ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 626 จักรวาลในแขนเสื้อ กับปฐมวิญญาณเชือดเฉือน
บทที่ 626 จักรวาลในแขนเสื้อ กับปฐมวิญญาณเชือดเฉือน
ตูม!
เสียงสายลมและเปลวเพลิงดังกึกก้อง แต่ก็เกิดระเบิดแสงดวงอาทิตย์สีแดงขึ้นข้างหลังฉู่โม่ว ภาพลวงตาสีทองและดำพลันปรากฏขึ้น แล้วเปลวเพลิงสีทองดำไร้ที่สิ้นสุดขนาดสูงกว่าเก้าเมตรก็ปรากฏขึ้น เปลวเพลิงสีทองแพร่กระจายออกมาปกคลุมพื้นที่กว่าหลายล้านกิโลเมตร
กงล้อกลืนวิญญาณยังคงหมุนอย่างรวดเร็ว และห้วงมิติที่มันเดินทางผ่านก็บิดเบี้ยวจนพังทลายลง พลังสีดำอันแปรปรวนส่งเสียงคำรามและบางครั้งก็มีพายุหมุนกระจายออกมา ทำให้ห้วงมิติเงียบสงัดลง
พลังของสมบัติชิ้นนี้นั้นไร้ที่เปรียบ…
เมื่อเห็นว่ากงล้อกลืนวิญญาณกำลังจะมาถึง ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในก็ยกมือขึ้นในทันใด
ฟู่ว!
สายลมพลันก่อกำเนิดขึ้น
แขนเสื้อของชายหนุ่มขยายใหญ่ขึ้นจนปกคลุมผืนฟ้าและดวงอาทิตย์ในทันที
มีอะไรบางอย่างอยู่ในแขนเสื้อ!
ทันใดนั้น ระลอกคลื่นสีทองมากมายที่ปลดปล่อยออกมาจากกงล้อกลืนวิญญาณก็ถูกกลืนกินเข้าไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับว่าไม่เคยมีตัวตนมาก่อน ตัวกงล้อกลืนวิญญาณดูเหมือนจะได้รับแรงต้านทานรุนแรงจนถูกดูดเข้าไปหาแขนเสื้อนั้น
“อะไรกัน?!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังของแขนเสื้อขนาดใหญ่ สีหน้าของนายน้อยเผ่าปาเหรินก็เปลี่ยนแปลงไปทันที เขาไม่กล้าเผชิญหน้า แต่กลับอยากจะเรียกกงล้อวิญญาณกลับมาทันที
แต่ในตอนนั้นเอง กงล้อวิญญาณก็เปลี่ยนไป แล้วฉู่โม่วก็ตาลุกวาว
“ตอนนี้แหละ!”
ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายราวกับดวงดาว เมื่อเขาพลิกข้อมือ ระฆังจักรพรรดิบูรพาก็ส่องแสงสว่างไสวอีกครั้งและออกมาจากฝ่ามือ
ตูม!
เสียงระฆังดังกึกก้องไปทั่วทั้งจักรวาล เสียงระฆังดังต่อเนื่องและค่อย ๆ เบาลง เป้าหมายของมันไม่ใช่นายน้อยเผ่าปาเหริน แต่เป็นกงล้อกลืนวิญญาณในมือของเขาต่างหาก
ในตอนนี้ นายน้อยพยายามเรียกกงล้อกลืนวิญญาณกลับมาหาและตั้งใจจะสู้กลับไป แต่เมื่อเขาเห็นระฆังทองแดงที่สังหารมหาเทวะยุทธ์ของเขาไปก่อนหน้านี้ดังขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวทันที
เขายังไม่รู้ถึงพลังที่แท้จริงของระฆังทองแดง แต่หลังจากที่ได้เห็นพลังศักดิ์สิทธิ์ของมันก่อนหน้านี้ เขาก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างแน่นอน และไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย พลังปราณและอณูแห่งชีวิตในร่างกายของเขาพลุ่งพล่านและไปหยุดอยู่ที่กงล้อกลืนวิญญาณ
หลังจากนั้น แสงสีทองของกงล้อกลืนวิญญาณก็เรืองรองขึ้นอีกครั้ง มันปล่อยระลอกคลื่นสีทองอร่ามออกมาและมุ่งหน้าไปหาระฆังทองแดง
ครืน!
ท้ายที่สุด ระลอกคลื่นจากทั้งสองฝ่ายก็ปะทะกัน พลังจากกงล้อกลืนวิญญาณคงอยู่ได้เพียงไม่ถึงอึดใจก่อนที่จะถูกทำลายโดยระฆังจักรพรรดิบูรพา
“ไปเลย!”
ฉู่โม่วตะโกนเสียงดังลั่น
ระฆังจักรพรรดิบูรพาพลันส่องแสงสว่างไสว กลายเป็นระฆังขนาดยักษ์ที่โจมตีไปยังกงล้อและนายน้อยเผ่าปาเหรินทันที
เมื่อเห็นดังนั้น นายน้อยก็ต้องขวัญผวา
ถ้าเขาถูกมันครอบได้สำเร็จ เขาจะไม่ถูกสังหารเหมือนมหาเทวะยุทธ์คนนั้นเหรอ?
โดยแทบไม่ต้องคิด นายน้อยเผ่าปาเหรินรีบเคลื่อนกงล้อกลืนวิญญาณออกไปขวางตรงหน้าและปะทะกับระฆังทองแดงของฉู่โม่วทันที แล้วทุกอย่างก็นิ่งงันไปในทันใด!
ตูม!
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น แต่เป็นเสียงของระฆังจักรพรรดิบูรพาที่ทำให้กงล้อกลืนวิญญาณกระเด็นลอยไปไกล กงล้อส่งเสียงกรีดร้องออกมาและร่วงลงบนพื้นดินอย่างแรงจนแตกระแหงทันที
สมบัติชิ้นนี้ต้องแตกสลายเพราะแรงปะทะ!
เมื่อเห็นผลดังนั้น สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนแปลงไปในบัดดล
ผู้ปลุกพลังฝ่ายมนุษย์ทุกคนต่างก็ยิ้มกว้างและส่งเสียงเชียร์ ผู้ปลุกพลังบางคนกระทั่งส่งเสียงร้องดังลั่น
ส่วนผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหรินต่างก็แสดงสีหน้าเหลือเชื่อราวกับว่าไม่อาจทำใจเชื่อในสิ่งที่เห็นได้
ต้องรู้ด้วยว่า สมบัติในมือของนายน้อยนั้นไม่ใช่สมบัติธรรมดา
มันเป็นสมบัติโบราณที่มีคุณภาพสูงที่สุด และยังเป็นสมบัติล้ำค่าของเผ่าปาเหรินอีกด้วย ดังนั้นแล้วแม้แต่เทพเจ้าทั่วไปก็ไม่อาจใช้งานมันได้ เมื่อนายน้อยคนนี้กลายเป็นเทวะยุทธ์ เผ่าพันธุ์ก็มอบมันให้กับเขาเป็นสมบัติป้องกันภัย
แต่ตอนนี้…
สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ
สมบัติโบราณชื่อดังที่สืบทอดในเผ่าพันธุ์มานานหลายล้านปีพังง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ?!
นายน้อยไม่อาจเชื่อในสิ่งที่เห็นได้เลยสักนิด
ตอนนี้สีหน้าของเขาซีดเผือด ไม่เพียงเพราะความตกตะลึง แต่ยังเป็นเพราะสมบัตินั้นเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของเขาด้วย เมื่อสมบัติได้รับความเสียหาย เขาก็ได้จะรับผลกระทบไปด้วย แต่อาการบาดเจ็บนี้ก็ยังเป็นเรื่องรอง ที่สำคัญคือสมบัติชิ้นนั้นเสียหายได้อย่างไรกัน?
“เป็นไปไม่ได้!”
“ฉันได้รับมันมาจากบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์ มันเป็นสมบัติโบราณหายากเลยนะ แม้แต่ผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์ก็ทำลายมันไม่ได้ มันพังง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน?!”
เขาอุทานลั่น
ไม่ไกลออกไป เมื่อได้ยินเสียงอุทานของนายน้อย หัวใจของฉู่โม่วก็ยังคงสงบนิ่ง
หากกงล้อกลืนวิญญาณอยู่ต่อหน้าสมบัติธรรมดา มันก็คงถือว่าเป็นสมบัติหายากอย่างแน่นอน
แต่ต่อหน้าระฆังจักรพรรดิบูรพา มันยังคงไม่เพียงพอ!
เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน แม้ว่าระฆังจักรพรรดิบูรพาของฉู่โม่วจะยังมีพลังไม่เทียบเท่ากับผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์ แต่มันก็เต็มไปด้วยพละกำลังและรัศมีอันยิ่งใหญ่ และสมบัติชิ้นนี้ก็กล้าที่จะเผชิญหน้ากับมัน ในสายตาของระฆังจักรพรรดิบูรพาแล้ว มันก็เป็นเหมือนความท้าทายในการทำลายสมบัติด้วยวิธีการที่ไม่ซ้ำใคร
นั่นคือพลังของระฆังจักรพรรดิบูรพาเอง และไม่ได้ถูกควบคุมโดยฉู่โม่ว
ผลของการโจมตีนี้จึงเหนือยิ่งกว่าจินตนาการของชายหนุ่ม แต่มันก็ถือว่าเป็นผลดี
ฉู่โม่วจึงโจมตีต่อไปโดยไม่ลังเลและใช้โอกาสนี้ปลิดชีวิตอีกฝ่าย
“ไป!”
ชายหนุ่มตะโกนอีกครั้ง แล้วระฆังจักรพรรดิบูรพาก็ดังขึ้น ทำให้คลื่นเสียงแพร่กระจายออกไปหานายน้อย
ในขณะเดียวกัน…
ภาพลวงตาอีกาสุริยันข้างหลังฉู่โม่วก็หายวับไปราวกับว่ามีชีวิตเป็นของตัวเอง เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มันก็ลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือระฆังจักรพรรดิบูรพาแล้ว
มันกระพือปีกไปมาทำให้ดวงอาทิตย์เคลื่อนไหวขึ้นลง
เปลวเพลิงสีทองสว่างไสวระเบิดออกมาท่วมท้องฟ้า
ระฆังจักรพรรดิบูรพาในตอนนี้ได้กลายเป็นดวงอาทิตย์ พร้อมแผ่เปลวเพลิงสีทองไร้ที่สิ้นสุดออกมา อีกาสีทองข้างบนดูราวกับว่ากำลังร่ายรำอยู่กลางดวงตะวัน ทุกครั้งที่มันกระพือปีก เปลวเพลิงลุกโชนก็จะพุ่งออกมาราวกับว่าจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ตูม ตูม ตูม!
เปลวไฟสีทองมากมายกระจัดกระจายออกไป ตามมาด้วยเสียงระฆังจักรพรรดิบูรพาที่โจมตีไปยังนายน้อยเผ่าปาเหรินในทันที ร่างกายของเขาอาบไปด้วยเปลวเพลิงแห่งดวงอาทิตย์ ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องก็ระเบิดลั่นออกมา
ตอนนี้… นายน้อยรู้สึกได้ว่าอวัยวะภายในกำลังถูกเผาไหม้ และกระทั่งจิตวิญญาณของเขาก็ลุกเป็นไฟ ความตายกำลังเข้าไปกัดกินหัวใจ
เขาพยายามจะดับไฟบนร่างกายอย่างทรมาน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เปลวเพลิงสีทองก็ไม่มีวี่แววว่าจะสงบลงแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันมีแต่จะรุนแรงมากขึ้นและมากขึ้น
“อ๊ากกกก…”
เสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนามรบ
ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนต่างก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดและสิ้นหวังของอีกฝ่าย
ในตอนนั้น ทุกคนต่างก็รู้สึกชาจนขนลุกไปทั้งตัว
“นายน้อย!”
“ปกป้องนายน้อย!”
“เร็วเข้า!”
สีหน้าของผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหรินคนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไปทันทีขณะที่อุทานออกมา เหล่าผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์ต่างก็ถอยกลับไปช่วยเหลือนายน้อยทันที ในขณะเดียวกัน ผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหรินที่เหลือต่างก็พุ่งเข้าไปหาฉู่โม่ว
“ฆ่ามัน!”
พวกเขาคำรามเสียงดังลั่นและปล่อยกระบวนท่าสังหารออกมาเพื่อพยายามปลิดชีวิตฉู่โม่ว
แต่…
ตูม!
ระฆังก็ส่งเสียงอีกครั้ง คลื่นเสียงล่องหนพลันแพร่กระจายออกมาและสังหารเทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
ไม่ว่าคลื่นเสียงนั้นจะผ่านไปที่ใด ห้วงอากาศก็จะฉีกขาดและแตกสลาย ทำให้เกิดระเบิดเสียงดังลั่น
เทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินที่ถูกคลื่นเสียงโจมตีได้แต่รู้สึกชาและมีความกลัวอัดแน่นอยู่ในจิตใจ เขาแทบไม่มีเวลาคิดและปล่อยการโจมตีขั้นสุดยอดออกไปเพื่อพยายามใช้กระบวนท่าลับหลบหนี
แต่ทันทีที่คิดเช่นนั้น คลื่นเสียงก็ข้ามห้วงอากาศมาถึงตรงหน้าเขาแล้ว
ฟู่!
คลื่นเสียงนั้นเคลื่อนผ่านร่างกายไป เสียงระฆังทำลายอณูแห่งชีวิตทั้งหมดในร่างกายของเทวะยุทธ์ผู้โชคร้ายทันที สีหน้าของเขายังคงหวาดผวาแต่ร่างกายกลับยืนนิ่ง แล้วเขาก็ระเบิดกลายเป็นไอเลือดที่จางหายไปในอากาศ
ฉู่โม่วยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น
สายตาของเขาเป็นราวกับสายฟ้า และระฆังจักรพรรดิบูรพายังคงดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง เสียงระฆังในแต่ละครั้งก็หมายถึงชีวิตของเทวะยุทธ์หนึ่งคน
ในเวลาไม่นาน เทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินก็ถูกชายหนุ่มสังหารไปกว่าเจ็ดถึงแปดคนแล้ว
ในตอนนี้… เหลือผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหรินอยู่ไม่มากนัก
นอกจากนายน้อยแล้ว ก็ยังเหลือมหาเทวะยุทธ์สองคนและเทวะยุทธ์อีกสี่ถึงห้าคนที่ยังคงกระเสือกกระสน แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าพวกเขาไม่มีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้อีกแล้ว!
“ฆ่าพวกมันให้หมดในทีเดียว!”
“อย่าให้ใครหนีไปได้!”
ผู้อาวุโสโจวตะโกนดังลั่น
ทันทีที่เขาพูดจบ ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์มากมายก็เริ่มแสดงพละกำลังเต็มที่และเข้าโจมตีผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหรินเป็นครั้งสุดท้าย
หากไม่เคลื่อนไหวก็คงไม่เป็นไร แต่ในเมื่อเคลื่อนไหวแล้วก็ต้องไม่ปล่อยให้ใครรอดไปได้ ไม่อย่างนั้น หากข่าวหลุดออกไปก็คงจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแน่นอน
แม้ว่าโอกาสจะมีเพียงน้อยนิด แต่พวกเขาก็ต้องพยายามกำจัดความเป็นไปได้นั้นให้หมด!
ภายใต้การโจมตีอันทรงพลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์ สถานการณ์ของเผ่าปาเหรินเพียงไม่กี่คนจึงเริ่มย่ำแย่ยิ่งขึ้นและอาจพ่ายแพ้ได้ทุกเมื่อ
“จะฆ่าพวกเราหมดจริง ๆ เหรอ?!”
สีหน้าของนายน้อยซีดจนไม่มีสี และเขายังคงกระอักเลือดออกมา แต่สายตาของเขาก็จับจ้องไปยังฉู่โม่ว
“มันจบแล้วละ คิดว่าฉันจะปล่อยแกไปรึไง?!”
ชายหนุ่มกล่าว
“นั่นสิ!”
นายน้อยพยักหน้าเบา ๆ “ถ้าเป็นฉันก็คงจะไม่เมตตาเหมือนกัน”
“แต่…”
“คิดว่าจะชนะฉันได้จริง ๆ เหรอ?!”
เขาพลันเผยรอยยิ้มออกมา สีหน้าที่เคยซีดเผือดกลับมามีสีอีกครั้ง
ก่อนที่ฉู่โม่วจะได้ตอบโต้
วินาทีต่อมา
แสงสีทองนับไม่ถ้วนก็ส่องสว่างออกมาจากร่างกายของนายน้อย พลังและกฎเกณฑ์แพร่กระจายออกมาเป็นคลื่นล่องหน ทำให้อุณหภูมิภายในรัศมีหลายหมื่นกิโลเมตรหนาวเย็นยะเยือกทันที
แม้แต่ผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์ก็สัมผัสได้ถึงเจตสังหารที่เจาะทะลวงเข้ามาในกระดูกสันหลัง
เห็นได้ชัดว่า…
นี่คือการโจมตีขั้นสุดยอดของนายน้อยเผ่าปาเหริน และพลังของมันก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว!
ผู้ปลุกพลังมนุษย์มากมายเปลี่ยนสีหน้าไปและกำลังจะถอยหนี ผู้อาวุโสโจวและผู้อาวุโสสวีเองก็สัมผัสได้ถึงรัศมีอันแข็งแกร่งนี้และกำลังจะขอให้ผู้ดูแลหอสัจธรรมถอยทัพก่อน
แต่ในตอนนั้นเอง
ฉู่โม่วก็หัวเราะร่วน “ดิ้นรนไปก็เท่านั้นแหละ!”
เมื่อพูดจบ… ดวงตาของเขาก็แข็งกร้าว ปฐมวิญญาณถูกเปิดใช้งาน และรัศมีสังหารรุนแรงพลันพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าในทันใด
“ฟาดฟัน!”
พลังจิตวิญญาณพุ่งออกไปพร้อมกับกระบี่ในมือของเขา กลายเป็นลำแสงสีทองและฟันตรงไปยังนายน้อยเผ่าปาเหริน
กระบวนท่าอันยิ่งใหญ่
กระบวนท่าจิตวิญญาณสังหาร!