ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 493 ราคาทะลุหลักล้านล้าน กับ ชิ้นส่วนทองแดงมาอยู่ในมือ!
บทที่ 493 ราคาทะลุหลักล้านล้าน กับ ชิ้นส่วนทองแดงมาอยู่ในมือ!
ท้ายที่สุดเทวะยุทธ์จี้เจินก็พยายามอดกลั้นความโกรธเอาไว้
แต่แน่นอนว่าเขาไม่สามารถทำได้
อย่างที่นักบุญหัวลั่วกล่าว สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของหอศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะสุดยอดหอการค้าในเมืองใหญ่วสันตฤดูและกระทั่งทั่วทั้งแดนทิศตะวันออก เขาเป็นแค่เทวะยุทธ์และไม่ควรไปหาเรื่องหอศักดิ์สิทธิ์เป็นอันขาด
แม้ว่าเขาจะกลายเป็นมหาเทวะยุทธ์ก็คงยังไม่กล้ามีปัญหากับสัตว์ประหลาดเช่นนี้
“ฉันยอมแพ้!”
หลังจากที่ลังเลและกระวนกระวายอยู่นาน เทวะยุทธ์จี้เจินก็ยอมแพ้ในที่สุด เพราะกองทุนของเขาไม่สามารถทำการประมูลต่อไปได้อีกแล้ว
การประมูลดำเนินต่อไป
การเสนอราคาสินค้ายังคงเข้มข้นอย่างถึงที่สุด
“8 แสนล้าน!”
…
“9 แสนล้าน!”
…
“ล้านล้าน!”
…
ราคายังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และเข้าสู่หลักล้านล้านในที่สุด เมื่อจำนวนนั้นถูกพูดออกมา แทบทุกคนก็อดอ้าปากค้างไม่ได้ ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าการประมูลครั้งนี้จะมีสมบัติโบราณหายากปรากฏตัวขึ้นด้วยราคาที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้!
ต้องรู้ด้วยว่า
ทางช้างเผือกนั้นกว้างใหญ่ไพศาลและไม่ใช่ว่าไม่มีสมบัติโบราณถูกค้นพบเลย แต่แม้ว่าพวกมันจะมีราคาสูงและเป็นที่สนใจอยู่แล้ว ส่วนมากก็จะมีราคาอยู่ระหว่างสามถึงห้าพันล้าน และหากสูงกว่านั้นก็จะอยู่ระหว่างเจ็ดถึงแปดพันล้านเหรียญเงินครามเท่านั้น มีสมบัติโบราณหายากจำนวนเท่าหยิบมือเท่านั้นที่มีราคาทะลุหลักล้านล้าน
และมันยังสูงขึ้นกว่านั้นอีกมาก
หลังจากผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง นักบุญหัวลั่วจากตำหนักหมอกมายาก็เสนอราคา 1.358 ล้านล้านเหรียญเงินครามออกมาและไม่มีใครเสนอราคาต่อไปอีก
“สมแล้วที่ตำหนักหมอกมายาเป็นยักษ์ใหญ่ที่ยืนหยัดอยู่บนดาวเคราะห์สีเงินมานับปีไม่ถ้วน มีพื้นฐานที่ลึกซึ้งและเตรียมกองทุนได้เยอะมาก ฉันละชื่นชมจริง ๆ… สาวน้อยหัวลั่ว สมบัติชินนี้เป็นของตำหนักหมอกมายาของเธอแล้ว ฉันยอมแพ้กลับไปหาตระกูลเฝิงก็ได้!”
ตัวแทนจากตระกูลเฝิงแห่งเมืองธาราศักดิ์สิทธิ์ ชายชราผู้มีพละกำลังในขั้นเทวะยุทธ์กล่าวและยอมถอยทัพ
“ขอบคุณนะศิษย์พี่!”
นักบุญหัวลั่วกล่าวขอบคุณ
แม้ว่าน้ำเสียงของเธอจะสงบนิ่ง เธอก็ผ่อนคลายขึ้นมากแล้ว หลังจากที่ชนะการต่อสู้เพื่อสมบัติโบราณชิ้นนี้ เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา
ในตอนนี้
เจ้าหน้าที่ติงบนเวทีก็เอ่ยขึ้น “ในเมื่อไม่มีใครประมูลต่อแล้ว ผมขอประกาศว่าเขาอัสนีสีม่วงอันล้ำค่านี้เป็นของนักบุญหัวลั่ว!”
ตูม!
เมื่อเขาพูดจบ การประมูลก็สิ้นสุดลง
ผู้เป็นเจ้าของสมบัติอันยิ่งใหญ่จากหอศักดิ์สิทธิ์ได้รับการยืนยันแล้ว!
…
การประมูลจบลง…
ตระกูลและกองกำลังมากมายต่างก็จากไปด้วยสมบัติต่าง ๆ และความพึงพอใจ ส่วนฉู่โม่วและพรรคพวกนั้น เพราะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสมบัติโบราณเลย พวกเขาจึงมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความเพลิดเพลินและตื่นตาตื่นใจ
เขาไม่ได้สนใจความขัดแย้งกันระหว่างตระกูลและกองกำลังมากนัก
หลังจากการประมูล ฉู่โม่ว ซูเจาเจา และกวนหนิงหนิงก็จ่ายเหรียญเงินครามเพื่อรับสมบัติของตัวเองและออกไปจากที่นี่
เมื่อชิ้นส่วนทองแดงตกมาอยู่ในมือ ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ว่าร่างมายาอีกาสุริยันข้างในร่างกายพลันตื่นขึ้นมาและแทบจะก่อความโกลาหลขึ้น แต่โชคดีที่เขายังควบคุมมันเอาไว้ได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องขายหน้าทุกคนแน่
แต่ถึงอย่างนั้น
ก็ยังมีความโหยหาที่รุนแรงออกมาจากร่างมายาอีกาสุริยัน
ครืน! ครืน! ครืน!
เพราะความรู้สึกนี้รุนแรงเสียจนเลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตในร่างกายของฉู่โม่วพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งในเส้นชีพจรและเส้นเลือดของเขา
“ฉู่โม่ว คุณเป็นอะไรเหรอ?”
กวนหนิงหนิงสังเกตเห็นท่าทีของชายหนุ่มและอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่คิดว่าทองแดงนี่มันไม่แย่เลยน่ะ”
ฉู่โม่วเปลี่ยนเรื่องไป
หลังจากนั้น เขาก็เก็บชิ้นส่วนทองแดงเข้าไปในพื้นที่เก็บของ แล้วจึงกล่าวด้วยสีหน้าปกติ “ไปกันเถอะ ออกไปจากที่นี่กัน!”
“ได้เลย!”
สองสาวพยักหน้า
…
ข้างในโรงน้ำชา
พวกฉู่โม่วนั่งอยู่ที่นี่ ประตูห้องส่วนตัวถูกปิดลงและกระทั่งถูกล็อกเอาไว้ชั่วคราว หลังจากที่มั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว กวนหนิงหนิงก็ค่อย ๆ หยิบกล่องไม้ออกมาและเปิดดูข้างใน
แสงสว่างจ้าฉายออกมาพร้อมกับสัมผัสของยาที่รุนแรงที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องในทันที ทั้งสามสัมผัสได้ว่าเซลล์และยีนนับไม่ถ้วนในร่างกายตื่นตัวขึ้นและแสดงความต้องการไร้ที่สิ้นสุดออกมา
หลังจากที่แสงสว่างค่อย ๆ จางหายไปก็เริ่มมองเห็นได้ชัดขึ้น
ยาแก่นเทวามีสีเหมือนหยกและมีสัมผัสที่บริสุทธิ์ราวกับหยกที่ไร้ที่ติ แต่หากมองดูให้ดีก็จะมองเห็นสายสีทองขนาดเล็กอยู่ในตัวยาที่แทบจะไม่พบร่องรอยเลย
แต่ทั้งสามก็รู้จักสายสีทองขนาดเล็กในยาแก่นเทวานี้ดี
เพราะสายสีทองนี้คือการรับรู้และแก่นชีวิตที่ถูกทิ้งไว้หลังจากที่หัวใจของเทวะยุทธ์ถูกหลอมละลายไป เหลือเป็นเพียงแค่สายสีทองนี้ที่แสดงถึงการสกัดยาแก่นเทวาที่สำเร็จ ไม่เช่นนั้น หากไม่มีสายสีทองนี้ ยาแก่นเทวาก็จะสามารถพัฒนาได้แค่พละกำลังของผู้ปลุกพลังเท่านั้น
“งั้นนี่ก็คือยาแก่นเทวาสินะ งดงามจริง ๆ!”
ซูเจาเจามองดูยาสีขาวราวกับหยกตรงหน้าและอุทานออกมา
กวนหนิงหนิงเองก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเช่นกัน
แม้แต่ฉู่โม่วก็ต้องตกตะลึงกับยาแก่นเทวาตรงหน้า
หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน ทั้งสามก็ได้สติกลับมา
หลังจากนั้น
ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งสามต่างก็หยิบยาแก่นเทวากันไปคนละขวดและเก็บเอาไว้อย่างระมัดระวัง
เมื่อกระบวนการนี้เสร็จสิ้น ทั้งสามก็รู้สึกโล่งอกและพึงพอใจ
หลังจากที่พูดคุยกันเล็กน้อย สาวน้อยทั้งสองก็รอที่จะกลับไปกินยาของตัวเองที่บ้านไม่ไหวแล้ว
แต่
ในตอนนั้นเอง ฉู่โม่วก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาอยากจะซื้อโลกที่มีชีวิตอาศัยอยู่ เขาจึงหยุดพวกเธอไว้และเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
“ซื้อดาวที่มีชีวิตอาศัยอยู่แบบเลือกเองเหรอ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่โม่ว กวนหนิงหนิงก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงส่ายหน้าพร้อมกล่าว “ฉันไม่สนใจเรื่องพวกนั้นหรอก ฉันเลยไม่รู้ว่าต้องทำยังไง แต่ตระกูลของเจาเจาทรงพลังในเมืองวสันตฤดู เธอน่าจะทำได้นะ!”
ฉู่โม่วหันไปมองซูเจาเจา
ซูเจาเจาโบกมือและกล่าวโดยไม่ลังเล “เรื่องนี้น่ะไม่ยากหรอก ให้ฉันจัดการเอง… ในอีกสามวันฉันจะติดต่อไป แล้วเราจะไปที่สำนักงานเพื่อซื้อดาวเคราะห์ในชื่อของคุณด้วยกัน! แต่ฉันต้องบอกก่อนว่าคุณห้ามเข้าใกล้ระบบดาวเคราะห์สีเงินนะ ไม่งั้นคงทำเรื่องยากแน่ ๆ ยังไงซะก็มีคนจับตาดูอยู่เยอะแยะไปหมด!”
“ไม่ต้องห่วง มันเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลมาก!”
ฉู่โม่วกล่าว
“เยี่ยมเลย งั้นฉันจะติดต่อไปนะ!”
ซูเจาเจาพยักหน้าและจากไปทันที
กวนหนิงหนิงเองก็กล่าวลาชายหนุ่มและจากไปเช่นกัน
เมื่อเห็นทั้งสองจากไปตาม ๆ กัน ฉู่โม่วก็จ่ายค่าน้ำชาและมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์
…
ข้างในห้องสงบ
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิอยู่
หลังจากที่อารมณ์สงบเย็นลง เขาก็หยิบชิ้นส่วนทองแดงออกมาจากพื้นที่เก็บของและวางมันลงตรงหน้า
เขาอยากศึกษาให้ละเอียดว่าชิ้นส่วนทองแดงนี้คืออะไรกันแน่
เมื่อชิ้นส่วนนี้ปรากฏตัวขึ้น ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ว่าร่างมายาอีกาสุริยันในร่างกายตื่นตัวขึ้นในทันใด ราวกับว่ารอที่จะออกมาข้างนอกไม่ไหวแล้ว
ชายหนุ่มจึงไม่กดมันเอาไว้อีกต่อไป ด้วยความคิดเดียว ร่างมายาอีกาสุริยันอันยิ่งใหญ่ แข็งแกร่ง และไร้เทียมทานก็ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังฉู่โม่วพร้อมเปลวเพลิงสีดำและพลุไฟสีทอง
“แกว๊ก!”
อีกาสุริยันกระพือปีกและปลดปล่อยเปลวเพลิงไร้ที่สิ้นสุดออกมา
ตั้งแต่ร่างมายาของอีกาสุริยันควบแน่นขึ้นมา มันมักจะได้รับการบำรุงจากเลือดของเสี่ยวอู๋ ร่างมายาในตอนนี้จึงเข้มข้นถึง 80-90% แล้ว แม้ว่ามันจะยังไม่กลายเป็นร่างที่แท้จริงโดยสมบูรณ์ มันก็ห่างไปอีกแค่นิดเดียวเท่านั้น
และในปัจจุบันมันก็ดูราวกับว่ามีชีวิตจริง ๆ ทุกครั้งที่ถูกเรียกออกมาใช้งาน ท่าทีก็จะดูน่าเกรงขามและสูงส่ง
แต่ในตอนนี้
หลังจากที่ร่างมายาอีกาสุริยันปรากฏตัวขึ้น ดวงตาของมันก็จับจ้องไปยังชิ้นส่วนทองแดงและเผยความโหยหาออกมา
แต่…
แม้ว่าร่างมายาอีกาสุริยันจะต้องการ มันก็ยังลังเลเล็กน้อยและมีความสงสัยอยู่ในสายตา
‘มันมาจากไหนกันเนี่ย?!’
‘ทำไมถึงทำให้ร่างมายาอีกาสุริยันเป็นแบบนี้ได้ล่ะ?’
ฉู่โม่วสงสัยเป็นอย่างมาก
หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หยิบชิ้นส่วนทองแดงขึ้นมาและเข้าไปในโลกบนฝ่ามือพร้อมกับอีกาสุริยันข้างหลังเขาทันที
“เจ้านาย มาหาฉันเหรอ?”
ทันทีที่ร่างของฉู่โม่วปรากฏตัวขึ้น เจ้านกล่าสมบัติซื่อบื้อก็บินเข้ามาหาและเอ่ยถามอย่างมีความสุข
หลังจากนั้น
มันก็เห็นชิ้นส่วนทองแดงขนาดใหญ่ตรงหน้าฉู่โม่วและอดถามออกไม่ได้ “เจ้านาย เอาทองแดงแตก ๆ มาทำอะไรน่ะ?”
“นี่ไม่ใช่ทองแดงแตก ๆ แต่เป็นสมบัติต่างหาก!”
ฉู่โม่วเล่นกับมันสักพักแล้วจึงเอ่ยถาม “เสี่ยวอู๋อยู่ไหนล่ะ?”
“เสี่ยวอู๋กำลังฝึกอยู่ เขาขยันมากเลย เขาฝึกแทบทุกวันจนฉันไม่เคยเห็นเขาพักเลย… โง่จริง ๆ!”
เจ้านกซื่อบื้อบ่น
“ฉันว่าเธอนั่นแหละที่โง่!”
“ดูเสี่ยวอู๋สิ เขาฝึกฝนทุกวันและจะกลายเป็นจักรพรรดิอสูรแล้ว เธอล่ะ? กินสมบัติของฉันเข้าไปตั้งเยอะแต่ยังเป็นแค่ระดับ 6 ขั้นสูงสุดเอง!”
“ตั้งแต่นี้ไปจะมัวแต่เล่นไม่ได้แล้วนะ เธอต้องฝึกฝนจนขึ้นเป็นระดับ 7 ภายในสามเดือน ไม่งั้นฉันจะจับเธอขังไว้ในห้องสีดำเล็ก ๆ!”
ฉู่โม่วเคาะหัวของเจ้านกซื่อบื้อและกล่าวพร้อมทำเป็นดุ
“ไม่นะ เจ้านาย…”
สีหน้าของเจ้านกซื่อบื้อหมองหม่นลง และมันก็ส่งเสียงร้องออกมาทันที
ฉู่โม่วไม่สนใจมันและปลดปล่อยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไป หลังจากนั้นจึงพบตำแหน่งของเสี่ยวอู๋และเดินตรงไปทันที
เมื่อเห็นฉู่โม่วเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง เจ้านกซื่อบื้อก็ใจสลาย
“เป็นเจ้านายที่ใจร้ายจริง ๆ… ทำไมฉันโชคร้ายอย่างนี้นะ!”
มันถอนหายใจออกมา
แต่แล้วก็ยอมไปฝึกฝนแต่โดยดี
แม้ว่าจะคร่ำครวญถึงชะตาชีวิตที่น่าเศร้า มันก็รู้ดีว่าการได้ติดตามเจ้านายอย่างฉู่โม่วนั้นถือเป็นพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว
อย่างไรแล้ว
ในหมู่นกล่าสมบัติด้วยกันเองก็ไม่เคยมีตัวไหนได้ติดตามเจ้านายออกมาในอวกาศเหมือนมันมาก่อน
และไม่มีเจ้านายของนกล่าสมบัติคนไหนที่มีพรสวรรค์ รวมไปถึงอนาคตที่สดใสเท่าเจ้านายของมันอีกแล้ว!