ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 601 สังหารเทวะยุทธ์ราวกับเชือดหมูเชือดหมา แกบังคับให้ฉันทำสิ่งนี้เอง!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 601 สังหารเทวะยุทธ์ราวกับเชือดหมูเชือดหมา แกบังคับให้ฉันทำสิ่งนี้เอง!
บทที่ 601 สังหารเทวะยุทธ์ราวกับเชือดหมูเชือดหมา แกบังคับให้ฉันทำสิ่งนี้เอง!
ด้วยการตวัดศาสตราเพียงครั้งเดียว แสงปราณกระบี่อันน่าตกตะลึง ก็ถูกปลดปล่อยออกไปสังหารเทวะยุทธ์ของเผ่ามนุษย์วิหคโดยตรง
เมื่อแสงปราณกระบี่เคลื่อนผ่านไปที่ใด ความว่างเปล่าก็บิดเบี้ยวจนแตกสลาย พร้อมเสียงระเบิดที่ดังสนั่นขึ้น
เทวะยุทธ์ของเผ่ามนุษย์วิหคที่ตกเป็นเป้าหมาย พลันรู้สึกเสียววาบที่หนังศีรษะของเขา ก่อให้เกิดความกลัวที่ไร้เสียงขึ้นภายในจิตใจ เขาแทบไม่ลังเลที่จะเปิดใช้งานกระบวนท่าลับเพื่อหลบหนี
อย่างไรก็ตาม
เพียงสิ้นความคิด แสงปราณกระบี่อันสว่างไสวก็ได้ทะลวงผ่านความว่างเปล่าเคลื่อนมาถึงตัวเขาแล้ว
ฉับ!
มีเพียงเสียงเชือดเฉือนและพลังปราณกระบี่ที่ไหลผ่านร่างกายของเขาไปโดยตรง รวมถึงเจตจำนงกระบี่อันเกรี้ยวกราดที่ได้ทำลายล้างพลังทั้งหมดของเทวะยุทธ์อย่างฉับพลัน ก่อนตายใบหน้าของเขาได้แสดงสีหน้าหวาดกลัวถึงขีดสุด จากนั้นร่างของเขาก็ระเบิดออกกลายเป็นหมอกเลือดลอยฟุ้งในความว่างเปล่า
ฉู่โม่วไม่ได้หยุดลง หลังจากสังหารชายคนนั้น
ร่างของเขาเคลื่อนไหวดุจสายฟ้า กะพริบวูบวาบบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว จะมีปราณกระบี่ถูกตวัดออกมา รวมถึงร่างของผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคมากมายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็ถูกสังหารโดยตรง
เพียงชั่วพริบตา เทวะยุทธ์เจ็ดหรือแปดคนก็ถูกปลิดชีพลง แม้จะยังมีผู้รอดชีวิตแต่ก็ล้วนอยู่ในสภาพปางตาย ทว่าเพียงไม่นานก็จะต้องเผชิญหน้ากับเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เข้ามาโจมตีซ้ำอีกระลอกจนตกตายไปในที่สุด
“จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด!”
“เราต้องร่วมมือกันสังหารเจ้ามนุษย์ผู้นั้น!”
“ใช่แล้ว หากจะจับโจรก็ต้องจับหัวหน้าโจรก่อน ในเมื่อบรรพชนมนุษย์ทั้งสี่คนกำลังติดพันต่อสู้อยู่กับมหาเทวะยุทธ์คนอื่น ฉันว่าคงไม่มีโอกาสใดที่เหมาะไปกว่าตอนนี้แล้ว เราจะทำการปิดทางหนีของมันทั้งซ้ายและขวา แล้วโจมตีฉู่โม่วพร้อมกันในทีเดียวด้วยพลังทั้งหมดของทุกคน!”
“มาลงมือพร้อมกัน!”
เผ่ามนุษย์วิหคทั้งหมดสบตากัน พวกเขาแอบส่งเสียงเพื่อวางแผน ก่อนจะบรรลุข้อตกลงอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น
หกเทวะยุทธ์และสองมหาเทวะยุทธ์ ร่วมมือกันโจมตีจนชายหนุ่มต้องล่าถอยอย่างต่อเนื่อง
ความเร็วของพวกมันสูงส่งดุจลำแสง ปีกที่หลังกระพือเร็วขึ้น จนทำให้เกิดลมพายุโหมกระหน่ำ จากนั้นปรากฏเป็นคมมีดสายลมจำนวนนับไม่ถ้วนพัดผ่านไปยังผู้ปลุกพลังมนุษย์
ทำให้ผู้คนมากมายได้รับบาดเจ็บทันที
นี่คือพลังสายเลือดดั้งเดิมของเผ่ามนุษย์วิหค
ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคสามารถใช้สายลมบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวมาช่วยเสริมการโจมตีได้ ดังนั้นการเผชิญหน้ากับพวกเขาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ หากไม่ระวัง ก็อาจถูกสังหารได้อย่างง่ายดาย
ทว่า
สำหรับฉู่โม่ว กลอุบายแค่นี้ไม่สามารถสร้างปัญหาให้เขาได้แม้แต่น้อย
“มันก็แค่ของเด็กเล่น!”
ผู้ดูแลหอชั้นในสบถอย่างเย็นชา พร้อมเปิดใช้งานพรสวรรค์มากมายทันที
มิติคุมขัง!
หน่วงกาลวลา!
พรสวรรค์แรงโน้มถ่วง!
คลื่นพลังที่มองไม่เห็นกระจายออกไปอย่างฉับพลัน หากผ่านไปที่ร่างผู้ใด ก็ล้วนถูกตรึงทำให้เคลื่อนไหวได้ช้าลง รวมถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมา หรือแม้แต่ความสามารถในการนึกคิดก็ถูกชะลอลงเช่นกัน
เหล่าผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคที่กำลังพุ่งเข้ามาพลันถูกแช่แข็งกลางอากาศทันที
“สะบั้น!”
ฉู่โม่วตะโกนขึ้นพร้อมปลดปล่อยเจตจำนงกระบี่ออกมาทั่วร่าง พุ่งผ่านเส้นลมปราณอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็ก่อตัวเป็นปราณกระบี่อันยิ่งใหญ่
ฉับ!
แสงปราณกระบี่อันน่าพรั่นพรึงตวัดออกไป ทะลุผ่านความว่างเปล่าพุ่งไปยังร่างของเทวะยุทธ์ทั้งหกแห่งเผ่ามนุษย์วิหคที่กำลังเข้ามาโจมตี ทว่าพวกเขาก็ไม่ทันได้ตอบโต้แม้แต่น้อย ก่อนจะถูกฟันโดยตรง
ส่วนด้านมหาเทวะยุทธ์ทั้งสองนั้น มีระดับวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งมากพอ จึงแทบไม่ได้รับผลกระทบจากพลังมิติหรือหน่วงเวลา ทำให้สามารถหลบจากปราณกระบี่ของฉู่โม่วได้อย่างหวุดหวิด
แต่ถึงอย่างนั้น
ก็ยังมีอาการหวาดกลัวในแววตาของพวกเขา
“นั่นมันพรสวรรค์ห้วงเวลากับพรสวรรค์ห้วงมิติไม่ใช่เหรอ?!”
“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีพรสวรรค์ระดับสูงถึงสองประเภทเกิดขึ้นภายในคนคนเดียว!”
พวกเขากำลังตกตะลึง และแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
ฉู่โม่วไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย อีกทั้งยังฉวยโอกาสระหว่างที่มหาเทวะยุทธ์กำลังตกตะลึง หายตัวไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมตวัดกระบี่ดาราทมิฬฟันออกไปยังร่างของทั้งสอง
เมื่อได้สติพวกเขาจึงพยายามหลบการโจมตี แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด
แม้จะโชคดีพอที่จะหลบได้บ้าง แต่ก็ยังถูกแสงปราณกระบี่อันพร่างพราวฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะพ่นเลือดสีทองออกมาเป็นทาง รวมถึงกลิ่นอายที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง
ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบใช้โอกาสนี้รีดเค้นพลังเพื่อปลิดชีพทั้งสองทันที!
ฉู่โม่วเคลื่อนไหวอีกครั้งมายังร่างของหนึ่งในสองคนนั้นดุจลำแสง วินาทีนั้นเลือดและอณูแห่งชีวิตกำลังเดือดพล่านจนถึงขีดสุด เขากวาดกระบี่ฟันออกไปสะบั้นศีรษะมหาเทวะยุทธ์โดยตรง
และแทบจะเป็นเวลาเดียวกันหลังจากสังหารคนแรก ชายหนุ่มก็พุ่งทะยานไปยังมหาเทวะยุทธ์อีกคนและกระแทกคลื่นฝ่ามือใส่คู่ต่อสู้ทันที มันเต็มไปด้วยพลังสะกดอันไร้ขอบเขต ซึ่งไม่สามารถป้องกันได้ ทำให้ร่างนั้นระเบิดเป็นฝุ่นเลือดและสลายไปในความว่างเปล่าทันที
มีเพียงเสียง ‘เปรี้ยง’ สะเทือนโลกเท่านั้น
โลกทั้งใบ
กลายเป็นเงียบลงไปชั่วขณะ
ผู้ปลุกพลังหลายคนที่อยู่รอบ ๆ ไม่ว่าจะฝั่งเผ่ามนุษย์หรือเผ่ามนุษย์วิหค ต่างก็มองไปยังฉากเมื่อครู่ด้วยความรู้สึกสยดสยอง
“นี่ก็คือความแข็งแกร่งของผู้ที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะไร้เทียมทานงั้นเหรอ?”
ผู้คนต่างพากันกลืนน้ำลาย แววตาของพวกเขาหดลงด้วยความหวาดกลัว
“โหดเหี้ยมเหลือเกิน!”
หนังศีรษะของผู้คนมากมายด้านชาและร่างกายสั่นสะท้าน
พวกเขาตกใจกับความแข็งแกร่งของฉู่โม่ว!
ต้องทราบก่อนว่า
ในปัจจุบันฉู่โม่วเป็นเพียงเทียมเทพเท่านั้น แต่กลับสังหารคู่ต่อสู้ที่เป็นมหาเทวะยุทธ์ได้ด้วยตัวคนเดียว!
เดิมทีทุกคนต่างคิดว่าฉู่โม่วจะถูกกดดันจนต้องล่าถอยไป แต่ไม่เคยคาดคิดว่าเขาจะเอาชนะได้จริง ๆ!
และเป็นการบดขยี้อย่างหมดจดด้วยตัวคนเดียว!
มิหนำซ้ำ เมื่อนับเวลาดูแล้ว มันผ่านไปไม่ถึงสิบลมหายใจด้วยซ้ำ!
เพียงชั่วพริบตา เขาสามารถสังหารเทวะยุทธ์ทั้งหกคนกับมหาเทวะยุทธ์อีกสองคนลงได้อย่างไรกัน?
นี่คือตัวตนขั้นเทวะยุทธ์และมหาเทวะยุทธ์เชียวนะ!
ไม่ใช่หัวผักกาดขาว!
ทุกคนรู้สึกตกตะลึงเกินกว่าจะพูดสิ่งใดออกไป
เหตุการณ์นี้ทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังของเผ่ามนุษย์วิหครู้สึกหดหู่ใจมากขึ้นไปอีก
ยิ่งเมื่อเห็นผู้นำมหาเทวะยุทธ์ติดพันการต่อสู้อยู่กับบรรพชนมนุษย์ทั้งสี่ พวกเขาจึงทำได้เพียงคร่ำครวญด้วยความเสียใจ โดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ในเมื่อระดับเทวะยุทธ์และมหาเทวะยุทธ์ยังถูกฉู่โม่วบดขยี้ราวกับเชือดหมูเชือดหมา!
แล้วพวกเขายังจะทำสิ่งใดได้อีก
ไม่ต้องฝันถึงเรื่องสังหารฉู่โม่วแม้แต่น้อย กระทั่งจะสลัดหนีคู่ต่อสู้ตรงหน้าที่ราวกับเป็นสัตว์ร้ายกระหายเลือดพวกเขายังไม่ทำไม่ได้เลย
ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคหลายคนเริ่มรู้สึกหมดหวัง
ทางฝั่งอื่น ๆ
บรรพชนเผ่ามนุษย์วิหคก็ได้เห็นฉากเมื่อครู่เช่นกัน จึงรู้ได้ทันทีว่าแผนการซุ่มโจมตีคราวนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
ยิ่งเมื่อเห็นว่าคนอื่น ๆ ไม่เต็มใจที่จะต่อสู้แล้ว เขาก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที แต่ก็ทำสิ่งใดไม่ได้นอกจากกู่ร้องระบายอารมณ์ออกมา
เขาปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมาเป็นระลอก ทำให้ดาวเคราะห์จำนวนมากถูกระเบิด มิติโดยรอบถูกทุบจนพังทลาย แม้แต่กฎเกณฑ์และพลังวิถีต่าง ๆ ก็ถูกลบล้างออกไปมากมาย
หลังจากนั้นไม่นาน
ในที่สุดเขาก็สงบลง
“พอได้แล้ว!”
“ในเมื่อฉันทำอะไรแกไม่ได้ และพวกแกทั้งสี่ก็ทำอะไรฉันไม่ได้ ต่อสู้กันไปแบบนี้ก็เปล่าประโยชน์!”
บรรพชนเผ่ามนุษย์วิหคกล่าว
เขาวางแผนที่จะล่าถอยไปพร้อมกับผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ เพื่อลดจำนวนการสูญเสียให้มากที่สุด
“ต้องการหนีงั้นเหรอ?”
“เหอะ ง่ายไปไหม!”
บรรพชนหมัวหัวเราะเย้ยหยัน
ในเมื่อครั้งนี้พวกเขาจับปลาตัวใหญ่ได้ แล้วจะปล่อยมันไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?!
เมื่อคิดเช่นนั้น
เขาก็กำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกคับแค้นใจ
บรรพชนอีกสามคนก็รีดเค้นพลังโจมตีจนถึงขีดสุด ราวกับว่าพวกเขาต้องการที่จะจบสงครามครั้งนี้ลงอย่างสมบูรณ์
“ฉันบอกว่าพวกแกไม่สามารถทำอะไรฉันได้ หากยังปะทะต่อไป มันก็จะสูญเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย!”
ทันใดนั้น กลิ่นอายแรงกดดันของบรรพชนเผ่ามนุษย์วิหคก็เพิ่มขึ้น พร้อมกับสบถออกมา “อย่าได้บังคับฉัน…พวกเราล้วนเป็นมหาเทวะยุทธ์เหมือนกัน แม้ว่าแกต้องการฆ่าฉัน แต่ก็ต้องจ่ายราคาที่หนักมากเช่นกัน!”
โดยไม่มีเสียงตอบใด ๆ
บรรพชนมนุษย์ทั้งสี่ยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่องโดยไม่ปริปาก พวกเขาปิดกั้นเส้นทางหลบหนีทั้งหมด โดยไม่ให้โอกาสตอบโต้แม้แต่น้อย
“ดี! ดี! ดี!”
“พวกแกบังคับให้ฉันทำแบบนี้เองนะ!”
“แม้ฉันจะฆ่าแกไม่ได้ แต่ฉันก็จะลากเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดในจักรวาลนี้ ฝังกลบไปพร้อมกับฉัน!”
บรรพชนเผ่ามนุษย์วิหคโกรธแค้นอย่างมาก เขาคำรามเสียงดังก้องไปทั่วท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว