ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 576 สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ และกลับไปยังดาวเคราะห์โบราณริ้วคราม
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 576 สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ และกลับไปยังดาวเคราะห์โบราณริ้วคราม
บทที่ 576 สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ และกลับไปยังดาวเคราะห์โบราณริ้วคราม
“ดีมาก!”
หลังจากที่ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้แต่มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นก็ยิ้มออกมาและกล่าวชื่นชมชายหนุ่ม
อีกทั้งสายตาที่มองไปยังฉู่โม่วก็ดูโล่งอกยิ่งนัก
“ในฐานะเผ่าพันธุ์มนุษย์ มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นแหละครับ!”
ชายหนุ่มเผยยิ้มบางและกล่าวตอบ
“นายจะได้รับรางวัลเป็นแต้มนะ!”
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นกล่าว “คราวนี้เขตแดนลับกลืนดาราทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคไปแล้ว นายได้สร้างผลงานครั้งยิ่งใหญ่ หลังจากที่กลับไป ตำหนักบรรพชนจะให้รางวัลกับนาย ทุกคนจะได้รับรางวัลมหาศาล… โดยเฉพาะฉู่โม่ว นายสังหารโม่ซางและโม่เจ๋อ ซึ่งเป็นผลงานที่สำคัญต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรา หลังจากที่กลับไป นายจะได้รับรางวัลที่สมราคาอย่างแน่นอน!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นถูกกล่าวออกมา ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์มากมายก็ส่งเสียงร้องยินดีขึ้นมาทันที
ในฐานะอัจฉริยะ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ขาดแคลนทรัพยากรในการฝึกฝน
แต่ในฐานะผู้ปลุกลพัง ใครจะไม่ชอบทรัพยากรในการฝึกฝนที่มหาศาลกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น…
ตำหนักบรรพชนคือสุดยอดกองกำลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์และรางวัลที่มอบให้ก็มหาศาลทีเดียว แม้กระทั่งสุดยอดผู้มีพรสวรรค์ทั้งหลายในหอเพลิงโหมก็ยังถือว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก
ดังนั้นแล้ว พวกเขาจึงตั้งตารอจังหวะเวลานี้เป็นอย่างมาก
แน่นอนว่าฉู่โม่วเองก็ไม่ปฏิเสธและแสดงความขอบคุณต่อมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นทันที
ฝ่ายหนึ่งมีความสุขและอีกฝ่ายหนึ่งเศร้าเสียใจ
เมื่อเขตแดนลับปิดลงอย่างสมบูรณ์ เหล่ามนุษย์วิหคก็ยอมรับความจริงที่ว่าโม่ซาง โม่เจ๋อ และคนอื่น ๆ ได้พ่ายแพ้ในที่สุด ใบหน้าของพวกเขาต่างก็เผยสีหน้าเศร้าหมองออกมา
มันเป็นการสูญเสียที่หนักเกินไปสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค!
มันหนักหนาจนแม้ว่าจะเป็นถึงผู้อาวุโสใหญ่ก็ยังต้องสั่นสะท้านและเผยสีหน้าหวาดผวาออกมาในทันที
โม่ซางคือความหวังแห่งความรุ่งโรจน์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค!
และความหวังที่ตั้งอยู่บนบ่าผู้อาวุโสใหญ่นั้นก็สูงยิ่งกว่า!
แต่ทั้งหมดนั้นก็พังทลายลงแล้ว!
“ฉู่โม่ว!”
ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นและหันไปมองทางเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อยู่ไกลออกไปด้วยความโมโหจนเลือดขึ้นหน้า
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะฉู่โม่ว!
หากไม่ใช่เพราะเด็กหนุ่มคนนี้ โม่ซางจะตายได้อย่างไร แล้วความหวังและสิ่งค้ำจุนจิตใจทั้งหมดของเขาสูญเปล่าจนหมดได้อย่างไรกัน?!
“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะฉู่โม่ว!”
“ถ้ามีโอกาส ฉันคนนี้จะฆ่าแกแน่!”
ผู้อาวุโสใหญ่ตัดสินใจด้วยความเกลียดชังที่ฝังลึก
เขาหันไปมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
ห่างไกลออกไป…
ฉู่โม่วที่กำลังพูดคุยอยู่พลันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารราวกับว่าสวรรค์และโลกกำลังกดดันจนทำให้เขาพูดไม่ออกในทันที
โชคยังดีที่ในตอนนี้มีเสียงพ่นลมหายใจอันเยือกเย็นดังขึ้น
หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกว่าจิตสังหารเหล่านั้นจางหายไป
แต่เป็นเพราะมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเคลื่อนไหวนั่นเอง!
ดวงตาเฉียบคมราวกับสายฟ้า และทั้งร่างกายเต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ขณะที่เขาหันไปมองเหล่ามนุษย์วิหค “พวกแกจะรังแกคนตัวเล็กตัวน้อยแล้วหาเรื่องเผ่าพันธุ์มนุษย์ของฉันเหรอ?!”
“อย่าลืมไปล่ะว่าพวกเราสองเผ่าพันธุ์มีข้อตกลงกัน ถ้าพวกแกกล้าทำอะไรแม้แต่นิดเดียวก็จะถือว่าฉีกข้อตกลงและรื้อฟื้นสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์กลับมาทันที!”
คำพูดเหล่านั้นทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ผู้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟใจเย็นลงในทันที
เผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคต่อสู้กันมานานมากกว่าแสนปี
ในตอนแรก ทั้งสองเผ่าพันธุ์เริ่มต่อสู้กันและมักจะส่งผู้ปลุกพลังไปลอบสังหารอัจฉริยะของอีกฝ่าย หลังจากนั้น ผู้ปลุกพลังจากทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งผิดแปลกไป เพราะเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าจะมีฝ่ายหนึ่งชนะ มันก็จะเป็นชัยชนะที่น่าขมขื่นยิ่งนัก
อย่างไรแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป
ผู้ปลุกพลังจากทั้งสองเผ่าพันธุ์ต้องถูกสังหาร แม้ว่าจะคว้าชัยชนะมาได้ จำนวนผู้ปลุกพลังในเผ่าพันธุ์ก็จะลดลงน้อยยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ในจักรวาล
เหตุผลที่สงครามเริ่มต้นขึ้นนั้นก็เพื่อการขยายและพัฒนาเผ่าพันธุ์ ไม่มีฝ่ายใดคาดหวังที่จะสูญเสียพละกำลังไปในสงคราม
ทั้งสองฝ่ายจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องต่อรองกันและตกลงว่านอกจากจะเกิดสงครามอย่างเต็มขั้นขึ้น มนุษย์และมนุษย์วิหครุ่นก่อนนั้นไม่สามารถลงมือกับรุ่นหนุ่มสาวได้ ไม่เช่นนั้น ทั้งสองฝ่ายจะเข้าสู่ภาวะสงคราม
ดังนั้นแล้วผู้ปลุกพลังจากทั้งสองฝ่ายจึงสามารถพัฒนาขึ้นได้
แน่นอนว่า… นี่เป็นเพียงแค่ข้อตกลงภายนอกเท่านั้น
แท้จริงแล้ว หากมีโอกาส ทั้งสองเผ่าพันธุ์จะส่งผู้ปลุกพลังไปทำการลอบสังหาร ตราบใดที่ไม่ถูกจับได้ก็ไม่เป็นไร
ใช่แล้ว
หลังจากที่ได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสใหญ่เองก็เข้าใจว่าเขาไม่มีทางสังหารฉู่โม่วท่ามกลางสาธารณชนในวันนี้ได้!
รวมไปถึงมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นที่อยู่ตรงหน้าแล้ว เขาไม่มีโอกาสเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าจะสังหารฉู่โม่วได้สำเร็จ เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะโกรธแค้นและเริ่มสงครามขนาดใหญ่ขึ้นในทันที ด้วยพละกำลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในตอนนี้ คงเป็นเรื่องยากที่เผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคจะต้านทานได้และอาจเสี่ยงต่อการล่มสลาย
“แน่นอนว่าฉันไม่รังแกเด็กรุ่นใหม่หรอก!”
“แต่เรื่องในวันนี้น่ะ ฉันจะจำไว้ให้ขึ้นใจแล้วกลับมาให้รางวัลในอนาคตอย่างแน่นอน!”
เมื่อพูดจบ
เขาก็พ่นลมหายใจอย่างเยือกเย็น หันไปจ้องเขม็งยังฉู่โม่ว แล้วจึงหันกลับไปตะโกนลั่น “ไปกันเถอะ!”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็ขึ้นไปบนเรือบินโดยมีผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคคนอื่น ๆ ตามหลังไป ไม่นานหลังจากนั้น เรือบินก็เริ่มสั่นไหวและบินออกไปยังกาแล็กซีภายนอกอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคหายลับสายตาไปแล้ว มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไปกันเถอะ พวกเราก็กลับกันเถอะ!”
เมื่อพูดจบ…
เขาโบกมือเบา ๆ แล้วรอยแยกห้วงมิติก็ปรากฏขึ้นในห้วงอากาศ หลังจากนั้นเหล่าผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ทยอยออกไปจากที่นี่
…
ณ ดาวเคราะห์โบราณริ้วคราม
ด้วยการกลับมาของอัจฉริยะเผ่าพันธุ์มนุษย์ ผลของการเข้าไปยังเขตแดนลับกลืนดาราก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งดาวเคราะห์โบราณริ้วครามในทันที มันกระทั่งเริ่มกระจายไปทั่วทั้งดาวเคราะห์สีเงินและทางช้างเผือกเสียด้วยซ้ำ
ผู้ปลุกพลังทั้งหลายได้ยินเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว
เป็นช่วงเวลาหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายโลกเสมือนจริงแห่งดวงดาวหรือโลกจริง ผู้ปลุกพลังทุกคนต่างก็ตื่นเต้นถึงขีดสุด
และขณะที่ผู้สังหารความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค ชื่อของฉู่โม่วจึงทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในทั่วทั้งทางช้างเผือกและพื้นที่ที่มีเผ่าพันธุ์มนุษย์อาศัยอยู่
อย่างแรก สังหารโม่เจ๋อและผู้ปลุกพลังจากเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคมากกว่าสิบคน!
หลังจากนั้น ในเขตแดนลับกลืนดารา เขาก็ใช้ขั้นเทียมเทพสังหารโม่ซางผู้เป็นความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค รวมไปถึงกวาดล้างผู้ปลุกพลังแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคทุกคน!
เรียกได้ว่า…
หากไม่ใช่เพราะฉู่โม่ว เผ่าพันธุ์มนุษย์คงไม่มีผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กลับมาจากเขตแดนลับกลืนดารา แต่จะต้องได้รับความสูญเสียอย่างหนักและกระทั่งกลับกลายเป็นทิศทางตรงกันข้ามก็เป็นได้!
เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไป
ชื่อของฉู่โม่วจึงบดบังรัศมีของเฟยเหลียนและกลายเป็นความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งคนใหม่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในทันที เขากลายเป็นที่รู้จัก ที่ชื่นชม และกระทั่งได้รับการบูชาจากผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วน!
แต่เรื่องที่ชื่อของฉู่โม่วเป็นอันดับหนึ่งบนศิลาต้นกำเนิดนั้นมีเพียงผู้ปลุกพลังจำนวนหนึ่งและไม่กี่กองกำลังเท่านั้นที่รู้ อย่างไรแล้ว ผู้ปลุกพลังทั่วไปมากมายก็ไม่รู้ว่าศิลาต้นกำเนิดคืออะไร และไม่เคยได้ยินชื่อของฉู่โม่วมาก่อน
แต่ในตอนนี้
เรียกได้เลยว่าโลกทั้งใบรู้จักเขา!
กองกำลังขนาดใหญ่มากมายแสดงการสนับสนุนต่อชายหนุ่มในทันที
ผู้ปลุกพลังมากมายออกมาพบเขาด้วยตัวเอง
ผู้ปลุกพลังและอัจฉริยะรุ่นใหม่มากมายอยากจะเป็นผู้ติดตามของฉู่โม่ว
อัจฉริยะและผู้ปลุกพลังเหล่านี้มีศักยภาพทางพละกำลังที่ดีเยี่ยม
แต่พวกเขาก็คิดว่าอนาคตของตนเองนั้นจำกัด พวกเขาอาจไม่สามารถฝึกฝนไปจนถึงขั้นมหาเทวะยุทธ์หรืออาจติดอยู่ระหว่างระดับขั้นและไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้อีก เพื่อที่จะไล่ตามเป้าหมายที่ไกลยิ่งขึ้น พวกเขาจะต้องติดตามผู้ปลุกพลังอยู่เสมอเพื่อให้เดินไปบนเส้นทางแห่งวิทยายุทธ์ได้ไกลยิ่งขึ้น
มันเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปเป็นอย่างมากในจักรวาลแห่งนี้
ผู้ปลุกพลังแต่ละคนในหอเพลิงโหมจะรับผู้ติดตาม แต่พละกำลังและพื้นฐานของผู้ติดตามแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป
ผู้คนอย่างเฟยเหลียนและพั่วซานนั้นมีผู้ติดตามมากมาย
และตอนนี้…
อัจฉริยะและผู้ปลุกพลังมากมายเข้ามาหาฉู่โม่วและหวังว่าจะได้ติดตามเขา!