ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 571 รับกระบี่ของฉันไป และ พละกำลังทั้งหมดถูกเปิดเผย!
บทที่ 571 รับกระบี่ของฉันไป และ พละกำลังทั้งหมดถูกเปิดเผย!
จักรวาลในแขนเสื้อนั้นเป็นพลังเหนือธรรมชาติอย่างที่สาม ที่ฉู่โม่วได้รับมาจากกระบวนท่าเทพเจ้าเร้นลับ ตามที่ตำนานเล่าขาน พลังเหนือธรรมชาตินี้เป็นพลังของเจิ้นหยวนจือ บรรพบุรุษแห่งสวรรค์ที่สามารถกุมโลกทั้งใบไว้ได้ในแขนเสื้อ
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าจักรวาลในแขนเสื้อของเขาเป็นเหมือนพลังเหนือธรรมชาติของเจิ้นหยวนจือหรือไม่ แต่แม้ว่ามันจะเหลือความดั้งเดิมอยู่เพียงเล็กน้อย พลังของมันก็ยังแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด
เมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวของโม่ซาง เขาก็ปลดปล่อยมันออกมาโดยไม่ลังเล แล้วเสียงคำรามและสายลมหวีดหวิวก็ดังขึ้นในทันใด
ตูม!
เสียงสายลมและฟ้าร้องดังขึ้นบนผืนฟ้าครั้งแล้วครั้งเล่า โม่ซางรู้สึกราวกับว่าดวงตาของเขามืดมัวลง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่ามีแขนเสื้อขนาดมหึมาปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์อยู่ นอกจากนี้มันยังป้องกันพลังปราณกระบี่ของเขาอีกด้วย ฝ่ามือหนึ่งถูกยื่นออกไป แล้วพลังปราณกระบี่ที่เจิดจรัสก็ดับสูญไปในทันที
“โม่ซาง!”
“นายมีกระบี่อันน่าตกตะลึงที่สามารถตัดท้องฟ้าและผืนดินได้!”
“แต่ฉันก็มีจักรวาลในแขนเสื้อที่สามารถปกคลุมดวงดาวได้!”
ขณะที่ตะโกนเสียงดังลั่น สายตาของฉู่โม่วก็เย็นยะเยือกและเฉียบคมขึ้นในทันใด เลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตของเขาพลุ่งพล่าน แขนเสื้อที่ปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นม่านที่ดูราวกับว่าสามารถปกคลุมโลกทั้งใบได้
ในตอนนั้นเอง…
ราวกับว่าแสงสว่างระหว่างสวรรค์และโลกถูกแขนเสื้อนี้กลืนกินเข้าไป
และพลังปราณกระบี่ที่ลุกโชนและทรงพลังถึงขีดสุดนั้น เมื่ออยู่ภายใต้จักรวาลในแขนเสื้อ มันก็คงอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่อึดใจ ก่อนจะถูกกลืนกินเข้าไปโดยที่จักรวาลในแขนเสื้อไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย กลับกัน มันค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาราวกับว่าต้องการจะกลืนกินโม่ซางเข้าไปด้วยเช่นกัน
ห่างไกลออกไป…
อัจฉริยะทุกคนที่มองเห็นภาพนี้ต่างก็เผยสีหน้าหวาดผวาสุดขีด
“น่ากลัว!”
“น่ากลัวจริง ๆ!”
“นั่นมันวิธีการแบบไหนกัน? เขาเปลี่ยนแขนเสื้อเป็นถุงขนาดใหญ่ปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ได้ แล้วยังดูดปราณกระบี่ทั้งหมดเข้าไปได้อีกเหรอ?!”
“ดูเหมือนว่าจะเป็นพลังเหนือธรรมชาตินะ… ฉันสัมผัสได้ว่ามีกฎเกณฑ์บางอย่างอยู่ในแขนเสื้อนั้น! มันสามารถบรรจุผู้คนและสิ่งต่าง ๆ ได้!”
“ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่พอฉันเห็นแขนเสื้อนั้น ฉันก็รู้สึกถึงอันตรายอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน ถ้าถูกดูดเข้าไปก็คงจะทำอะไรไม่ได้อีกแล้วละ!”
“พิลึกเกินไปแล้ว!”
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ส่วนโม่ซางนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับพลังของสวรรค์และโลกในแขนเสื้อนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มการต่อสู้นี้มา
เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายสุดขีดจากพลังเหนือธรรมชาตินี้!
“ถ้าถูกดูดเข้าไป ฉันต้องแพ้การต่อสู้นี้ทันทีแน่!”
โม่ซางคิดอยู่ในใจ…
ทันใดนั้น เลือดของเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง อณูแห่งชีวิตเดือดพล่านราวกับทะเลคลั่ง และพรสวรรค์ธาตุลมระดับเทวะของเขาเริ่มทำงาน ร่างของเขาพลันกลายเป็นแสงหลากสีขณะที่เขาหลบหนีไปจากที่แห่งนี้ในทันที
แต่จักรวาลในแขนเสื้อก็ยังไม่ยอมแพ้ มันยังคงคืบคลานเข้ามาอย่างไม่ย่อท้อ
โม่ซางได้แต่ฟันปราณกระบี่ออกไปและพยายามหลบหนี เขาฟันกระบี่ออกไปกว่าหลายร้อยครั้งและหนีไปไกลกว่าหลายหมื่นกิโลเมตรแล้ว หลังจากนั้น จักรวาลในแขนเสื้อของฉู่โม่วก็ไม่สามารถขยายตัวได้อีกต่อไป และต้องถอยกลับมาในที่สุด
ครืน!
แขนเสื้อที่ปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์หดตัวลงอย่างรวดเร็ว มันห่อหุ้มพลังอันน่าสะพรึงกลัวของปราณกระบี่อันน่าตกตะลึงและกลับไปเป็นแขนเสื้อขนาดปกติบนแขนของฉู่โม่ว
หลังจากที่สั่นไปมาเล็กน้อย มันก็ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรอีก
ภาพนี้นั้น
ทำให้ผู้ปลุกพลังทั้งหลายและแม้แต่โม่ซางต้องเบิกตากว้าง
ก่อนที่พวกเขาจะมาที่นี่
แม้ว่าพลังเหนือธรรมชาติของชายหนุ่มจะสามารถปกคลุมโลกได้ การปกคลุมก็ง่ายยิ่งกว่าการบรรจุบางสิ่งเข้าไปข้างในมาก
แต่ตอนนี้พวกเขากำลังเห็นอะไรกัน?
กระบี่สะท้านฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวนั้นประกอบกับปราณกระบี่หลายร้อยครั้งถูกแขนเสื้อกลืนกินเข้าไป และใช้เวลาเพียงแค่พริบตาเดียวในการกำจัดพวกมันงั้นเหรอ?
นี่มันพลังเหนือธรรมชาติแบบไหนกัน?
ข้อสงสัยเช่นนี้ปรากฏขึ้นในความคิดของทุกคน
โม่ซางเองก็เช่นกัน
“เป็นพลังที่น่าอัศจรรย์จริง ๆ!”
โม่ซางอยู่ในสภาวะสิ้นหวังและใช้พลังงานไปมากมายแล้ว เขาจ้องเขม็งไปยังแขนเสื้อของฉู่โม่วและตะโกนมาจากหลายหมื่นกิโลเมตร “ฉู่โม่ว พลังในกระบี่ของฉันทรงพลังมาก ถึงแกจะไม่กล้าเผชิญหน้ากับเทพเจ้าโดยตรง แต่ในเมื่อทำลายพวกมันได้ง่ายดายขนาดนี้ มันก็ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!”
“แต่พลังเหนือธรรมชาตินั้นมันมีชื่อว่าอะไรกัน?!”
เขาเอ่ยถาม…
“จักรวาลในแขนเสื้อ!”
ฉู่โม่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวเสียงดังลั่น
“จักรวาลในแขนเสื้อ… จักรวาลในแขนเสื้อ… ก็ดูสมเหตุสมผล!”
โม่ซางพยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก
หากเป็นผู้ปลุกพลังทั่วไป หลังจากที่ต่อสู้มาจนถึงจุดนี้ มันก็แทบจะสิ้นสุดลงแล้ว… อย่างไรแล้ว หากตัดสินจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายอยู่ในระดับเดียวกัน ซึ่งไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ หากต่อสู้ต่อไปก็คงจะไม่ได้ผลลัพธ์อะไรทั้งนั้น
แต่
ทั้งฉู่โม่วและโม่ซางจะไม่จบการต่อสู้นี้ง่าย ๆ แน่
โม่ซางต้องการสังหารชายหนุ่มและบีบเค้นผู้ปลุกพลังของอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง และอีกฝ่ายเองก็คิดเช่นเดียวกัน
ในการต่อสู้นี้ หากไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น พวกเขาก็จะสู้ต่อไปจนกว่าจะมีผู้ชนะอย่างแน่นอน
“โม่ซาง นายโจมตีไปสองครั้งแล้ว ทีนี้ถึงตาฉันบ้างละ!”
ฉู่โม่วกล่าวเสียงดังลั่น
เมื่อเขาพูดจบ…
เลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตของฉู่โม่วก็พลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง กระบวนท่าและพรสวรรค์มากมายถูกใช้งานในทันที
กายาวิญญาณห้าธาตุระดับตะวัน!
กายากระบี่เทวะระดับราชันย์!
อสนีบาตคงกระพันระดับเทวะ!
กายาทวิเนตรระดับเทวะ!
อีกาทองคำสามขาแห่งสุริยัน!
…
พลังเหนือธรรมชาติทุกชนิดและวิธีการทุกรูปแบบถูกใช้งาน
ในพริบตาเดียว
อีกาสุริยันสีทองอร่ามก็ระเบิดเปลวเพลิงสีทองมากมายออกมา
สายฟ้านับไม่ถ้วนคำรามลงมาจากสวรรค์และห่อหุ้มโดยรอบร่างกายของฉู่โม่ว ผสานไปกับเปลวเพลิงสีทองแห่งดวงอาทิตย์และก่อเกิดเป็นเพลิงสายฟ้า
เกิดพายุโหมกระหน่ำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอัสนีบาตและเปลวเพลิง
ตลอดจนโลหะที่เต็มไปด้วยความแหลมคม
กาลเวลา!
ห้วงมิติ!
แรงโน้มถ่วง!
พลังและความสามารถทุกรูปแบบพลุ่งพล่านอย่างต่อเนื่อง แล้วพลังกายกว่า 2.1 พันล้านพลังมังกรก็ระเบิดออกมาในทันใด
แต่…
มันยังไม่จบเพียงเท่านั้น!
“อีกาสุริยัน ช่วยที!”
ฉู่โม่วคำรามลั่นขณะที่เบิกตากว้าง
หลังจากนั้น
อีกาสุริยันที่ลอยอยู่ข้างหลังเขาก็ส่งเสียงร้องที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งสวรรค์และโลก เปลวเพลิงสีทองแห่งดวงอาทิตย์นับไม่ถ้วนปะทุออกมา แล้วมันก็กลายร่างเป็นลำแสงพร้อมพลังงานไร้ที่สิ้นสุดที่หลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของชายหนุ่มทันที
ครืน!
พละกำลังของฉู่โม่วทะยานสูงขึ้น!
พละกำลังกายของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!
2.2 พันล้านพลังมังกร!
2.3 พลังมังกร!
2.4 พลังมังกร!
…
ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ พลังกายของฉู่โม่วก็กลับกลายเป็น 2.8 พันล้านพลังมังกรในทันใด
“ดูเหมือนว่าตอนนี้ฉันจะรับพลังกายได้เท่านี้แหละ!”
“ถึงจะน้อยกว่าที่คิดเอาไว้หน่อยแต่… เท่านี้ก็พอแล้ว!”
ฉู่โม่วพึมพำ
หลังจากนั้น…
กระบี่ดาราทมิฬพลันมาอยู่ในกำมือ
เจตจำนงกระบี่และเจตสังหารทั่วทั้งร่างกายถูกปลดปล่อยออกมา รัศมีกระบี่อันแหลมคมนับไม่ถ้วนแพร่กระจายออกมาทำลายพื้นที่ด้วยรัศมีกว่าแสนกิโลเมตรจนพังทลายลง
“ฟัน!”
ฉู่โม่วฟันกระบี่ออกไปในอากาศโดยไม่ลังเล ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวพลันพลุ่งพล่านด้วยความแหลมคมถึงขีดสุดและพลังสังหารอบอวลไปทั่วทุกหนแห่ง
เมื่อปราณกระบี่นี้ปรากฏขึ้น…
สายฟ้าอันโกลาหลรวมตัวกัน เปลวเพลิงสีทองที่เผาผลาญทุกสิ่งพลุ่งพล่าน และกระทั่งผสานไปด้วยพลังธาตุโลหะ… พลังทุกรูปแบบเพิ่มสูงขึ้นและภายใต้การระเบิดของพวกมัน วิถีกระบี่ของโม่ซางที่เคยกระจัดกระจายอยู่โดยรอบพลันแหลกสลายจนเกิดเป็นรูขึ้นกลางอากาศ
แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างไสวระเบิดออกมา เปลวเพลิงและสายฟ้าไร้ที่สิ้นสุดพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งผืนฟ้าและกระทั่งผืนดิน พื้นที่ไกลกว่าที่ตาจะมองเห็นได้สั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับว่าตกตะลึงในกระบี่นี้
“นี่… นี่มันอะไรกัน?!”
“น่ากลัว! น่ากลัวจริง ๆ!”
“หรือว่านี่จะเป็นพละกำลังที่แท้จริงของฉู่โม่ว?!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของกระบี่นี้ อัจฉริยะนับไม่ถ้วนก็จ้องมองด้วยความตกตะลึง
ส่วนโม่ซางนั้นมีคำเตือนปรากฏขึ้นในใจนับไม่ถ้วน
แม้ว่าพละกำลังของเขาจะแข็งแกร่ง มันก็ยังขึ้นอยู่กับวิธีการสังหารด้วย ตรงกันข้าม การป้องกันของเขานั้นไม่ได้ดีมากนัก มันไม่โดดเด่นนักเมื่อเปรียบเทียบกับพละกำลังของเขา เมื่อเปรียบเทียบกับอัจฉริยะคนอื่นแล้ว เขาจึงเทียบไม่ได้เลยสักนิด
เพียงแต่ว่า…
การป้องกันเช่นนี้นั้นไร้ประโยชน์เมื่อเผชิญหน้ากับปราณกระบี่ของฉู่โม่ว!
เขารับการโจมตีต่อไปไม่ได้แล้ว!
‘ต้องหลบ!’
‘ไม่งั้น ถึงจะไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บหนักแน่!’
ความคิดของโม่ซางเปลี่ยนแปลงไปและเขาตัดสินใจในทันที
ร่างของเขากะพริบในทันใด พรสวรรค์มากมายถูกใช้งานอย่างพร้อมเพรียงกันขณะที่เขาพยายามออกไปจากที่นี่
แต่ในตอนนั้นเอง สีหน้าของเขาก็ต้องบิดเบี้ยวไปอีกครั้ง
“เป็นไปได้ยังไงกัน!”
ม่านตาของโม่ซางเบิกกว้างขณะที่เขาเผยสีหน้าตื่นตระหนกออกมาในที่สุด
เขาตั้งใจว่าจะใช้พรสวรรค์ธาตุแสงและพรสวรรค์ธาตุลมหลบหนีไป แต่กลับต้องขวัญเสียเมื่อพบว่าห้วงมิติโดยรอบหนักอึ้งขึ้นในทันใด ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาเชื่องช้าลงไปชั่วขณะหนึ่ง
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น…
พรสวรรค์ธาตุความมืดของเขาเองก็ไม่ทำงานด้วยเช่นกัน ห้วงมิติโดยรอบดูเหมือนจะถูกผนึกเอาไว้ ทำให้เขาไม่สามารถซ่อนตัวในห้วงอากาศได้
แม้ว่าพละกำลังของเขาจะทำลายผนึกเช่นนี้ได้ในทันที
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับปราณกระบี่ที่รุนแรงเช่นนี้ อย่าว่าแต่ป้องกันเลย แค่เพียงเสี้ยววินาทีก็เพียงพอที่จะสังหารแล้ว!
“เขามีพรสวรรค์แห่งห้วงมิติและแรงโน้มถ่วง!”
หัวใจของโม่ซางสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่งและสีหน้าตกตะลึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าเป็นครั้งแรก
แต่ในตอนนี้ เขาไม่มีเวลาที่จะคิดมากเกินไป ปราณกระบี่มุ่งหน้าเข้ากำลังมุ่งหน้าเข้ามาหา จนไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย เขารีบหยิบสมบัติชิ้นหนึ่งออกมาจากบริเวณหน้าอกและใช้งานมันทันที
มันเป็นสมบัติทรงระฆังราวกับหอคอยเก้าชั้นที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของโม่ซาง มันหมุนไปรอบ ๆ และสร้างชั้นแสงสีทองออกมาป้องกันทั่วทั้งร่างกายของเขา
เปรี้ยงงง!!
เมื่อสมบัติชิ้นนี้ปรากฏขึ้น ปราณกระบี่ได้โจมตีไปแล้ว
มีเสียงระเบิดดังลั่นและพลังปราณกระบี่ปะทะเข้ากับแสงสีทองจนเกิดคลื่นสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายออกไปในทันที รัศมีอันน่าหวาดกลัวแพร่กระจายออกไปในอากาศ ทำให้ท้องฟ้าและจักรวาลทั่วทุกทิศทางต้องสั่นสะท้านอย่างรุนแรง รวมไปถึงดวงดาวบนท้องฟ้าด้วยเช่นกัน
“ถอยทัพ!”
“ไปเร็ว!”
“ไม่นะ รีบหนีเร็วเข้า!”
ห่างไกลออกไป…
อัจฉริยะจากทั้งสองเผ่าพันธุ์ที่กำลังมองดูอยู่พลันเปลี่ยนสีหน้าและรีบหลบหนีท่ามกลางความโกลาหลทันที