ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 572 ปราณกระบี่อันน่าพรั่นพรึง… สังหารโม่ซาง!
บทที่ 572 ปราณกระบี่อันน่าพรั่นพรึง… สังหารโม่ซาง!
พวกเขาทั้งสองถูกผลักออกจากกันด้วยแรงระเบิด หลังจากนั้น จู่ ๆ พลังอันน่าพรั่นพรึงที่ไม่สามารถอธิบายได้ก็ครอบคลุมสนามรบทั้งหมด และยังแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว
ทุกหนทุกแห่ง
ปรากฏเสียงดังหวีดหวิดจากมิติที่กำลังแตกร้าวอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ทั้งหมดปั่นป่วนจากคลื่นกระแทกทำลายล้าง
มีอัจฉริยะสองคนจากเเผ่ามนุษย์วิหคที่หลบหนีไม่ทัน จนถูกพลังของคลื่นกระแทกนี้กลืนกินเข้าไปทันที ร่างของพวกเขาหายไปโดยยังไม่ทันได้กรีดร้องด้วยซ้ำ หลงเหลือไว้เพียงหมอกเลือดที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ
สภาพบนพื้นดิน…
ซากปรักหักพังแต่เดิมที่มีอยู่ บัดนี้ได้กลายเป็นความว่างเปล่าไปหมดแล้ว ราวกับมันถูกพัดพาออกไปโดยพลังอันน่าหวาดหวั่น ทุกอย่างกลายเป็นผุยผง รวมถึงผืนดินที่จมลึกลงไปหลายสิบแห่งกิโลเมตร
ที่ห่างไกลออกไปหลายล้านกิโลเมตร
เหล่าอัจฉริยะทั้งหลายของทั้งสองเผ่าพันธุ์ที่ยังรอดชีวิตจากคลื่นกระแทกนี้ กำลังจับจ้องฉากเหตุการณ์ด้วยอาการตกตะลึงถึงขีดสุด
ฟู่ว!!
ผ่านไปสักพักใหญ่ จึงมีเสียงหอบดังออกมา
ทุกคนต่างรู้สึกหวาดกลัวต่อพลังนี้!
ในเวลาต่อมา
พวกเขารีบหันไปมองยังใจกลางของการต่อสู้อย่างรวดเร็วเพราะอยากทราบผลลัพธ์ของการปะทะในครั้งนี้
ในไม่ช้าคำตอบก็ได้ประจักษ์แก่สายตาทุกคู่
ณ ใจกลางการต่อสู้
แม้ระฆังทองคำของโม่ซางจะปิดกั้นปราณกระบี่ของฉู่โม่วได้ แต่มันก็ใกล้พังทลายลงเต็มที
แคร่ก!
หลังจากผ่านไปอีกไม่กี่ลมหายใจ ก็มีเสียงแตกร้าวที่คมชัดดังขึ้นจากตัวระฆังทอง
แคร่ก! แคร่ก! แคร่ก!
เสียงแตกร้าวยังคงดังต่อเนื่อง
จนในที่สุด
ระฆังทองทั้งใบก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นเศษชิ้นส่วนจำนวนนับไม่ถ้วนปลิวว่อนไปทุกทิศทุกทาง ในขณะที่พลังปราณกระบี่ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย จากนั้นตรงดิ่งไปผ่าร่างของโม่ซางทันที
เปรี้ยง!
โม่ซางไม่เหลือพลังที่จะต้านทานอีกต่อไป ร่างของเขาถูกฟันกระเด็นตัวปลิวไปทันที พร้อมกับกระอักเลือดเทวะสีทองมากมายออกมาไหลนองเป็นทางยาว ก่อนจะตกลงสู่พื้นในที่สุด ร่างของเขากระแทกจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ซึ่งห่างจากจุดเดิมไกลกว่าหลายร้อยกิโลเมตร
“อัก…”
โม่ซางพยายามพยุงตัวขึ้น พร้อมกับร่างสะบักสะบอมที่มีเลือดไหลนอง สภาพของเขาในตอนนี้ดูน่าสังเวชยิ่งนัก
“ฉันไม่นึกเลยว่าแกจะมีพลังถึงระดับนี้!”
“หากรู้เรื่องนี้แต่แรก ฉันคงฆ่าแกตั้งแต่เข้ามาถึงที่นี่แล้ว!”
“น่าเสียดายเหลือเกิน ฉันเจ็บใจยิ่งนัก!”
เขามองฉู่โม่วที่อยู่กลางอากาศ พร้อมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เจ็บแค้นใจถึงขีดสุด
“เป็นแกที่ประมาทเอง!”
“ดังนั้น…”
“จงตายไปซะ!”
นั่นคือทุกสิ่งที่ฉู่โม่วต้องการจะพูด ก่อนใช้โอกาสนี้เพื่อปลิดชีพโม่ซางโดยไม่ลังเล
หลังจากสิ้นเสียง ชายหนุ่มก็ฟันปราณกระบี่ออกไปอีกครั้ง กลายเป็นลำแสงกระบี่เจิดจรัสเป็นทางยาวราวกับจะสามารถแยกสวรรค์และโลกได้ มันเคลื่อนผ่านความว่างเปล่าหลายพันกิโลเมตร มุ่งตรงไปยังร่างของโม่ซางทันที
พลังปราณกระบี่อันแข็งแกร่ง รบกวนความว่างเปล่าจนปั่นป่วนไปตลอดทาง พร้อมกระจายกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่และน่าพรั่นพรึงจนทุกคนที่กำลังเฝ้ามองอยู่สัมผัสได้
โดยไม่มีใครสงสัยแม้แต่น้อย
หากปราณกระบี่อันรุนแรงนี้สิ้นสุดลง โม่ซางได้ตายแน่!
“แกไม่มีทางฆ่าฉันได้หรอก!”
โม่ซางสบถด้วยความโกรธเกรี้ยว
แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังเหลือพลังมากพอที่จะหลบหนี
โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้ ศักยภาพทั้งหมดถูกเค้นขึ้นมาใช้ แม้แต่กระบวนท่าลับบางอย่างที่ซุกซ่อนมาตลอดก็ถูกนำออกมาใช้เช่นกัน
พรสวรรค์ทุกประเภทถูกเปิดใช้งานร่วมกัน ทำให้เพียงพริบตาเดียว ร่างของเขาก็อันตรธานหายไปจากจุดเดิมทันที
“นี่คือพรสวรรค์ธาตุมืด!”
“โม่ซางเชี่ยวชาญการซ่อนเร้นที่สุด!”
“ด้วยพรสวรรค์การซ่อนเร้นเช่นนี้ เมื่อใช้ร่วมกับพรสวรรค์ธาตุลมและพรสวรรค์วิชากระบี่อันทรงพลัง เขาก็ราวกับเป็นมือสังหารในเงามืดที่ผู้ปลุกพลังทั่วไปไม่สามารถตรวจจับได้อีกต่อไป และทำได้เพียงตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้น!”
“ดูเหมือนว่าโม่ซางถูกกดดันจนต้องเอาจริงแล้ว!”
“ด้วยกลยุทธ์เช่นนี้ สถานการณ์การต่อสู้จะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน และหากฉู่โม่วไม่อาจตรวจพบร่างของโม่ซางได้ เขาจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที!”
“เอาละ มาดูกันว่าฉู่โม่วจะตอบโต้ยังไง!”
ที่ห่างไกลออกไป เหล่าอัจฉริยะทั้งหลายต่างคิดเหมือนกัน
พวกเขากำลังจับตาดูสถานการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนไป
ทางฝั่งชายหนุ่ม
เมื่อเห็นร่างของโม่ซางอันตรธานหายไป เขาก็ไม่ได้แสดงอาการตกใจใด ๆ แต่กลับยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
การที่โม่ซางสามารถหลบซ่อนอยู่ในความว่างเปล่าได้แบบนี้ อาจสร้างปัญหาให้กับผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ได้อย่างมาก
ทว่าสำหรับฉู่โม่วผู้มีพรสวรรค์กายาทวิเนตรและพลังจิตสัมผัส รวมถึงเนตรทองคำห้าธาตุ มันจึงไม่เป็นปัญหาแม้แต่น้อย!
ทุกการเคลื่อนไหวของโม่ซาง ได้ถูกจับจ้องอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา!
“ดิ้นรนไปก็เท่านั้น!”
ฉู่โม่วสบถอย่างเย็นชา พร้อมกวาดสายตาไปยังบริเวณที่โม่ซางหลบซ่อนอยู่ ทันใดนั้น พลังจากพรสวรรค์ห้วงมิติ กาลเวลา และแรงโน้มถ่วงได้ถูกปลดปล่อยออกมาทันที
“มิติคุมขัง!”
“หน่วงกาลเวลา!”
“พรสวรรค์แรงโน้มถ่วง!”
พรสวรรค์พิเศษทั้งสามได้ปิดกั้นการเคลื่อนไหวทั้งหมดของโม่ซางโดยตรง
เมื่อตรึงร่างของอีกฝ่ายสำเร็จ ฉู่โม่วก็ฟันปราณกระบี่ออกไปอีกครั้ง กลายเป็นแสงกระบี่อันเจิดจ้าพุ่งผ่านความว่างเปล่าไปอย่างกะทันหัน
และเพื่อไม่ให้มีอะไรผิดพลาด
ทันใดนั้น เขาก็ได้อัญเชิญกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ออกมา
“กระบวนท่าจิตวิญญาณอมตะ!”
ภายในคฤหาสน์สีม่วง ร่างปฐมวิญญาณได้ลืมตาตื่นขึ้น พร้อมถือกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์แล้วกลายเป็นลำแสงพุ่งผ่านความว่างเปล่า แล้วมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่โม่ซางหลบซ่อนอยู่ทันที
เปรี้ยง!
กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ได้พุ่งผ่านเข้าสู่จิตวิญญาณของโม่ซางโดยตรง พร้อม ๆ กับปราณกระบี่ที่ตกลงมา และฟันลงไปที่ปฐมวิญญาณด้วยพลังอันไร้เทียมทาน ทันใดนั้น ก็มีเสียงดังกึกก้อง พร้อมกับพลังของปฐมวิญญาณจำนวนมากที่ถูกทำลาย ทำให้กลิ่นอายของโม่ซางเริ่มอ่อนแอลง
ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้อีกต่อไป ทำให้โม่ซางเดินโซซัดโซเซออกมาจากความว่างเปล่า
เขาอยู่ในสภาพอ่อนแอถึงขีดสุด เลือดไหลนองเป็นทาง และมีร่องรอยบาดแผลนับไม่ถ้วนบนร่าง
แต่โม่ซางกลับไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไป เพียงหันมองไปที่ฉู่โม่วด้วยแววตาหวาดกลัวและตกใจ แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากเชื่อ “แกหาร่องรอยของฉันเจอได้ยังไง!”
“สะบั้น!”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร เพียงฟันออกไปด้วยปราณกระบี่อีกครั้ง
โม่ซางยังคงกระเสือกกระสนที่จะหลบ แต่เพราะพลังจากพรสวรรค์ทั้งสามของห้วงมิติ กาลเวลา และแรงโน้มถ่วง ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาช้าลงมาก เพียงชั่วพริบตา ปราณกระบี่ก็ตัดผ่านร่างของเขา จนอาการบาดเจ็บเลวร้ายถึงขีดสุด
ในขณะนี้…
อาการบาดเจ็บของโม่ซางนั้นสาหัสมาก ทำให้กลิ่นอายของเขาลดลงไปอีก และขอบเขตพลังก็ดูเหมือนถดถอยลงไป
ฉู่โม่วไม่ให้เวลาเขาได้ฟื้นตัวและหายใจแม้แต่น้อย เพียงฟันปราณกระบี่ออกไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้โอกาสนี้จบการต่อสู้
อีกทั้งใช้ร่างปฐมวิญญาณตวัดกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ออกไปทำลายล้างปฐมวิญญาณของอีกฝ่ายซ้ำเช่นกัน
ร่างโม่ซางค่อย ๆ ล้มลง
ในที่สุด เขาก็ทนรับการโจมตีไม่ไหวอีกต่อไป ร่างของเขาได้ระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดและสลายไปในความว่างเปล่าทันที
มันจบลงแล้ว
อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเผ่ามนุษย์วิหคได้ตายลงเช่นนี้ภายใต้การเฝ้ามองของทุกคน!
ที่ห่างไกลออกไป
เหล่าอัจฉริยะของทั้งสองเผ่าพันธุ์ต่างกำลังตกตะลึงอ้าปากค้าง พวกเขามองเหตุการณ์นี้อย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
มีแต่ความเงียบเข้าปกคลุม