ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 577 ฉู่โม่วกลับมา และ ซูเจาเจาตกตะลึง
บทที่ 577 ฉู่โม่วกลับมา และ ซูเจาเจาตกตะลึง
แต่ไม่ว่าใครก็หาฉู่โม่วไม่พบทั้งสิ้น
เพราะทันทีที่กลับมาจากเขตแดนลับกลืนดารา ชายหนุ่มก็ปลีกตัวออกไปอยู่คนเดียว
เขาเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นเทียมเทพและอยู่ในช่วงที่พละกำลังพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังต่อสู้กับโม่ซางมาอย่างหนัก จนเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ เขาจำเป็นต้องจัดระเบียบพลังอณูแห่งชีวิตและรากฐานการบ่มเพาะเสียก่อน แล้วจะเสียเวลาไปกับอย่างอื่นได้ยังไงกัน?
และหลังจากที่ชายผู้นี้หายตัวไป
ข่าวเกี่ยวกับเขตแดนลับกลืนดาราก็เข้มข้นยิ่งขึ้นในทั่วทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ ผู้ปลุกพลังมากมายรู้ถึงผลงานของฉู่โม่วและส่วนมากต่างก็ตกตะลึงถึงขีดสุด
ไม่ว่าจะเป็นแปดดาวหลักของทางช้างเผือกหรือเผ่าพันธุ์มนุษย์ภายนอกทางช้างเผือก
ไม่ว่าจะเป็นโลกแห่งความจริงหรือในเครือข่ายโลกเสมือนจริงแห่งดวงดาว
ตอนนี้แทบทุกคนต่างก็พูดถึงฉู่โม่วและเขตแดนลับกลืนดารา
อย่างไรแล้ว…
ในชั่วพริบตา ศัตรูของเผ่าพันธุ์มนุษย์ สุดยอดพรสวรรค์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคก็ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้นในเขตแดนลับ แน่นอนว่ามันคือข่าวดีสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์!
หลังจากที่รู้เรื่องนี้ ผู้คนมากมายมหาศาลก็ส่งเสียงร้องและปรบมือเฉลิมฉลองอย่างมีความสุข
ที่เครือข่ายโลกเสมือนจริงแห่งดวงดาว ในโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง
กวนหนิงหนิงและซูเจาเจากำลังดื่มน้ำชาและฟังผู้ปลุกพลังคนอื่นพูดคุยเกี่ยวกับฉู่โม่วด้วยความตื่นเต้น แล้วเด็กสาวทั้งสองก็ต้องตกตะลึง
พวกเธอไม่คาดคิดเลย
ผ่านไปไม่นาน ฉู่โม่วก็สร้างการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้แล้ว
“ฉู่โม่วทรงพลังเกินไปแล้ว ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะฆ่าผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของเผ่ามนุษย์วิหคได้ น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!”
ซูเจาเจาเบิกตากว้างและกล่าวด้วยความไม่เชื่อสายตา
กวนหนิงหนิงเองก็ตกตะลึงเช่นกัน
ตอนที่แพ้ให้กับเขาในหอคอยท้าดารกะ เธอก็ยังไม่มั่นใจนักและคิดว่าวันหนึ่งตัวเองอาจจะก้าวข้ามอีกฝ่ายไปได้ แต่ยิ่งได้รู้จักกับชายหนุ่มและรู้จักพลังของเขามากขึ้น ก็ยิ่งไม่มั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะเอาชนะได้
โดยเฉพาะยาแก่นเทวาที่ได้มาเมื่อไม่นานมานี้ กวนหนิงหนิงได้บ่มเพาะรากฐานร่างกายครั้งที่หกสำเร็จ เข้าสู่ขั้นเทียมเทพ และเข้าสู่หอเพลิงโหม หลังจากที่ได้ศึกษาเรียนรู้และเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น เธอก็เข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าพรสวรรค์และพลังของฉู่โม่วนั้นแข็งแกร่งถึงขนาดไหน
แต่…
แม้ว่าจะเข้าใจมากขึ้นแล้ว
เธอก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าชายหนุ่มจะทำอะไรเช่นนี้ได้!
นั่นคือโม่ซางเลยนะ!
ในหอเพลิงโหม ข้อมูลของผู้ที่เป็นศัตรูนั้นจะถูกบันทึกเอาไว้ เพื่อให้เหล่าผู้ปลุกพลังในหอได้รู้ถึงข้อมูลของศัตรูและหลีกเลี่ยงการถูกลอบโจมตี
ดังนั้นแล้ว เธอจึงเข้าใจดีว่าพละกำลังของโม่ซางแข็งแกร่งถึงเพียงใด ทันทีที่เขารุ่งโรจน์ขึ้นมา เขาก็สังหารอัจฉริยะอันดับหนึ่งภายในเขตแดนลับกลืนดารา
ชายคนนั้นฝึกฝนมานานกว่าห้าร้อยปี แต่เขากลับสังหารโม่ซางคนนั้นได้!
แม้แต่อัจฉริยะเฟยเหลียนก็ไม่อาจเทียบเคียงเขาได้!
นั่นมันน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?
“ฉันฝึกฝนอย่างหนักและคิดว่าอาจจะลดช่องว่างระหว่างฉันกับฉู่โม่วได้บ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าช่องว่างจะค่อย ๆ กว้างใหญ่ขึ้นแบบนี้!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น กวนหนิงหนิงก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย
แต่ความคิดนั้นก็ถูกกำจัดออกไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรแล้ว…
การจะเปรียบเทียบผู้ปลุกพลังแต่ละคนนั้นก็เป็นไปได้ยาก
ไม่เช่นนั้น เมื่อพบกับผู้แข็งแกร่งแห่งสวรรค์ก็จะไม่อาจเทียบเคียงได้แม้แต่น้อย นั่นก็แปลว่าผู้ปลุกพลังทั่วไปไม่มีทางเลือกเลยไม่ใช่หรือ?
‘ถึงฉันจะไม่เก่งเท่าฉู่โม่ว ฉันก็ยังมีเส้นทางกับอนาคตของตัวเอง อีกอย่าง เส้นทางแห่งวิทยายุทธ์น่ะเต็มไปด้วยโอกาส ถึงฉันจะยังไม่เก่งมากในตอนนี้ แต่ถ้าฉันฝึกฝนต่อไป อนาคตจะไม่ดีขึ้นได้ยังไงกันล่ะ?’
เธอแอบคิดอยู่ในใจ
นอกจากกวนหนิงหนิงแล้ว ตอนนี้ซูเจาเจาเองก็พูดไม่ออกเหมือนกัน
‘ฉันไม่คิดเลยจริง ๆ!’
‘ฉัน ซูเจาเจา ได้เป็นเพื่อนกับสุดยอดผู้มีพรสวรรค์อย่างฉู่โม่วด้วย!’
เธอคิดด้วยความตื่นเต้นและตกตะลึง
เมื่อนึกถึงตอนที่กลับมายังดาวเคราะห์สีเงินและพบกับฉู่โม่วโดยบังเอิญ เธอก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่ในใจ
ในตอนนั้น เธอรู้สึกว่าชายคนนี้แตกต่างออกไปเล็กน้อย และตั้งใจจะทำความรู้จัก
แต่ใครจะไปรู้ว่า…
วันนี้ฉู่โม่วเติบโตมาได้ไกลขนาดนี้เลยเหรอ?
‘ฉู่โม่วนะ ….ฉู่โม่ว นายทำให้ฉันประหลาดใจจริง ๆ!’
‘ถ้าพ่อกับผู้อาวุโสของฉันรู้ว่าได้เจอกับคนแข็งแกร่งขนาดนี้เข้า พวกเขาจะไม่มองฉันเปลี่ยนไปเลยเหรอ?!’
เธอคิดอย่างมีความสุขอยู่ในใจ
…
ที่ตำหนักเจ้าเมือง…
เทวะยุทธ์อวิ่นซานมองดูข้อมูลที่ถูกส่งมาและพูดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่
ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็สูดหายใจลึกและดึงสติกลับมา
ไม่คาดคิดเลย?
ใครจะไปกล้าคิด?
เดิมทีเขาเป็นผู้แนะนำฉู่โม่วให้เข้าสู่หอเพลิงโหมเพื่อโชคชะตาที่ดียิ่งขึ้น แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะแสดงพรสวรรค์ระดับนี้ออกมา แล้วยังกลายเป็นอันดับหนึ่งบนศิลาต้นกำเนิดและได้รับการคัดเลือกสำเร็จอีกด้วย
เทวะยุทธ์อวิ่นซานคิดว่านั่นจะเป็นขีดจำกัดของฉู่โม่วแล้ว และเขาควรจะตั้งใจฝึกฝนต่อไป
แต่ใครจะไปรู้ว่าไม่นานหลังจากนั้น เขาจะได้รับรายงานว่าชายหนุ่มเข้าไปในเขตแดนลับกลืนดารา และสังหารอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค
เขาเองก็รู้เรื่องของเขตแดนลับกลืนดาราด้วยเช่นกัน
ตอนที่ยังหนุ่ม เขาเองก็เข้าร่วมหอเพลิงโหมและเป็นหนึ่งในสมาชิก แต่เพราะคุณสมบัติของเขาไม่ได้อยู่ในระดับสูงสุด จึงเคยได้ยินชื่อของมัน แต่ก็ไม่เคยได้เข้าไปเห็นด้วยตาตัวเองมาก่อน
เทวะยุทธ์อวิ่นซานจึงมีความโหยหาลึก ๆ ที่อยากจะเข้าไปในเขตแดนลับกลืนดารามาก
และแน่นอนว่า เขาก็รู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์และมนุษย์วิหคที่ยาวนานกว่าแสนปีเพราะเขตแดนลับนี้ด้วยเช่นกัน
ในกระบวนการเปิดเขตแดนลับหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมา
ไม่เคยมีใครที่กวาดล้างอัจฉริยะทั้งหมดจากเผ่ามนุษย์วิหคได้มาก่อน
แต่ฉู่โม่วทำได้!
“แค่นี้ก็ถือว่าเป็นผลงานครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว เรียกว่าบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ได้เลยละ!”
“ควรค่าแล้วจริง ๆ!”
เทวะยุทธ์อวิ่นซานกล่าว
ในหัวใจของเขาเองก็มีความรู้สึกโหยหาอยู่ด้วยเช่นกัน
ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ใครจะไม่อยากทำเช่นนั้นและกลายเป็นผู้โด่งดังทั่วโลกภายในชั่วข้ามคืนกัน?
เพียงแต่ว่า…
คนธรรมดาจะทำแบบนี้ได้อย่างไร?
ผู้ปลุกพลังนั้น
ยิ่งมีระดับพลังสูงเท่าไร ช่องว่างระหว่างผู้ปลุกพลังแต่ละคนก็ยิ่งกว้างมากขึ้นเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่น หากเปรียบเทียบผู้ปลุกพลังในระดับขั้นเดียวกันกัน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นอัจฉริยะ ความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายก็จะไม่มากนัก
แต่หลังจากที่เข้าสู่ขั้นเทียมเทพหรือกระทั่งเทวะยุทธ์ ก็เปรียบดั่งช่องว่างระหว่างผู้ปลุกพลังทั่วไปกับเทพเจ้าที่แตกต่างกันราวกับก้อนเมฆและโคลนตม!
นั่นก็เป็นเพราะพรสวรรค์อันเก่งกาจ!
ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเพราะการบ่มเพาะก่อนจะเข้าสู่ขั้นเทียมเทพ!
บางทีในขั้นเก้าขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลง ความแตกต่างในพละกำลังที่แสดงออกมาทางพื้นฐานนั้นไม่มากนัก แต่เมื่อผู้ปลุกพลังเข้าสู่ขั้นเทียมเทพ ช่องว่างนั้นก็จะขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนกับความแตกต่างระหว่างสวรรค์และโลก
‘ช่างมันเถอะ อย่าไปคิดเรื่องเพ้อฝันเลย!’
‘คราวนี้อัจฉริยะฉู่โม่วเข้าสู่ขั้นเทียมเทพและทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นแบบนี้ บางทีตำหนักบรรพชนอาจจะให้รางวัลมหาศาลเลยก็ได้ ถึงส่วนมากจะเป็นของฉู่โม่ว แต่ในฐานะผู้แนะนำ ฉันเองก็คงจะได้รับรางวัลด้วย!’
‘ฉันควรจะวางแผนให้ดีว่าจะใช้รางวัลนั้นพัฒนาพละกำลังยังไง!’
เทวะยุทธ์อวิ่นซานคิดกับตัวเอง
เขาอยู่ในขั้นเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดมานาน และถึงเวลาที่จะขยับขั้นได้แล้ว!
บางทีคราวนี้อาจจะเป็นโอกาสของเขาแล้วก็ได้
เมื่อผลงานของฉู่โม่วแพร่กระจายออกไป ไม่เพียงแค่อวิ่นซาน กวนหนิงหนิง และคนอื่น ๆ แต่ผู้ปลุกพลังทุกคนไม่ว่าจะรู้จักฉู่โม่วหรือไม่ อย่างเทวะยุทธ์เว่ยซิง เทวะยุทธ์จื่อกวง เทวะยุทธ์คงฉาน และคนอื่น ๆ ในหอเพลิงโหมต่างก็ตกตะลึงถึงขีดสุด
โดยเฉพาะเทวะยุทธ์เว่ยซิง
หลังจากที่ได้รู้เรื่องนี้ เขาก็ไปที่เครือข่ายลับอหังการ์ของหอเพลิงโหมเพื่อโอ้อวดว่าเขารู้จักฉู่โม่วและทำให้อัจฉริยะคนอื่น ๆ ต้องอิจฉาตาร้อน