ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 630 ตรวจสอบผลการเก็บเกี่ยว กระจกชำระล้าง และวิชาสวรรค์อมตะ!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 630 ตรวจสอบผลการเก็บเกี่ยว กระจกชำระล้าง และวิชาสวรรค์อมตะ!
บทที่ 630 ตรวจสอบผลการเก็บเกี่ยว กระจกชำระล้าง และวิชาสวรรค์อมตะ!
เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพลังจิตวิญญาณนั้นเป็นเพียงแค่ตัวกระตุ้นเท่านั้น พลังทั้งหมดของลำแสงนั้น รวมไปถึงพลังกัดกร่อนและเจตสังหารต่างก็เป็นของตัวของเหลวเองทั้งสิ้น พูดอีกอย่างก็คือ พลังทั้งหมดของหยกชิ้นนี้เกิดขึ้นจากของเหลวที่บรรจุอยู่ภายใน
แต่แค่เพียงหยดเดียวก็ทรงพลังได้ถึงขนาดแล้วเหรอ?
“มันอาจจะเป็นแก่นเลือดของมหาเทวะยุทธ์ แต่พลังของมันเทียบไม่ได้ แล้วยังแย่กว่าด้วยซ้ำ!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเอง
แม้ไม่รู้ว่ามันมีที่มาอย่างไร เขาก็มั่นใจได้ว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน ชายหนุ่มยังคงรู้สึกอยู่ในใจว่าที่มาของของเหลวนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ หากหาต้นตอพบก็คงเป็นโอกาสครั้งใหญ่เลยทีเดียว!
‘หยกนี่ลึกลับจริง ๆ พอกลับไปที่ตำหนักบรรพชน ฉันจะเชิญเหล่าบรรพชนมาตรวจสอบดู แบบนั้นก็อาจจะหาที่มาและจัดการมันได้!’
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เก็บสมบัติชิ้นนี้เข้าไปในที่เก็บของ
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ชายหนุ่มหันไปมองสมบัติชิ้นสุดท้าย
มันเป็นกระดูกที่ดูคล้ายหยก ซึ่งเป็นกระดูกนิ้วมือขวาของนายน้อยเผ่าปาเหริน ข้างในกระดูกชิ้นนั้นมีโลกลับที่นายน้อยเผ่าปาเหรินเปิดขึ้นมา ทรัพย์สมบัติทั้งหลายของเขาต่างก็ถูกเก็บเอาไว้ข้างในโลกนั้น
ในฐานะนายน้อยแห่งเผ่าปาเหริน สุดยอดเผ่าพันธุ์ในจักรวาล เขามีฐานะสูงส่งและร่ำรวยอย่างถึงที่สุด ทำให้ฉู่โม่วตั้งตารอสมบัติที่จะได้พบไม่น้อยทีเดียว
พูดอีกอย่างก็คือ… ห้วงมิติลับที่ผู้ปลุกพลังเปิดขึ้นมานั้นเร้นลับอย่างถึงที่สุด แม้ว่าผู้ปลุกพลังจะตายไปแล้ว คนนอกก็ยังเปิดเข้าไปข้างในได้ยาก แต่สำหรับชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์แห่งห้วงมิติแล้ว มันไม่เป็นอุปสรรคเลยสักนิด
ด้วยความสามารถแห่งสัมผัสห้วงมิติ เขาก็ค้นพบร่องรอยห้วงมิติอยู่ข้างในกระดูกนิ้วมือนี้ แล้วจึงใช้ใบมีดห้วงมิติเปิดเส้นทางขึ้นมา
ตอนนี้ …คลังเก็บของลับของนายน้อยเผ่าปาเหรินถูกเปิดเผยออกมาตรงหน้า
สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของเขาคือกองหยกปฐมกาลขนาดใหญ่ที่ส่องแสงสว่างไสวและเต็มเปี่ยมไปด้วยอณูแห่งชีวิต มันมีจำนวนมากจนกองใหญ่เกือบเท่าภูเขา หากคำนวณคร่าว ๆ ก็จะเห็นว่ามีอยู่อย่างน้อยหลายพันล้านก้อนทีเดียว
นอกจากนี้… ยังมีทรัพยากรในการฝึก ยาอายุวัฒนะ กระบวนท่าต่าง ๆ และกระทั่งยุทธภัณฑ์วิญญาณอีกมากมาย!
เป็นจำนวนที่น่าหวาดกลัวทีเดียว!
ในพริบตาแรก ทั่วทั้งห้วงมิติลับนี้เต็มไปด้วยรัศมีแปรปรวนอันน่าสะพรึงกลัว
เมื่อเห็นภาพนี้ แม้แต่ฉู่โม่วก็ต้องลืมหายใจด้วยความตกตะลึง
แม้ว่าเขาจะคาดการณ์เอาไว้แล้ว แต่เมื่อได้เห็นภาพที่แท้จริงตรงหน้า เขาก็ยังต้องตกตะลึงในความมั่งคั่งของนายน้อยเผ่าปาเหรินคนนี้
“แต่…”
“ตอนนี้ทั้งหมดเป็นของฉันแล้ว!”
ฉู่โม่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อมองไปยังพื้นที่โดยรอบ เขาก็หันไปคว้าหยกปฐมกาลมากมายเข้ามาใส่โลกในฝ่ามือ แล้วจึงหยิบยาบางส่วนมาพินิจ เปิดขวดยาจำนวนหนึ่งดู และพลันสัมผัสได้ถึงพลังบริสุทธิ์ที่พุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า นอกจากประสิทธิภาพแล้ว คุณภาพของมันก็เหนือยิ่งกว่ายาอื่น ๆ ด้วย
ทั้งหมดเป็นยาที่มีคุณภาพสมบูรณ์แบบ เหนือระดับ 9!
“ยาพวกนี้คงจะเป็นยาที่นายน้อยเผ่าปาเหรินกินทุก ๆ วัน ส่วนมากก็เพื่อเพิ่มเลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิต ส่วนที่เหลือก็เป็นยารักษาและฟื้นฟู ด้วยยาพวกนี้ ฉันก็จะเพิ่มระดับพลังและเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์ได้เร็วขึ้น!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเอง
หลังจากนั้น เขาก็เก็บยาเหล่านี้เข้าไปในพื้นที่เก็บของโดยไม่ลังเล
ส่วนสมุนไพรที่เป็นสมบัติหายากนั้น แต่ละชิ้นปลดปล่อยกระแสพลังงานรุนแรงออกมา แต่ส่วนมากเป็นสมุนไพรที่ชายหนุ่มไม่รู้จัก พวกมันจึงถูกผนึกเอาไว้ในกล่องหยกหรือปลูกเอาไว้บนโลกในฝ่ามือ
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็หันไปจับตามองยังเหล่ายุทธภัณฑ์วิญญาณเรืองรอง
แค่เพียงแวบแรกที่มองก็รู้ได้ทันที
มันคือกระจกโบราณ!
กระจกทั้งบานดูบริสุทธิ์และงดงามจนโดดเด่นออกมาจากเหล่ายุทธภัณฑ์วิญญาณ แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากสมบัติชิ้นอื่น ๆ
กระจกโบราณนั้นห้อมล้อมไปด้วยแสงบาง ๆ และพลังงานพลุ่งพล่าน ห้วงอากาศเริ่มฉีกขาดออกจากกัน ในขณะที่อักขระลึกลับสว่างไสวปรากฏตัวขึ้นและหายวับไปมา
“นี่มัน…”
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง สัมผัสสวรรค์ก็เจาะทะลวงเข้าไป และมีข้อมูลมากมายหลั่งไหลออกมาทันที
“กระจกชำระล้าง!”
ฉู่โม่วพลันอุทานชื่อของกระจกบานนี้ออกมา
กระจกนี้ไม่ใช่อาวุธวิเศษหรือยุทธภัณฑ์วิญญาณใด ๆ
มันเป็นสมบัติประเภทที่ไม่อยู่ในอันดับใด ไร้ซึ่งพลัง และมีเพียงแค่การใช้งานเดียว!
คือชำระล้างจิตใจ!
ตามชื่อของมัน หากใช้กระจกบานนี้กับประวัติศาสตร์ก็จะรู้ถึงการเกิดขึ้นและจบลงของสิ่งต่าง ๆ ได้ และหากใช้กับผู้คนก็จะสามารถรู้ข้อได้เปรียบและเสียเปรียบได้
และกระจกชำระล้างก็สามารถส่องสว่างในหัวใจของผู้ปลุกพลังและกำจัดความมืดมิดออกไปได้!
เส้นทางแห่งการฝึกวิทยายุทธ์นั้นยากลำบาก การปะทะและต่อสู้นั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และยังจำเป็นต้องสำรวจดินแดนเร้นลับหรือแยกตัวไปฝึกฝนอีกด้วย สิ่งเหล่านี้มักจะทำให้ผู้ปลุกพลังได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะมองเห็นได้หรือไม่ก็ตาม
หรืออาจฝึกฝนอย่างหนักจนเสียสติไปโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้
แต่ด้วยกระจกที่ฉายเข้าไปในหัวใจของผู้คนนี้ พวกมันจะถูกเปิดเผยออกมาเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง
เยี่ยม!
นอกจากจะสามารถส่องสว่างให้เห็นข้อบกพร่องในร่างกายหรือจิตวิญญาณของผู้ปลุกพลังได้แล้ว กระจกชำระล้างยังสามารถชดเชยข้อบกพร่องนั้นได้ด้วย!
หลังจากที่รู้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ต้องอ้าปากค้าง
ในฐานะผู้ปลุกพลังคนหนึ่ง
เขาเข้าใจแล้วว่ากระจกชำระล้างนี้ทรงพลังขนาดไหน!
เมื่อมีสิ่งนี้แล้วก็หมายความว่า ตั้งแต่นี้ไป ร่างกายของเขาจะไร้ซึ่งจุดอ่อน และแม้แต่จิตวิญญาณก็ไม่มีข้อบกพร่อง ทั่วทั้งร่างกายจะกลายเป็นสภาพสมบูรณ์แบบอันไร้ซึ่งจุดอ่อน!
“สมบัตินี่สำคัญกับฉันมาก!”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง
หลังจากนั้น…
เขาก็อดจินตนาการอยู่ในใจไม่ได้ “อย่างที่คิดไว้เลย นายน้อยเผ่าปาเหรินที่เป็นถึงสุดยอดเผ่าพันธุ์ในจักรวาลมีสมบัติแบบนี้อยู่จริง ๆ… สมบัติที่ล้ำค่าแบบนี้ แม้แต่ทั่วทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็หามาไม่ได้!”
แม้จะรู้ว่ามรดกตกทอดและประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์ขนาดใหญ่เช่นนี้นั้นน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด และเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ไม่อาจเทียบเคียงได้แม้แต่น้อย ทำให้ยากที่จะจินตนาการเห็นได้ด้วยตัวเอง
และในตอนนี้…
เมื่อได้เห็นทรัพยากรมหาศาลของนายน้อยคนนี้แล้ว ทรัพยากรของนายน้อยอันดับหนึ่ง และผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงของเผ่าปาเหรินจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงไหนกัน?
“มิน่าล่ะ เผ่าพันธุ์ถึงได้มีประวัติศาสตร์ยาวนานขนาดนี้ แข็งแกร่งจริง ๆ!”
“พวกเขาสืบทอดมรดกต่อกันมานับปีไม่ถ้วน สมบัติมหาศาลที่กองกำลังและเผ่าพันธุ์ทั่วไปไม่อาจจินตนาการถึงได้ก็ถูกเก็บสะสมเอาไว้ พื้นฐานแบบนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้กองกำลังพัฒนาขึ้นมากแล้ว ถ้าผ่านไปเป็นเวลานาน กองกำลังก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ากองกำลังที่อ่อนแอไม่โชคดีจริง ๆ ก็คงจะตามทันได้ยาก!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเอง
ในตอนนี้เองที่เขาเริ่มนึกย้อนกลับไปถึงการก่อกำเนิดของเผ่าพันธุ์มนุษย์
ในระยะเพียงไม่กี่ล้านปี มันพัฒนาขึ้นจากการก้าวเข้าสู่โลกอวกาศมาจนถึงจุดนี้ เรียกได้ว่านอกจากความโชคดีบางส่วนแล้ว เผ่าพันธุ์มนุษย์ยังสูญเสียบรรพบุรุษที่เสียสละเลือดเนื้อไปมากมาย
ในจักรวาลนั้น ผลลัพธ์เช่นนี้ก็ถือได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว!
ด้วยความคิดเช่นนี้ ชายหนุ่มก็เดินหน้าตรวจสอบสมบัติอื่น ๆ ต่อไป
หลังจากนั้น เขาก็ไม่พบสมบัติที่น่าสะพรึงกลัวเหมือนกระจกชำระล้าง แต่เจ้าตัวก็ไม่เสียใจเลยสักนิด อย่างไรแล้ว สมบัติเหล่านี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะหาพบได้ทั่วไป
อันที่จริง แค่ได้พบกระจกชำระล้างก็ถือว่าเป็นพรครั้งใหญ่สำหรับเขาแล้ว!
แม้ว่าสมบัติที่เหลือจะเป็นสมบัติทั่วไป แต่หากไม่เปรียบเทียบกับกระจกชะรำล้างแล้ว พวกมันก็เป็นสมบัติที่ดีทีเดียว
ในหมู่ยุทธภัณฑ์วิญญาณที่เหลืออยู่นั้นมีสมบัติโบราณทั้งสิ้นสามชิ้น
ชิ้นแรกเป็นกระบี่ที่ดูราวกับน้ำแข็งและหิมะ มันมีชื่อว่ากระบี่ผืนสมุทรและมีพลังที่แข็งแกร่งไม่น้อย ในความคิดเห็นของฉู่โม่ว มันไม่แย่ไปกว่าเขาสายฟ้าสีม่วงซึ่งเป็นสมบัติโบราณหายากในการประมูลของหอศักดิ์สิทธิ์เลย
ชิ้นที่สองนั้นเป็นเหมือนผืนผ้าโปร่งและมีชื่อว่าผ้าไหมกลืนกินสวรรค์
มันเป็นสมบัติประเภทเสริมพลังและมีพลังป้องกันเล็กน้อย แต่การทำงานหลักของมันคือการดูดซับพลังงานภายนอกที่ยุ่งเหยิงและกักเก็บเอาไว้เพื่อระเบิดในภายหลังได้ คุณภาพของมันไม่แย่เลยทีเดียว ในหมู่สมบัติโบราณด้วยกัน เรียกได้ว่ามันเป็นสมบัติระดับสูงเลยด้วยซ้ำ
ผ้าไหมกลืนกินสวรรค์และกระบี่ผืนสมุทรนั้นเป็นเสมือนพี่น้องกัน
นอกจากนี้ยังมีสมบัติวิเศษและยุทธภัณฑ์วิญญาณอีกมากมาย แต่ส่วนมากนั้นเป็นเพียงแค่ระดับที่ 9 ซึ่งไม่ถือว่าเป็นสมบัติโบราณ แม้ว่าจะล้ำค่าไม่น้อย แต่พวกมันก็ไม่มีค่าในสายตาของฉู่โม่ว ณ ตอนนี้
ท้ายที่สุด ชายหนุ่มก็หันไปมองยังกระบวนท่าที่เป็นมรดกตกทอด
กระบวนท่าล้ำค่าส่วนมากที่ถูกบันทึกเอาไว้ในตำราหยกนี้เป็นกระบวนท่าระดับทองคำ ทำให้แต่ละกระบวนท่านั้นทรงพลังและมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดาเลย
นอกจากนี้ยังมีกระบวนท่าลับที่เป็นมรดกตกทอดสลักอยู่บนสมบัติอันน่าอัศจรรย์ รวมไปถึงกระบวนท่าระดับโชคลาภขั้น 4-5 ด้วย
ต้องบอกเลยว่า
มรดกกระบวนท่าระดับโชคลาภนี้นั้น เพราะเคยได้สัมผัสกับโชคลาภครั้งยิ่งใหญ่มาก่อน มันจึงทรงพลังเกินกว่าที่กระดาษทั่วไปหรือหยกชิ้นไหน ๆ จะต้านทานได้ ทำให้จำเป็นต้องใช้สมบัติวิเศษมากมายหลายชนิดในการบันทึก
ดังนั้นแล้ว…
สมบัติใดก็ตามที่สามารถบรรจุมรดกกระบวนท่าลับนี้เอาไว้ได้ก็จะต้องแข็งแกร่งไม่น้อยด้วยเช่นกัน
เช่นเดียวกันกับชิ้นที่อยู่ตรงหน้า
สายตาของฉู่โม่วจับจ้องไปยังหนึ่งในสมบัติมรดกตกทอดตรงหน้า
มันคือแผ่นศิลาแผ่นหนึ่ง
มันดูเป็นแผ่นหินธรรมดาทั่วไปแต่กลับมีน้ำหนักมหาศาล
ห้วงอากาศภายใต้แผ่นหินนี้ฉีกขาดออกเล็กน้อยราวกับว่าไม่อาจรับน้ำหนักของแผ่นศิลาไหว
เมื่อเพ่งสมาธิไปยังแผ่นศิลานี้
ข้อมูลมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในความคิดทันที
วิชาสวรรค์อมตะ!
มันคือกระบวนท่าสวรรค์อมตะจากเทพอมตะ และเป็นสุดยอดกระบวนท่าลับในการบ่มเพาะร่างกาย หากฝึกฝนไปได้ระดับหนึ่งแล้วก็จะสามารถฝึกฝนร่างกายให้เป็นอมตะได้ แม้ว่าจะเป็นร่างกายของเด็กหนุ่มที่จิตวิญญาณพังทลายลง ตราบใดที่ยังมีร่องรอยของเลือดเหลืออยู่ เขาก็สามารถฟื้นคืนชีพกลับมาเกิดใหม่ได้อีกครั้งโดยที่พื้นฐานการฝึกฝนทั้งหมดยังคงเหมือนเดิม!
เมื่อสัมผัสได้ถึงคำอธิบายของกระบวนท่านี้ แม้แต่ชายหนุ่มก็ต้องตกตะลึง
“การฝึกฝนขั้นสุดยอด ทำให้เป็นอมตะ แล้วยังฟื้นคืนชีพได้ด้วยเลือดแค่หยดเดียว!”
“นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเองด้วยความตกตะลึงสุดขีด
แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ฝึกฝนมันจริงจังและยังไม่รู้ว่าคำอธิบายนี้เป็นความจริงหรือไม่ แต่แค่จดจ่อพลังจิตวิญญาณเข้าไปและสัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ข้างในกระบวนท่าลับที่ถูกสืบทอดมานี้ เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่ามันคือความจริงอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
นั่นหมายความว่า
เมื่อการฝึกฝนสำเร็จ เขาก็สามารถกลายเป็นอมตะได้จริง ๆ!
“แต่…”
“ในเมื่อมันเป็นกระบวนท่าที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ ทำไมนายน้อยเผ่าปาเหรินถึงไม่ฝึกฝนมันล่ะ?”
ฉู่โม่วพลันนึกสงสัยขึ้นมา
หลังจากนั้น เขาก็เห็นว่าแผ่นหินนั้นเปิดเผยรัศมีที่แตกต่างไปจากสมบัติชิ้นอื่นอย่างชัดเจน มันเปี่ยมไปด้วยรัศมีโบราณที่ทำให้ชายหนุ่มนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมาทันที
“หรือว่านายน้อยเผ่าปาเหรินเพิ่งจะได้กระบวนท่านี้มาและยังไม่มีเวลาฝึกฝนงั้นเหรอ?!”