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้สูงขึ้นอีกด้วย
ตู้ม!
การโจมตีของอสูรทั้งสามในที่สุดก็เข้าถึงตัวฉู่โม่วแล้ว และมันมาพร้อมกับเสียงคำรามดังกังวาน ประกอบกับเสียงสะท้อนอันรุนแรง คลื่นพลังที่เสมือนวันสิ้นโลกได้มาเยือนทำให้บริเวณกว่าหมื่นกิโลเมตรรอบ ๆ นี้ถูกปกคลุมไปด้วยความโกลาหลทุกหนแห่ง
ความน่ากลัวของพลังเหล่านี้ทำให้ผืนทะเลสั่นสะเทือน ก่อเกิดคลื่นยักษ์มากมายพัดพาเอาสัตว์อสูรใต้ทะเลพากันเกยตื้นหรือลอยลิ่วไปตามแรงคลื่น ทว่าเมื่อปะทะกับคลื่นกระแทกที่หลงเหลือ ร่างของพวกมัน บ้างก็ขาดเป็นสองท่อน บ้างก็สลายเป็นเสี่ยง ๆ กลายเป็นเมฆสีเลือดระเหิดไปในอากาศ
ชั่วพริบตา
รอบ ๆ สมรภูมิแห่งนี้พลันเต็มไปด้วยเลือดและซากศพเสียแล้ว
เพียงแค่ลูกหลงจากการต่อสู้ยังมีพลังหลงเหลือขนาดนี้ แล้วฉู่โม่วที่อยู่ใจกลางการโจมตีจะต้องเผชิญหน้ากับพลังระดับไหน?
ตู้ม!
การระเบิดยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพราะสถานการณ์ถูกปกคลุมไปด้วยความโกลาหลและควันจากการระเบิด ไหนจะละอองน้ำและสาหร่ายทะเลที่กระจุยกระจายไปทั่ว มันจึงทำให้ราชาอสูรทั้งหลายไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าฉู่โม่วเป็นอย่างไรบ้างจากจุดที่เขาอยู่
แต่จากการคาดคะเนของพวกมัน ต่อให้ฉู่โม่วจะไม่ตาย เขาก็ต้องบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอน
อย่างไรเสีย
ราชาอสูรทั้งสามตนก็มั่นใจมาก ๆ ว่าการโจมตีของพวกมันนั้นเข้าเป้าหมายจัง ๆ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องที่ฉู่โม่วยังเป็นเพียงราชันย์เทพยุทธ์ระดับทั่ว ๆ ไป ต่อให้ตอนนี้ฉู่โม่วมีพลังทัดเทียมพระเจ้า มันก็ยังยากที่จะหลบหนี
“เจ้านั่นน่าจะตายไปแล้ว”
ราชาอสูรตนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ
ส่วนอีกสองตนก็พยักหน้าเห็นด้วย
อสูรเหล่านี้มั่นใจในการโจมตีเมื่อครู่มาก ๆ และมั่นใจด้วยว่ามันไม่พลาดเป้าหรือผิดพลาดแต่อย่างใด
ทว่า
จังหวะที่พวกมันกำลังมั่นใจอยู่นั้นเอง ราชาอสูรทั้งหมดก็ตระหนักได้ว่าละอองน้ำที่ลอยอยู่ในอากาศนี้ มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หากแต่เป็นม่านที่ถูกจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อบดบังคมกระบี่ที่อยู่ด้านหลัง แสงสว่างของคมกระบี่นั้นทะยานพุ่งออกมา และอีกครั้งหนึ่งที่มันพุ่งเข้าใส่ร่างของอสูรกระทิงหางงู
“เจ้า…”
ดวงตาของราชาอสูรกระทิงหางงูเบิกกว้าง มันเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ และไม่คาดคิดเลยว่าฉู่โม่วจะยังไม่ตาย
อย่าลืมสิ
เมื่อครู่เป็นการโจมตีระดับสุดยอดของราชาอสูรทั้งสามตนเลยนะ!
คนคนนี้รอดมาได้อย่างไร!?
มันไม่อาจจะทำใจเชื่อได้เลย
อันที่จริง ฉู่โม่วไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ จากการโจมตีนั้นเสียด้วยซ้ำ
ภายหลังจากที่อสูรทั้งสามปลดปล่อยกระบวนท่าโจมตีระดับสุดยอดออกมา เขาก็ใช้พายุพลังจิตเป็นแนวป้องกันด่านแรกไปก่อน ซึ่งเขามั่นใจว่าลำพังเพียงพายุพลังจิตต้องเอาไม่อยู่แน่ ๆ ดังนั้นจึงใช้พลังของเจตจำนงแห่งดินในการเพิ่มพลังป้องกันไปอีกขั้นหนึ่งก่อนที่การโจมตีจะเข้าถึง
พลังป้องกันที่สูงลิ่วตามความแข็งแกร่งของฉู่โม่วถูกเพิ่มขึ้นในชั่วพริบตา
แม้ว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้อวัยวะภายในของฉู่โม่วบาดเจ็บระดับโคม่าในทันที
แต่โชคยังดี
ที่ธาตุไม้ระดับตะวันเองก็ไม่ปล่อยให้เขาบาดเจ็บเจียนตายเช่นกัน มันเอาอณูแห่งชีวิตทั้งหมดมาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการรักษาได้อย่างรวดเร็ว
และก็ยังเป็นพลังของธาตุไม้อีกเช่นเคย
ที่ช่วยให้เขาไม่ต้องเสียโอกาสไปกับการบาดเจ็บจากการโจมตีก่อนหน้า และโต้กลับใส่ราชาอสูรกระทิงหางงูได้ในพริบตา
ชิ้ง!
แววตาของฉู่โม่วยังคงเพ่งมองไปยังเป้าหมายเดิม พร้อมกันกับคลื่นกระบี่ที่มีพลังสูงเสียจนไม่มีใครสามารถจินตนาการได้ว่ามีพลังระดับนี้อยู่บนโลก
เมื่อเห็นว่าคลื่นกระบี่นั้นกำลังจะเข้ามาถึงตน
ราชาอสูรกระทิงหางงูก็ตกอยู่ในความกังวล
ต่อให้มันมีพลังที่ช่วยกระตุ้นพลังป้องกันระดับสูงได้ในชั่วขณะ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคลื่นกระบี่ระดับนี้ มันก็ยังรับรู้ได้จากความกลัวที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณภายในใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้หัวใจของมันยังคงเต้นเร็วขึ้นราวกับระเบิดที่กำลังนับถอยหลัง เสมือนว่ามีมือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นมาบีบร่างของมันเอาไว้จนยากที่จะหายใจให้ทั่วท้อง
ยามที่คมกระบี่ถึงตัวมันละก็ เมื่อนั้นมันไม่รอดแน่!
“ไม่ ๆ ๆ ๆ ๆ”
ความกลัวลั่นไกให้มันร้องเสียงหลงและแสดงสีหน้าหวาดผวาออกมา มันพยายามทุกวิถีทางเพื่อกระตุ้นพลังหมายจะป้องกันตนเองไว้
ทว่าเพียงชั่วครู่เดียว พลันเมื่อคมกระบี่พุ่งใส่ร่างของมัน เกราะป้องกันที่สุดแสนจะภาคภูมิใจก็ถูกตัดขาดราวกับกระดาษ
จากนั้น
คมกระบี่สีดำทมิฬก็พุ่งเข้าใส่หัวของมันอย่างจัง!
ท่ามกลางเสียง ‘ฉั้วะ!’ ใบหน้าคลุ้มคลั่งของราชาอสูรก็หยุดนิ่งไป นัยน์ตาที่สั่นผวาด้วยความกลัวพลันแข็งค้างพร้อมกับลมหายใจที่ดับมอด
วินาทีต่อมา
ตู้ม!
หัวขนาดใหญ่ของราชาอสูรกระทิงหางงูระเบิดกลายเป็นหยาดเลือดกระจัดกระจายไปทั่ว
ร่างที่ไร้เศียรขาดการขัดขืนและร่วงหล่นจากฟากฟ้าสู่ท้องทะเลที่อยู่เบื้องล่างรุนแรงจนกลายเป็นคลื่นยักษ์หลายร้อนเมตรพุ่งกระจายขึ้นมา
ราชาอสูรที่ยืนอยู่บนจุดสุดยอดของโลกใบนี้ ถูกฉู่โม่วเด็ดหัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
ซู่ม!
เสียงของคลื่นอากาศที่กระจายตัวออกดังไปทั่ว
ราชาอสูรอีกสามตนได้แต่มองภาพนี้ด้วยดวงตาเบิกโต ภาพตรงหน้าของพวกมันสร้างความกลัวให้ทุกอณูในจิตใจ แม้จะไม่ใช่เป็นการกำจัดราชาอสูรพร้อมกันห้าตนก็จริง และแม้ว่าพวกมันจะอยากให้ราชาอสูรตนใดตนหนึ่งตายไปอยู่แล้ว
แต่ ณ ตอนนี้ การที่ได้เห็นฉู่โม่วสามารถกำจัดอสูรระดับเท่าพวกมันได้ด้วยท่วงท่าที่ทรงพลังภายใต้การรุมเร้าของราชาอสูรถึงห้าตน มันก็ทำให้ราชาอสูรที่เหลือกลัวเสียจนพูดอะไรไม่ออก
“นี่มันเป็นไปไม่ได้!”
“ไม่จริง! มันไม่ใช่เรื่องจริงแน่ ๆ!”
“มีมนุษย์ที่ทรงพลังขนาดนี้อยู่บนโลกได้อย่างไรกัน!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ทั้ง ๆ ที่กระบวนท่าระดับสุดยอดของพวกข้าโจมตีโดนเป้าหมายแท้ ๆ แต่ทำไมเจ้าถึงไม่บาดเจ็บอะไรเลยล่ะ!?”
ราชาอสูรทั้งสามไม่อาจจะเชื่อสายตาตนเองได้
แต่ไม่ว่ามันจะหลอกตนเองอย่างไร แต่หยาดเลือดที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศนี้ก็กำลังเป็นเครื่องยืนยันว่านี่เป็นเรื่องจริง
…
…