ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 608 ฝุ่นควันสงบลง และ สมบัติสามชิ้น
บทที่ 608 ฝุ่นควันสงบลง และ สมบัติสามชิ้น
“ฮ่า ๆๆๆๆ!”
ในตอนนั้นเอง เสียงหัวเราะดังลั่นจนสั่นสะท้านกาแล็กซีก็ดังขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเหล่าบรรพชนกำลังหัวเราะสุดปอด
เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความสุขมากที่ทำภารกิจช่วยเหลือ และสังหารมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคได้สำเร็จ
ต้องรู้ด้วยว่า …มหาเทวะยุทธ์นั้นคือผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของกาแล็กซี
เผ่าพันธุ์มนุษย์และมนุษย์วิหคต่อสู้กันมาเนิ่นนาน ความโกรธแค้นระหว่างทั้งสองฝ่ายดำเนินมายาวนานกว่าแสนปี และเกิดการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็มีมหาเทวะยุทธ์เพียงน้อยนิดที่ต้องตายในสนามรบ และส่วนมากยังเป็นแค่ครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์อีกด้วย
อย่างไรแล้ว… พลังของมหาเทวะยุทธ์ก็แข็งแกร่งเกินไปและพวกเขาต่างก็มีพลังไร้ขอบเขต พละกำลังของเลือด ลมปราณ และอณูแห่งชีวิตไม่ใช่ปัจจัยหลักอีกต่อไป ความลับแห่งสวรรค์และโลกจะกลายเป็นจุดสำคัญแทน แล้วจะให้พวกเขาอ่อนแอได้อย่างไรกัน?
ดังนั้นแล้ว เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น มันก็จะต้องผ่านช่วงเวลาของการยั่วยุที่ยาวนาน แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มพละกำลังมากขึ้น เหมือนกับสองกองทัพที่เผชิญหน้ากัน และจะต้องใช้เวลานานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และผลลัพธ์สุดท้ายก็คือการทำให้ศัตรูบาดเจ็บสาหัสหรือสะท้อนกลับมา
หากอยากจะสังหารก็คงเป็นเรื่องยาก
แต่ในตอนนี้ …เหตุผลที่ทำได้ก็เพราะพละกำลังของมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคนั้นยังไม่สูงที่สุด และยังมีบรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกสี่คนห้อมล้อมอยู่ด้วย แม้ว่าจะเขาจะเป็นเพียงร่างมายา ทว่าพละกำลังของพวกมันก็แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด และด้วยการร่วมมือกัน อีกฝ่ายก็ไม่มีโอกาสหนีไปได้และค่อย ๆ ถูกกัดกินอยู่ในวงล้อม หลังจากที่ผ่านไปมากกว่าหนึ่งเดือนจึงสิ้นใจในที่สุด
ระหว่างที่หัวเราะร่วน ร่างของบรรพชนมนุษย์ทั้งสี่ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทุกคน
ฉู่โม่วเคยพบกับบรรพชนหมัวและบรรพชนมือกระบี่มาก่อนที่ตำหนักบรรพชน แต่เขายังไม่รู้จักอีกสองคนเลยสักนิด
“สวัสดีครับท่านบรรพชน”
ในตอนนี้ ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์มากมายรวมไปถึงฉู่โม่วก็เข้ามาทำความเคารพ
“ไม่ต้องสุภาพนักหรอก”
บรรพชนหมัวพยักหน้าเบา ๆ และกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เขาเข้ามาพูดคุยกับฉู่โม่วและคนอื่น ๆ ในขณะที่บรรพชนอีกสามคนก็พยักหน้าตาม แล้วจึงใช้กระบวนท่าต่าง ๆ ในตำแหน่งที่มหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคสิ้นใจราวกับว่ากำลังดูดซับบางสิ่ง
ไม่นานหลังจากนั้น…
เงาวิญญาณก็ถูกดูดเข้าไปในมือของบรรพชนคนหนึ่ง มันยังคงดิ้นไปมา แต่เมื่อบรรพชนออกแรงเล็กน้อย ร่างวิญญาณนั้นก็สงบลงราวกับว่าหมดเรี่ยวแรง
“นี่…”
“หรือว่านั่นจะเป็นวิญญาณที่เหลืออยู่ของมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหค?!”
เมื่อเห็นภาพนี้ ฉู่โม่วก็ตะลึงงันไปครู่หนึ่ง แล้วจึงนึกขึ้นได้ว่ามันคงจะเป็นเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหค สุดยอดผู้ปลุกพลังในกาแล็กซีแห่งนี้
และนี่
ก็คือเหตุผลที่บรรพชนเผ่ามนุษย์ทั้งสี่ไม่ลังเลที่จะใช้เวลานานกว่าหนึ่งเดือน
หากพวกเขาพยายามบีบล้อมมากเกินไปก็อาจสังหารเขาได้สำเร็จและประหยัดเวลาได้เล็กน้อย แต่หากเป็นเช่นนั้นมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคก็จะพบว่าตัวเองติดอยู่ในทางตัน ทำให้ต้องหาวิธีทำลายตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว ในตอนนั้นพวกเขาก็จะไม่เหลืออะไรเลย และแม้แต่ทั่วทั้งกาแล็กซีก็จะถูกทำลายไปด้วย
แต่เมื่อค่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าวอย่างมั่นคงและกัดกินพละกำลังของมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคอย่างเชื่องช้า หากเป็นเช่นนั้น เขาก็จะคิดว่ายังมีโอกาสเอาตัวรอดไปได้
อย่างไรแล้ว เขาก็เป็นถึงมหาเทวะยุทธ์ที่มีชีวิตอยู่มานับปีไม่ถ้วนและยืนอยู่บนจุดสูงสุดของกาแล็กซี แม้เขาจะรู้ว่าโอกาสนั้นมีเพียงน้อยนิด แต่เขาจะระเบิดตัวเองไปทั้งอย่างนั้นได้อย่างไรกัน
เมื่อรู้สึกว่าพละกำลังของตัวเองลดต่ำลงจนถึงจุดที่อันตรายถึงชีวิต มันก็สายเกินกว่าที่เขาจะทำลายตัวเองได้แล้ว
ในตอนนี้ บรรพชนทั้งสี่ก็ปลดปล่อยพละกำลังทั้งหมดออกมาและจบการต่อสู้ครั้งนี้อย่างสมบูรณ์
ตอนนี้
บรรพชนทั้งสี่ปลอดภัยดี และดาวเคราะห์วิหคก็ไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ได้รับเศษเสี้ยววิญญาณของมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคมาด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการตามหาเศษเสี้ยววิญญาณของมหาเทวะยุทธ์ เรียนรู้ความลับของเผ่ามนุษย์วิหคระดับสูง หรือตามหาสุดยอดพรสวรรค์ของเผ่ามนุษย์วิหคก็เป็นประโยชน์มหาศาลทั้งสิ้น
มูลค่าของมันแสดงออกมาให้เห็นในตัวเองอยู่แล้ว!
นอกจากนี้
บรรพชนสามคนยังเก็บเลือดศักดิ์สิทธิ์มาได้ด้วย เลือดของมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคที่เต็มไปด้วยพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด และยังมีกฎเกณฑ์และจังหวะเต๋าของมหาเทวะยุทธ์ก่อนที่จะสิ้นใจอีกด้วย ผู้ปลุกพลังในขั้นเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดต่างก็อยากได้พวกมันเป็นอย่างมาก
อย่างไรแล้ว มันก็มีพลังของมหาเทวะยุทธ์ หากได้ศึกษามันอย่างละเอียด เขาก็อาจก้าวเข้าสู่ขั้นมหาเทวะยุทธ์ได้
แม้ว่าจะทำไม่สำเร็จก็ยังสามารถพัฒนาพื้นฐานให้แข็งแกร่งขึ้นได้
เรียกได้ว่ามีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว
พวกเขาจึงไม่รอให้เสียเวลาและเก็บแก่นเลือดเหล่านั้นมาด้วยพลังเหนือธรรมชาติ ก่อนจะเก็บพวกมันเข้าไปในขวดหยก
มหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคผู้น่าสงสารคนนี้ เขาเป็นถึงผู้ปลุกพลังขั้นสุดยอด แต่เขาก็ถูกล้อมปราบจนถูกสังหารในท้ายที่สุด และแม้ว่าจะสิ้นใจไปแล้ว จิตวิญญาณและเลือดของเขาก็ยังกลายเป็นทรัพยากรของเผ่าพันธุ์มนุษย์อีก
แน่นอนว่า …ผู้ปลุกพลังทุกคนที่ยังเหลืออยู่ไม่รู้สึกสงสารเขาแม้แต่น้อย แต่กลับตื่นเต้นจนถึงขีดสุด
เพราะหลังจากนี้คือเวลาของการมอบรางวัล
…
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น บรรพชนทั้งสามก็หยุดนิ่งและเดินออกมาตรงหน้าทุกคนด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจปิดบังได้
ในตอนนี้…
ทุกสิ่งหายวับไป ขณะที่ฝุ่นควันต่าง ๆ เริ่มสงบลงจนหมด
บรรพชนผนึกปฐมวิญญาณที่ได้รับความเสียหาย วางพวกมันไว้ในห้วงอากาศตรงหน้า แล้วจึงผนึกแก่นเลือดและพลังงานเข้าไป จนเกิดเป็นรัศมีของสมบัติสามชิ้นที่ลอยออกมา
สมบัติทั้งสามชิ้นปกคลุมไปด้วยแสงจิตวิญญาณราวกับดวงอาทิตย์สว่างไสว มีอักขระลึกลับประสานอยู่มากมายทำให้ดูน่าประทับใจ
สมบัติชิ้นแรกเป็นกระบี่ที่ปกคลุมไปด้วยจังหวะเต๋าและกฎเกณฑ์ แม้ว่าสมบัติชิ้นนี้ได้สูญเสียเจ้าของเดิมไปแล้ว ทว่ามันก็ไม่ได้สูญเสียจิตวิญญาณไปด้วยราวกับว่ามีชีวิตเป็นของตัวเอง มันสั่นสะท้านอยู่กลางอากาศพร้อมเสียงกรีดร้องของกระบี่ที่ทำให้ห้วงอากาศโดยรอบฉีกขาดและพังทลาย
สมบัติชิ้นที่สองเป็นม้วนกระดาษคู่หนึ่งที่ค่อย ๆ คลี่ออก มันมีภูเขา แม่น้ำ และทุกสิ่งอย่าง เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็จะเห็นว่ามีพื้นที่กว้างอยู่ข้างในและผนึกอยู่กับสมบัติของโลกใบเล็ก
ส่วนสมบัติชิ้นที่สามนั้นเป็นทรงกลมที่เรืองแสงสว่างไสว แม้ว่าจะถูกผนึกเอาไว้ แต่มันก็ยังสั่นไหวราวกับว่าพยายามจะหนีออกมา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากสัมผัสผนึกนั้น สมบัติชิ้นนี้ก็คงจะหายวับไปในทันที
“นี่มันสมบัติชั้นดีเลยนะครับ!”
เมื่อเห็นสมบัติเหล่านั้น ฉู่โม่วก็จ้องมองและอุทานออกมา
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม บรรพชนคนหนึ่งผู้ปกคลุมไปด้วยเปลวไฟก็หัวเราะและกล่าว “สามอย่างนี้เป็นสมบัติของมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหค โชคดีที่พวกเราผนึกพวกมันและคว้ามาได้ทัน!”
“สมบัติชิ้นนี้คงเป็นสมบัติโบราณหายาก แล้วยังเป็นสมบัติโบราณหายากระดับสูงด้วยสินะครับ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น… สายตาของทุกคนก็ลุกวาว แม้แต่สีหน้าของสี่บรรพชนก็เปลี่ยนแปลงไป
เห็นได้ชัดว่า พลังของสมบัติชิ้นนี้ทำให้พวกเขาต่างก็อิจฉาตาร้อน
แต่…
ทุกคนก็ถอนหายใจและหันไปมองยังผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นใน
เมื่อเห็นดังนั้น… ก่อนที่ฉู่โม่วจะได้สติกลับมา เขาก็ได้ยินบรรพชนหมัวเอ่ยขึ้น “วันนี้เขาสังหารมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคได้สำเร็จ แล้วยังกวาดล้างผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคจนหมด เพราะฉะนั้น ในสมบัติเหล่านี้ ไม่ว่าจะแก่นเลือดหรือสมบัติชิ้นไหนนายก็เลือกไปก่อนชิ้นหนึ่งได้เลย!”