ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 588 จากทุกสารทิศ และรวมตัวกันที่เมืองหมื่นป่าสมุทร
บทที่ 588 จากทุกสารทิศ และรวมตัวกันที่เมืองหมื่นป่าสมุทร
ณ เมืองหมื่นป่าสมุทร
ที่แห่งนี้เป็นป่าทึบที่ใหญ่ที่สุดในรัศมีหลายหมื่นกิโลเมตรของตำหนักบรรพชนแห่งดาวเคราะห์โบราณริ้วคราม มันขึ้นชื่อเรื่องของพฤกษานานาพรรณที่เปี่ยมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์
ด้วยเหตุนี้…
แม้ว่าที่นี่จะเป็นป่าเป็นดง แต่ก็มีผู้ปลุกพลังจำนวนมากอาศัยอยู่อย่างสันโดษ และเนื่องจากผู้ปลุกพลังต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนทรัพยากรเพื่อฝึกฝน ในที่สุดป่าก็ค่อย ๆ ถูกพัฒนาการเป็นเมือง
ในยามนี้ ดาวเคราะห์โบราณริ้วครามเคลื่อนเข้าสู่ฤดูเหมันต์แล้ว
ทว่าในเมืองหมื่นป่าสมุทร ความหนาวเหน็บไม่อาจย่างกรายเข้ามาถึง ที่นี่ยังคงชื้นชอุ่ม ต้นไม้เติบโตแตกใบอ่อน ในบางคราสายลมก็พัดหอบให้กิ่งก้านสั่นไหว กำจายกลิ่นหอมบางชวนให้ได้สดชื่น
ภายในจัตุรัสกลางเมือง
พ่อค้าเร่มากมายเดินขายของกันเกลื่อนกลาด ขณะที่บรรดาผู้ปลุกพลังเองก็เดินขวักไขว่ไปตามท้องถนนเช่นกัน พวกเขามีรัศมีพลังที่กล้าแกร่ง บางคนเดินไปมาซ้ายทีขวาที บางคนก็นั่งนิ่งไม่ขยับย้าย หากแต่พวกเขามีบางสิ่งที่เหมือนกันนั่นคือสีหน้าคาดหวัง
คนเหล่านี้…
ล้วนเป็นผู้ปลุกพลังหนุ่มสาวเผ่าพันธุ์มนุษย์
บางคนก็เป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ทั่วไป บางคนก็เป็นศิษย์ที่มาจากสำนักชื่อดัง ขณะที่บางคนก็มาจากกลุ่มกองกำลังขนาดใหญ่ พวกเขาทุกคนต้องการถูกฉู่โม่วเลือกเฟ้นไปเป็นผู้ติดตาม
…
“เป็นที่ที่มีชีวิตชีวามาก!”
“เมื่อก่อน ที่นี่มีคนอยู่ไม่มากนัก ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นผู้ปลุกพลังตั้งหลายหมื่นคนในวันนี้ นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ก่อตั้งเมืองหมื่นป่าสมุทร!”
“ที่สำคัญกว่านั้น ผู้ปลุกพลังหลายหมื่นที่มารวมตัวกันล้วนเป็นคนหนุ่มสาวที่มีพรสวรรค์ จุดประสงค์ที่พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อสมัครเป็นผู้ติดตามของฉู่โม่ว… น่าเหลือเชื่อสุด ๆ!”
ผู้ปลุกพลังท้องถิ่นเริ่มพูดคุยกันอย่างออกรส
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้!
ไม่น่าเชื่อ!
ระหว่างที่พวกเขาประหลาดใจ ทันใดนั้นเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่ด้านนอกของจัตุรัส ดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยไม่รู้ตัว
พลันปรากฏลำแสงพุ่งผ่านท้องฟ้าจากระยะทางไกลโพ้น ราวกับอุกกาบาตร่วงหลงสู่ชั้นบรรยากาศ ตกลงสู่ดินแดนในแถบนั้น
แสงเหล่านั้นหาใช่สิ่งประหลาดใด หากเป็นผู้ปลุกพลังรุ่นหนุ่มสาว
“ดูนั่นสิ เขาคือผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักอัสดง แถมเขายังพาสวี่เวย ผู้สืบทอดของสำนักมาที่นี่ด้วย!”
“ว่ากันว่าผู้อาวุโสท่านนี้อยู่ในระดับมหาเทวะยุทธ์แล้ว เขาบำเพ็ญอย่างสันโดษมาเป็นระยะเวลานาน ไม่คิดเลยว่าเขาจะออกจากการภาวนาและนำผู้สืบทอดของตนมอบให้แก่ฉู่โม่วด้วยตัวเอง!”
“ไม่ใช่แค่นั้นนะ แม้แต่ตระกูลจ้าวผู้รักสงบก็อยู่ที่นี่ด้วย!”
“ตระกูลจ้าวถือว่ามีอิทธิพลในเมืองนี้มาก ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะส่งศิษย์มา… ใครกันนะที่จะมาที่นี่?”
“นั่นจ้าวโย่วผิง นี่!”
“จ้าวโย่วผิงหรอ? กิเลนแห่งตระกูลจ้าวนั่นน่ะนะ”
“ใช่เลย! เขานี่แหละ!”
“บ้าไปแล้ว! นี่ตระกูลจ้าวยอมส่งอันดับหนึ่งของตระกูลให้ไปเป็นผู้ติดตามเลยเนี่ยนะ!”
“แปลกตรงไหนกัน แค่ไปเป็นผู้ติดตามนะไม่ใช่ขายตัวเป็นทาสซะหน่อย พอเป็นแบบนี้จ้าวโย่วผิงก็มีโอกาสได้รับทรัพยากรการฝึกที่มากขึ้น แข็งแกร่งได้ยิ่งขึ้น เผลอ ๆ อีกหน่อยก็คงมีฉู่โม่วเป็นผู้หนุนหลัง แบบนี้ตระกูลจ้าวมีแต่ได้กับได้ไม่ใช่หรือไง!”
“นั่นก็จริง!”
“ดูสิ มีคนมาเพิ่มอีกแน่ะ!”
“นั่นมันสมาพันธ์อัคนี ผู้นำสมาพันธ์มาเอง แถมยังพาลูกชายมาด้วย!”
…
ผู้คนต่างพูดคุยเป็นเสียงอื้ออึง เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาเห็นกองกำลังสำคัญเดินทางมา เสียงอุทานก็จะเริ่มเซ็งแซ่อีกครั้ง
กองกำลังเหล่านี้ประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ากองกำลังอื่น ๆ ก็เริ่มมาถึงเช่นกัน
“ผู้อาวุโสจ้าว นี่คุณถึงขนาดส่งว่าที่ผู้สืบทอดตระกูลมาเลยเหรอ ช่างใจถึงน่าดู!”
ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักอัสดงมองยังกลุ่มคนตระกูลจ้าว เขาอดไม่ได้ที่จะค่อนขอดให้พอหอมปากหอมคอ
ในแถวของคนตระกูลจ้าว ชายชราผู้หนึ่งเหลือบมองยังเจ้าของเสียงค่อนแคะ “แหม ไม่ใช่ว่าสำนักอัสดงก็เอาศิษย์คนสำคัญมาเหมือนกันหรอกเรอะ!”
เขาพูดพลางยกหางตาข้ามไปยังด้านหลังของผู้อาวุโสสูงสุด ตรงนั้นคือดรุณีน้อยวัยแรกแย้มที่เปล่งประกายด้วยรัศมีอันศักดิ์สิทธิ์
ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นเมื่อเห็นว่ากองกำลังอื่น ๆ เริ่มทยอยมาเรื่อย ๆ แม้แต่กองกำลังต่างชาติก็มาเช่นกัน พวกเขาจึงเลือกที่จะสงวนวาจาและรอคอยอย่างอดทน
กระนั้น…
ทั้งที่พวกเขาก็เก็บปากเก็บคำกันมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ทว่าสีหน้าของผู้นำทั้งสองก็ยังคงไม่สู้ดีนัก
ครั้งนี้มีกองกำลังมามากเกินไป!
และคนที่พวกเขานำมาก็ล้วนโดดเด่น!
แม้ว่าพวกเขาจะนำผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นที่สุดของครอบครัวหรือของกองกำลังมา หรือแม้ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นสุดยอดของคนทั้งมวลเพียงไหน พวกเขาก็ไม่อาจคลายความกังวลที่มีไปได้
“ท่านผู้อาวุโส อย่าได้กังวลไปค่ะ หนูจะทำให้ผู้สืบทอดฉู่ประทับใจ และเลือกหนูเป็นผู้ติดตามได้แน่นอน สำนักอัสดงของเราจะต้องได้รับเกียรตินี้ค่ะ!”
ที่ข้างกายของผู้อาวุโสแห่งสำนักอัสดง เด็กสาวใบหน้างดงามจับจ้องยังชายชราสีหน้าหม่นหมองด้วยความมุ่งมั่น
“ตาเฒ่าคนนี้เชื่อในตัวเธอนะ!”
ผู้อาวุโสสูงสุดลูบหัวของเธอเบา ๆ และพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“เอาละ เธอไปเตรียมตัวก่อนเถอะนะ ใช้เวลาตอนนี้เพื่อพักผ่อนเสีย ฟื้นฟูพลังให้กลับมาอยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์ที่สุด!”
เด็กสาวพยักหน้า ก่อนจะเดินจากไป
หลังจากที่แผ่นหลังของเธอลับสายตาไป ชายชราซึ่งอยู่ถัดไปจากผู้อาวุโสสูงสุดก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด พวกเราสู้อุตส่าห์บ่มเพาะวิชามาด้วยความยากลำบาก ทว่าสุดท้ายก็ได้เป็นแค่เพียงผู้ติดตามของคนอื่น มันช่าง… น่าอับอาย!”
“นี่เป็นวิธีเดียวที่จะสร้างชื่อให้สำนักของเรา!”
ผู้อาวุโสสูงสุดพูดขึ้นอย่างนุ่มนวล
ในตอนนั้น
มีคำพูดหลายคำที่ผุดขึ้นมาภายในใจ ทว่าเขาเลือกที่จะไม่พูดออกไป ที่เขานิ่งเฉย ไม่ใช่ว่าเขาไม่ทุกข์ร้อน!
เมื่อคิดดังนั้น…
ผู้อาวุโสสูงสุดซึ่งมีอายุร่วมหมื่นปีอดไม่ได้ที่จะเย้ยหยันให้กับโชคชะตา
…
ณ ค่ายพักของตระกูลจ้าว
ผู้เฒ่าแห่งตระกูลจ้าวจรดมองยังเด็กหนุ่มผู้มีดวงตาแน่วแน่เบื้องหน้า ด้วยสายตาอันอาวรณ์ “ลูกพ่อ การคัดเลือกผู้ติดตามของผู้สืบทอดฉู่นั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อตระกูลของเรา เรื่องนี้จะทำให้บ้านของเขากลับคืนสู่ความรุ่งเรืองเช่นเมื่อครั้งอดีต!”
“พ่อรู้ว่าลูกเป็นคนพิเศษ เป็นคนที่มีจิตใจทะนง พ่อรู้ การต้องไปเป็นผู้ติดตามของคนอื่นมันน่าอึดอัดมากเพียงไหน… มันเป็นความผิดของพ่อเอง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เป็นลูกชายก็พลันส่ายหน้า “พ่อครับ อย่าพูดแบบนี้เลย!”
“เพื่อดูแลผม ครอบครัวของเราต้องทุ่มเทหลายสิ่งหลายอย่าง พ่อน่ะ เห็นคุณค่าในตัวผมยิ่งกว่าใคร จะสมบัติหรือทรัพยากรล้ำค่าอะไร พ่อก็ล้วนแต่ยกให้ผมเสมอ ยอมแม้กระทั่งชะลอการบ่มเพาะเพื่อให้ผมได้ก้าวหน้าไปก่อน… สิ่งเหล่านี้ล้วนพิสูจน์ว่าพ่อรักผมขนาดไหน! ดังนั้นแล้ว มันก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องตอบแทนในความรักความใส่ใจนี้!”
“ถ้าลูกคิดแบบนี้ พ่อก็เบาใจ!”
ผู้นำตระกูลกล่าวอย่างโล่งอก
“พ่ออย่าได้กังวล ผมจะไม่ทำให้ต้องผิดหวังแน่นอน!”
เด็กหนุ่มพูดอย่างหนักแน่น
…
“ฉันจะต้องเป็นผู้ติดตามของคุณฉู่ให้ได้ นี่เป็นวิธีการเดียวที่จะทำให้ฉันก้าวหน้า!”
ณ เมืองหมื่นป่าสมุทร ผู้ปลุกพลังผู้หนึ่งยืนอยู่อย่างลำพัง กวาดมองตลาดที่พลุกพล่านไปด้วยฝูงชนพลางคิดกับตัวเอง นัยน์ตาของเขาแฝงไปด้วยความทะเยอทะยาน
ภาพเช่นนี้นั้น…
เกิดขึ้นในทุกหัวระแหงของเมืองหมื่นป่าสมุทร
เวลาดำเนินไปเรื่อย ๆ…
ทั้งกองกำลังและผู้ฝึกวิชาต่างทยอยเดินทางมาจนเริ่มแน่นขนัด
พวกเขามาโดยเคลื่อนที่เป็นลำแสง นั่งรถม้า หรือแม้แต่ขับยานอวกาศมาก็มีให้เห็น
ในตอนนี้เอง ทั้งจัตุรัสเมืองก็เต็มไปด้วยความแออัด…
จากการคำนวณคร่าว ๆ เห็นว่าผู้ปลุกพลังหนุ่มสาวที่มายังที่นี่น่าจะมีราว ๆ แสนคนเป็นอย่างน้อย ซึ่งหากนับรวมกับกองกำลังหรือครอบครัวที่ติดตามมาด้วย ก็คาดว่าจะมีจำนวนเกินสามแสนคนเลยทีเดียว
กระนั้น…
ตัวเลขนี้ก็ยังไม่ใช่จำนวนทั้งหมด