ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 627 ได้ตายด้วยกระบี่เล่มนี้ก็โชคดีแล้ว!
บทที่ 627 ได้ตายด้วยกระบี่เล่มนี้ก็โชคดีแล้ว!
เมื่อฉู่โม่วใช้กระบวนท่าจิตวิญญาณสังหาร รัศมีที่น่าสะพรึงกลัวและแปลกประหลาดถึงขีดสุดก็แพร่ปะทุออกมาจากร่างกายของเขา
แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างไสวเรืองรองไปทั่วทั้งร่างกาย
พลังแห่งกฎเกณฑ์มายาปรากฏขึ้น
“นี่…”
นายน้อยผู้บ้าคลั่งมองดูภาพตรงหน้า แล้วความรู้สึกไม่ดีก็เข้ามาเกาะกุมจิตใจพร้อมกับหายนะเกินคำบรรยาย
ราวกับว่าสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดในชีวิตกำลังจะเกิดขึ้น!
อันที่จริง…
ลางสังหรณ์ของเขานั้นไม่ได้ผิดพลาดเลย
ครืน ครืน!
ในตอนนั้นเอง
แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวก็แพร่กระจายออกมาจากร่างกายของฉู่โม่ว จนโลกโดยรอบไม่อาจต้านทานไหวและสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดาวเคราะห์ทั้งดวงสั่นไหว รอยแยกปรากฏขึ้นในห้วงอากาศและพื้นดิน อักขระลึกลับปรากฏขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าและปลดปล่อยรัศมีเร้นลับออกมาในอากาศ
มันคือพลังแห่งกฎเกณฑ์ของสวรรค์และโลก
มันควรจะถูกซ่อนอยู่ภายใต้ต้นกำเนิดของห้วงมิติ แต่มันก็ถูกบีบเค้นออกมาเพราะกระบวนท่าจิตวิญญาณสังหารของฉู่โม่ว!
และนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น!
ครืน!
เสียงสั่นสะท้านยังคงดังอย่างต่อเนื่อง และรัศมีที่มันปลดปล่อยออกมาก็ยังคงรุนแรงยิ่งขึ้นราวกับว่าไร้ที่สิ้นสุด
ตูม! ตูม! ตูม!
แรงสั่นสะท้านบนท้องฟ้าและผืนโลกรุนแรงมากยิ่งขึ้น ความน่าสะพรึงกลัวค่อย ๆ แพร่กระจายออกไป และหัวใจของนายน้อยเผ่าปาเหรินก็ได้แต่ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ
รัศมีเช่นนี้…
ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความตาย!
ความตายนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ที่ผ่านมา!
“จะปล่อยให้เขาฟันกระบี่อีกไม่ได้ ไม่งั้นต้องตายแน่!”
นายน้อยเผ่าปาเหรินเสียวสันหลังวาบและไม่กล้าลังเลอีกต่อไป รัศมีที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก่อตัวขึ้นและมุ่งหน้าไปยังฉู่โม่วทันที
เขาตั้งใจจะพลิกสถานการณ์ก่อนที่ชายหนุ่มจะสังหารตน!
“ต้องฆ่าเขาเท่านั้นถึงจะรอด!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น
เจตสังหารในร่างกายของนายน้อยหนุ่มก็เข้มข้นยิ่งขึ้น ไม่ว่ารัศมีของเขาแพร่กระจายไปที่ใด ดาวเคราะห์ก็จะสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับว่ากำลังจะแหลกสลาย
ในตอนนี้…
รัศมีของทั้งสองฝ่ายทำให้ผู้ปลุกพลังทุกคนโดยรอบต้องหวาดผวา
ไม่ว่าจะเป็นเทวะยุทธ์หรือมหาเทวะยุทธ์ และกระทั่งราชันย์เทพยุทธ์ต่างเปลี่ยนสีหน้าไปทันที
“แย่แล้ว!”
“ถอยไปเร็วเข้า!”
“การต่อสู้นี้เหนือกว่าระดับของพวกเราแล้ว หนีไปเร็ว!”
ทุกคนรีบหลบหนีอย่างรวดเร็ว
เหล่าเทวะยุทธ์และมหาเทวะยุทธ์นั้นรวดเร็วพอที่หลบหลีกได้ แต่ผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์ทั่วไปนั้นยากที่จะหลบหนีไปได้ทัน ผู้ติดตามอย่างเฉินต้าวซวีและทูตทั้งหลาย รวมไปถึงผู้ตรวจการโจวและผู้เฒ่าสวีจึงรีบหลบหนีอย่างรวดเร็ว แล้วในขณะเดียวกันก็สูบฉีดเลือดและพลังงานเพื่อก่อเกราะป้องกันขึ้นและป้องกันเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ข้างหลัง
และระหว่างที่พวกเขารีบหนีไป พลังของนายน้อยเผ่าปาเหรินก็เพิ่มไปจนถึงขีดสุด แล้วเขาก็ผลักมือทั้งสองข้างออกมา ทำให้แสงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวน่าสะพรึงกลัวก็พลุ่งพล่านออกมา
“ไปลงนรกซะ!”
แววตาของนายน้อยเผ่าปาเหรินนั้นดุร้ายขณะที่เขาคำรามเสียงดังลั่น
ตูม ตูม ตูม!
เมื่อแสงศักดิ์สิทธิ์พรั่งพรูออกมา แรงกดดันไร้ที่สิ้นสุดก็แพร่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่เหล่าผู้ปลุกพลังที่หนีออกไปจากใจกลางของการต่อสู้ก็ยังรู้สึกได้ว่าเลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตในร่างกายหยุดนิ่ง แม้แต่เลือดเนื้อก็ดูราวกับว่าละลายหายไปอย่างน่าหวาดผวา
“นี่มันอะไรกัน?!”
“เป็นกระบวนท่าที่แปลกจริง ๆ!”
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งกล่าวด้วยความตกตะลึง
ฉู่โม่วจะต้านทานแสงศักดิ์สิทธิ์แปลกประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้ได้ไหม?!
เมื่อคิดได้ดังนั้น พวกเขาก็หันไปมองชายหนุ่มด้วยสายตาเป็นกังวล
ภาพในตอนนี้นั้น…
ผู้ฝึกกระบี่หนุ่มลอยอยู่กลางอากาศท่ามกลางสายตาอันเป็นกังวลของผู้คนนับไม่ถ้วน ก่อนที่แสงศักดิ์สิทธิ์แปลกประหลาดจะมาถึง เขาไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย แต่กลับจดจ่อไปที่ทะเลจิตวิญญาณ
ตอนนี้ในทะเลจิตวิญญาณของฉู่โม่วมีกงล้อทองคำปฐมวิญญาณสี่ชั้นปรากฏขึ้น และเปล่งประกายแสงสีทองไปทั่วทุกหนแห่ง ปฐมวิญญาณขนาดสามนิ้วนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างบนพร้อมกระบี่สีทองเล่มยาวบนเข่าขณะที่นั่งหลับตาทำสมาธิ แสงสีทองแห่งปฐมวิญญาณฉายลงบนร่างกาย ดูราวกับม่านแสงที่ดูศักดิ์สิทธิ์อย่างถึงที่สุด!
ในตอนนี้ รัศมีปฐมวิญญาณแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ที่วางอยู่บนหน้าตักก็สั่นสะท้านรุนแรงยิ่งขึ้น ราวกับว่ามันทนไม่ไหวอีกต่อไปและอยากจะพุ่งออกไปสำแดงฤทธาในโลกภายนอก
เพียงแค่วินาทีเดียว แต่รู้สึกราวกับหมื่นปี!
เมื่อรัศมีทั้งหมดเพิ่มจนถึงขีดสุด และแสงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวห่างไปจากฉู่โม่วเพียงแค่ไม่กี่เมตร สำหรับผู้คนทั่วไป มันก็เป็นเหมือนเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น แต่สำหรับผู้ปลุกพลังขั้นเทพเจ้าแล้ว มันใช้เวลาไม่ถึงเสี้ยววินาทีด้วยซ้ำ และฉู่โม่วกำลังจะถูกแสงศักดิ์สิทธิ์นี้โจมตี
ในจังหวะนั้นเอง
ครืน!
ชายหนุ่มพลันลืมตาขึ้นและมีลำแสงพุ่งออกมาจากดวงตา
ในขณะเดียวกัน ปฐมวิญญาณในทะเลจิตวิญญาณของเขาก็ลืมตาขึ้นและมีลำแสงพุ่งออกมาจากดวงตา
“ฟัน!”
เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ
แต่เมื่อมันแพร่กระจายออกไป มันก็ดังกึกก้องราวกับสายลมและสายฟ้าไปทั่วทุกทิศทาง
หลังจากนั้น
ปฐมวิญญาณในทะเลจิตวิญญาณของเขาดูเหมือนจะได้รับคำสั่งจึงถือกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ขึ้นมาในทันใด ร่างของเขาพุ่งออกมาจากทะเลจิตวิญญาณ กลายเป็นสายรุ้งสีทองอร่ามที่ทะลุผ่านห้วงอากาศ และมุ่งหน้าไปยังแสงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวทันที
แคร๊ก! แคร๊ก! แคร๊ก!
เมื่อปฐมวิญญาณพุ่งออกมาพร้อมกับกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ แสงกระบี่สีทองก็สว่างไสวไปทั่วทั้งผืนฟ้าทันที
แสงสว่างไสวไร้ที่สิ้นสุดเฉิดฉายไปทั่วทั้งกาแล็กซีและจักรวาล พลังงานอันยิ่งใหญ่แพร่กระจายออกไป ห้วงอากาศนับไม่ถ้วนพังทลายลง พื้นดินทรุดจมลงไป และกฎเกณฑ์ในห้วงมิติแตกสลายจนเกิดเสียงแตกหักขึ้น
ครืน!
เมื่อเสียงดังสนั่นขึ้น กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ก็โจมตีไปยังแสงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวทันที แม้ว่าแสงศักดิ์สิทธิ์จะเผยพลังออกมาเต็มที่แล้ว รัศมีไร้ที่สิ้นสุดก็จางหายไป แล้วกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ก็มุ่งหน้าต่อไปยังนายน้อยเผ่าปาเหริน
“เป็นไปได้ยังไงกัน!”
เมื่อเห็นว่าพลังเหนือธรรมชาติที่ตัวเองฝึกฝนมานานพังทลายลงในชั่ววินาที นายน้อยหนุ่มก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา
พลังแบบนี้… น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!
ก่อนหน้านี้ที่แสงกระบี่พุ่งเข้ามา เขาก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่อาจต้านทานได้
ตอนนี้ในหัวใจของเขามีเพียงความสิ้นหวัง
แต่แล้วความต้องการที่จะมีชีวิตรอดก็โถมเข้ามา
เขายังไม่อยากตาย!
เขาคือนายน้อยแห่งเผ่าปาเหรินและยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่ เขาจะมาตายที่นี่ได้ยังไงกัน?!
เมื่อคิดได้ดังนั้น
นายน้อยหนุ่มก็ละทิ้งเกียรติศักดิ์ศรีทั้งหมดและเริ่มอ้อนวอนขอร้อง
“ไม่นะ อย่าฆ่าฉันเลย!”
“ฉันยอมแพ้แล้ว ฉันยอมแพ้นายแล้ว! อย่าฆ่าฉันเลย!”
“ได้โปรด อย่า… ไม่นะ! ฉันยังตายไม่ได้!”
“ฉันจะมา… ตายที่นี่ได้ยังไงกัน!!!”
เขาขอร้องเสียงดังลั่น แต่กระบี่สีทองก็ยังคงมุ่งหน้าเข้ามาใกล้ ท้ายที่สุด มันก็พุ่งเข้าไปฟันในทะเลจิตวิญญาณของเขาภายใต้สายตาอันสิ้นหวังนั้น!
ทันใดนั้น
แสงศักดิ์สิทธิ์เรืองรองก็ระเบิดออกมาปกคลุมทุกมุมโลก
ทั่วทั้งร่างกายของนายน้อยเผ่าปาเหรินอาบไปด้วยแสงสีทองราวกับว่าเขากลายเป็นดวงอาทิตย์ดวงใหญ่
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร
เมื่อแสงศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ค่อย ๆ จางหายไป
นายน้อยหนุ่มยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยสีหน้าเฉยชาและไร้ซึ่งรัศมีใด ๆ
ภายใต้กระบี่นั้น อณูแห่งชีวิตทั้งหมดในร่างกายของเขาถูกทำลาย และแม้แต่ปฐมวิญญาณก็ถูกกำจัดไปด้วย แต่เขาก็ยังไม่ตายในทันที ในตอนนี้ ดวงตาของเขากลับจ้องเขม็งไปยังฉู่โม่วและเอ่ยขึ้น “นี่มันพลังเหนือธรรมชาติแบบไหนกัน?!”
กลางอากาศ
ปฐมวิญญาณของฉู่โม่วถือกระบี่อยู่ในสองมือและยืนอยู่กลางอากาศ
ปฐมวิญญาณของเขาเรืองแสงศักดิ์สิทธิ์และกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ก็เผยจังหวะเต๋าไร้ที่สิ้นสุดออกมาพร้อมกับแสงสว่างไสว
บนคมกระบี่ คือแสงกระบี่สว่างเรืองรองและแผ่เจตสังหารไร้ที่สิ้นสุดรุนแรงราวกับดวงอาทิตย์ลุกโชน
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็กล่าวช้า ๆ “กระบวนท่าจิตวิญญาณสังหารยังไงล่ะ!”
“อย่างนี้นี่เอง”
ร่างกายของนายน้อยหนุ่มค่อย ๆ แยกออกจากกัน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้ตัวและยังพึมพำต่อไป “ได้ตายด้วยกระบี่นี้ก็ถือว่าโชคดีแล้วละ!”
ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย
กระบวนท่าจิตวิญญาณสังหารคือสุดยอดกระบวนท่าลับ!
ตั้งแต่ฉู่โม่วเรียนรู้มัน เขาก็ฝึกฝนมันอยู่ในทะเลจิตวิญญาณ ประกอบกับสุดยอดยุทธภัณธ์วิญญาณอย่างกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์แล้ว พลังของมันก็น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก และตั้งแต่ศึกษามันสำเร็จ เขาก็มีโอกาสได้ใช้มันเพียงแค่สามครั้งเท่านั้น
ครั้งแรกคือเพื่อทำลายโลกขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดหายนะ และเอาชนะต้นกำเนิดความมืดมิดของยอดมนุษย์เหนือเทพเจ้า
ครั้งที่สองคือเพื่อสังหารความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค!
และครั้งที่สามคือการสังหารนายน้อยหนุ่มแห่งเผ่าปาเหริน
พูดอีกอย่างก็คือ เขาโชคดีแล้วที่ได้ตายด้วยกระบี่เล่มนี้!
แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องเอ่ยถึงในตอนนี้
ในตอนนี้ หลังจากที่นายน้อยหนุ่มพูดจบ ลมหายใจของเขาก็หยุดนิ่ง ร่างกายของเขาระเบิดออก และร่วงลงมาจากท้องฟ้าอย่างไร้การเคลื่อนไหวทันที
ตอนนี้ …นายน้อยแห่งเผ่าปาเหรินเสียชีวิตลงแล้ว และจิตวิญญาณก็ลอยจากไป!
“นายน้อย!”
ผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหรินที่ยังเหลืออยู่ได้แต่อุทานออกมาเสียงดังลั่นเมื่อเห็นการตายของอีกฝ่าย
จนกระทั่งได้สติกลับมาจากความตกตะลึง
“แก กล้าฆ่านายน้อยได้ยังไงกัน แกจบเห่แน่! พวกแกจบสิ้นแล้วละ!”
“พอตระกูลผู้นำของเผ่าพันธุ์รู้เรื่อง พวกเขาจะต้องส่งกองทัพขนาดใหญ่มาแน่ แล้วตอนนั้น พวกแกก็จะถูกฆ่าจนหมดทั้งเผ่าพันธุ์!”
“รอก่อนเถอะ รอภายใต้ความหวาดกลัวและการถูกไล่ล่า! ทุกคนที่นี่จะต้องถูกฝังไปกับนายน้อย!”
พวกเขาเก็บความหวาดกลัวในใจเอาไว้ไม่ไหวและได้แต่ระบายออกมาทางคำพูดเท่านั้น
แต่… หลังจากที่ได้ยินคำข่มขู่ของผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหริน ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ทั้งหลายก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด
มันจบแล้ว!
เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวก็ไร้ความหมาย สิ่งเดียวยังสามารถทำได้คือกวาดล้างผู้ปลุกพลังทุกคนในเผ่าปาเหรินและไม่ให้ข่าวรั่วไหลออกไปได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ผู้ตรวจการโจวก็ตะโกนลั่น “ฆ่าพวกมันให้หมด!”
หลังจากที่เขาพูดจบ ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ทุกคนก็พุ่งออกไปห้อมล้อมพวกเขาเอาไว้ทันที
“หนีไป!”
“รีบหนีไปจากที่นี่ ไม่ว่ายังไงก็ต้องรายงานข่าวให้ได้!”
ผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหรินต่างก็หมดกำลังใจที่จะต่อสู้และอยากจะหลบหนีออกไปจากที่นี่
แม้ว่าหลบหนีไปก็ไร้ประโยชน์ แต่ตามกฎของเผ่าปาเหรินแล้ว ในฐานะผู้ติดตามหรือผู้คุ้มกัน พวกเขาจะต้องถูกฝังศพตามนายน้อยไปด้วย ดังนั้นแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะกลับไปยังเผ่าพันธุ์ปาเหรินได้สำเร็จ พวกเขาก็ต้องพบกับความตาย
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากอยากมีชีวิตรอดไปได้ พวกเขาก็จะต้องเร่ร่อนไปในจักรวาล
อย่างไรแล้วพวกเขาก็ไม่ได้ตัวคนเดียว!
ในเผ่าปาเหรินนั้นยังมีตระกูลผู้นำและพละกำลังอยู่ หากนายน้อยเสียชีวิตไปและพวกเขาเร่ร่อนแทนที่จะรายงานข่าว เมื่อตระกูลผู้นำรู้เรื่องเข้า ครอบครัวของพวกเขาก็จะถูกลงโทษและอาจถูกทำลายได้
ดังนั้นแล้ว สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้คือหลบหนีออกไปจากที่นี่และพยายามรายงานข่าวให้กับกองกำลังของเผ่าพันธุ์สุดฝีมือ หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็อาจรอดพ้นข้อหาอาชญากรรมและรักษาครอบครัวเอาไว้ได้
ด้วยเป้าหมายนี้ในจิตใจ ผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหรินทุกคนก็เริ่มวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง
แต่ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ได้ขัดขวางพวกเขาเอาไว้ด้วยกระบวนท่ามากมาย ทำให้ไม่มีโอกาสหลบหนีออกไปได้แม้แต่น้อย
ในขณะเดียวกันฉู่โม่วเองก็เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
กระบี่ดาราทมิฬถูกกำอยู่ในมือ ลมปราณ และอณูแห่งชีวิตของเขาพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งจนเพิ่มขึ้นถึง 2.67 ล้านพลังมังกรในทันที!
แล้วภายใต้การเพิ่มขีดจำกัด 500 เท่าและอีก 2 เท่าจากอณูแห่งชีวิต มันก็กลับกลายเป็น 2.7 พันล้านพลังมังกรในทันใด!