ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 634 โครงสร้างพื้นฐานของดาวเคราะห์สีน้ำเงินเสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่จะออกเดินทาง!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 634 โครงสร้างพื้นฐานของดาวเคราะห์สีน้ำเงินเสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่จะออกเดินทาง!
บทที่ 634 โครงสร้างพื้นฐานของดาวเคราะห์สีน้ำเงินเสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่จะออกเดินทาง!
ไม่เพียงแต่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ณ ขณะนั้น ผู้คนจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินอย่างน้อย ๆ ร้อยคนก็ได้เข้าสู่เครือข่ายโลกเสมือนจริงโดยพร้อมเพรียงกันด้วย
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ประดุจเทพนิยาย ไม่มีใครเลยที่จะอดกลั้นความอยากรู้อยากเห็นและความอยากในการสำรวจได้
ผู้ปลุกพลังหลายคนเริ่มทำการสำรวจตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อดูว่ามีอะไรบ้างในที่แห่งนี้
บ้างก็เหมือนกับราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง พวกเขาเริ่มหาเงินตราของที่นี่แล้ววางแผนขั้นต่อไป
ผู้คนกลุ่มแรกจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่ได้เข้ามายังเครือข่ายโลกเสมือนจริงนี้ เป็นผู้ที่แข็งแกร่งตั้งแต่ขั้นราชันย์เทพยุทธ์ขึ้นไป หรือมีหินปฐมกาลมากพอจะซื้อสิทธิ์การเข้าสู่ระบบได้ ดังนั้นคนกลุ่มนี้ย่อมไม่ใช่คนโง่ พวกเขาถือเป็นชนชั้นสูงที่เข้าใจถึงกลไกโลกมาตั้งแต่อยู่ในดาวเคราะห์สีน้ำเงินแล้ว เพราะงั้นหลังจากที่เข้ามาในโลกใบนี้ได้ พวกเขาก็เริ่มติดตามสถานการณ์ในแต่ละสถานที่ และใช้เวลาเอื่อยเฉื่อยอยู่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น
โดยเฉพาะราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ที่หลังจากได้เงินก้อนแรกมาแล้ว เขาก็ซื้อแผนที่จำลองดวงดาวมาใช้ ตามด้วยการซื้อข้อมูลเบื้องต้นของดวงดาวหลัก ๆ จากทั่วทั้งกาแล็กซี
เพียงแค่สองสิ่งนี้ก็ทำให้เงินที่เขาได้มาในเวลาไม่กี่วันแทบจะหมดลงในพริบตา
แต่ในสายตาของราชันย์เทพยุทธ์แล้ว มันถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ
อันดับแรกคือแผนที่โลกเสมือนจริง ที่ประกอบไปด้วยตึกและหน่วยงานมากมาย ภายหลังจากที่ซื้อมาแล้ว มันก็ช่วยทำให้เขาสามารถเดินทางไปตามแหล่งต่าง ๆ ภายในเครือข่ายโลกเสมือนจริงนี้ได้ง่ายมากขึ้น
ในส่วนของสารานุกรมความรู้เกี่ยวกับดวงเคราะห์หลักทั้งเจ็ดดวงในทางช้างเผือกนั้นก็ช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจให้เขามากขึ้น ทำให้เขาสามารถรวบรวมข้อมูลของกาแล็กซีที่ตนอยู่ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเข้าใจในโครงสร้างพื้นฐาน ความแข็งแกร่งของมนุษย์บนดาวดวงอื่นด้วย
ภายหลังจากที่ใช้เวลาทั้งวันในการอ่านข้อมูลเหล่านี้ ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ต้องตกตะลึง
ถึงแม้ว่าเขาจะเคยได้ยินจากเฉินต้าวซวีถึงการมีอยู่ของตำหนักบรรพชนและความกว้างใหญ่ของกาแล็กซีทางช้างเผือกนี้มาก่อนที่จะเข้าสู่เครือข่ายโลกเสมือนจริงแล้วก็จริง แต่นั่นก็ยังไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจเสียทีเดียว แต่ภายหลังจากที่ได้ทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลนี้ด้วยตนเอง ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ได้เข้าใจถึงความเป็นมาของจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ทั้งหมด!
มนุษยชาติของเขานั้น ถึงแม้จะครอบครองเพียงแค่สองหรือไม่ก็สามกาแล็กซีขนาดใหญ่ รวมถึงกาแล็กซีทางช้างเผือกนี้ด้วยก็จริง แต่ในความคิดเห็นของเขา นี่มันก็ถือว่ายิ่งใหญ่เกินกว่าที่คาดไว้มากแล้ว!
อย่างไรเสีย…
เพียงแค่ดาวเคราะห์สีเงิน ที่ซึ่งเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์หลักทั้งเจ็ดของกาแล็กซีทางช้างเผือกก็มีทวีปยักษ์ถึงแปดทวีป และนอกจากทวีปก็ยังมีเกาะเล็ก ๆ อีกมากมายเสมือนดวงดาวในมหาสมุทร และเกาะแต่ละเกาะนั้นเองก็มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับประเทศหนึ่งประเทศได้เลย เผลอ ๆ บางเกาะอาจจะใช้เท่าดาวเคราะห์สีน้ำเงินเลยก็ได้
ในขณะที่ทวีปที่มีขนาดเล็กบนดาวดวงนี้ ก็มีพื้นที่กว้างใหญ่พอ ๆ กับดาวขนาดใหญ่ในกาแล็กซีทางช้างเผือกเลย
และนั่นเป็นเพียงพื้นที่เดียว
ทุก ๆ ทวีปยักษ์บนดาวเคราะห์สีเงินจะมีนครศักดิ์สิทธิ์ และนครศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้จะมีผู้ที่แข็งแกร่งระดับเทวะยุทธ์ระดับสูง หรือแม้กระทั่งราชันย์เทวะยุทธ์ดูแลอยู่
ในคำแนะนำ การพัฒนาของวรยุทธ์ภายในดวงดาวหลัก ๆ เหล่านี้ค่อนข้างจะเจริญรุ่งเรืองมาก ๆ พวกเขามีเทียมเทพมากมาย และมีเทวะยุทธ์นับไม่ถ้วนที่เป็นกำลังอันแข็งแกร่ง แม้แต่ราชันย์เทวะยุทธ์เองก็ไม่ใช่อะไรที่หาเจอยากเกินไปนัก
“กว้างใหญ่อะไรขนาดนี้นะ!”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตระหนก
ยิ่งเขาได้เข้าใจถึงเผ่าพันธุ์มนุษย์ในดาวดวงอื่น ๆ เขาก็ยิ่งตกใจ!
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเพียงล้านปีมานี้ พวกเขาได้เติบใหญ่จากการเป็นเผ่าพันธุ์ที่ไม่มีใครรู้จัก จนสามารถฝากรอยเท้าไว้บนจักรวาลในฐานะอารยธรรมขนาดกลางและขยายอาณาเขตของตนไปยังกาแล็กซีขนาดใหญ่ได้ในที่สุด ภายในอวกาศที่กว้างใหญ่นี้ พวกเราก้าวนำเผ่าพันธุ์อีกมากมายนับไม่ถ้วนด้วยอารยธรรมที่มั่นคง พร้อมกับความเร็วในการพัฒนาตนเองที่น่าเหลือเชื่อ
“ทั่วทั้งจักรวาลอันกว้างใหญ่ มันยังมีสมบัติแห่งสวรรค์อยู่มากมายนับไม่ถ้วน ไหนจะมีทรัพยากรมากมายให้ใฝ่หาอีก มนุษย์เพียงแค่ได้ครอบครองกาแล็กซีขนาดใหญ่เพียงนิดหน่อยเท่านั้น พวกเขาก็สามารถพัฒนามาจนได้ถึงระดับนี้ ถึงแม้ว่าเหตุผลหลัก ๆ จะเป็นเพราะความสามัคคีเป็นปึกแผ่นก็จริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมบัติแห่งโลกและสวรรค์ที่กระจายกันอยู่ในแต่ละกาแล็กซีเองก็ช่วยพวกเขาไว้ได้เยอะ!”
“หลักฐานที่เห็นชัดมันอยู่ที่เมื่อครั้งมนุษย์สามารถฝากรอยเท้าบนจักรวาลได้ ตอนนั้นความแข็งแกร่งของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างกับหลังมือเป็นหน้ามือ ความสำเร็จในการเติบโตนี้ทำให้พวกเขาขยายเขตแดนออกไปเรื่อย ๆ ด้วย”
“ตอนนี้ ฉันเองก็ได้ฝากรอยเท้าไว้บนจักรวาลแล้วเช่นกัน ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ของฉันจะไม่อาจเทียบเท่ากับราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ได้ แต่ฉันจะต้องหาที่ที่ตนเองอยู่ให้ได้ในอนาคต ไม่ว่าจะสามารถเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ได้หรือไม่ ลำพังแค่เป็นเทียมเทพหรือเทวะยุทธ์ได้ ก็ถือว่ายิ่งใหญ่มากแล้ว! ขอแค่นั้นก่อนก็ได้!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์พูดถูก… นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษยชาติที่จะพัฒนาตนเองและออกสู่อวกาศอันกว้างใหญ่!”
ราชันย์เทพยุทธ์พูดด้วยความตื่นเต้น
“ทว่า…”
“แม้ในจักรวาลนั้นจะมีสิ่งตื่นตาตื่นใจมากมายรออยู่ แต่มันก็มีอันตรายมากมายรออยู่ด้วยเช่นกัน!”
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการเร่งเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองก่อน จะต้องก้าวขึ้นเป็นเทียมเทพให้ได้เป็นอันดับแรก ด้วยพลังระดับนี้ก็จะเพียงพอต่อการเอาตัวรอดในขณะที่ออกเดินทางไปในอวกาศและพัฒนาตนเอง ไม่เช่นนั้น ลำพังเพียงพลังระดับนี้ เขาจะไม่ได้ต่างอะไรกับมดที่หลุดไปในห้วงอวกาศเลย มันจะไม่ได้อะไรกลับมาทั้งนั้น!”
มหาราชันย์เทพยุทธ์อาจจะเป็นจุดสูงสุดของเหล่าผู้ปลุกพลังบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน แต่มันเทียบไม่ได้กับอะไรเลยในจักรวาลด้านนอก ในสายตาของผู้ปลุกพลังระดับเทวะ เขาเป็นเพียงมดปลวก
ดังนั้นแล้ว…
ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด ไม่เพียงพอแม้แต่จะแค่เอาตัวรอดในอวกาศได้!
“หาทรัพยากร แล้วพัฒนาขั้นของตนเอง”
“ระหว่างนี้ ฉันจะต้องเขียนประสบการณ์ของตนเอง เกี่ยวกับการใช้งานเครือข่ายโลกเสมือนจริงเอาไว้ด้วย วิธีสร้างเงินตราและพัฒนาความแข็งแกร่งให้ได้มากที่สุดภายในโลกใบนี้ แบบนี้มันจะช่วยให้คนอื่น ๆ ในดาวเคราะห์สีน้ำเงินพัฒนาตนได้เร็วยิ่งขึ้นในภายหลัง!”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางตัดสินใจ
…
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเริ่มออกตามหาทรัพยากรอย่างเต็มกำลังภายในเครือข่ายโลกเสมือนจริงแห่งนี้
และตลอดช่วงระยะเวลา ผู้ปลุกพลังก็เริ่มเข้ามายังโลกใบนี้มากยิ่งขึ้น จากหลักร้อยคนก็ก้าวขึ้นเป็นหลักพันคน หมื่นคนและแสนคนตามลำดับ
ทั่วทั้งดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ผู้ปลุกพลังเกือบทุกคนสนใจและใฝ่ฝันอยากจะเข้ารวมในเครือข่ายโลกเสมือนจริงนี้
พวกเขาเหมือนหมู่ปลาที่ต้องทนทุกข์อยู่ด้านใต้บ่อน้ำที่เยือกแข็งในช่วงฤดูหนาว ทว่าในเวลานี้น้ำแข็งได้ละลายแล้ว และพวกเขาไม่อาจจะอดทนรอที่จะกระโดดมาเหนือผิวน้ำเพื่อพบกับโลกที่กว้างใหญ่ได้
และเมื่อไหร่ที่ผู้ปลุกพลังทุกคนสามารถเข้าสู่เครือข่ายโลกเสมือนจริงได้แล้ว ระบบเคลื่อนย้ายภายในดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็จะเสร็จสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน
ระบบเคลื่อนย้ายเหล่านี้ประกอบไปด้วยระยะสั้น ระยะกลาง และระยะไกล เพื่อที่จะสามารถส่งผู้คนไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในดาวเคราะห์สีน้ำเงินได้
รวมไปถึง…
ระบบขนส่งระหว่างดวงดาวรูปแบบรางเองก็เสร็จสมบูรณ์แล้วด้วย เพียงแต่ว่า เพราะระบบขนส่งรูปแบบรางนี้ถือเป็นอุตสาหกรรมหนัก มีเพียงช่วงแรกของโครงการเท่านั้นที่เสร็จ รวมไปถึงมันมีเพียงรางที่เชื่อมต่อระหว่างดวงดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะเพียงอย่างเดียว ทำให้ยังไม่สามารถเดินทางออกไปนอกระบบสุริยะได้
แต่นั่นก็แค่ชั่วคราว
ตัวโครงการระบบขนส่งระหว่างดวงดาวนี้ ถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมดห้าขั้น ตลอดระยะเวลาโครงการนี้ ดาวเคราะห์สีน้ำเงินจะค่อย ๆ มีเส้นทางเข้าสู่จุดศูนย์กลางของกาแล็กซีทางช้างเผือกมากขึ้นเรื่อย ๆ และดาวเคราะห์สีเงินกับดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็จะเชื่อมต่อเข้าหากันในที่สุด
ในเวลานั้น…
ผู้ปลุกพลังจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็จะสามารถใช้ระบบขนส่งรูปแบบรางนี้เพื่อไปยังดาวเคราะห์สีเงินได้ ระหว่างทางก็จะสามารถชมทัศนียภาพของจักรวาลอันยิ่งใหญ่และดื่มด่ำกับการท่องเที่ยวระหว่างดาวได้ด้วย
ซึ่งเมื่อเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานของดาวเคราะห์สีน้ำเงินถูกสร้างจนเสร็จสิ้นแล้ว
ฉู่โม่วก็ตัดสินใจที่จะออกเดินทางออกจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้เสียที!
ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเขา และเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกฝนวรยุทธ์อันเปี่ยมไปด้วยความทรงจำมากมายก็จริง
แต่…
อย่างไรเสียนี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ในอนาคต เขายังต้องไปเผชิญหน้ากับโลกที่กว้างใหญ่กว่านี้อีก และเขาก็ตั้งใจจะเดินทางต่อไปเพื่อพบเจอโลกที่กำลังรอเขาอยู่!
การอยู่ที่เดิม ก็มีแต่จะจำกัดการพัฒนาของเขาเท่านั้น!