ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 633 เครือข่ายโลกเสมือนถูกจัดตั้งขึ้น ดาวเคราะห์สีน้ำเงินเข้าร่วมยุคอวกาศ!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 633 เครือข่ายโลกเสมือนถูกจัดตั้งขึ้น ดาวเคราะห์สีน้ำเงินเข้าร่วมยุคอวกาศ!
บทที่ 633 เครือข่ายโลกเสมือนถูกจัดตั้งขึ้น ดาวเคราะห์สีน้ำเงินเข้าร่วมยุคอวกาศ!
ในวันนี้…
ฉู่โม่วตื่นขึ้นมาจากการเรียนรู้โดยพลัน
เขาพบว่ามันมีกลิ่นอายลึกลับที่ลอยล่องอยู่รอบ ๆ ตัวเขา รวมถึงมีพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่ก่อตัวแน่นอยู่รอบกายด้วย แม้จะตระหนักได้ว่าตนเองอยู่ในห้องที่เงียบสงบ ณ ตอนนี้ แต่กลิ่นอายเหล่านี้กลับทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางมิติที่ว่างโล่ง ราวกับว่าไม่ใช่โลกที่ตนอยู่มาก่อน ราวกับทุกสิ่งอย่างเป็นเพียงภาพมายา
ไม่ต้องสงสัย…
สิ่งนี้มันแปลกมาก ๆ
แต่โชคยังดี ที่ภายหลังจากที่ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาแล้ว ความรู้สึกประหลาดเหล่านี้ก็ค่อย ๆ จางหายไป พักหนึ่ง ความผิดปกติที่อยู่รอบตัวก็พากันหายไปจนหมด
“เกือบหนึ่งเดือนที่เฝ้าศึกษา กับการเร่งเวลาอีก 30 เท่า เทียบเท่าได้กับเวลากว่าสิบห้าเดือนของผู้ปลุกพลังคนอื่น เวลากว่าปีแต่กลับไม่สามารถเข้าใจสิ่งนี้ได้… คัมภีร์ห่มสวรรค์นี้ เข้าใจยากมากจริง ๆ!”
“จนกระทั่งตอนนี้ ฉันยังเข้าใจได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบของเจตจำนงทั้งหมดเท่านั้น เผลอ ๆ เรียกเข้าใจยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
“คัมภีร์ห่มสวรรค์ เป็นกระบวนท่าที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์และการกระทำที่ส่งผลต่ออนาคตอย่างลึกซึ้ง ความยากของมันจึงสูงมาก ๆ ขนาดที่ได้พลังของศิลาแห่งการรู้แจ้งกับแท่นประทับรู้แจ้งยังยากที่จะทำความเข้าใจในเวลาอันสั้นเลย!”
ฉู่โม่วถอนหายใจ ด้วยความรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย
จริง ๆ
หากยึดตามการคำนวณจากประสบการณ์ครั้งล่าสุด บางทีมันอาจจะต้องใช้เวลาถึงครึ่งปีเลยกว่าจะทำความเข้าใจได้ทั้งหมด ด้วยเวลาระดับนี้ หากเป็นผู้ปลุกพลังคนอื่นก็คงจะพอใจกันมาก ๆ เพราะอย่างไรเสียเขาก็การันตีว่าจะได้พลังในการหยั่งรู้อนาคตมา เป็นตัวตนอยู่เหนือกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาและอวกาศ กลายเป็นผู้ริเริ่มและศูนย์กลางของโลก
ด้วยพลังระดับนี้ พวกเขาคงไม่คิดหรอกว่าเวลาครึ่งปีนั้นนานเกินไป?
แต่ว่า…
ทุกคนรู้ โดยเฉพาะตัวฉู่โม่วเองที่รู้ตัวเองดีที่สุด เขาตระหนักได้ถึงจุดสำคัญที่ทำให้การเรียนรู้นี้ยากได้ถึงเพียงนี้
“จากการทบทวน… มันน่าจะเป็นที่ระดับขั้นของฉันยังน้อยเกินไปนั่นแหละ!”
“ฉันเป็นเพียงเทียมเทพ แต่ยังฝืนพยายามทำความเข้าใจสิ่งนี้ ดังนั้นความเร็วในการเรียนรู้จึงไม่เยอะอย่างที่ต้องการ! ยังไงซะกระบวนท่านี้ก็มีไว้ให้กับเหล่ามหาเทวะยุทธ์ที่ต้องการจะเข้าถึงพลังแห่งการล่วงรู้อนาคตอยู่แล้ว”
“มันคงจะเป็นการเสียเวลาหากจะเรียนรู้มันตอนนี้… ดูเหมือนว่าคงจะต้องพักมันไว้ก่อน แล้วไปให้ความสำคัญกับการเพิ่มความแข็งแกร่งเพื่อเป็นเทวะยุทธ์ให้ได้เร็วที่สุดแทน บางทีตอนนั้น ความเร็วในการเรียนรู้คัมภีร์ห่มสวรรค์ของฉันอาจจะเพิ่มขึ้นก็ได้!”
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง
คิดได้ดังนั้น
เขาก็เรียกสติของตนกลับมา
เป้าหมายต่อไปของเขา คือต้องกลับไปยังดาวเคราะห์สีเงิน แล้วก็เริ่มฝึกฝนด้วยตัวคนเดียว พยายามพัฒนาความสามารถตนเองเพื่อขยับขึ้นเป็นเทวะยุทธ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!
“ถ้าเป็นแบบนั้น…”
“ฉันควรจะเพิ่มพลังให้กับพรสวรรค์ที่มากมายของฉันให้ได้เสียก่อน จากนั้นก็เพิ่มกำลังให้พรสวรรค์เหล่านั้นเข้าสู่ระดับสมบูรณ์ และจะได้ก้าวขึ้นสู่ระดับกฎเกณฑ์มายาต่อไป!”
“แบบนั้น จะทำให้ตอนที่ขึ้นเป็นเทวะยุทธ์ ฉันจะมีรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
ทว่า…
หากเขาจากไปอีกครั้งนี้ มันย่อมต้องไม่ใช่ช่วงเวลาสั้น ๆ แน่
ขั้นแรก เขาควรจะรอให้โครงสร้างพื้นฐานของฝั่งดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้เสร็จสมบูรณ์เสียก่อน ซึ่งโชคยังดีที่มันเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว คำนวณเอาจากระยะเวลา มันน่าจะใช้เวลาอีกไม่นานแล้วถึงจะสำเร็จดี
เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาคงจะสามารถจากที่นี่ไปพร้อมกับเฉินซีเวยและลูกศิษย์ทั้งสองของตนได้เพื่อกลับไปยังดาวเคราะห์สีเงิน
…
ช่วงเวลาต่อมา ฉู่โม่วออกไปเฝ้าดูกระบวนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน เขาพึงพอใจมากที่ได้รู้ว่ากระบวนการสร้างเป็นอย่างไรบ้าง และพึงพอใจมากขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่ากระบวนการสร้างเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว นั่นหมายถึง มันเหลือเวลาอีกอย่างมากก็สองเดือนเท่านั้น
รับรู้แบบนั้นแล้วเขาก็พาเฉินซีเวยกลับไปและฝึกฝนร่วมกันต่อ
ตอนนี้เฉินซีเวยอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทพยุทธ์แล้ว แถมเธอยังสำเร็จการบ่มเพาะร่างกายขึ้นไปหลายต่อหลายครั้งแล้วด้วย ขั้นต่อไปที่เธอต้องทำก็คือทำให้รากฐานร่างกายกล้าแกร่งขึ้น โดยที่ไม่ละทิ้งการขัดเกลาร่างกายซ้ำ ๆ เพื่อให้ประสบความสำเร็จมากครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในยามที่เธอขึ้นเป็นเทียมเทพ เธอจะแข็งแกร่งขึ้นจากรากฐานร่างกายนี้อีกหลายเท่าตัว
ส่วนของฉู่โม่ว ระหว่างที่เขากำลังเพิ่มพลังกาย เขาก็เรียนรู้เจตจำนงของพรสวรรค์ต่าง ๆ ในร่างกายไปด้วย
ด้วยการเร่งเวลา 30 เท่าจากพรสวรรค์ห้วงเวลา ต่อให้ชายหนุ่มจะมีเวลาฝึกฝนสามสิบวันเท่า ๆ กับผู้ปลุกพลังธรรมดาทั่วไป แต่เขายังมีศิลาแห่งการรู้แจ้งและแท่นประทับรู้แจ้งอยู่ด้วย ดังนั้นผลลัพธ์ที่เขาได้มาย่อมมากกว่าคนอื่น ๆ อีกหลายเท่า เรียกได้ว่าเทียบชั้นกันไม่ติดเลยก็ว่าได้
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อเพิ่มพลังกาย แต่ในทุก ๆ วัน พลังกายของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นนับพันพลังมังกรอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย
ไหนจะการที่เขาสามารถเรียนรู้เจตจำนงแห่งพรสวรรค์ควบคู่ไปได้อย่างรวดเร็วด้วย
ดังนั้นสองเดือนที่เหลืออยู่นี้ จึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
…
ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
ในวันนี้ ผู้ยิ่งใหญ่มากมายได้เข้ามารวมตัวกันที่ทุ่งกว้างบริเวณด้านนอกสุดยอดฐานจงไห่ อันประกอบด้วย ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ราชันย์เทพยุทธ์ชิงหง ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ ราชันเทพยุทธ์มารอหังการ ทุก ๆ คนล้วนมารวมตัวกันที่นี่
แววตาที่จับจ้องไปยังกลุ่มคนเบื้องหน้าตนนั้นดูจะกังวลเป็นอย่างมาก
ตอนนี้ พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าสถานีโครงข่ายจำลองที่กำลังเริ่มการทดสอบระบบสื่อสารกันอยู่
หากการทดสอบเป็นไปได้ด้วยดี นั่นหมายถึงระบบจำลองเครือข่ายโลกเสมือนของดาวเคราะห์สีน้ำเงินจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์ และพวกเขาจะสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนบนดวงดาวอื่น ๆ ได้!
สำหรับวันนี้ ผู้ปลุกพลังจากทั่วทั้งดาวเคราะห์สีน้ำเงินต่างเฝ้ารอกันมาอย่างยาวนาน ยิ่งได้เห็นการทดสอบ พวกเขาก็ยิ่งตื่นเต้น คนธรรมดาเองก็ตื่นเต้นกับสิ่งนี้เช่นกัน
และการทดสอบนี้ก็ไม่ได้ปล่อยให้พวกเขารอนาน
ไม่นานนัก…
พนักงานที่ทำการทดสอบก็ได้ประกาศออกมาให้รู้โดยทั่วกันว่า การทดสอบนั้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี!
หลังจากที่ได้รับข่าว ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนต่างก็พากันดีอกดีใจและกระโดดโลดเต้นกันด้วยท่าทีเปี่ยมสุข!
และราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพาเองก็ได้ประกาศข่าวออกไปอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีความแข็งแกร่งตั้งแต่ระดับราชันย์เทพยุทธ์ขึ้นไป สามารถลงทะเบียนและเข้าใช้ระบบจำลองโครงข่ายดวงดาวนี้ได้ฟรี ในขณะที่ผู้ปลุกพลังที่มีระดับต่ำกว่าราชันย์เทพยุทธ์ จะต้องจ่ายหินปฐมกาลจำนวนหนึ่งพันเพื่อสมัครใช้
ราคานี้ไม่ถือว่าถูก ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้แพงเกินไป
ทว่าจะมีก็แต่เหล่าจ้าวยุทธ์และนายพลเมืองเท่านั้นที่พอจะรับไหว
เพราะงั้น ในยามที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ทั่วทั้งดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็พากันตกตะลึง ผู้คนมากมายเห็นด้วยกับสิ่งนี้ พวกเขาไม่รอช้าที่จะมุ่งหน้าไปยังโถงทำการยืนยันตัวตนที่เปิดขึ้นตามฐานสำคัญ ๆ กันทันที
พวกเขาอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เชื่อมต่อกับระบบจำลองดวงดาวให้เร็วที่สุด
สุดยอดฐานจงไห่
ราชันย์เทพยุทธ์มากมายได้รับบัตรประจำตัวแล้ว และพวกเขาก็ไม่รอช้าที่จะเข้าสู่ระบบทันทีด้วย
ภายในวิหารราชันย์เทพยุทธ์ ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเองก็ไม่สามารถอดกลั้นความตื่นเต้นไว้ได้เช่นกัน เขานั่งขัดสมาธิในห้องเงียบ ๆ เชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายการสื่อสารเป็นครั้งแรก จากนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่าสติเขากำลังจะหลุดออกจากร่าง การรับรู้ถูกตัดขาดไปครู่หนึ่งก่อนที่จะรู้ได้สติอีกครั้ง และเมื่อรู้ตัวแล้ว เขาก็พบว่าที่ด้านหน้าตนเองมีหน้าต่างที่แสดงให้เห็นถึงการเข้าสู่ระบบของเครือข่ายโลกเสมือนปรากฏขึ้นมาแล้ว
ที่นี่เป็นมิติลวงตา ทุกอย่างปกคลุมด้วยความยุ่งเหยิง
“ที่นี่คือมิติของเครือข่ายโลกเสมือนงั้นเหรอ?”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางหันมองรอบ ๆ ด้วยแววตาสนอกสนใจ
ณ เวลานั้น
กล่องเข้าสู่ระบบจำลองก็ลอยมาที่ด้านหน้าของเขา มันมีหน้าตาเหมือนกล่องเข้าสู่ระบบของเกมออนไลน์ในยุคก่อนที่จะเกิดวันสิ้นโลก ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางรีบใส่ข้อมูลของตนลงไป ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ รหัสยืนยันตัวตน และอื่น ๆ อีกมากมาย ปิดท้ายด้วยการใส่ชื่อที่จะให้คนอื่นเรียกตน… กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่นาน ครู่เดียวการสมัครก็เสร็จสิ้น
“เข้าสู่ระบบ!”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางกดลงไปที่ปุ่มล็อกอินที่กล่องตอบรับ ในวินาทีถัดมา สายตาของเขาก็มืดดับไปอีกรอบ
ในเมืองขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง บนถนนที่มีผู้คนมากมายเดินไปเดินมา ที่นี่มีทั้งมนุษย์ มีทั้งเผ่าพันธุ์อื่นที่มีลักษณะแตกต่างกันไป แต่ถึงอย่างนั้นความกว้างใหญ่ของถนนก็กว้างพอที่จะให้เดินได้อย่างไม่ต้องเบียดเสียดกัน ตลอดสองฝั่งทางก็มีร้านค้าตั้งอยู่มากมาย และในทุก ๆ ร้านก็มีผู้คนเดินเข้าออกอยู่เรื่อย ๆ ด้วย ช่างเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวายิ่งนัก
ที่ปลายทางของถนนเส้นนี้ ที่นั่นมีน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งแสงสว่างอันน่าเลื่อมใสออกมาอยู่ ใครก็ตามที่เข้ามาในระบบจำลองโครงข่ายดวงดาวนี้ พวกเขาจะปรากฏตัวที่บริเวณรอบ ๆ น้ำพุดังกล่าว
ซู่ม!
ตอนนั้นเอง ร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างน้ำพุ เขาสวมชุดที่ดูดี มีภาพลักษณ์ที่ดูยิ่งใหญ่ พร้อมกับสอดส่องมองไปรอบตัว
คนคนนี้คือ ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางที่เพิ่งเข้าสู่ระบบมา
“ที่นี่คือเครือข่ายโลกเสมือนงั้นหรือ?”
“เจริญรุ่งเรืองจริง ๆ!”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางหันมองรอบ ๆ ตัว จากนั้นก็ก้มมองลงมายังร่างของตนเอง เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสติของเขานั้นได้ถูกถ่ายโอนมายังโลกลึกลับใบนี้แล้ว ดังนั้นร่างที่เขาใช้อยู่ตอนนี้ ถึงจะไม่ใช่ร่างที่แท้จริง แต่ก็เป็นร่างที่ได้รับการถ่ายโอนพรสวรรค์ที่ตนมีติดตัวมาด้วย
“นี่มัน ค่อนข้างคล้ายกับ ‘สรวงสวรรค์’ บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินของฉันเลยนี่ เพียงแต่ที่นี่ดูจะล้ำเลิศและสมจริงยิ่งกว่าสรวงสวรรค์อยู่มากเลย!”
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงถูกเรียกว่า เครือข่ายโลกเสมือนระหว่างดวงดาว ตามคำแนะนำของผู้ตรวจการโจว เขาบอกไว้ว่ามีผู้คนมากมายจากทั่วทั้งจักรวาล มองที่นี่เป็นอวกาศแหล่งที่สอง และใช้ชีวิตอยู่กันภายในนี้ เป็นสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรกับความเป็นจริงเลย”
“แล้วก็…”
“สำหรับใครหลาย ๆ คน โลกใบนี้ดูจะน่าอภิรมย์เสียยิ่งกว่าโลกจริงด้วย!”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางพูดด้วยความรู้สึกส่วนตัว
แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดเช่นนั้น
ถึงแม้ว่าราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางจะมาจากสถานที่เล็ก ๆ อย่างดาวเคราะห์สีน้ำเงิน สถานที่ที่ซึ่งเพิ่งจะมีระบบจำลองโครงข่ายดวงดาวครั้งแรก แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธว่าโลกใบนี้ยิ่งใหญ่เหมือนเทพนิยายมาก ๆ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่อาจจะรู้สึกว่าโลกใบนี้งดงามไปกว่าดอกไม้ที่เติบโตตามธรรมชาติได้
เขาเข้าใจทุกอย่างถ่องแท้
ไม่ว่าสถานที่แห่งนี้จะเหมือนจริงมากขนาดไหน แต่สิ่งจำลองก็คือสิ่งจำลอง!
ดาวเคราะห์สีน้ำเงินได้ทำการเปิดระบบจำลองโครงข่ายดวงดาว ทั้งนี้ก็เพื่ออยากให้ผู้ปลุกพลังบนดาวได้ติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ในดวงดาวอื่น ๆ เพื่อที่จะได้เปิดโลกให้กว้างขึ้น ไม่ใช่ว่ากระโจนเข้ามาอยู่ในโลกจำลองนี้แล้วไม่ไปไหนอีก
เจตจำนงของเขายังคงหนักแน่น
นั่นคือการเป็นผู้แข็งแกร่งและไต่เต้าขึ้นไปเรื่อย ๆ ในหนทางแห่งผู้ปลุกพลัง
ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายจำลองนี้ หรือดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ทุกอย่างก็เป็นแค่เครื่องมือ
ถึงแม้ว่าจะคิดไว้เช่นนั้น แต่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ยังไม่ได้เริ่มต้นฝึกฝนอะไรทันที อย่างไรเสีย เขาก็เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก เขายังจำเป็นต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ของโลกฝั่งนี้เสียก่อนจะตัดสินใจทำอะไร
ก่อนที่จะเข้ามา เขาก็ได้ทำการตรวจสอบสถานการณ์เบื้องต้นของทางช้างเผือกไว้แล้ว
ในปัจจุบัน มีดวงดาวทั้งหมดเจ็ดดวงที่เป็นดาวหลัก ๆ ในระบบทางช้างเผือก แต่ละดวงมีสกุลเงินของตัวเอง และทุกสกุลเงินสามารถใช้ในระบบจำลองโครงข่ายดวงดาวนี้ได้
มันเป็นเรื่องปกติที่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางจะไม่มีหน่วยเงินที่ใช้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้เร่งรีบ เขาหันไปสอบถามจากผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาเพื่อหาทางไปยังโถงภารกิจ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปในทันที
โถงภารกิจ…
ราชันย์เทพยุทธ์มาถึงที่หมาย แล้วเขาก็พบว่ามีผู้ปลุกพลังจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
มีร้านค้ามากมายตั้งตระหง่านอยู่สองฝั่งทาง พวกเขาขายทั้งสมบัติต่าง ๆ จนทำให้มีเสียงตะโกนดังเต็มไปหมด
ที่ปลายทาง มีจอภาพจำลองขนาดใหญ่ ที่แสดงให้เห็นถึงรายการภารกิจต่าง ๆ และคอยอัปเดตใหม่อยู่ตลอด เขาไม่สนใจร้านค้าใด ๆ และเดินตรงไปยังจอดังกล่าวเพื่อดูรายละเอียดภารกิจในทันที
ไม่นานนัก…
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ได้เลือกภารกิจที่เหมาะกับตน นั่นคือการที่เขาต้องไปเป็นคู่ฝึกซ้อมภายในหอฝึกวรยุทธ์และต้องเป็นผู้ที่อยู่ในเก้าขั้นขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วย ของรางวัลเป็นเงิน 300,000 เหรียญเงินคราม
“หอวรยุทธ์มังกรขาวเหรอ?”
ชายสูงวัยพูดพึมพำก่อนจะสอบถามจากคนรอบตัว ภายหลังจากที่ได้ตำแหน่งที่แน่นอนของโถงวรยุทธ์มังกรขาว เขาก็มุ่งหน้าไปต่ออย่างไม่รีรอ