ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 609 เลือกสมบัติ กับตัวเลือกที่ดีที่สุด
บทที่ 609 เลือกสมบัติ กับตัวเลือกที่ดีที่สุด
ได้เลือกเป็นคนแรกงั้นเหรอ?
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น…
ฉู่โม่วก็ตาลุกวาว… ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นใด แค่เป็นสมบัติโบราณหายากก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว แม้แต่บรรพชนทั้งสี่ก็ต้องหวั่นไหวเมื่อเห็นภาพนี้
และตอนนี้บรรพชนทั้งสี่ก็ให้เขาได้เลือกเป็นคนแรกจริง ๆ
นั่นหมายความว่าเขาสามารถเลือกและได้รับสมบัติที่ดีที่สุด
แม้ว่าชายหนุ่มจะรู้มาตั้งแต่แรกเริ่มว่า หลังจากที่ทุกอย่างจบลง เขาจะได้รับรางวัลอย่างแน่นอน แต่เมื่อเวลานี้มาถึง มันก็ยังทำให้เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน
เมื่อบรรพชนหมัวพูดจบ ผู้ปลุกพลังแทบทุกคนก็จับจ้องไปยังผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในทันที แม้แต่บรรพชนอีกสามคนก็ต้องเผยสีหน้าริษยาออกมา
แม้ว่าบรรพชนระดับมหาเทวะยุทธ์จะทรงพลังมาก อย่างไรแล้วเขาก็ยังมีความโลภอยู่ในใจ!
แต่ที่แตกต่างไปจากผู้คนทั่วไป คือสมบัติที่ต้องการนั้นแตกต่างกัน!
สิ่งเหล่านี้ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือสิ่งที่ผู้ปลุกพลังทุกคนปรารถนาอย่างไม่ต้องสงสัย!
แต่ตอนนี้พวกเขาทำได้แค่มองและรอให้ฉู่โม่วเลือกก่อน
แต่ไม่ว่าใครก็ยอมให้ชายหนุ่มเลือกก่อนโดยไร้ซึ่งการคัดค้าน
อย่างไรแล้ว คราวนี้ฉู่โม่วก็สามารถสังหารมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคได้ และเสี่ยงชีวิตใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคและผู้ปลุกพลังอีกมากมาย เขารวบดาวเคราะห์เข้ามาในแขนเสื้อเพื่อไม่ให้มหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคหนีไปได้ และในขณะเดียวกันก็ช่วยชีวิตมนุษย์กว่าหลายหมื่นล้านคนด้วย
แม้ว่าเขาไม่ได้เลือกที่จะล้อมปราบและกดดันมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคด้วยตัวเอง แต่เขาก็มีบทบาทสำคัญในการสังหารมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหค!
ดังนั้นแล้ว ทุกคนต่างก็อิจฉาหรือโหยหา แต่ไม่มีความหวงแหนพวกมันแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน… ทุกคนต่างก็มองดูด้วยความสงสัยและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะเลือกสมบัติชิ้นใด
“ฉู่โม่ว นายเลือกก่อนเลย!”
บรรพชนหมัวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ถ้างั้นผมขอเสียมารยาทหน่อยนะครับ!”
ฉู่โม่วกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง
ในเวลาเช่นนี้ เขาไม่จำเป็นต้องทำเป็นถ่อมตัวอีกแล้ว หลังจากที่พยักหน้าให้กับบรรพชนอีกสามคน เขาก็เริ่มตัดสินใจอย่างระมัดระวัง
สมบัติชิ้นแรกเป็นดาบเล่มหนึ่ง ในฐานะสมบัติโบราณหายาก มันล้ำค่ามหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย
และเมื่อเห็นแสงศักดิ์สิทธิ์และจังหวะเต๋าภายในก็รู้ได้ถึงพละกำลังไร้เทียมทานของมันในทันที
สมบัติเช่นนี้เหนือยิ่งกว่าสมบัติส่วนมากที่ฉู่โม่วมีมาก อย่างกระบี่ดาราทมิฬที่เขาใช้นั้น แม้ว่ามันจะเสริมพลังจิตวิญญาณได้ก็คงจะยังอ่อนแอกว่า
หากจะเปรียบเทียบให้เท่ากับสมบัติชิ้นนี้จริง ๆ ก็คงมีเพียงแค่กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ที่ยังถูกฝึกฝนอยู่ในปฐมวิญญาณ
แต่… ฉู่โม่วก็ไม่มีทางเปลี่ยนจากกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์กับมันอย่างแน่นอน!
ไม่มีเหตุผลเลย!
แค่เพราะมันไม่เหมาะสมกับเขาเท่านั้น!
ไม่ว่าสมบัติจะทรงพลังขนาดไหน พลังที่มันจะปลดปล่อยออกมาได้ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับผู้ใช้
สิ่งที่ชายหนุ่มฝึกฝนคือเจตจำนงกระบี่ ในมือของเขา กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์นั้นเพียงพอที่จะปลดปล่อยพลังได้จนถึงขีดสุด แต่หากเปลี่ยนเป็นกระบี่เล่มนี้ พลังของมันก็จะลดลงมหาศาล
“น่าเสียดาย…”
ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา
หากเขาเป็นนักดาบ เขาก็คงรีบคว้ามันเอาไว้ทันที แต่เขาคือผู้ฝึกกระบี่
ชายหนุ่มจึงละสายตาไปมองยังสมบัติชิ้นที่สอง
มันเป็นม้วนภาพกระดาษที่ผนึกพื้นที่และแดนลับไว้ข้างใน
มันคือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุด อย่างไรแล้ว มันก็มีแดนลับบรรจุอยู่ภายในซึ่งสามารถผลิตสมบัติแห่งสวรรค์และโลกได้นับไม่ถ้วน นอกจากนั้นก็ยังมีวิธีการใช้แบบอื่นอีกมากมาย แม้แต่มหาเทวะยุทธ์ก็ยังให้ความสำคัญกับมันเป็นอย่างมาก
แต่…
‘มันไม่มีค่าอะไรสำหรับฉัน’
ฉู่โม่วแอบส่ายหน้าไปมาเบา ๆ
เขามีโลกในฝ่ามือที่สามารถให้กำเนิดวิญญาณได้อยู่แล้ว มันแทบไม่ต่างไปจากแดนลับนี้เลย
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น…
โลกในฝ่ามือของเขาเชื่อมต่อกับพละกำลังที่มี ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไร โลกก็จะยิ่งกว้างใหญ่มากขึ้นเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับภาพภูเขาและแม่น้ำเหล่านั้นแล้ว ศักยภาพในการเติบโตนั้นแตกต่างกันมหาศาล
เมื่อคิดได้ดังนั้น… ฉู่โม่วก็หันไปมองยังสมบัติชิ้นสุดท้าย
สมบัติชิ้นนี้ดูเหมือนลูกแก้วทรงกลมที่มีพลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งที่สุดในสมบัติทั้งสามชิ้น เห็นได้ชัดว่ามันมีพละกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน
เพียงแต่ว่า ชายหนุ่มไม่รู้ว่าลูกแก้วนี้เป็นสมบัติแบบไหน
พูดอีกอย่างก็คือหากต้องเลือก เขาก็ควรจะเลือกสมบัติชิ้นนี้มากที่สุด นอกจากนี้ บรรพชนทั้งสี่และผู้ปลุกพลังมากมายต่างก็มองมายังลูกแก้วนี้ด้วยสายตาปรารถนายิ่งนัก
แต่…
ฉู่โม่วก็ยังลังเล
แม้ว่าสมบัติชิ้นนี้จะทรงพลังมาก แต่มันก็เรียกได้ว่าเป็นสมบัติที่ลึกลับอย่างถึงที่สุด ด้วยพละกำลังของเขาในตอนนี้ แม้ว่าจะได้มันมา ก็ยังไม่สามารถปลดปล่อยพลังได้มากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น พัฒนาการของเขาขึ้นอยู่กับระบบกลืนกินเป็นหลัก สมบัติเหล่านี้จึงเป็นเพียงแค่อุปกรณ์เสริมและไม่ได้ส่งผลอะไรกับเขามากนัก
ดังนั้นแล้ว…
สายตาของฉู่โม่วจึงมองข้ามสมบัติเหล่านี้ไปยังกลุ่มบรรพชนที่ถูกผนึกอยู่กลางอากาศ
‘ตอนนี้ฉันยังแข็งแกร่งไม่พอ ฉันจะปลดปล่อยพลังของสมบัติมากมายออกมาทั้งหมดไม่ได้ ถ้าแบบนั้นพวกมันก็สูญเปล่า!’
‘ถ้างั้นทำไมไม่เพิ่มพละกำลังก่อนล่ะ!’
‘และในกลุ่มบรรพชนนี้ก็มีความเข้าใจในพลังแห่งกฎเกณฑ์ของมหาเทวะยุทธ์อยู่ ถ้าฉันได้ดูดซับมันเข้าไปก็จะพัฒนาได้มาก คงพอที่จะทำให้ฉันเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งของมหาเทวะยุทธ์ได้มากยิ่งขึ้น และเส้นทางข้างหน้าในอนาคตก็จะราบรื่นยิ่งขึ้นด้วย!’
‘เทียบกับสิ่งนี้แล้ว ลูกแก้วลึกลับนั่นก็สู้ไม่ได้เลยสักนิด!’
ฉู่โม่วแอบคิดอยู่ในใจ
หลังจากนั้น เขาก็คว้าพลังปราณมหาศาลกลางอากาศเอาไว้โดยไม่ลังเล
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตัดสินใจดังนั้น ผู้ปลุกพลังมากมายก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก บางคนก็ตาลุกเป็นประกายในขณะที่บางคนแค่พยักหน้าเบา ๆ
ยกตัวอย่างเช่น บรรพชนหมัวที่หันมามองชายหนุ่มด้วยสีหน้าโล่งอก
ความโล่งอกนั้นไม่ใช่เพราะฉู่โม่วเลือกสมบัติที่ดีที่สุด แต่เพราะชายหนุ่มเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด!
ในสมบัติทั้งสามชิ้นนี้…
ดาบโบราณล้ำค่านั้นเป็นที่หมายปองของบรรพชนที่ใช้ดาบให้เห็นมาตลอดการต่อสู้ ทว่ากายเขากลับมีเจตจำนงแห่งดาบแฝงเร้นอยู่เช่นกัน เห็นได้ชัดว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นผู้ใช้ดาบและกระบี่
และแผนที่ของภูเขาและแม่น้ำมากมายก็ล้ำค่าสำหรับบรรพชนผู้ใช้เปลวเพลิงมาก
ส่วนลูกแก้วลึกลับนั้นทำให้แทบทุกคนต้องหวั่นไหว
ตอนนี้เมื่อฉู่โม่วตัดสินใจแล้ว สมบัตินี้ก็สำคัญอย่างถึงที่สุดด้วยเช่นกัน และในขณะเดียวกัน มันก็ช่วยไม่ให้เขาต้องแย่งสมบัติไปจากคนอื่น ๆ ด้วย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่สามารถเลือกสมบัติสามชิ้นนี้ได้
แม้ว่าเขาจะเลือกมาสักชิ้นหนึ่ง เหล่าบรรพชนก็คงไม่ว่าอะไรมาก และไม่คิดที่จะให้ฉู่โม่วเปลี่ยนใจเสียด้วยซ้ำ แต่เพราะชายหนุ่มไม่ได้เลือก เหล่าบรรพชนจึงชื่นชอบในตัวเขามากขึ้นไปอีก
อย่างไรแล้ว…
พวกเขาก็สามารถเลือกสมบัติที่ชอบได้ตามใจเพราะมือที่มีคุณธรรมของฉู่โม่ว
ด้วยความประทับใจนี้ ทั้งสามจะเป็นมิตรกับชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น และเมื่อถกเถียงเรื่องรางวัลในภายหลัง พวกเขาก็จะมอบประโยชน์ให้มากยิ่งขึ้นไปด้วย
ผลประโยชน์ทางอ้อมที่จะได้รับนั้นไร้ที่สิ้นสุด!
อย่างที่คาดการณ์ไว้ นอกจากบรรพชนหมัวแล้ว บรรพชนอีกสามคนต่างก็มองดูฉู่โม่วด้วยความชื่นชม
และระหว่างที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้น
ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ผมได้สิ่งที่ต้องการไปแล้วละ ขอบคุณสำหรับรางวัลจากท่านบรรพชนมากครับ!”