ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 600 จานสวรรค์เร้นลับ กับ ห้ามหาเทวะยุทธ์เข้าประจัญบาน!
บทที่ 600 จานสวรรค์เร้นลับ กับ ห้ามหาเทวะยุทธ์เข้าประจัญบาน!
ทุกคนสามารถมองเห็นต้นเสียงได้อย่างชัดเจน ตามมาด้วยความตกตะลึง
ฟากฟ้าที่แตกออกนั้นเริ่มขยายตัวมากไปอีก แสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์เปล่งปลั่งสาดกระจายจากช่องว่างดังกล่าว ก่อนจะพุ่งเข้าส่องเขตแดนมันตราของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค
ครืน!
แสงสว่างที่ทรงพลังนี้ ทำให้เขตแดนมันตราแสดงอานุภาพอยู่ได้อีกไม่กี่วินาทีก็เริ่มเกิดรอยร้าวและแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
“นี่มัน…”
“สุริยันมหาสมบัติ!?”
มองดูสิ่งที่เกิดขึ้น มหาเทวะยุทธ์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคก็หน้าถอดสี เขาแสดงความหวาดกลัวออกมา
ไม่มีใครตอบอะไรเขา
นั่นเพราะทุกคนต่างก็กำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เหมือนกัน
ภายใต้ขอบเขตของแสงสีทองที่สาดกระจายไปเป็นวงกว้างนี้
มีร่างหนึ่งกำลังปรากฏขึ้นมา ร่างที่สูงส่งและสง่างามค่อย ๆ พากันออกมาจากลำแสงดังกล่าว
“น… นี่มันบรรพชนของเผ่าพันธุ์มนุษย์!”
“บรรพชนของพวกเรามาแล้ว!”
มนุษย์ที่ได้สติจากการตกตะลึงเริ่มแสดงสีหน้าแห่งความหวังออกมา
เหล่ามหาเทวะยุทธ์ที่ปรากฏตัวขึ้นมานี้ คือเหล่าบรรพชนของเผ่าพันธุ์มนุษย์จากตำหนักบรรพชน!
ทุกคนเปล่งปลั่งไปด้วยกลิ่นอายที่สว่างไสว ทั่วทั้งร่างส่องประกายแสง และในทุกย่างก้าว เสียงฝีเท้าก็ก้องกังวานไปไม่มีที่สิ้นสุดด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้…
บางคนยังเปี่ยมไปด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่ บ้างก็มีอักขระลึกลับปรากฏขึ้นที่หว่างคิ้ว หรือบางคนก็มีกลิ่นอายของความยิ่งใหญ่ระเหยออกมาจากบริเวณหนือศรีษะ บ้างก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสวรรค์ที่ดูจะไม่มีวันหยุดมอดไหม้ พวกเขาเหล่านี้ล้วนแต่แข็งแกร่งกันในแบบของตนเอง สิ่งเดียวที่เหมือนกัน คือพลังของพวกเขามันแข็งแกร่งมาก ๆ
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้ลงมือทำอะไร เพียงแค่ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาจากร่างของตน ก็มากพอที่จะทำให้กาแล็กซีสั่นสะเทือนได้แล้ว มิติรอยแยกต่าง ๆ ปรากฏขึ้นให้เห็นอยู่ละลานตา
“พวกแกมาที่นี่ได้ยังไง!”
มองไปยังบรรพชนของมนุษย์ทั้งสี่คนแล้ว มหาเทวะยุทธ์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมา เขาคิดไม่ตกและรู้สึกหวั่นใจ
ความสงสัยก่อตัวขึ้น
ทั้ง ๆ ที่การกระทำของเขามันควรจะเป็นความลับจนไม่อาจจะมีคนนอกรับรู้ได้แท้ ๆ แต่ทำไมบรรพชนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ถึงมาที่นี่ได้กัน?
“อัจฉริยะเผ่าพันธุ์เราเดินทางไกลทั้งที มันย่อมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เราจะต้องเตรียมการรับมือหากเกิดข้อผิดพลาดใด ๆ ขึ้น!”
ผู้นำของเหล่ามหาเทวะยุทธ์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์กล่าวขึ้น
เขาพูดเสียงดัง “อันที่จริง ฉันไม่ได้รู้เลยว่าพวกมนุษย์วิหคอย่างพวกแกคิดจะทำอะไรกัน แต่เราเพียงคาดเดาไว้ว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น จึงเตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างน้อย ถ้าพวกแกไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ พวกเราก็จะสบายใจหายห่วง”
“แต่พวกแกดันทำจริงเสียได้”
พูดออกไปเช่นนั้น ในแววตาของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มให้เห็นเจือจาง “เห็นอยู่เงียบ ๆ ก็ไม่คิดว่าจะลงมือจริง ๆ ดูท่าว่าฉันจะตกได้ปลาตัวใหญ่เสียแล้วสิ!”
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา
บรรพชนของมวลเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกสามคนเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
ชัดเจนเลยว่าพวกเขากำลังอารมณ์ดี
ยังไงเสีย…
อีกฝ่ายก็มีมหาเทวะยุทธ์ของเผ่าพันธุ์มาด้วย หากพวกเขาสามารถสังหารหัวหน้าเผ่าได้ที่นี่ นั่นหมายถึงเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคจะสูญเสียกำลังไปเป็นอย่างมากจนถึงระดับสูญพันธุ์ได้เลย
“เข้าใจแล้ว”
มหาเทวะยุทธ์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคพยักหน้าเบา ๆ
แต่หลังจากนั้น เขาก็เปิดปากพูดขึ้นมา “แต่ฉันก็ยังสงสัยอยู่อีกนิดหน่อย ในครั้งนี้นั้นฉันคิดจะมากำจัดฉู่โม่ว แน่นอนว่าฉันได้วางแผนเผื่อว่าหากมนุษย์คนอื่น ๆ รู้เรื่องนี้ไว้แล้ว พวกแกจะต้องใช้กระจกมหาสุริยันเพื่อดูดกลืนพลังแห่งทวยเทพแล้วส่งร่างจำลองของตนมาแน่ ๆ เพราะงั้นฉันจึงได้ใช้เขตแดนมันตรานี้ที่สร้างขึ้นด้วยสมบัติบรรพกาลหลาย ๆ ชิ้นเพื่อป้องกันการมาของแสงแห่งทวยเทพ… มันควรจะเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบแท้ ๆ แต่พวกแกมากันได้ยังไง?”
เขาดูจะสงสัยจริง ๆ
“กระจกมหาสุริยันไม่อาจจะฝ่าทะลวงเขตแดนมันตรานี้ได้จริง ๆ”
บรรพชนตระกูลหมัวยิ้มจาง ๆ ก่อนจะพูดต่อ “อย่างไรก็ตาม พวกฉันเองก็ยังมีสมบัติชิ้นอื่นให้ใช้อีก ชื่อของมันคือ จานสวรรค์เร้นลับ…”
“แกมันบ้าไปแล้ว!”
“นี่แกมอบสมบัติล้ำค่าเช่นนั้นให้กับผู้ปลุกพลังระดับเทียมเทพงั้นเหรอ!?”
ก่อนที่บรรพชนหมัวจะพูดจบ อีกฝ่ายก็ชิงพูดขัดขึ้นมาก่อน
สีหน้าของเขาดูหวาดกลัวและตกตะลึงมาก
หลังจากที่ได้สู้รบกับเผ่ามนุษย์มากว่าแสนปี เขาก็พอจะเข้าใจและรับรู้ได้ถึงสมบัติบรรพกาลที่มนุษย์ได้ถือครองอยู่บ้าง
นอกจากกระจกมหาสุริยันที่เป็นสมบัติล้ำค่าแล้ว ก็ยังมีสิ่งอื่นสามารถฉายภาพแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ตำหนักบรรพชนเก็บครองไว้อยู่อีก สมบัติล้ำค่าที่ทรงพลังไม่แพ้กันที่ถูกสืบทอดกันมา!
สิ่งนี้…
เรียกว่าจานสวรรค์เร้นลับ!
ทว่าจานสวรรค์เล่นรับนี้ ไม่ได้มีพลังในการขจัดภัยแต่อย่างใด แต่มันมีไว้เพื่อให้ยังคงมีโชคอยู่!
ใช่แล้ว!
มันเป็นสมบัติที่มีไว้ช่วยเพิ่มโชค!
และโชคที่ว่า… มันหมายถึงโชคของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งเผ่าพันธุ์!
ยามใดที่มันหายไป มนุษย์ก็ไม่ต่างอะไรกับเผ่าพันธุ์อับโชค เรื่องโชคลางนั้นถือเป็นสิ่งลี้ลับและเร้นลับ แต่ถึงอย่างนั้นในฐานะมหาเทวะยุทธ์ เขาก็พอจะเข้าใจเรื่องโชคอยู่บ้าง
โชค คือสิ่งที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ แต่มันก็ใกล้ชิดกับผู้คนและเผ่าพันธุ์เอาเสียมาก ๆ
อย่างที่ได้พูดไป โลกและสวรรค์ต่างก็ใช้ความแข็งแกร่งของกันและกัน เช่นนั้นต่อให้เป็นวีรชนก็ไม่อาจเดินทางได้อย่างคล่องตัวไร้สิ่งกีดขวาง
หากโชคลางแข็งแกร่ง ต่อให้ใครก็ตามที่กำลังเผชิญกับโชคร้าย มันก็จะถูกกลับกลายให้กลายเป็นโชคดีได้ และในยามที่สมบัติชิ้นนี้ถูกนำมาใช้ มันจะเพิ่มความโชคดีให้กับคนกลุ่มมากหรือแม้แต่กระทั่งเผ่าพันธุ์ทั้งเผ่าพันธุ์ได้เลย!
แต่ถ้าหากโชคอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ทุกสิ่งอย่างที่กำลังลงมือทำ ก็จะน่าห่วงไปหมด บางทีมันอาจจะเกิดหายนะกับเผ่าพันธุ์เลยก็ได้
เพราะงั้นแล้ว…
สำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ จานสวรรค์เร้นลับนั้นถือเป็นของสำคัญเสียยิ่งกว่ากระจกมหาสุริยันเสียอีก!
ไม่มีใครสามารถนำสมบัติชิ้นนี้มาใช้ได้ง่าย ๆ และตามปกติมันจะถูกเก็บไว้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้แข็งแกร่งคอยดูแลมันอย่างแน่นหนาด้วย น่าตกใจมากที่ครั้งนี้ สมบัติที่ล้ำค่าของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ถูกส่งต่อมาอยู่ในมือของผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพคนหนึ่งเสียได้!
และด้วยพลังของจานสวรรค์เร้นลับที่นำพาโชคดีมานั้นเอง ภายใต้สถานการณ์ที่กำลังสิ้นหวังของเผ่าพันธุ์มนุษย์ มันก็พลิกทุกอย่างให้กลับมาเป็นดีอีกครั้ง เขตแดนมันตราที่แข็งแกร่งนักหนาของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคนั้นจึงถูกทำลายลงด้วยพลังลึกลับไปโดยปริยาย
“บ้าไปแล้ว!”
“พวกแกมันคนบ้า!”
มหาเทวะยุทธ์แห่งเผ่ามนุษย์วิหคไม่พึงพอใจสุด ๆ เขาพูดพร้อมกัดฟันแน่น
“ในเมื่อตอนนี้แกได้รู้ในสิ่งที่สงสัยแล้ว… เพราะงั้นก็ถึงเวลาตาย!”
ภายหลังจากที่ตอบข้อสงสัยของมหาเทวะยุทธ์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคไปแล้ว บรรพชนหมัวก็กระตุ้นพลังแห่งสวรรค์จากทั่วทั้งร่างของเขาเพื่อเตรียมโจมตี ระหว่างนั้น มหาเทวะยุทธ์ทั้งสามของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ค่อย ๆ ปลดปล่อยพลังแห่งสวรรค์ของตนและเตรียมจะกำจัดมหาเทวะยุทธ์ต่างเผ่าพันธุ์เช่นกัน
“ฮึ่ม!”
“ต่อให้แกจะมาที่นี่ได้แล้วมันจะทำไม!”
“หากเป็นร่างจริงฉันอาจจะกลัวอยู่บ้าง แต่พวกแกทั้งสี่เป็นเพียงร่างจิตวิญญาณ คิดหรือว่าฉันจะกลัวน่ะ?!”
มหาเทวะยุทธ์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคตะโกนเสียงดัง ดวงตาที่จับจ้องมานั้นเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธลุกโชน
เมื่อเผชิญหน้ากับคำพูดดังกล่าว บรรพชนหมัวและคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้พูดอะไรนัก พวกเขาเพียงแค่ยิ้ม
จริง ๆ ก็เป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูด ตัวตนของพวกเขาทั้งสี่ ณ ที่แห่งนี้นั้นเป็นเพียงร่างจิตวิญญาณเท่านั้น
แต่…
มันยังมีความแตกต่างระหว่างมหาเทวะยุทธ์ด้วยกันเองอยู่!
ด้วยความสามารถของพวกเขาทั้งสี่ หากเป็นการสังหารผู้ที่มีขั้นต่ำกว่านั้นย่อมสามารถทำได้อยู่แล้ว!
แต่นี่เพียงแค่มองผิวเผิน การต่อสู้ระหว่างเทวะยุทธ์และมหาเทวะยุทธ์ก็ถือว่ายิ่งใหญ่มากแล้ว ยิ่งกับมหาเทวะยุทธ์ที่ไม่ใช่ร่างจริงอย่างพวกเขา แม้จะไม่ต้องกลัวบาดเจ็บหนัก แต่เพราะความที่ร่างนี้ไม่ใช่ร่างจริง พวกเขายิ่งต้องระวังตนเองให้ดี หากปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไปได้ ความพยายามดักจับของพวกเขาก็จะสูญเปล่า
“งั้นพวกเราทั้งสี่ก็จะไม่เกรงใจแล้ว!”
บรรพชนหมัวพูด
ทั้งสี่สบตากันก่อนจะตัดสินใจที่จะโจมตีออกไปพร้อมกัน
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
การโจมตีระลอกแรกเริ่มต้นขึ้น มันเปิดฉากด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่ที่น่ากลัวซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาราวกับแสงสว่าง สิ่งนี้สั่นสะเทือนโลกในทันที แสงที่่เปล่งออกมาสว่างไสวเหมือนดวงตะวัน ทั้งที่มันออกมาจากร่างของบรรพชนคนหนึ่งเท่านั้น!
จากนั้น
เปลวเพลิงที่เกรี้ยวกราดก็เผาทำลายทุก ๆ สิ่งในท้องนภาก่อนจะลามไปทั่วทั้งกาแล็กซี ความรุนแรงของมันทำให้แม้แต่ช่องว่างมิติก็ยังถูกทำให้เปิดออกมาด้วย อวกาศกำลังแตกออก!
เทียบกับสองกระบวนท่าแรกแล้ว กระบวนท่าที่สามซึ่งมาจากบรรพชนแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น แต่ด้วยอักขระที่ลอยอยู่เหนือหว่างคิ้วของเขา พริบตาเดียวมันก็มีสภาพเป็นกิโยติน หมุนตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะบินออกไป
ไม่ว่ามันจะผ่านไปยังที่ใด ฟากฟ้าประกายดาวก็จะสั่นสะเทือน มีกฏเกณฑ์แห่งสวรรค์และโลกมากมายถูกทำให้ปรากฏออกมา เสียงที่เล็กแหลมทำให้แก้วหูของทุกคนที่ได้ยินสั่นสะเทือนจนพวกเขาต้องรีบปิดหูและร้องโอดครวญออกมา!
ภายใต้การหมุนผ่านของกิโยตินสวรรค์ แม้จะมีกฎแห่งโลกและสวรรค์ขวางกั้น มันก็ไม่อาจจะหยุดยั้งไว้ได้
คนสุดท้ายที่เริ่มโจมตีก็คือบรรพชนหมัว!
ตัวเขานั้นไม่มีอาวุธประจำกายแต่อย่างใด เพียงแค่มีแสงศักดิ์สิทธิ์แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายเท่านั้น ดวงตาของเขาส่องสว่างราวกับเก็บดวงดาวมากมายเอาไว้ ยามที่เขาออกหมัดไป แสงสว่างระยิบระยับมากมายก็พันเกี่ยวกันแล้วพุ่งตามออกไปด้วย ความรุนแรงของมัน ราวกับจะถล่มสวรรค์ได้เลย
เผชิญหน้ากับการโจมตีจากทั้งสี่บรรพชนแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ มหาเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคจำเป็นต้องถอยหลบก่อน พลังที่น่ากลัวจากทั้งสี่ถูกปล่อยผ่านไป มันปะทะเข้ากับพื้นที่ด้านหลังที่ห่างออกไปห่างไกล แม้เขาจะมีพลังมากกว่าก็จริง แต่ต้องมารับการโจมตีจากมหาเทวะยุทธ์ทั้งสี่ มันก็ยังยากลำบากอยู่
ตอนนี้เขาทำได้เพียงหลบแล้วหลบอีกเท่านั้น ไม่อาจจะโต้ตอบได้
การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว!
ทุกฝ่ายเริ่มเข้าห้ำหั่นกันเอง
พักใหญ่ ๆ
จากการต่อสู้ของมหาเทวะยุทธ์ทั้งห้า ทั่วทั้งกาแล็กซีถูกเติมเต็มด้วยแสงสวรรค์และการโจมตีที่ใช้พลังเหนือธรรมชาติทุกอย่าง ไม่เพียงเท่านี้ กระบวนท่าที่ไม่ค่อยได้เห็นก็พากันเฉิดฉายบนฟากฟ้าด้วย
กลิ่นอายที่น่ากลัวและแข็งแกร่งกระจายตัวออกไปราวกับผืนทะเล หมู่ดาวหรือดวงดาวที่ไม่สามารถแบกรับแรงกดดันได้ก็พากันระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ
การต่อสู้ครั้งนี้
น่ากลัวเป็นอย่างมาก!
โลกและสวรรค์เกิดบาดแผลมากมาย ดาวบางดวงระเบิดออก ช่องว่างมิติปรากฏให้เห็นโดยทั่ว กาแล็กซีสั่นสะเทือน รวมถึงกฎเกณฑ์และเต๋าบางอย่างก็พลอยถูกลบล้างไปด้วย
“บรรพชนของพวกเราเริ่มแล้ว!”
“พวกเราจะรอช้าอยู่ทำไม!”
“ฆ่าพวกมันซะ!”
เห็นบรรพชนทั้งสี่ร่วมมือกันโจมตีมหาเทวะยุทธ์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค เหล่าผู้ปลุกพลังที่เฝ้าดูการต่อสู้ก็เกิดความฮึกเหิมขึ้นมา พวกเขาเปล่งจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ และพุ่งเข้าใส่ศัตรูพร้อม ๆ กัน
ถึงแม้ว่าในเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคที่มานี้จะมีเทวะยุทธ์มากถึงสิบสองคนมาด้วย ในขณะที่ฝั่งมนุษย์มีเพียงห้าคน ผนวกกับผู้คุ้มครองของฉู่โม่วอีกสองคนเท่านั้น
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด!
กลับกัน คนเหล่านี้ยิ่งรู้สึกได้ถึงแรงผลักดันในการต่อสู้มากขึ้นไปอีกราวกับลืมคำว่าเหน็ดเหนื่อยหรือย่อท้อไปแล้ว
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ผู้ปลุกพลังจากเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคเองก็เริ่มเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้เช่นกัน การต่อสู้ระหว่างเทวะยุทธ์และเทวะยุทธ์ได้เริ่มขึ้นแล้ว!
ถึงแม้ว่าความรุนแรงของการต่อสู้จะไม่เทียบเท่ากับที่มหาเทวะยุทธ์ทำไว้ แต่มันก็ไม่ได้ดูน่าเบื่อ
พวกเขามีความคล้ายกันคือ ทุกกระบวนท่าโจมตี มันจะก่อให้เกิดพลังงานมหาศาลระเบิดออก ไม่ว่าจะเป็นฟากฟ้า ผืนโลก ต่างก็แตกกระจายกัน ราวกับจักรวาลนี้กำลังเกิดบาดแผล
ภายใต้สมรภูมินี้
เลือดสีแดงกระจายไปทั่วราวกับเม็ดฝนที่สาดลงมา ในยามที่ต้องสูญเสียเทวะยุทธ์สักคนหนึ่ง ทั่วทั้งจักรวาลก็จะรับรู้ได้ถึงเรื่องนี้ และแสดงความเศร้าโศกผ่านหยาดน้ำฝนโลหิตที่หลั่งออกมา
“ฆ่ามันซะ! ฆ่ามัน!”
เสียงตะโกนดังกังวานไปทั่ว การต่อสู้ที่ดุเดือดยังคงดำเนินต่อไป
ทั้งสองฝ่ายต่างประเคนไฟให้กันและกัน
ทว่า
เมื่อเวลาผ่านไป ฝั่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกครั้ง เพราะจำนวนของเทวะยุทธ์กับผู้ปลุกพลังนั้นมีน้อยกว่า
“ตาฉันบ้างแล้ว!”
ในละแวกนั้น ฉู่โม่วที่เฝ้าดูการต่อสู้อยู่ตลอดรู้แล้วว่าตนเองไม่อาจจะนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
ทันใดนั้น ร่างของเขาก็หายไปจากจุดที่ลอยตัวอยู่และเข้าร่วมกับการต่อสู้โดยตรง
กระบี่ทมิฬในมือถูกกระชับ พลังอณูแห่งชีวิตถูกปลดปล่อยอาบร่างอย่างท่วมท้น กระตุ้นพลังมังกรให้สูงถึง 2.67 ล้านพลังมังกรในชั่วพริบตา!
จากนั้น ภายใต้การเพิ่มขึ้นของพลังอณูแห่งชีวิตอีก 500 เท่า มันทำให้พลังของเขาสูงถึง 2.6 พันล้านพลังมังกร และใกล้จะแตะ 2.7 พันล้านพลังมังกรในไม่กี่วินาที!
“ฟาดฟัน!”