ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 631 คัมภีร์ห่มสวรรค์ กำไรชั้นยอด!
บทที่ 631 คัมภีร์ห่มสวรรค์ กำไรชั้นยอด!
ยิ่งเขาคิดถึงสิ่งนี้มากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งคล้ายมากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรเสีย ต่อให้เป็นคนทั่วไป พวกเขาก็สามารถรู้ได้อยู่แล้วว่ากระบวนท่าวรยุทธ์นี้ทรงพลังขนาดไหน และพวกเขาย่อมไม่พลาดที่จะฝึกฝนมันทันทีหลังได้ครอบครองด้วย ทว่านายน้อยของฝั่งนั้นกลับไม่ได้ฝึกฝนมัน บางทีตั้งแต่ที่ได้มันมา เขาอาจจะไม่ว่างมาฝึกฝนมันเลยก็ได้
นึกย้อนกลับไปถึงตอนที่นายน้อยเผ่าปาเหรินเข้ามา ยานลำนี้เสียหายและพลังงานเองก็ไม่เพียงพอ มันดูเหมือนสิ่งที่เพิ่งผ่านสงครามมา สภาพเช่นนี้คาดเดาได้ไม่ยากนัก พวกเขาน่าจะหนีมาจากเขตแดนลับหรือไม่ก็ดินแดนต้องห้ามอะไรพวกนี้แน่ ๆ
หรือจะให้พูดอีกอย่าง…
ตำราเล่มนี้ที่นายน้อยเผ่าปาเหรินได้มานั้น จะต้องมาจากเขตแดนลับอย่างแน่นอน!
บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาดีใจมาก ๆ ขณะที่ได้ตำราเล่มนี้มา แต่ก็น่าเสียดายที่ตนเองต้องมาตายไปก่อนจะได้เริ่มฝึกฝน และในตอนนี้ สมบัติล้ำค่าที่ไม่เคยได้รับการใช้งานมาก่อนจึงตกมาอยู่ในมือของฉู่โม่วไปโดยปริยาย
“กำไร! กำไรจริง ๆ!”
ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วเก็บสมบัติอัศจรรย์ที่บันทึกไว้ถึง ‘คัมภีร์สวรรค์อมตะ’ ลงไปในมิติพกพา เพื่อที่จะได้เตรียมเรียนรู้และฝึกฝนมันอย่างละเอียดในอนาคต
หลังจากทำสิ่งนี้เสร็จแล้ว เขาก็จ้องมองไปยังสมบัติชิ้นที่สอง ตามด้วยสมบัติชิ้นสุดท้ายตามลำดับ
จากด้านนอก มันดูคล้ายกระดองเต่าที่มีขนาดเท่ากับฝ่ามือ ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเห็นลวดลายที่น่าพิศวงซึ่งนำมาพร้อมบรรยากาศแปลกประหลาด จากกลิ่นอายของมันแล้วค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกิดอยู่ในยุคนี้อย่างแน่นอน
หากมองดี ๆ แล้ว ก็จะพบว่ามีคลื่นรบกวนอยู่บริเวณโดยรอบราวกับว่าเป็นสิ่งต้องห้ามจากสวรรค์
เหตุการณ์ไม่ปกติให้ความรู้สึกน่ากลัวเสียยิ่งกว่าศิลาจารึกหินชิ้นแรกที่บันทึกเกี่ยวกับวิชาสวรรค์อมตะไว้เสียอีก
สิ่งนี้ทำให้ฉู่โม่วอดสนใจไม่ได้
วิชาสวรรค์อมตะนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่ทรงพลังมากแล้ว แต่สิ่งที่ถูกเก็บงำไว้ในกระดองเต่านี้ดูจะทรงพลังมากยิ่งกว่า!?
คิดทบทวนแล้ว ชายหนุ่มก็ตัดสินใจกระตุ้นพลังจิตลงไปในวัตถุชิ้นนี้
กลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่สะท้อนกลับมาผ่านห้วงจิตของเขา
ตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวปรากฏขึ้นมาในจิตใจ
คัมภีร์ห่มสวรรค์!
องค์ความรู้ที่ไม่เหมือนกับสิ่งอื่นใดของปรมาจารย์เจ๋อเทียน แห่งสำนักห่มสวรรค์
ภายหลังจากที่ปรมาจารย์เจ๋อเทียนได้สำเร็จวิชาดั้งเดิมของสำนักแล้ว เขาก็ได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมา เหล่าผู้สืบทอดก็นำวิชานี้ไปเป็นรากฐานสร้างชื่อเสียง แต่น่าเสียดายที่ความเจริญรุ่งเรืองนั้นอยู่เพียงไม่นานแล้วก็หายไป สำนักห่มสวรรค์ที่ขึ้นสู่ความเจริญรุ่งเรืองระดับสุดยอดก็ถูกทัณฑ์สวรรค์ทันที และผลนั้นทำให้สำนักขนาดใหญ่หายไปได้ในชั่วข้ามคืน หายไปในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่นั้นมา
“อนุมานความลับของสวรรค์ และ ทำนาย หรือแม้แต่ล่องลอยไปในสายธารแห่งกาลเวลา!”
ความตกตะลึงปรากฏขึ้นภายในดวงตาของฉู่โม่ว
อย่างที่รู้กันดี
หากใครใคร่รู้ถึงความลับของสวรรค์ จะมีเพียงมหาเทวะยุทธ์เท่านั้นที่สามารถทำได้ แถมเหล่ามหาเทวะยุทธ์ยังทำได้เพียงรับรู้ถึงเรื่องที่ถูกเผยแพร่ออกมาเท่านั้น พูดกันอย่างตรงไปตรงมา นั่นเป็นเพียงก้าวแรกในการล่วงรู้ความลับของสวรรค์ด้วยซ้ำไป
แต่ ‘คัมภีร์ห่มสวรรค์’ นี้ กลับมอบวิธีการที่จะล่วงรู้ความลับได้ นอกจากการอนุมานอนาคตแล้ว มันยังสามารถวินิจฉัยสิ่งที่ดีและไม่ดี รวมไปถึงทำให้เหมือนล่องลอยอยู่ในสายธารแห่งเวลาและล่วงรู้ชะตากรรมของผู้คนได้อีก
ไม่ต้องพูดถึงการเป็นมหาเทวะยุทธ์ บางทีเผลอ ๆ มหาเทวะยุทธ์เองก็ไม่อาจจะทำสิ่งนี้ได้
“น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!”
ความตกใจก่อตัวขึ้นภายในแววตา
แต่ตอนนั้นเอง มันก็กลายเป็นความยินดี
แม้ว่าสมบัติประเภทลดทอนความลับของสวรรค์จำพวกนี้จะไม่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้เขาได้ และดูเหมือนจะไม่มีผลลัพธ์อื่น ๆ อะไรให้คาดหวังด้วย แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีค่าเลยทีเดียว
การที่จะลดทอนความลับของสวรรค์ ล่องไปในธารแห่งชะตากรรมและได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับ ‘กฎเกณฑ์’ และ ‘การกระทำและผลลัพธ์’
ยกตัวอย่างง่าย ๆ
การลดทอนความลับ เมื่อใดก็ตามที่ฉู่โม่วได้ลงมือกระทำสิ่งใด เขาจะสามารถอนุมานมันได้ก่อนล่วงหน้า และคาดเดาว่าอนาคตจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี หากเป็นผลลัพธ์ที่แย่ ก็จะไม่ลงมือทำมัน เพื่อเปลี่ยนสิ่งชั่วร้ายให้กลายเป็นดี ลดโอกาสเกิดอนาคตที่แย่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังสามารถแทรกแซงความลับที่ผ่านมาแล้วได้ด้วย เพราะงั้นจะไม่มีใครสามารถหาตัวตนของเขาเจอได้อีก
นอกจากนี้…
การกระทำทุกอย่างของฉู่โม่ว เขาสามารถล่วงรู้ถึงผลลัพธ์ได้ก่อน และมันจะทำให้ทุกสิ่งอย่างสะดวกต่อตัวเขาเองมาก ๆ
หากเขาคิดจะโจมตีศัตรู หลังจากได้เรียนรู้กฎเกณฑ์ การกระทำและผลกระทบแล้ว การกระทำเพียงเล็กน้อยหรือทั่ว ๆ ไปของเขา อาจจะทำให้ดวงดาวถึงกับกระทบกันรุนแรงเลยก็ได้ หรือเพียงแค่เดินไปตามกาลเวลาพักหนึ่งก็อาจจะทำให้ศัตรูล้มตายได้เองโดยไม่ต้องทำอะไร
เฉกเช่นทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก*[1]
นี่คือพลังของกฎเกณฑ์และผลกระทบ!
แน่นอนว่า…
การกระทำที่เกี่ยวกับโชคชะตาเช่นนี้ จะนำมาซึ่งเฟืองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหากศัตรูมีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่ ฟันเฟืองแห่งชะตากรรมก็จะยิ่งแข็งแกร่งไปด้วย และบางทีมันอาจจะเป็นความสามารถที่ท้าทายสวรรค์ หากเป็นเช่นนั้น เขาก็จะโดนทัณฑ์สวรรค์ลงโทษให้ต้องดับสิ้นไปอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับสำนักดังกล่าว
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพลังของสมบัติชิ้นนี้แข็งแกร่งมาก ๆ!
หากสามารถยับยั้งความโลภและใช้มันในทางที่ดีได้ละก็ เขาจะต้องดึงเอาประโยชน์ของมันออกมาได้อย่างแน่นอน!
“เหลือเชื่อจริง ๆ!”
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าบนโลกใบนี้จะมีสมบัติที่ล้ำค่าขนาดนี้อยู่ด้วย! แล้วก็ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันจะสามารถครอบครองมันได้!”
“นายน้อยเผ่าปาเหรินนี่เป็นตัวนำโชคของฉันจริง ๆ!”
ความประหลาดใจและตื่นเต้นปรากฏบนใบหน้าของฉู่โม่ว เขาอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตนเอง
ภายหลังจากที่เก็บสมบัติล้ำค่าดังกล่าวลงไปในมิติพกพาแล้ว ชายหนุ่มก็หันกลับไปมองยังสมบัติที่เหลือต่อ
ถึงแม้ว่าที่นี่จะมีสมบัติอยู่มากมาย และสมบัติส่วนใหญ่ก็เป็นของล้ำค่า ทว่าเมื่อได้เพชรเม็ดงามอย่าง ‘วิชาสวรรค์อมตะ’ และ ‘คัมภีร์ห่มสวรรค์’ มาแล้ว สิ่งอื่น ๆ ที่เหลืออยู่ ณ ที่แห่งนี้ก็ไม่ใช่สิ่งล้ำค่าในสายตาเขาอีกต่อไป
แต่ถึงอย่างนั้น ฉู่โม่วก็พึงพอใจ
หลังจากที่ตรวจสอบบริเวณโดยรอบด้วยพลังจิตเรียบร้อยแล้ว เขาก็เปิดมิติพกพาและกลืนเอาทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนและเหล่าสมบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวรยุทธ์เข้ามา
สมบัติและทรัพยากรมากมายภายในที่แห่งนี้ลอยขึ้นและพุ่งเข้ามาในมิติพกพาด้วยตนเอง ภายใต้การโคจรของพลังจิตของฉู่โม่ว ของเหล่านี้ถูกจัดเก็บแยกไปตามหมวดหมู่และเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยทีละอย่าง
ทรัพยากรจำนวนมากเหล่านี้
ทำให้ชายหนุ่มต้องใช้เวลาพักใหญ่ ๆ ถึงจะกลืนกินมันได้หมด
ทันใดนั้นเอง
ด้วยเสียง ‘เปรี้ยง’ มิติที่ถูกเปิดโดยนายน้อยเผ่าปาเหรินก็เริ่มแตกระแหง
มันอาจจะเป็นเพราะเขาได้ตายมานานแล้ว จุดตันเถียนของเขาจึงเริ่มเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา แล้วยิ่งอณูแห่งชีวิตที่รักษามันไว้เริ่มลดปริมาณลง มันจึงไม่สามารถคงสภาพเอาไว้ได้อีก
ในตอนนี้ที่มันสูญเสียพลังจากสมบัติบรรพกาลที่คอยค้ำจุนมันไว้แล้ว มิติที่อยู่ภายในนิ้วของผู้วายชนม์จึงถือว่าหมดโอกาสได้อยู่ต่อ
เพราะงั้น…
‘ทั้งคัมภีร์และตำราที่ได้มานี้ มีค่าและมีราคาเป็นอย่างมาก รวมกับสิ่งอื่น ๆ แล้ว พวกมันน่าจะช่วยฉันฝึกฝนจนถึงระดับเทวะยุทธ์ได้เลย เพียงพอที่จะไม่ทำให้ฉันกังวลเรื่องขาดทรัพยากรในการฝึกเมื่อเวลามาถึง!’
‘วิชาสวรรค์อมตะ และ คัมภีร์ห่มสวรรค์ เป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในบรรดาสมบัติทั้งหมด หากสามารถฝึกฝนและเริ่มต้นใช้งานได้ มันจะช่วยมอบผลประโยชน์ให้กับฉันอีกมากเลยทีเดียว และในอนาคตอันยาวไกล ฉันจะสามารถได้รับผลกระทบระยะยาว และสิ่งนี้จะสำคัญไม่ต่างอะไรกับ ‘ตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับ’ เลย’
ตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับ เป็นสิ่งที่ฉู่โม่วฝึกฝนและเรียนรู้ ที่ถึงแม้จะมีเพียงครึ่งเดียวและสามารถทำให้เขาไปได้ถึงเทวะยุทธ์เท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับฉู่โม่วมหาศาล
เหตุผลที่ทำให้พื้นฐานและพลังของชายหนุ่มแข็งแกร่งได้ถึงระดับนี้อย่างน้อย ๆ สามส่วนก็ต้องยกความดีความชอบให้กับสิ่งนี้เลย
อย่างไรก็ตาม การที่ฉู่โม่วตั้งให้สมบัติทั้งสองชิ้นที่ได้มาใหม่นี้ อยู่ในระดับเดียวกับตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับ นั่นก็แสดงให้เห็นว่า ทั้งสองสิ่งนี้มีอนุภาพมากมายขนาดไหน!
มันไม่ใช่ว่าฉู่โม่วตั้งความหวังไว้สูงเกินไป แต่สมบัติทั้งสองชิ้นนี้มีสถานะสูงเช่นนั้นจริง ๆ!
ขนาดที่ว่า
ต่อให้ฉู่โม่วแข็งแกร่งในขั้นสูงกว่านี้ภายในอนาคต ความสำคัญของสมบัติทั้งสองชิ้นนี้ก็ยังคงไม่ลดน้อยลง แถมยังจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ อีกด้วย!
‘การออกมาหาของครั้งนี้ถือว่าได้กำไรจริง ๆ แฮะ!’
ในท้ายสุด ฉู่โม่วจึงตระหนักได้
เขาพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้เข้ามาสำรวจภายในมิติของนายน้อยเผ่าปาเหรินครั้งนี้จริง ๆ
[1] Butterfly Effect ทฤษฎีการกระทำเล็ก ๆ สร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ตามมาได้