ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 490 ขั้นเทียมเทพเฟยเหลียน และ การประมูลระดับพิเศษ
บทที่ 490 ขั้นเทียมเทพเฟยเหลียน และ การประมูลระดับพิเศษ
ฉู่โม่วฟังบทสนทนาของผู้คนโดยรอบตลอดทางที่เดินไปและต้องตกตะลึงไม่น้อย
แม้เขาจะรู้อยู่แล้วว่าการประมูลที่จัดขึ้นโดยหอศักดิ์สิทธิ์จะต้องไม่ใช่งานเล็ก ๆ แน่ แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ปลุกพลังมามากมายขนาดนี้ และยังมีกระทั่งผู้ปลุกพลังจากเมืองใหญ่อื่น ๆ และเมืองศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ
นั่นทำให้เขามีความคาดหวังในการประมูลครั้งนี้มากขึ้นไปอีก
“พระเจ้า นั่นเทียมเทพเฟยเหลียนไม่ใช่เหรอ?!”
ทันใดนั้น
พลันเกิดเสียงโกลาหลขึ้นมาในหมู่ผู้คน
“เทียมเทพเฟยเหลียนเหรอ?”
ฉู่โม่วหันไปตามเสียงนั้นและมองเห็นลำแสงพุ่งลงมาผ่านห้วงอากาศไกลออกไป มันตรงไปที่หอศักดิ์สิทธิ์และเข้าไปในตัวอาคารทันที
แต่เหล่าผู้ปลุกพลังที่มองเห็นเทียมเทพเฟยเหลียนก็ยังคงพูดคุยกันอยู่ เห็นได้ชัดว่าบทสนทนาของพวกเขาร้อนแรงและตกตะลึงยิ่งกว่าตอนที่เห็นเทวะยุทธ์เสียอีก
ฉู่โม่วตั้งใจฟังอยู่ครู่หนึ่งและเข้าใจในที่สุด
เหตุผลที่เทียมเทพเฟยเหลียนเป็นที่สนใจของทุกคนนั้นเป็นเพราะเขาคือผู้อยู่ในอันดับหนึ่งของรายชื่อผู้ชนะติดต่อกันของหอคอยท้าดารกะ และรักษาตำแหน่งนั้นเอาไว้กว่าสามสิบปีเต็ม นั่นไม่ใช่เวลาน้อย ๆ เลย!
ต้องรู้ด้วยว่า
ในระยะเวลาสามสิบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่เขาเข้าไปในหอคอยท้าดารกะเป็นครั้งแรก เขาก็รักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งเอาไว้ได้และไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาจนถึงตอนนี้!
ว่ากันว่าสถิติการชนะติดต่อกันของเขามาถึง 1000 ครั้งถ้วนแล้ว
และมีการพ่ายแพ้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น!
ในตอนนั้นเขาเพิ่งจะเข้าสู่รายชื่อผู้ชนะต่อเนื่องและเพิ่งเข้าสู่ขั้นเก้าขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลง เขาจึงถูกจับคู่กับเทียมเทพและต้องพ่ายแพ้ไป
แต่ตามข่าวลือหนาหูแล้ว แม้ว่าครั้งนั้นจะต้องแพ้ เขาก็ยังต่อสู้กับเทียมเทพคนนั้นกว่าครึ่งชั่วโมง และไม่แพ้จนกระทั่งพลังงานหมดไป
เรียกได้ว่าเป็นการพ่ายแพ้ที่สมเกียรติยศ!
และตั้งแต่นั้นมา เทียมเทพเฟยเหลียนก็กลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน เขาไม่เพียงเข้าสู่ขั้นเทียมเทพภายในเวลาสามสิบปี แต่ยังชนะการท้าทายติดต่อกันนับพันครั้งโดยไม่พ่ายแพ้อีกด้วย ผู้ปลุกพลังหนุ่มสาวนับไม่ถ้วนจึงมองเขาเป็นแบบอย่างอยู่ในใจ
แม้แต่ผู้ปลุกพลังหลายคนก็คิดว่าตัวเองคงไม่อาจเอาชนะเฟยเหลียนได้ พวกเขาจึงยินดีเป็นผู้ติดตามและเป็นข้ารับใช้ของเขาแต่โดยดี
ผู้ปลุกพลังบางคนที่อยู่ในขั้นเทวะยุทธ์ก็ยังเคารพบูชาเขา แม้แต่ตัวตนระดับเทพเจ้าบนดาวเคราะห์สีเงินก็ต้องยกให้เขาเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งราวกับมหาเทวะยุทธ์ และเป็นความภาคภูมิใจของดาวเคราะห์สีเงิน!
แม้ว่าเขาจะเป็นคนรุ่นใหม่ในกาแล็กซี เขาก็เป็นถึงตัวตนระดับสูงสุด!
หลังจากที่ได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็เข้าใจ
‘ไม่น่าล่ะ เขาถึงดังขนาดนี้ เพราะเป็นผู้มีสุดยอดพรสวรรค์นี่เอง!’
‘น่าเสียดายที่ฉันไม่มีเวลาใช้วิชากลืนกินก่อนหน้านี้ ไม่งั้นก็คงจะได้เห็นว่าพรสวรรค์ของเขาไปถึงระดับไหนแล้ว!’
‘ถ้าเข้าไปข้างในจะได้เจอเขาไหมนะ!’
ฉู่โม่วคิดอยู่ในใจ
หากสามารถมองเห็นสุดยอดพรสวรรค์เหล่านั้นได้ แม้ว่าเขาจะกลืนกินพวกมันไม่ได้ ชายหนุ่มก็ยังได้รู้ถึงระดับพรสวรรค์ของอีกฝ่ายในตอนนี้!
ตอนที่ฉู่โม่วกำลังคิดอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากไม่ไกลออกไป
“ฉู่โม่ว ฉันอยู่นี่!”
ที่ประตูของหอศักดิ์สิทธิ์ ซูเจาเจาตะโกนออกมาเสียงดังลั่น
เมื่อหันไปมอง เขาก็เห็นซูเจาเจาโบกไม้โบกมือโดยมีกวนหนิงหนิงยืนอยู่ข้าง ๆ
เมื่อเห็นดังนั้น
ฉู่โม่วก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
“เจาเจา หนิงหนิง!”
ฉู่โม่วกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มและเอ่ยถาม “พวกเธอเพิ่งมาถึงเหรอ?”
“เปล่า พวกฉันมาถึงสักพักแล้ว แต่เรารอคุณอยู่เลยยังไม่ได้เข้าไปน่ะ… งั้นไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงแล้ว การประมูลจะเริ่มแล้ว ฉู่โม่ว เข้าไปกันเถอะ!”
ขณะที่พูด ซูเจาเจาก็ดึงกวนหนิงหนิงและฉู่โม่วเข้าไปข้างในทันที
มีผู้ปลุกพลังคนหนึ่งคอยคุ้มกันประตูอยู่
ทั้งสามหยิบจดหมายเชิญออกมาและผ่านเกราะป้องกันสามชั้นเข้าไปในห้องโถงประมูล
จากด้านนอก ห้องโถงประมูลนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก แต่เมื่อได้เข้ามาจริง ๆ แล้วก็จะสัมผัสได้ถึงจักรวาลที่อยู่ข้างใน มันสามารถจุคนได้อย่างน้อยหลายหมื่นคนโดยที่ไม่เบียดเสียดกันแม้แต่น้อย เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นวิธีการใช้ห้วงมิติบางอย่าง
ห้องโถงถูกแบ่งออกเป็นห้อง ๆ และตกแต่งอย่างหรูหรา แต่ละห้องจะมีรหัสตัวเลขและมีเพียงแค่เจ้าของหรือเพื่อนที่ได้รับจดหมายเชิญเท่านั้นที่จะเข้าไปได้ ส่วนคนอื่น ๆ จะไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในแม้แต่น้อย
ส่วนหนึ่งก็เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า และระหว่างการประมูล หากผู้ประมูลมีข้อขัดแย้งกันก็จะส่งผลต่อราคาของสินค้า ซึ่งจะทำให้ผู้จัดการประมูลได้กำไรมากยิ่งขึ้น แต่ท้ายที่สุดผลลัพธ์โดยรวมก็จะน้อยลงอยู่ดี
บริษัทอันดับหนึ่งที่แท้จริงจะไม่มีวันใช้วิธีน่ารังเกียจและลูกไม้ต่าง ๆ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีใครรู้ว่ามันจะต้องจบสิ้นลงแบบไหน
“หนิงหนิง ฉู่โม่ว เข้าไปในห้องกันเถอะ!”
ซูเจาเจากล่าว
ฉู่โม่วและกวนหนิงหนิงก็ไม่ได้ขัดอะไร
เมื่อเข้าไปนั่งข้างในห้องก็จะมองเห็นกระจกใสขนาดใหญ่ตรงหน้า และมองเห็นแท่นยกสูงที่อยู่ไม่ไกลออกไปได้อย่างชัดเจน
ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่ามีกระจกอยู่ที่ห้องอื่น ๆ เช่นกัน แต่เขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในได้แม้แต่น้อย คาดการณ์ได้ว่ากระจกนี้คงจะเป็นกระจกด้านเดียวที่มองเห็นข้างนอกจากด้านใน แต่มองไม่เห็นข้างในจากด้านนอก
ระหว่างที่รอคอยด้วยความอดทน
หากแสงในห้องสว่างขึ้นก็หมายความว่ามีคนอยู่ในห้องแล้ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทุกห้องก็มีแสงสว่างและได้เวลาเริ่มต้นการประมูลในที่สุด!
…
“สวัสดีลูกค้าผู้มีเกียรติของเรา ผมคือผู้ดำเนินการประมูลครั้งนี้และเป็นผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพของหอศักดิ์สิทธิ์ ผมชื่อว่าติงหง คิดว่าหลายคนที่นี่คงรู้จักผมอยู่แล้ว… อย่างแรก ในฐานะตัวแทนของหอศักดิ์สิทธิ์ ขอยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่การประมูลระดับสูงครั้งนี้ และในฐานะผู้จัดงาน ก่อนที่จะเริ่มการประมูลอย่างเป็นทางการ ผมต้องขอขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้เป็นอย่างมาก!”
ชายชราผมสีเทาคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนเวที
เขาไม่ได้เป็นคนดูดีมาก แต่ระดับพลังของเขาน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด เพราะเขาไปถึงขั้นเทวะยุทธ์แล้ว
“ไม่คิดเลยว่าท่านติงจะมาร่วมการประมูลระดับสูงครั้งนี้ของหอศักดิ์สิทธิ์ด้วย เขาเป็นผู้ปลุกพลังที่อาวุโสที่สุดในหอศักดิ์สิทธิ์และมีตำแหน่งต่ำกว่าแค่ประธานหอศักดิ์สิทธิ์กับรองประธารอีกสองคนเท่านั้น… หลังจากนี้การประมูลต้องไม่ธรรมดาแน่!”
กวนหนิงหนิงอุทาน
“บางทีคราวนี้อาจจะมีสมบัติหายากเยอะเลยก็ได้ มูลค่าการประมูลครั้งนี้คงสูงทะลุฟ้าแน่!”
ซูเจาเจาเองก็กล่าวด้วยความตื่นเต้น
เมื่อได้ยินสิ่งที่สองสาวพูด ฉู่โม่วก็ไม่ได้พูดอะไร แต่หันไปมองยังหน้าจอสามมิติขนาดเล็กที่ลอยอยู่ข้าง ๆ มันแสดงให้เห็นชิ้นส่วนทองแดงขึ้นสนิม และเขาก็จ้องมองมันด้วยความคาดหวัง
“หวังว่าจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ…”
ฉู่โม่วพึมพำเบา ๆ
ในขณะเดียวกัน
ติงหงที่ยืนอยู่บนเวทีก็เริ่มพูดต่อ “เอาละ ผมรู้ว่าทุกคนตั้งตารอการประมูลอยู่ งั้นผมจะไม่รอให้เสียเวลาแล้ว มาเริ่มต้นกันเลย!”
“ต่อไป นี่คือสินค้าชุดแรกสำหรับการประมูลระดับสูงของหอศักดิ์สิทธิ์ของเราในครั้งนี้…”
เมื่อเขาพูดจบ
พนักงานสาวก็ขึ้นมาบนเวทีพร้อมถือสมบัติชิ้นหนึ่งอย่างระมัดระวัง
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติชิ้นนี้ก็ปรากฏขึ้นบนกระจกใสของแต่ละห้อง