ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 590 ฉู่โม่วปรากฏตัว หญิงสาวที่ถูกเลือกเพราะโชคชะตา?
บทที่ 590 ฉู่โม่วปรากฏตัว หญิงสาวที่ถูกเลือกเพราะโชคชะตา?
“สำนักกระบี่หมื่นวิถี!”
“สำนักกระบี่หมื่นวิถีที่อยู่ใกล้ ๆ กับกาแล็กซีมรณะน่ะนะ?!”
“สำนักนี้มีบรรพบุรุษมหาเทวะยุทธ์มากมายผู้ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ ๆ กาแล็กซีมรณะเพื่อคอยปกป้องเขตแดนเอาไว้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาจะมาที่นี่!”
“แล้วหัวหน้ากลุ่มที่มาในครั้งนี้ก็เป็นเทวะกระบี่ฮั่นอวี๋จริง ๆ ด้วย! ว่ากันว่าเขาเคยสะบั้นหัวของเผ่าต่างดาวที่แข็งแกร่งเกือบจะเป็นมหาเทวะยุทธ์ทั้ง ๆ ที่ตนเองยังเป็นเพียงเทวะยุทธ์ด้วยนะ! ไม่ใช่ว่าตอนนี้เขาควรจะเข้าฌานเพื่อฝึกฝนตนเองให้เข้าสู่ขั้นมหาเทวะยุทธ์หรอกเหรอ? ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?”
“หรือว่าเขาจะทลายขีดจำกัดขั้นได้แล้ว?!”
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งอุทานออกมา สีหน้าของเขาดูจะตกใจสุด ๆ
สำนักกระบี่หมื่นวิถี ถือเป็นสำนักที่แข็งแกร่งมาก ๆ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ฝึกฝนวิชากระบี่ มีทักษะในการสังหารและต่อสู้ที่น่ากลัว ยิ่งไปกว่านั้น ตัวสำนักยังตั้งอยู่ที่ชายแดนของมนุษยชาติด้วย พวกเขาคอยปกป้องมนุษย์จากสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ สร้างความได้เปรียบให้กับมนุษย์ เพราะงั้นแล้ว พวกเขาจึงกลายเป็นที่ชื่นชอบและเคารพของเหล่าผู้ปลุกพลังหนุ่มสาวอีกนับไม่ถ้วน ในขณะที่ตัวพวกเขาเองนั้นค่อนข้างจะแยกตัวออกจากมนุษย์มาก ๆ เลยทีเดียว
ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะส่งคนมาที่นี่ด้วย!
บรรยากาศภายในพื้นที่นี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยขึ้นมาทันควัน
“แม้แต่สำนักกระบี่หมื่นวิถียังส่งคนมาที่นี่ ฉันว่าความหวังของฉันน่าจะริบหรี่สุด ๆ แล้วละ!”
“ดูท่ารอบนี้คงจะไม่มีโอกาสแล้วมั้ง”
“คราวนี้ฉันเข้าใจถ่องแท้เลย พวกที่ขาดความสามารถ จะไม่มีแม้แต่ความหวังว่าจะได้เป็นผู้ติดตาม!”
“น่ากลัว!”
หลังจากที่ผู้ปลุกพลังมากมายตกตะลึง พวกเขาก็รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก
แต่เพียงไม่นาน พวกเขาก็ได้สติกลับมาใหม่และตั้งจิตให้มั่นอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าความหวังของพวกเขาที่จะถูกรับเลือกนั้นจะแทบไม่เหลือแล้วก็จริง แต่มันก็คุ้มค่าที่จะได้เห็นกองกำลังมากมายมารวมกัน ณ ที่นี่ วันนี้ รวมไปถึงได้เห็นสำนักกระบี่หมื่นวิถีเคลื่อนไหวด้วย!
ไม่เพียงแต่สำนักกระบี่หมื่นวิถีที่มาถึง
หลังจากนั้นไม่นาน เหล่ากองกำลังขนาดใหญ่ก็พากันมาอย่างต่อเนื่อง
กองกำลังขนาดใหญ่ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงกองกำลังท้องถิ่นขนาดใหญ่ แต่เป็นกองกำลังของตระกูลไม่ก็สำนักที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งกาแล็กซี ไม่ว่าจะเป็น สำนักกระบี่หมื่นวิถี หรือแม้แต่หุบเขามังกร
ทุกครั้งที่มีกองกำลังเข้ามาเพิ่ม สีหน้าของเหล่าผู้ปลุกพลังมากมายภายในเมืองหมื่นป่าสมุทรต่างก็ตกตะลึงจนเสียงฮือฮาดังระงมไปทั่ว
เวลาผ่านไป
ไม่นานก็เป็นตอนเที่ยงวัน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังคงรอ แต่ก็ไม่มีใครแสดงท่าทีใจร้อนเลย พวกเขารักษาความสงบกันอย่างดี
ทันใดนั้นเอง…
ใครคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง “นั่น! มีคนกำลังมา!”
ใครกำลังมากันน่ะ?
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พูด แต่ทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ก็เข้าใจได้ในทันที เพราะงั้นพวกเขาจึงรีบกวาดตาไปมองยังจุดดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน
ซู่ม! ซู่ม!
ดวงแสงมากมายพุ่งเข้ามาจากที่ไกลแสนไกล ก่อนที่มันจะค่อย ๆ ลอยระนาบไปกับพื้นดิน
คนแรกที่ปรากฏตัวขึ้นมา สวมชุดสีดำ มีร่างกายผอมสูง ผิวขาวเหมือนหยก และมีร่างกายสะอาดสะอ้านปราศจากจุดตำหนิ ดุจปุยเมฆบนนภาและมีท่าทีไม่แยแส
ดวงตาของเขานั้นสงบนิ่งประดุจผิวน้ำที่ไม่ไหวติง มันทำให้ใครก็ตามที่สบตามอง อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนจมลงไปในบ่อน้ำไร้ก้น ความอึดอัดของความเงียบงัน เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถหลุดพ้น
นี่มัน…
อัจฉริยะฉู่โม่ว?
ชื่อนี้หลั่งไหลเข้ามาในหัวทุกคน
และเกือบจะพร้อมเพรียงกัน พวกเขาก็พากันตระหนักได้
แม้จะไม่เคยเห็นฉู่โม่วอย่างชัดเจน แต่จากลักษณะของชายคนนี้ เพียงได้มองครู่เดียว ก็มั่นใจแล้วว่าเป็นเขาแน่ ๆ!
หากไม่ใช่เขา…
คงไม่มีใครในโลกอีกที่จะมอบความรู้สึกสูงส่งและหยิ่งทะนงขนาดนี้ได้!
“เดี๋ยวนะ นี่ฉันกำลังเห็นคุณฉู่ใช่ไหม?!”
เหล่าผู้ปลุกพลังรุ่นเยาว์ที่เข้ามาชม ต่างโค้งหัวและทำความเคารพพร้อม ๆ กันด้วยสีหน้าตกตะลึง
ในส่วนของผู้ที่มากประสบการณ์ พวกเขาเองก็เพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ แสดงให้เห็นถึงมารยาทไปด้วย
ถึงระดับขั้นของฉู่โม่วจะเป็นเพียงเทียมเทพ เขาก็เป็นอันดับหนึ่งในเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความเกรียงไกรเลย ไหนจะการที่เขามีสถานะเป็นถึงผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในอีก ด้วยสถานะดังกล่าวนี้ เขาย่อมถูกเคารพสรรเสริญอยู่แล้ว
“ไม่ต้องสุภาพกันขนาดนั้นก็ได้ครับ ลุกขึ้นเถอะ”
ชายหนุ่มกล่าวแล้วพยักหน้าขณะหันไปมองยังผู้ที่กำลังทำความเคารพเขา
“คุณฉู่ครับ คนเหล่านี้คือเหล่าผู้มากความสามารถของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มาลงชื่อที่นี่วันนี้ครับ คุณสามารถเลือกผู้ติดตามที่ต้องการจากในบรรดาคนเหล่านี้ได้เลย!”
ข้าง ๆ เขา โจวฉู่เซียนกล่าวย้ำด้วยเสียงเบา
พลันเมื่อประโยคนั้นหลุดออกมา
เหล่าผู้ปลุกพลังมากมายนั้นก็พากันตกใจ
มีผู้ปลุกพลังหนุ่มสาวผู้เป็นลูกหลานของตระกูลที่ทรงอำนาจและยิ่งใหญ่มากมายเงยหน้าขึ้นสูง สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ในขณะที่เหล่าผู้มาจากตระกูลขนาดเล็กหรือผู้ปลุกพลังทั่ว ๆ ไปต่างก็สั่นเกรงด้วยความกังวล
ไม่ว่าจะมองไปทางไหน
เหล่าผู้ปลุกพลังทั่ว ๆ ไปนั้นก็ยิ่งหวาดกลัว พวกเขาบางคนเริ่มจะมีเหงื่อแตกพลั่กออกมาจากฝ่ามือ แม้แต่เหล่าผู้ปลุกพลังรุ่นเยาว์จากตระกูลใหญ่ที่ทรงพลังเองก็ไม่อาจจะหนักแน่นเหมือนแต่ก่อนได้ พวกเขาเองก็เริ่มกังวลและกลัวจะไม่ถูกรับเลือกกันขึ้นมาแล้ว
ฉู่โม่วมองไปยังทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ระบบกลืนกินของเขากำลังทำงานอยู่ตลอดเวลา…
พูดได้เลยว่า…
เหล่าผู้ปลุกพลังรุ่นใหม่ที่มารวมตัวกันในวันนี้ เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเหล่าคนรุ่นเดียวกัน ฉู่โม่วได้เห็นพรสวรรค์มากมายของพวกเขาผ่านระบบกลืนกิน ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเด็กเหล่านี้ที่มาจากตระกูลใหญ่ ๆ แข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย
บ้างก็ถึงจุดเกณฑ์ที่จะได้รับคัดเลือกเข้าไปในหอเพลิงโหมแล้วด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น…
เขายังเห็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงมากมาย ที่ต่อให้อยู่ในหอเพลิงโหมพวกเขาก็ยังถือว่าเป็นระดับสูง ที่ไม่ด้อยไปกว่าพั่วซานและอู๋หยาเลย
“อะไรน่ะ?”
เมื่อกวาดตามองและเพ่งสังเกต จู่ ๆ สีหน้าของฉู่โม่วก็ดูจะแข็งนิ่งไป เขาดูจะประหลาดใจขึ้นมานิดหน่อย
ที่ปลายสายตา หญิงสาวหน้าตาสละสลวยคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น
เธอสวมชุดเดรสยาวสีฟ้า มือหนึ่งถือกระบี่ยาวเอาไว้ แม้จะอยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก ท่าทีของเธอก็ยังดูสง่างาม และแม้ว่าจะดูมีท่าทีประหม่าอยู่บ้าง ความงดงามก็ไม่ได้ลดลงเลย
‘เธอคนนั้น…’
‘คุ้นหน้าจริง ๆ แฮะ…’
ดวงตาของชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงสีหน้าเขาจะดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจก็เกิดคลื่นลูกใหญ่ขึ้นมา ภาพความทรงจำภายในหัวผุดขึ้นมาทันที
“คุณ… คุณชื่ออะไรน่ะ?”
สติกลับมาอีกครั้ง
ฉู่โม่วมองไปยังหญิงสาวแล้วถามด้วยความสุภาพนุ่มนวล
ขวับ!
ทันทีที่ถ้อยคำนั้นหลุดออกมา สายตาอีกนับไม่ถ้วนก็หันกลับไปให้ความสนใจกับหญิงสาวคนดังกล่าว พวกเขาอยากจะรู้ว่าฉู่โม่วจะเลือกใครเป็นคนแรก!
ด้วยสายตามากมายที่มองมายังเธอ หญิงสาวเริ่มตื่นกลัวขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาของเธอแสดงความสับสน เธอไม่คาดคิดเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับตนเอง
“ฉ… ฉันเหรอคะ?”
น้ำเสียงสั่นเครือเพราะยังไม่ได้สติกลับคืนมาสมบูรณ์นัก ภาพที่เธอเห็นอยู่นี้ อาจจะเป็นเพียงความฝันก็ได้
ชายหนุ่มพยักหน้าแทนการยืนยัน
หญิงสาวผงะไปมากกว่าเดิม ในขณะที่ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ทุกคนล้วนแสดงความอิจฉาริษยาผ่านสายตาที่มองมา
“ยัยนั่นเป็นใครน่ะ? ทำไมท่านฉู่ถึงเลือกเธอก่อน?”
“จะไปรู้เหรอ!”
“มีใครรู้จักเธอคนนั้นหรือเปล่า?”
“เป็นพวกที่มาจากตระกูลใหญ่หรือกองกำลังระดับสูงหรือเปล่า? หรือไม่ก็เป็นศิษย์สายตรงจากพวกปรมาจารย์ที่ปลีกตัวไปฝึกฝนอยู่ในป่าเขา?”
เสียงพูดคุยกันถึงหญิงสาวดังขึ้น
จากมุมมองของพวกเขา
การที่จะได้รับความสนใจจากฉู่โม่วได้ แสดงว่าเบื้องหลังและพลังของเธอคนนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ!
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยอยู่นั้นเอง
หญิงสาวผู้ตกเป็นเป้าหมายก็ได้สติ และแม้ว่าจะยังหวาดกลัว เธอก็ฝืนตอบไปด้วยเสียงที่สั่นและตะกุกตะกัก “ฉ ฉัน…ฉันชื่อลั่วหวานหวาน มาจาก… ตระกูลเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไป… แล้วก็ยังอยู่แค่ระดับเก้าขั้นแห่งขอบเขตการเปลี่ยนแปลง… ฉัน… ฉัน…”
ยิ่งเธอพูดออกมามากเท่าไหร่ มันก็ดูเหมือนว่าเธอจะหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น น้ำเสียงที่ตะกุกตะกักของเธอพยายามฝืนพูดจนจบ และเมื่อพูดจบ ใบหน้าสวยก็แดงก่ำราวกับกลายเป็นลูกสตรอว์เบอร์รีไปแล้ว
ในตอนนั้น ภายในหัวของเธอมันว่างเปล่าไปหมด และมันเหมือนโดนค้อนขนาดใหญ่ทุบลงมา หญิงสาวแหงนหน้ามองไปยังปุยเมฆ ตัดการรับรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ไปโดยสมบูรณ์
ใช่ว่าเธอจะไม่รู้
ว่าถ้าทำตัวแบบนี้ มันอาจจะทำให้เธอวุ่นวายได้
ไม่เพียงแค่เธอ แต่ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ที่หันมามองก็ได้แต่ส่ายหน้ากับท่าทีของหญิงสาวที่เป็นเช่นนี้ไปแล้วด้วย
“ถึงรูปร่างหน้าตาจะไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่อาจจะเป็นผู้ติดตามคุณฉู่ได้ มากสุดเธอน่าจะเป็นสาวใช้ไหว ท่าทีโก๊ะ ๆ นั่นน่าจะยังทำความสะอาดบ้านได้บ้าง”
“นั่นสิ เธอไม่มีหวังที่จะไปได้ไกลกว่านั้นเลยนะ!”
“คนแรกที่ท่านฉู่จับจ้อง หากเป็นคนที่มีศักยภาพร่างกายไม่แย่ละก็ คนคนนั้นจะกลายเป็นผู้ถูกเลือกอย่างแน่นอน…แต่ว่าเธอคนนี้ดูจะแย่เกินไป หวังว่าเขาคงจะไม่เลือกไปให้เสียเปล่าหรอกมั้ง”
“เธอพลาดโอกาสที่จะได้ไปต่อแล้ว!”
หลาย ๆ คนต่างส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ
หญิงสาวยิ่งสิ้นหวัง
แต่ใครจะไปรู้…
ณ วินาทีนั้น จู่ ๆ เสียงของฉู่โม่วก็ดังขึ้น “เธอจริง ๆ ด้วย!”
เปรี้ยง!
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา ทั่วทั้งบริเวณนี้ก็เหมือนกับโดนฟ้าผ่าลงมาจนทุกคนเงียบสนิท
ผู้คนนับไม่ถ้วนแสดงความประหลาดใจออกมา พวกเขาดูประหลาดใจราวกับได้ยินอะไรผิดปกติ
แม้แต่ลั่วหวานหวานเองก็ยังผงะ
เธอแสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อพร้อมเบิกตาโต “ค…คุณฉู่ คุณ… พูดอะไรนะคะ?”
เสียงกล่าวถามหลุดออกมา
“ฉันบอกว่า ใช่เธอจริง ๆ ด้วย มาเป็นผู้ติดตามของฉันซะ!”
ฉู่โม่วพูดย้ำด้วยรอยยิ้ม
ในตอนท้าย
เขาหันกลับไปมองหญิงสาวด้วยหางตา ยกหางคิ้วแล้วถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ทำไมล่ะ? เธอไม่อยากเหรอ?”
“อ… อยากค่ะ!”
ลั่วหวานหวานรีบยินยอม
เธอรู้สึกเหมือนฝันเลยเมื่อครู่นี้ สมองมันเลยทำงานเชื่องช้าไปชั่วขณะราวกับเพิ่งจะโดนฟ้าผ่าไป จึงพูดอะไรไม่ถูกนัก
ใช้เวลาอีกพักใหญ่ ๆ เลยกว่าเธอจะได้สติกลับมาสมบูรณ์
“ค..คุณฉู่คะ แต่… ฉันไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมายหรอกนะคะ …ไหนจะความสามารถที่ไม่ได้เยอะแยะอีก… ฉันจะ… เป็นผู้ติดตามคุณฉู่ได้จริง ๆ เหรอคะ?”
เธอถามด้วยความกังวลอีกครั้ง “คุณฉู่… อยากจะพิจารณาใหม่ไหมคะ?”
“ฉันเลือกผู้ติดตามนะ ไม่ได้มาตีค่าของคนอื่น”
ฉู่โม่วโบกมือเพื่อให้เธอไว้วางใจว่าเขาไม่ได้พูดผิด
ได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวก็สบายใจ
ทว่าสีหน้าที่เชื่อได้ยากก็ยังคงมีให้เห็นอยู่บนใบหน้าของเธอรวมถึงภายในใจด้วย
ประหลาดใจจริง ๆ …
คุณฉู่… พอใจในตัวฉันเหรอ?
นี่ไม่ใช่เรื่องจริงหรือเปล่านะ?
หญิงสาวฉงนแต่ก็ยังจมอยู่ในวังวนแห่งความสุข เธอเหมือนหนูตกถังข้าวสาร และความดีใจนี้ก็ไม่สามารถขจัดให้หายไปได้ง่าย ๆ
เธอเกิดมาในตระกูลเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกล ผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลนั้นเป็นเพียงเทียมเทพเท่านั้น แม้ในสถานที่อื่น เธออาจจะแข็งแกร่งมากในตระกูล แต่สำหรับดาวเคราะห์โบราณริ้วครามนี้ หญิงสาวไม่ได้เก่งอะไรเลย ดังนั้นหากจะบอกว่าตระกูลของเธอเป็นตระกูลระดับล่าง ๆ เลยก็ไม่เกินจริงนัก
ครั้งนี้ที่มาก็เพราะอยากจะท่องเที่ยวเพื่อหาวัตถุดิบไปพลาง ๆ แล้วก็เผื่อว่าตนเองจะสบโอกาสทลายขีดจำกัดขึ้นเป็นเทียมเทพด้วย
ระหว่างทางเธอได้ยินมาว่าฉู่โม่วนั้นกำลังจะเลือกผู้ติดตาม ก็เลยมาร่วมด้วย ด้วยความนึกสนุก และถึงจะคิดไว้บ้างว่าตัวเองอาจจะพอเข้าตาเขาบ้าง แต่โอกาสนั้นก็น้อยเสียเหลือเกิน
ทว่า นี่มันไม่ใช่สิ่งที่คาดคิดเลย
เธอ… ถูกเลือกจริง ๆ!
อย่างกับฝันไป!
…
ไม่เพียงแค่หญิงสาวที่กำลังตกตะลึง ณ ตอนนี้ คนอื่น ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์เสมือนฝันนี้เองก็งุนงงกันหมด
เธอคนนี้…
นอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาที่ดีแล้ว ความแข็งแกร่งก็น่าจะอยู่แค่ระดับกลาง ๆ แท้ ๆ แต่ทำไมถึงดึงดูดสายตาของฉู่โม่วได้ง่ายเสียเหลือเกิน?
โชคดีชะมัด!
ความอิจฉาจากผู้คนมากมายมุ่งตรงมายังหญิงสาว พวกเขารู้สึกว่าลั่วหวานหวานผู้นี้เพียงแค่โชคดี บางทีเธออาจจะเอาโชคที่บรรพบุรุษสั่งสมมาแต่เนิ่นนานมาใช้หมดแล้วในครั้งนี้ก็ได้
อย่างไรก็ตาม
ไม่มีใครรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ฉู่โม่วเลือกเธอคนนี้เป็นผู้ติดตาม ซึ่งมันไม่ใช่ความโชคดีแน่นอน เหตุผลจริง ๆ นั้นมีอยู่แล้ว!
อันดับแรกเลย เพราะเธอคนนี้ดูจะคล้ายกับเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของเขามาก ๆ!
อย่างที่สอง
เธอคนนี้ซุกซ่อนพลังที่ไม่ธรรมดาเอาไว้
เพียงแค่คนอื่น ๆ ยังไม่รู้ แต่สำหรับเขา เธอแค่รอให้พลังตื่นจากการหลับใหลเท่านั้น
ภายใต้ระบบกลืนกิน ไม่มีพรสวรรค์ใดสามารถเล็ดลอดสายตาไปได้!