ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 585 หอสัจธรรม กับ ผู้ตรวจการโจว
บทที่ 585 หอสัจธรรม กับ ผู้ตรวจการโจว
บนดาวเคราะห์โบราณริ้วคราม ในอาคารสิ่งก่อสร้างแสนงดงามมากมาย เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็จะเห็นตึกอาคารที่เปล่งประกายทั่วทุกหนแห่ง นอกจากนี้ยังมีอักขระที่ส่องสว่างอยู่กลางอากาศและเผยให้เห็นรัศมีที่ศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่อีกด้วย
มีลำแสงพุ่งเข้าไปและออกมาจากกลุ่มอาคารเป็นครั้งคราว แต่ละลำแสงมีรัศมีที่ทรงพลังและอยู่ในขั้นเทวะยุทธ์ บางคนกระทั่งอยู่ในขั้นมหาเทวะยุทธ์แล้วด้วยซ้ำ
“นี่คือหอสัจธรรม!”
“ในทั่วทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ นอกจากตำหนักบรรพชนแล้ว นี่คือองค์กรที่สำคัญที่สุด!”
“เหตุผลที่เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถต่อสู้กับเผ่าพันธุ์อีกนับหมื่นได้ภายในเวลาแค่หนึ่งล้านปี จนก้าวเข้าสู่จักรวาลและตั้งถิ่นฐานอยู่ในจักรวาลก็เพราะหอสัจธรรมนี่แหละ!”
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังดูอยู่นั้น มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นข้างกายเขาก็กล่าวแนะนำ
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็ได้แต่พยักหน้าเบา ๆ
แม้ว่าจะยังไม่ได้เข้าไปข้างใน
แต่แค่เพียงยืนอยู่ข้างนอก เขาก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่จากกลุ่มอาคารเหล่านั้น และผู้ปลุกพลังที่เข้ามาและออกไปต่างก็มีรัศมีที่แตกต่างไปจากผู้ปลุกพลังภายนอกทั้งสิ้น
สังหารอย่างแน่วแน่!
แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว!
มันเป็นรัศมีที่กำเนิดจากการต่อสู้กับเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ในจักรวาลอย่างต่อเนื่องเท่านั้น!
และมันยังเป็นรกรากของความรุ่งเรืองของเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกด้วย!
“ไปกันเถอะ เข้าไปข้างในกัน อย่างแรกก็ไปรับป้ายแขวนเอวของนาย แล้วไปพบเจ้าตำหนักกัน!”
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นกล่าว
หลังจากนั้น ทั้งสองก็เข้าไปในหอสัจธรรมด้วยกัน
ทั่วทั้งอาคารถูกปกคลุมด้วยค่ายกลป้องกัน เมื่อฉู่โม่วและมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเข้ามาข้างใน พวกเขาก็รู้สึกราวกับว่าได้เดินผ่านชั้นบาง ๆ เข้ามา แล้วกลุ่มผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งก็ตรงเข้ามาหา
“สถานที่ที่สำคัญที่สุดในหอสัจธรรม ใครมาที่นี่กัน?!”
เสียงตะโกนพลันดังขึ้น
หลังจากนั้น
ฉู่โม่วก็เห็นชายผู้แข็งแกร่งในชุดเกราะสีทองเดินเข้ามาใกล้ ตามมาด้วยผู้ปลุกพลังหลายคนพร้อมใบหน้าถมึงทึง
“ผู้ตรวจการโจว นี่ฉันเอง!”
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นกล่าว
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวหน้าผู้ตรวจการในชุดเกราะสีทองก็เห็นว่าเป็นมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นและรีบทำความเคารพทันที “เป็นท่านฉีอวิ๋นนี่เอง ได้โปรดให้อภัยผมด้วย!”
“ไม่เป็นไร ๆ!”
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นโบกมือ
“มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋น นี่ใครเหรอ?”
ในตอนนั้นเอง ผู้ตรวจการโจวก็หันไปมองฉู่โม่วและถามออกมา
“นี่คือฉู่โม่ว ผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเรา เขาสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่และได้รับตำแหน่งผู้ดูแลชั้นในมาจากตำหนักบรรพชนน่ะ!”
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นกล่าวแนะนำ
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้
เขาก็หันมาแนะนำฝ่ายฉู่โม่วบ้าง “ฉู่โม่ว นี่คือผู้ตรวจการโจว เขารับผิดชอบดูแลการตรวจการประจำวันของหอสัจธรรมและความปลอดภัยของประชาชน แล้วยังเป็นทูตในการเดินทางสำรวจด้วย!”
“สวัสดีครับผู้ตรวจการโจว”
ชายหนุ่มโค้งคำนับและกล่าวทำความเคารพ
“อย่าเลย ไม่ต้องหรอก”
ผู้ตรวจการโจวรีบโบกมือปัดและทำความเคารพไปพร้อม ๆ กัน “ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นอัจฉริยะฉู่โม่วตัวเป็น ๆ ผมเคยได้ยินชื่อของคุณมานาน และชื่นชมคุณมาเป็นเวลานานแล้วละ! ผมไม่คาดคิดเลยว่าคุณฉู่โม่วจะเข้ามาในหอสัจธรรมในวันนี้ ในอนาคต พวกเราจะต้องทำงานด้วยกันในพื้นที่ ผู้ดูแลฉู่ได้โปรดอภัยให้ผมด้วย!”
ผู้ตรวจการโจวเป็นถึงเทวะยุทธ์ และฉู่โม่วเป็นเพียงแค่ขั้นเทียมเทพเท่านั้น แต่เมื่อเผชิญหน้ากัน เขากลับนอบน้อมเป็นอย่างมาก
นั่นไม่ใช่เพียงเพราะตำแหน่งในฐานะของฉู่โม่ว แต่ยังเป็นเพราะอีกฝ่ายคือผู้ดูแลชั้นในอีกด้วย
ในหอสัจธรรม นอกจากเจ้าหอแล้ว ยังมีรองเจ้ารวมเป็นเพียงสองคนเท่านั้น
ถัดลงมาก็คือผู้ดูแลชั้นใน…
นอกจากนี้ ผู้ดูแลชั้นในของหอสัจธรรมนั้นมีไม่เกินสิบคนที่มีอำนาจอยู่ในมือ และเมื่อเผชิญหน้ากับเรื่องต่าง ๆ ผู้ดูแลชั้นในก็จะเป็นผู้ตัดสินใจ นอกเสียจากว่ามีเรื่องที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ พวกเขาจึงจะรายงานไปยังรองเจ้าหอ เรียกได้ว่ามีอำนาจไม่น้อยเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้มีผู้ดูแลชั้นในอยู่เพียงแค่หกคน แต่หลังจากที่ฉู่โม่วเข้ามา เขาก็กลายเป็นคนที่เจ็ด
นอกจากผู้ดูแลชั้นในแล้วยังมีผู้ดูแลชั้นนอก ผู้ตรวจการ และทูตในการเดินทางสำรวจ
ในหมู่ตำแหน่งเหล่านี้ ผู้ดูแลชั้นนอกเป็นผู้ดูแลประจำวัน ในขณะที่ผู้ตรวจการมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหอสัจธรรมและพื้นที่สำคัญมากมายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ทั้งสองเทียบเท่ากันในเรื่องของสถานะและอำนาจ
ส่วนทูตในการเดินทางสำรวจนั้นมีอำนาจต่ำกว่าเล็กน้อย
ทูตสำรวจมีสองระดับด้วยกัน คือหัวหน้าทูตและรองหัวหน้าทูต ในสถานการณ์ทั่วไปจะมีหัวหน้าทูตหนึ่งคนและรองหัวหน้าทูตสองคน โดยทั้งสามจะตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อเอาชนะและสังหาร เมื่อภารกิจถูกส่งมาจากผู้ดูแลชั้นใน ทูตเดินทางสำรวจก็จะออกไปพร้อมกับรองทูตเดินทางสำรวจอีกสองคน
หากขาดกำลังคนก็สามารถขอให้หอสัจธรรมส่งทูตมาเพิ่มหรือขอผู้ปลุกพลังมาจากหอสัจธรรมเลยก็ได้
ผู้ปลุกพลังเหล่านั้นไม่มีตำแหน่งและมีระดับต่ำที่สุดในหอสัจธรรม พวกเขาจึงเป็นกลุ่มคนที่ทำงานหนักมากที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้นการจะเข้ามาก็ไม่ง่ายดายนัก พวกเขาจำเป็นต้องมีพละกำลังที่สูงพอและอยู่ในขั้นเทียมเทพเป็นอย่างน้อย
เพราะหอสัจธรรมต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ต่างแดนเป็นหลัก ตำแหน่งต่าง ๆ ของที่นี่จึงสำคัญอย่างถึงที่สุด ฉู่โม่วคือผู้ดูแลตำหนักชั้นใน และผู้ตรวจการโจวมีระดับต่ำกว่าหนึ่งขั้น เขาจึงจำเป็นต้องเคารพชายหนุ่ม
ระหว่างทางมาที่นี่ มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเองก็บอกข้อควรระวังต่าง ๆ ในหอสัจธรรมให้ฉู่โม่วไว้บ้าง เขาจึงไม่ออกท่าทีอะไรมากและตอบรับอย่างใจเย็น แล้วจึงขอให้ผู้ตรวจการโจวเงยหน้าขึ้นมา
หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกันเล็กน้อย
“รองเจ้าหอฉีอวิ๋น ผู้ดูแลฉู่ ผมมีตำแหน่งต่ำกว่าและมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ผมต้องขอตัวก่อน ไว้ผมจะมารบกวนผู้ดูแลฉู่ทีหลังนะ!”
ผู้ตรวจการโจวกล่าวลา
“ได้เลย!”
ฉู่โม่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเห็นผู้ตรวจการโจวนำกลุ่มผู้ปลุกพลังเดินจากไป มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นและฉู่โม่วก็เดินเข้าไปข้างใน
เมื่อมองดูจากด้านนอกก็จะมองเห็นอาคารมากมายของหอสัจธรรมได้ในพริบตา แต่ก็มองเห็นได้เมื่อเข้ามาข้างในแล้วเท่านั้น เพราะมีค่ายกลอยู่ข้างในมากมาย เส้นทางต่าง ๆ จึงซับซ้อนและอาคารก็ดูเหมือนจะตั้งอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน แต่ชายหนุ่มก็สัมผัสถึงกระแสห้วงมิติแปรปรวนราง ๆ ได้จากอาคารเหล่านี้อย่างชัดเจน
เห็นได้ชัดว่า…
อาคารแทบทุกหลังเป็นโลกขนาดเล็กที่แยกตัวออกไป หากไม่มีใครเป็นผู้นำทางเข้าไปก็จะต้องตกอยู่ในค่ายกลและไม่อาจหาทางออกได้อย่างแน่นอน
ฉู่โม่วเดินตรงเข้าไป
หมู่เมฆลอยตัวสูงขึ้น แล้วอาคารอันยิ่งใหญ่ก็ปรากฏขึ้นราวกับว่ามันตั้งอยู่ที่นี่ตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ มีอณูแห่งชีวิตแห่งสวรรค์และโลกอัดแน่นอยู่ที่นี่ พวกมันกลับกลายเป็นสัตว์อสูรมากมายที่ดูเหมือนจะถูกผนึกเอาไว้
ลำแสงส่วนมากสั่นไหว และหากมองลงมาจากมุมสูงก็จะเห็นว่าลำแสงเหล่านั้นเป็นเหมือนเส้นหยก พวกมันก่อเกิดขึ้นจากอณูแห่งชีวิตเหลวที่เต็มไปด้วยอณูแห่งชีวิตอันแข็งแกร่ง
หากผู้ปลุกพลังทั่วไปเข้ามาที่นี่และสูดหายใจเข้าไป พวกเขาก็จะได้รับแก่นแห่งสวรรค์และโลกด้วยความเร็วสูง
บนสองข้างทางระหว่างภูเขาและป่าไม้
สมุนไพรจิตวิญญาณมากมายเติบโตอยู่ที่นี่ พวกมันฉายแสงสว่างไสวออกมาราวกับดวงดาวหรือดวงอาทิตย์ที่เปล่งประกาย
มีสัตว์อสูรที่มีรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวจำนวนมากอยู่ทั่วทุกมุมของภูเขา พวกมันตื่นขึ้นมาส่งเสียงคำรามดังลั่นและหลับใหลต่อไป
และนี่…
เป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งของสิ่งที่ฉู่โม่วจะได้เห็นในหอสัจธรรมเท่านั้น!
ในไม่ช้า ชายหนุ่มก็เดินตามมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเข้าไปด้านในสุดของตำหนัก