ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 593 การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่เหมือนกับฝัน
บทที่ 593 การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่เหมือนกับฝัน
“ขอบคุณคุณฉู่ที่เมตตาครับ!”
เฉินต้าวซวีค่อย ๆ ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากพื้น เขาไม่สนใจว่าตนเองจะบาดเจ็บขนาดไหน แล้วรีบโค้งคำนับให้ฉู่โม่วด้วยแววตาเคารพเลื่อมใสและคลั่งไคล้
ถึงแม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์และร่างเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ก็ไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย
นั่นเพราะเขารู้ดีว่า
การที่ตนยังยืนขึ้นมาได้นั้น มันเป็นเพราะชายหนุ่มเมตตาเขา
ไม่เช่นนั้นปราณกระบี่เมื่อครู่ คงจะสามารถฉีกร่างของเขาออกเป็นชิ้น ๆ ได้ไม่ยากเย็น เผลอ ๆ อาจจะกลายเป็นละอองเลือดในอวกาศไปแล้ว… ไม่สิ บางทีอาจจะไม่เหลือแม้กระทั่งละอองเลือดเลยก็ได้ อาจกลายเป็นอณูไม่ก็สสารแล้วสลายไปเท่านั้น!
ทุกคนยอมรับในความแข็งแกร่ง
เห็นชายหนุ่มแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ และการที่เฉินต้าวซวีได้เห็นมันด้วยตนเอง นั่นก็ยิ่งทำให้เขายอมรับ ไม่สามารถคิดอย่างอื่นได้เลย
เพราะงั้นแล้ว ณ เวลานี้ เขาจึงทำความเคารพชายหนุ่มอีกครั้งและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จากนี้เป็นต้นไป เฉินต้าวซวีผู้นี้ จะขอติดตามและเชื่อฟังคำสั่งคุณฉู่ตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตามครับ!”
“ไม่เอาน่า จะสุภาพเกินไปแล้ว”
ฉู่โม่วยิ้มน้อย ๆ แล้วเข้าไปช่วยประคองเฉินต้าวซวีให้ลุกยืนขึ้นด้วยตนเอง เขาหยิบเอายาบางอย่างออกมาจากมิติพกพาและส่งมันให้อีกฝ่าย “นายยังมีบาดแผลอยู่ ถ้ายังไงไปรักษาบาดแผลก่อนเถอะ ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้บาดแผลพวกนั้นกลายเป็นตราบาปไปในอนาคตนะ มันจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อพลังกายด้วย”
“ขอบคุณมากเลยครับคุณฉู่!”
เฉินต้าวซวีพูดด้วยความขอบคุณ
ถึงแม้ว่าตัวเขาจะมียาวิเศษสำหรับรักษาบาดแผลอยู่แล้ว แต่การที่ได้เห็นฉู่โม่วยื่นมือเข้ามาช่วยเช่นนี้มันก็ทำให้เขาทราบซึ้งในน้ำใจของอีกฝ่ายยิ่งนัก
ภายหลังจากที่รับยามากินแล้ว เฉินต้าวซวีก็เดินมาอยู่ด้านหลังชายหนุ่มและรอให้บาดแผลรักษาตนเองไปพลาง ๆ
ในส่วนของฉู่โม่ว เขาหันกลับไปมองยังผู้ปลุกพลังจำนวนมากที่กลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้ง
แน่นอนว่าเขาได้เห็นคุณหนูเจ็ดแห่งหุบเขามังกรแล้ว และเขาเองก็แอบหวั่นไหวกับพรสวรรค์ของเธอไม่ใช่น้อย
เพียงแค่…
เมื่อลองมองไปยังท่าทีของหญิงสาวคนนั้นมาหลายรอบก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกผิดแปลกควบคู่กับความหยิ่งผยอง เขามั่นใจว่าเธอคนนี้เป็นคนที่รับมือได้ยากอย่างแน่นอน ยังไงเสีย วันนี้ฉู่โม่วก็มาเพื่อหาผู้ช่วย ไม่ได้มาเพื่อหาตัวปัญหาให้ชีวิตอยู่แล้ว
ดังนั้นภายหลังจากคิดทบทวน เขาก็ยังไม่ตัดสินใจที่จะรับเธอมา
ในส่วนของผู้เข้าคัดเลือกคนอื่น ๆ ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในเลือกอัจฉริยะขั้นเทียมเทพมาคนหนึ่ง คนคนนี้ไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรโดดเด่นนัก แต่ก็มีธาตุลมระดับตะวันอยู่ เขาจึงตัดสินใจที่จะเลือกคนคนนี้มาเพื่อหวังจะกลืนกินพลังนั้นในภายหลังจะดีกว่า
แม้มันจะดูเป็นการเห็นแก่ตัว แต่รางวัลสำหรับอีกฝ่ายก็คือการได้มาเป็นผู้ติดตามของเขา
เพียงแค่นี้ก็ทำให้อัจฉริยะผู้มีธาตุลมระดับตะวันดีใจมาก ๆ จนแทบจะถวายความจงรักภักดีทั้งหมดให้แล้ว
ภายหลังจากทำเช่นนั้นเสร็จแล้ว ฉู่โม่วก็เตรียมที่จะหยุด ในความคิดเห็นของเขา มันเพียงพอแล้วที่จะมีผู้ติดตามเพียงนิดหน่อย ดังนั้นจึงไม่คิดจะเลือกใครเพิ่มอีก
ทว่า
โจวฉู่เซียน ผู้ที่ไม่เคยพูดอะไรเลยตั้งแต่ต้น ดูเหมือนจะรู้ว่าฉู่โม่วกำลังคิดอะไร เพราะงั้นเขาจึงรีบกระเถิบเข้ามาใกล้แล้วพูดด้วยเสียงเบา “คุณฉู่ครับ คิดจะเลือกใครต่อไหมครับ?”
“ผู้ตรวจการโจวมีคำแนะนำอะไรหรือเปล่า?”
ชายหนุ่มรู้ดีว่าการกระทำของชายคนนี้ไม่เคยปราศจากจุดมุ่งหมาย ดังนั้นเขาจึงถาม
“งานในครั้งนี้ดูเหมือนจะมีพวกกองกำลังขนาดใหญ่ส่งคนเข้ามาร่วมด้วยครับ ถึงแม้คุณฉู่จะไม่ต้องใส่ใจทั้งหมดก็ได้ แต่พวกกองกำลังเหล่านี้ก็มีทรัพยากรพิเศษกันอยู่มากมาย บางทีในอนาคตคุณอาจจะนำมาใช้ได้ หากคุณสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีงามกับพวกเขาได้ คุณจะได้รับผลประโยชน์อย่างมากในอนาคตนะครับ อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็พอจะช่วยคุณให้หลุดจากปัญหาได้!”
โจวฉู่เซียนพูดด้วยเสียงเบา
ได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็สามารถเข้าใจได้ทันที
สิ่งที่อีกฝ่ายตั้งใจจะบอกเขานั่นคือ
ในกองกำลังเหล่านี้ มีทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนมากมายแอบซ่อนอยู่!
ทรัพยากรทั่วไป ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นสิ่งที่หาได้ยากหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะหามาไม่ได้
แต่กับทรัพยากรบางอย่างที่พิเศษกว่านั้น หรือไม่ก็สิ่งที่เงินไม่สามารถหาซื้อมาได้ อย่างทรัพยากรที่อยู่ในเขตแดนลับ รวมไปถึงสมบัติหายากต่าง ๆ นานา สิ่งเหล่านี้มักจะอยู่ในมือของกองกำลังขนาดใหญ่กันเสียมากกว่า มีเพียงทรัพยากรไม่กี่อย่างเท่านั้นที่จะถูกหมุนเวียน แต่ส่วนมากจะถูกเก็บไว้กับตนเอง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นสมบัติประจำกองกำลังไปแล้ว ขนาดที่เหล่าบรรพชนของตำหนักบรรพชนเองก็ไม่อาจจะมีไว้ครอบครอง
ดังนั้นแล้ว หากสามารถสานสัมพันธไมตรีกับเหล่ากองกำลังขนาดใหญ่พวกนี้ได้ละก็ เขาก็อาจจะมีสิทธิ์ที่จะขอซื้อต่อสิ่งเหล่านี้หากจำเป็นต้องใช้ในอนาคต
นี่ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยาก
ยกตัวอย่างเช่น หากฉู่โม่วต้องการสกัดยาอรุณหลอมกายา แล้วมีตัวยาอันเป็นองค์ประกอบหลักขาดหาย เขาจะสามารถหามันได้จากเส้นสายของเหล่ากองกำลังขนาดใหญ่นี่เท่านั้น ซึ่งถ้าหากไม่ผูกไมตรีกับกองกำลังเหล่านี้เลย ก็จะไม่มีทางที่จะซื้อหาสิ่งที่ขาดไปนี้มาได้อย่างแน่นอน
ความสัมพันธ์จะช่วยให้สิ่งของที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ถูกประเคนมาให้
ผู้ตรวจการโจวผู้นี้ตั้งใจจะบอกให้เขาสร้างพันธมิตรกับเหล่ากองกำลังขนาดใหญ่ไว้ ซึ่งนั่นหมายถึงให้เขารับลูกหลานของกองกำลังเหล่านี้ไว้เป็นผู้ติดตามนั่นเอง
ภายหลังจากที่คิดทบทวนเรื่องนี้แล้ว ชายหนุ่มก็ให้คำตอบ “ผมเข้าใจสิ่งที่ผู้ตรวจการโจวอยากจะพูดแล้ว ถ้างั้น… ขอรบกวนคุณแนะนำบุคคลที่เหมาะสมให้ผมหน่อยก็แล้วกันนะครับ!”
“คุณเชื่อใจผมได้เลย ชายชราผู้นี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง!”
โจวฉู่เซียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขากวาดตามองก่อนจะร่ายชื่อออกมา “กู๋เหลี่ยนซิงจากหุบเขามังกร นักบุญซีเซี่ยจากนิกายเมฆาม่วง หวงหลงซานเหรินจากหุบเขาโดดเดี่ยว แล้วก็หลี่ฉีผิงจากสำนักตราลักษณ์อมตะที่อยู่ทางตะวันออกของดวงดาวโบราณฉางหลาง พวกเขาเหล่านี้มีพรสวรรค์ครับ ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่เป็นที่น่ากังวล หรือแม้แต่สถานะทางสังคม พวกเขาก็เพียบพร้อมหมดแล้วครับ”
“เอาตามที่ผู้ตรวจการโจวว่าได้เลยครับ”
ฉู่โม่วไม่โต้แย้งใด ๆ
เขาไม่ได้ขัดขวางอะไรทั้งนั้น และเห็นด้วยกับรายชื่อที่ผู้อาวุโสโจวแนะนำขึ้นมา เขาไม่ได้กังวลเรื่องที่ปล่อยให้อีกฝ่ายเลือกคนเหล่านี้เข้ามาในกลุ่มของตนตามอำเภอใจ ตอนนี้เขาก็เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์เป็นอันดับหนึ่งของมวลมนุษยชาติ มีบรรพบุรุษของมนุษย์หลายคนกำลังจับตาดูเขาจากในตำหนักบรรพชน หากพูดกันตามตรง การมีผู้ติดตามก็เหมือนมีพวกพ้อง เขาควรจะตรวจสอบให้ดีเสียก่อน
แต่การที่โจวฉู่เซียนเป็นฝ่ายเลือกมาเช่นนี้ มันก็เปรียบเสมือนการยืนยันแล้วว่า คนเหล่านี้และกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังนั้น ได้รับความไว้วางใจจากตำหนักบรรพชนแล้ว
…
ผู้ตรวจการโจวประกาศออกไปต่อสาธารณะชนถึงผู้ที่ได้รับเลือกคนต่อ ๆ ไป จนกระทั่งถึงคนสุดท้าย
ภายหลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้ว ผู้ปลุกพลังหลายคนก็แสดงสีหน้าผิดหวังออกมา
ตอนแรกที่พวกเขาเห็นลั่วหวานหวานถูกรับเลือก พวกเขาคิดว่าตนเองนั้นพอจะมีโอกาสอยู่บ้าง แต่ใครจะไปรู้ว่า ฉู่โม่วนั้นเลือกด้วยตนเองเพียงไม่กี่คนเท่านั้นแล้วก็หยุดไป ส่วนคนที่ถูกเลือกตามมาล้วนแต่เป็นเหล่าอัจฉริยะกันทั้งนั้น
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนที่ไม่ถูกรับเลือกตระหนักได้ว่า พวกเขาก็แค่คิดมากไปเอง
ชัดเจนอยู่แล้วว่าคนธรรมดาเฉกเช่นพวกเขานั้นไม่ได้มีโชคอะไร
ทางด้านของกู๋เหลี่ยนซิง เธอกำลังรู้สึกไม่สบอารมณ์ราวกับโดนสวรรค์และโลกกดทับ
หลังจากที่ฉู่โม่วเลือกผู้ติดตามคนที่สามเสร็จ เธอก็สังเกตเห็นได้ว่าอีกฝ่ายไม่มีเจตนารมณ์ที่จะเลือกเพิ่มแล้ว และเธอก็รู้สึกได้เหมือนว่าตนเองกำลังจะเสียโอกาสไป จึงตกอยู่ท่ามกลางความงุนงงและสับสนในตนเอง
ทำไมคุณฉู่ถึงไม่เลือกฉันล่ะ?
หรือเป็นเพราะพลังที่หนุนหลังฉันนั้นยังไม่พอเหรอ?
หรือเพราะฉันยังสง่างามไม่พอ?
หรือเพราะพรสวรรค์?
หรือมันยังมีเหตุผลอื่นอีก?
กู๋เหลี่ยนซิงผิดหวังมาก ๆ จนอยากจะไปหยุดฉู่โม่วไว้เพื่อถามหาความจริง โชคยังดีที่ตอนนั้น ผู้คุ้มกันอย่างอาวุโสโจวที่อยู่ด้านข้างชายหนุ่มตลอดก็ได้เดินออกมาและประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกอีกหลายคน ซึ่งมีชื่อเธอรวมอยู่ด้วย สิ่งนี้จึงทำให้หญิงสาวใจเย็นลงได้ พร้อมทั้งรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในใจ
ทว่าภายหลังจากนั้น เธอก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่เล็กน้อย
นั่นเพราะเธอมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนเองมาก ๆ รวมถึงอำนาจและรูปร่างเองก็ด้วย ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ได้เลือกเธอ แต่เลือกเธอผ่านผู้ตรวจการโจวแทน
กู๋เหลี่ยนซิงนั้นมาจากตระกูลใหญ่
ดังนั้นเธอสามารถเข้าใจได้ดีถึงรายชื่อของผู้ได้รับคัดเลือกที่ผู้ตรวจการโจวพูดออกมา พวกเขามองเห็นผลประโยชน์จากเธอ จะมีก็แต่คนที่ฉู่โม่วเลือกเท่านั้น ที่จะถือว่าเป็นผู้ที่เขามองเห็นคุณค่าในตัว
‘แบบนี้ มันก็หมายความว่า เทียบกันแล้ว ฉันคนนี้ไม่อาจจะเทียบเท่าทั้งลั่วหวานหวานกับเฉินต้าวซวีได้เลยหรือเปล่า?’
ภายในใจของหญิงสาว เธอกำลังรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
เธอได้เห็นการต่อสู้ระหว่างฉู่โม่วและเฉินต้าวซวีก่อนหน้า และรู้ดีว่าตนเองกับชายหนุ่มอยู่กันคนละชั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเฉินต้าวซวีเลย
ไม่ต้องพูดถึงอีกสองคนด้วย
แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็กลับไม่ได้เลือกเธอ!
‘วันนี้คุณบังอาจเมินฉัน คอยดูเถอะ ในอนาคต ฉันจะต้องทำให้คุณหลงใหลในตัวฉันให้ได้!’
กู๋เหลี่ยนซิงหันมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไกล ๆ เธอปล่อยให้แววตามืดมนด้วยความปรารถนา และแอบสาบานอยู่ภายในใจ
…
ภายหลังจากเลือกผู้ติดตามเรียบร้อยแล้ว ฉู่โม่วก็จากไปพร้อมกับผู้ตรวจการโจวและผู้อาวุโสสวี
เหล่าผู้ติดตามทั้งหมดก็ได้ถูกพาตัวมายังตำหนักบรรพชนกันชั่วคราว ในเมื่อพวกเขาได้กลายมาเป็นผู้ติดตามของผู้ดูแลหอชั้นในแล้ว พวกเขาก็จำเป็นต้องติดตามชายหนุ่มไปทุกที่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุก ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน พวกเขาจะต้องไปด้วย จะต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันอย่างแยกจากกันไม่ได้
ในส่วนของผู้ปลุกพลังที่มารวมตัวกัน ณ เมืองหมื่นป่าสมุทร พวกเขาเริ่มกระจัดกระจายตัวกันไปแล้วทีละสองถึงสามคน แต่ก็ยังเหลืออีกหลายคนที่ยังคงอยู่และพูดคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้
คาดการณ์ได้เลยว่า
เรื่องการเลือกผู้ติดตามของฉู่โม่วในครั้งนี้ จะยังคงถูกเล่าขานไปอีกนานแน่ ๆ และมันจะกระจายไปทั่วทั้งทางช้างเผือกกับกาแล็กซีที่มนุษย์อยู่ใกล้เคียงในเวลาไม่ช้าแน่นอน
…
“ที่นี่คือตำหนักบรรพชนของมนุษยชาติเหรอ? งดงามจริง ๆ!”
เหล่าผู้ติดตามได้เดินตามอัจฉริยะจากตำหนักบรรพชนที่ถูกเตรียมไว้ตั้งแต่พวกเขามาถึงที่นี่แล้ว และทันทีที่พวกเขาเข้ามาด้านใน ลั่วหวานหวานก็อดไม่ได้ที่จะหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ
แต่เดิมเธอนั้นมาจากตระกูลเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกล เคยพบเห็นตำหนักของกองกำลังใหญ่เพียงเล็กน้อย เรื่องราวของตำหนักบรรพชนนั้นถือเป็นเรื่องเล่าที่เธอได้ยินมาอย่างยาวนาน และไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะสามารถมายังวิหารแห่งนี้ได้
เดินไปตามทาง เธออดไม่ได้ที่จะหันมองบรรยากาศรอบ ๆ ตัวอันเปี่ยมไปด้วยความยิ่งใหญ่ทุกอณู ไม่ว่าจะสะพานสายรุ้งที่ดูจะเป็นเรื่องลึกลับมาช้านาน หรือจะเป็นอักขระมากมายที่ปรากฏให้เห็น ซึ่งแสดงถึงความลึกลับ
อณูแห่งชีวิตของสวรรค์และโลกก่อตัวเป็นหมอกหนา หนาขนาดที่บางส่วนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลย ในทุก ๆ ลมหายใจของผู้ปลุกพลังที่อยู่ที่นี่ พวกเขาเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่ง และมันทำให้เธอรู้สึกกดดันอย่างมากเลยทีเดียว
มันน่าตกใจมากเกินไป!
หญิงสาวรู้สึกเวียนหัวจนสายตาพร่ามัว
อันที่จริงก็ไม่ใช่เพียงแค่ลั่วหวานหวาน แต่ทั้งเฉินต้าวซวีและกู๋เหลี่ยนซิงเองก็ตกใจเช่นกัน
ถึงแม้ว่าทั้งสองคนนี้จะมาจากกองกำลังระดับสูง แต่ก็ยังเป็นเพียงศิษย์สายตรงจากกองกำลังนั้น ๆ อย่างไรเสีย ผู้ที่สามารถเข้ามายังตำหนักบรรพชนแห่งนี้ได้ ก็ต้องเป็นผู้ที่มีสถานะสูงที่สุดในเผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้น คนอื่น ๆ ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามา
ดังนั้นแล้ว ฉู่โม่วในฐานะที่เป็นผู้ที่มีเกียรติสูงสุดในมนุษยชาติ ประกอบกับสถานะผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นใน เขาจึงมีสิทธิ์ที่จะเข้ามาในที่แห่งนี้ได้
ในส่วนของผู้ติดตาม พวกเขาก็จะได้เกียรตินี้ด้วย
‘สมแล้วที่เป็นตำหนักบรรพชน ตำหนักที่เป็นราวกับที่พำนักของผู้แข็งแกร่งดุจพยัคฆ์และมังกร!’
ทั้งเฉินต้าวซวีและกู๋เหลี่ยนซิงต่างแอบฮึกเหิม
เพราะความแข็งแกร่งของทั้งสองนั้นมีมากกว่า ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถสัมผัสสิ่งที่อยู่ภายในนี้ได้ดีกว่าลั่วหวานหวาน ขณะที่เดินเข้ามานั้น ทั้งสองสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวมาจากทุก ๆ แห่งหน อย่างน้อย ๆ เจ้าของกลิ่นอายนี้น่าจะอยู่ระดับเทวะยุทธ์กันแล้ว และบ่อยครั้งที่มันมีกลิ่นอายของผู้ที่แข็งแกร่งขั้นมหาเทวะยุทธ์ปะปนอยู่ด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้ทั้งสองขนลุกอยู่ร่ำไป
ผู้ปลุกพลังวัยกลางคนที่เป็นผู้นำพวกเขาเข้ามาหันมายิ้มให้ “นี่เป็นเพียงรอบนอกของตำหนักบรรพชนเท่านั้น สถานที่ที่ท่านผู้ดูแลหอฉู่อาศัยอยู่นั้น อยู่ในส่วนลึกที่สุดของตำหนักบรรพชน ที่นั่นถือเป็นส่วนสำคัญ เป็นที่ซึ่งเหล่าบรรพชนมากมายอาศัยอยู่กัน!”
“เข้าใจแล้วครับ!”
ทุกคนพยักหน้า
ทว่า…
เฉินต้าวซวีที่มองไปยังชายวัยกลางคนที่เดินนำหน้า เขารู้ว่าคนคนนี้มีพลังที่แข็งแกร่ง รวมถึงเรียกฉู่โม่วว่า ‘ผู้ดูแลหอ’ อยู่เมื่อครู่นี้ ด้วยความสงสัย เขาอดถามไม่ได้ “ผมอยากรู้ว่าอะไรคือตำแหน่งเจ้าหอเหรอครับ?”
“ฉันเองก็ตอบไม่ได้หรอก”
ชายวัยกลางคนหันกลับมาป้องมือน้อย ๆ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันไม่ใช่ผู้ปลุกพลังจากตำหนักบรรพชน หากแต่เป็นผู้ปลุกพลังจากหอสัจธรรม ครั้งนี้ฉันมาทำหน้าที่แค่ชั่วคราวในฐานะผู้ปกป้องของผู้ดูแลหอฉู่ ตลอดการเดินทางของเขาน่ะ”
“เป็นทูตที่มาจากหอสัจธรรมนี่เองเหรอครับ!”
ได้ยินเช่นนั้น เฉินต้าวซวีก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา
หอสัจธรรมนั้นถือเป็นสถานที่ลึกลับ และผู้ปลุกพลังธรรมดา ๆ คงจะไม่รู้จักสิ่งนี้กัน
แต่ด้วยเกียรติแห่งสวรรค์ พวกเขาย่อมต้องรู้จักอยู่แล้ว
หอสัจธรรมนั้นเป็นสถานที่ที่ทำหน้าที่ต่อสู้เพื่อมนุษยชาติ บ่อยครั้งที่พวกเขาเป็นแนวหน้าในสงครามกับเผ่าพันธุ์อื่น สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า การที่มนุษยชาติสามารถเติบใหญ่ได้โดยไม่ต้องคอยระวังภัยจากต่างดาวได้นั้นก็เพราะการเสียสละของทูตเหล่านี้ทั้งสิ้น
เพราะอย่างนั้น ในยามที่ทุกคนรู้ว่าคนคนนี้เป็นทูต พวกเขาจึงแสดงความเคารพออกมากันทันที
ยิ่งไปกว่านั้น…
การที่ได้รับการต้อนรับจากทูตเช่นนี้ นั่นหมายถึง พรสวรรค์ ความแข็งแกร่ง ทักษะการต่อสู้ของพวกเขานั้นสูงส่งยิ่งกว่าคนอื่น ๆ ในรุ่นเดียวกัน อาจจะไม่ถึงขั้นเป็นอัจฉริยะ แต่ก็ถือว่าอยู่เหนือกว่ามาก
ดังนั้นแล้ว คนเหล่านี้จึงรีบโค้งคำนับให้ชายวัยกลางคนอย่างไม่รีรอ
บางทีอาจจะเป็นเพราะทุกคนเป็นผู้ติดตามฉู่โม่ว รวมถึงเป็นผู้คุ้มกัน ภายหลังจากที่หันมองกันเองแล้ว พวกเขาทั้งหมดจึงเริ่มพูดคุยกันเอง จนในเวลาไม่นานก็เริ่มที่จะคุ้นเคยซึ่งกันและกัน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน
ชายวัยกลางคนก็นำทางคนเหล่านี้มายังเกาะลอยฟ้า
ถึงจะบอกว่าเป็นเกาะ แต่มันก็ดูเหมือนทวีปมากกว่า ปกคลุมพื้นที่กว่าหมื่นกิโลเมตร ทวยเทพ นก สัตว์อสูรล้วนแต่สามารถพบเห็นได้จากทั่วทุกมุมของเกาะแห่งนี้ และไม่เพียงเท่านั้น มันยังมีหญ้าวิญญาณอีกมากมายนับไม่ถ้วน รวมไปถึงพืชวิญญาณหลายเผ่าพันธุ์ กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด กลิ่นอายของพวกมันนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
“อณูแห่งชีวิตของที่นี่หนาแน่นกว่าที่ด้านนอกของตำหนักบรรพชนเป็นร้อยเท่าเลยแฮะ อาจจะเป็นพันเท่าของโลกด้านนอกเลย!”
ลั่วหวานหวานสูดหายใจเข้าลึก ๆ อณูแห่งชีวิตที่หนาแน่นนี้เกือบจะระเบิดหลอดเลือดเธอทิ้งได้เลยเมื่อมันถูกสูดเข้าไปเต็มปอด
จนกระทั่งตอนนี้ เธอก็ยังไม่เข้าใจเสียทีว่า แท้จริงแล้วตำหนักบรรพชนคืออะไร!
สิ่งที่เข้าใจนั้น มีเพียงเหตุผลว่าทำไมผู้คนมากมายถึงอยากมาเป็นผู้ติดตามของฉู่โม่ว!
ไม่ต้องมองไปไกลเลย แค่การที่ได้เป็นผู้ติดตาม และสามารถเข้ามาฝึกฝนที่นี่ได้ ท่ามกลางอณูแห่งชีวิตที่หนาแน่นกว่าโลกภายนอกอีกเป็นหมื่นเท่า มันก็มากพอที่จะทำให้ผู้ปลุกพลังอีกนับไม่ถ้วนเป็นบ้าได้แล้ว!
“การที่ได้มาเป็นผู้ติดตามของคุณฉู่นี้ บางทีอาจจะทำให้ฉันลดระยะเวลาการฝึกลงไปได้หลายร้อยปีเลยก็ได้!”
“หากเอาเรื่องนี้กลับไปบอกที่บ้านละก็ พ่อกับแม่ของฉันรวมถึงบรรพบุรุษจะต้องดีใจแน่ ๆ!”
ลั่วหวานหวานแอบคิดอยู่ภายในใจ
ในส่วนของคนอื่น ประกอบด้วยเฉินต้าวซวีและกู๋เหลี่ยนซิง พวกเขาต่างคิดไปต่าง ๆ นานา แต่สิ่งเดียวที่เหมือนกันก็คือ พวกเขาตกตะลึงกับที่แห่งนี้จริง ๆ
“ตอนนี้พวกคุณควรอยู่แค่ตีนเขาเพื่อทำให้ร่างกายคุ้นชินเสียก่อน จากนั้นเดี๋ยวผู้ดูแลหอรจะจัดการเรื่องพาชมเกาะบรรพชนให้อีกที แล้วถ้าหากเมื่อนั้นมาถึง ฉันจะมาแจ้งให้พวกคุณได้ทราบเอง!”
ชายวัยกลางคนพูด
“ขอบพระคุณมากเลยครับ/ค่ะ!”
ทุกคนกล่าวขอบคุณตาม ๆ กัน
จะมีก็แต่กู๋เหลี่ยนซิงที่อดไม่ได้ที่จะถาม “คุณฉู่อยู่ไหนเหรอคะ?”
“ผู้ดูแลหออยู่ที่ยอดเขา ดูเหมือนเขาจะเข้าฌานอยู่น่ะ”
“ถ้ายังไง หากคุณอยากจะพบเขา คุณรออยู่ที่นี่จะดีกว่า แต่ฉันก็ไม่ได้อยากจะแนะนำนัก… ท่านผู้ดูแลหอฉู่บอกไว้ว่า ตัวเขานั้นไม่ได้ใส่ใจระเบียบการอะไรอยู่แล้ว เพราะงั้นพวกคุณเองก็ทำตัวตามสบายเถอะ!”
ชายวัยกลางคนตอบ
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณอีกครั้งค่ะ!”
กู๋เหลี่ยนซิงโค้งให้และทำความเคารพ
“เรื่องเล็กน้อย… ถ้าไม่มีสิ่งอื่นแล้ว ฉันขอตัวก่อน”
เขายิ้มอีกครั้งก่อนจะหันหลังกลับและเดินจากไป
ในส่วนของลั่วหวานหวานและคนอื่น ๆ พวกเขาต่างแยกย้ายกันไปหาที่อยู่อาศัยบริเวณนี้
ไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติเกิดขึ้น
ภายหลังจากที่ลั่วหวานหวานหาที่อยู่ได้แล้ว เธอก็หันมองไปยังรอบ ๆ ตัว เธอรู้สึกได้ว่าอณูแห่งชีวิตของโลกแห่งนี้หนาแน่นเกินกว่าที่เธอจินตนาการไว้เสียอีก
สีหน้าของเธอดูตกใจ หัวใจเองก็ไม่อาจจะสงบลงได้จนกระทั่งตอนนี้
“นี่มัน… อย่างกันฝันเลย!”