ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 660 พรสวรรค์ห้วงเวลาระดับตะวัน กับ พายุกาลเวลา
บทที่ 660 พรสวรรค์ห้วงเวลาระดับตะวัน กับ พายุกาลเวลา
ตูม!
เมื่อดอกบัวกาลเวลาข้ามผ่านทางเข้า มันก็จางหายกลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์ในทันที พวกมันเคลื่อนย้ายไปตามแขนขาและกระดูกเพื่อบำรุงร่างกายและเซลล์ของเขา
ทันใดนั้น…
ฉู่โม่วรู้สึกได้ว่ายีนส์และเซลล์ทั่วทั้งร่างกายกำลังกลืนกินพลังงานนี้อย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกหยุบหยิบไปทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งเป็นสัญญาณว่ายีนส์และเซลล์ในร่างกายของชายหนุ่มกำลังเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้น
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าการควบคุมพลังแห่งกาลเวลาของเขาค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น
“หลิ่วเสวียนจือเคยพูดเอาไว้ว่าการกำเนิดของดอกบัวกาลเวลานั้นนานยิ่งกว่าแม่น้ำแห่งกาลเวลาเสียอีก ดอกไม้แค่ดอกเดียวนี้จะเกิดขึ้นทุก ๆ หลายหมื่นปี แม้ว่ามันอาจจะฟังดูเกินจริงก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าบทบาทของดอกบัวกาลเวลานั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แค่ดูดซับพลังงานของมันเล็กน้อยก็สัมผัสได้ถึงพัฒนาการจองพรสวรรค์ห้วงเวลาแล้ว ผลลัพธ์ของมันน่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!”
ฉู่โม่วตาลุกวาวและพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้น
เขาก็หลับตาลง กำจัดความคิดยุ่งเหยิงออกไป แล้วจึงสกัดและดูดซับพวกมันเข้าไปอย่างสุดกำลัง
…
เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาเดียว เวลาก็ผ่านไปกว่าครึ่งเดือน
ในตอนนี้ ชายหนุ่มย่อยพลังงานในดอกบัวกาลเวลาจนแทบหมดแล้ว และพรสวรรค์ห้วงเวลาของเขาก็พัฒนาขึ้นมหาศาล ตามการคาดการณ์ของชายหนุ่ม เขาอาจใช้เวลาไม่นานในการเปลี่ยนแปลงพรสวรรค์ห้วงเวลาขั้นต่อไป
อย่างที่คาดการณ์ไว้
หลังจากที่ผ่านไปอีกหนึ่งวัน
เมื่อพลังงานในดอกบัวกาลเวลาเหลืออยู่เพียงแค่หนึ่งในสิบส่วน ฉู่โม่วก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายในทันใด
หลังจากนั้น…
เขาสัมผัสได้ว่ายีนส์และเซลล์ในร่างกายของเขาสั่นสะท้าน พลังงานที่ยิ่งใหญ่มากกว่าเก่าแพร่กระจายออกมาจากร่างกาย ก่อให้เกิดระลอกคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและแพร่กระตายออกไปทั่วทุกทิศทาง
หากใครอยู่ที่นี่ในตอนนี้ พวกเขาจะต้องหวาดผวาเมื่อเห็นระลอกคลื่นเหล่านี้อย่างแน่นอน มันทำให้ฝุ่นผงที่ลอยอยู่ในอากาศหยุดนิ่งอยู่กับที่ราวกับเวลาเวลาได้ถูกหยุดลง
โลกภายในห้องเงียบและโลกภายนอกห้องเงียบนั้นดูเหมือนกัน แต่มันก็ทำให้ผู้คนมองเห็นภาพลวงตาที่แปลกประหลาดราวกับว่าพวกมันเป็นโลกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ราวกับว่าห้องเงียบตัดขาดออกจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์
ความรู้สึกนี้ทำให้อึดอัดเป็นอย่างมาก แต่มันก็เป็นความจริง
ผู้ปลุกพลังทั่วไปไม่อาจเข้าใจได้ แต่หากเชี่ยวชาญในพรสวรรค์ห้วงเวลา พวกเขาก็สามารถบอกได้ทันทีว่ามันเกิดจากการเดินของเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป
และความผิดปกตินี้ก็ทำให้ฉู่โม่วที่กำลังฝึกฝนค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา
“นี่ หรือว่า…”
ชายหนุ่มมองดูภาพนี้และเหมือนจะนึกบางสิ่งขึ้นได้
แล้วเขาก็ตรวจสอบข้อมูลของตัวเองทันที สายตาของเขาจับจ้องไปที่ส่วนเดียวของหน้าต่างวัดค่าพลัง
[พรสวรรค์: ห้วงเวลาระดับตะวัน]
…
“จริงด้วย!”
“พรสวรรค์ห้วงเวลาของฉันเลื่อนระดับขั้นแล้ว!”
ฉู่โม่วประหลาดใจเล็กน้อย
“มาทดสอบพลังของพรสวรรค์ห้วงเวลาระดับตะวันกันดีกว่า!”
ชายหนุ่มตั้งสมาธิและเริ่มสัมผัสพรสวรรค์ห้วงเวลาที่พัฒนาขึ้น
การสัมผัสครั้งแรก
พรสวรรค์ห้วงเวลาระดับตะวันไม่ได้นำความสามารถใหม่มาให้กับเขา
แต่ความสามารถพื้นฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกาลเวลาที่เขาครอบครองต่างก็พัฒนาขึ้นมหาศาล อย่างสัมผัสกาลเวลาที่ละเอียดอ่อนมากขึ้น ทำให้เขาสามารถมองเห็นความหมายแห่งกาลเวลาได้ง่ายยิ่งกว่าเก่า
ความสามารถในการเร่งและชะลอเวลาต่างก็พัฒนาขึ้นมากจนถึงสี่สิบเท่า!
นอกจากนี้
พรสวรรค์ห้วงเวลาระดับตะวันยังสามารถทำให้สนามกาลเวลาที่ฉู่โม่วสร้างขึ้นเสถียรมากขึ้นอีกด้วย ตามที่ชายหนุ่มคาดการณ์เอาไว้ ความเสถียรของสนามพลังนี้ไม่อาจถูกทำลายได้แม้แต่โดยเทวะยุทธ์ระดับสูงสุด แม้ว่าผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์จะทำให้มันแตกร้าวได้ เขาก็ยังต้องใช้เวลานานในการทำลายมัน
การต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่งนั้นตัดสินเป็นตายกันทุกชั่ววินาที
บางครั้งการติดขัดเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในสนามรบได้
ดังนั้น การเสริมพลังเช่นนี้จึงสำคัญสำหรับฉู่โม่วอย่างถึงที่สุด!
ท้ายที่สุด
ใบมีดกาลเวลา!
มันคือความสามารถที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด
ก่อนหน้านี้ ฉู่โม่วสามารถฟันกระบี่กาลเวลาออกไปได้คราวละสองครั้งเท่านั้นและตัดอายุขัยของศัตรูได้ ร้อยปี แต่ตอนนี้เขาสามารถฟันติดต่อกันได้ห้าครั้งภายในเวลาไม่นานซึ่งเทียบเท่ากับพันปี
หลังจากที่พัฒนาจากระดับราชันย์ขึ้นเป็นระดับตะวัน กระบี่กาลเวลาก็กลับกลายเป็นพายุกาลเวลา
พายุนั้นเต็มไปด้วยกระบี่กาลเวลาขนาดจิ๋วจำนวนหลายหมื่นเล่ม ทุกครั้งที่ศัตรูถูกฟัน อายุขัยของพวกเขาก็สามารถถูกตัดให้สั้นลงได้มากถึง หมื่นปีเลยทีเดียว!
ด้วยอัตราการลดลงเช่นนั้น แม้แต่มหาเทวะยุทธ์ก็ไม่อาจเพิกเฉยได้!
อย่างไรแล้ว ผู้ปลุกพลังอย่างเทวะยุทธ์และมหาเทวะยุทธ์นั้น แม้ว่าอายุขัยของพวกเขาจะไร้ที่สิ้นสุด พวกเขาก็ไม่ได้เป็นอมตะ แม้ว่าจะสามารถมีชีวิตได้ยาวนานหลายหมื่นหรือกระทั่งมากกว่าแสนปี อายุขัย หมื่นก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสิบส่วนแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น การตัดอายุขัยนั้นส่งผลต่อรากอณูแห่งชีวิตของผู้ปลุกพลัง เมื่ออายุขัยหมื่นปีถูกตัดออกไป พื้นฐานพลังก็จะเสียหายอย่างหนักและระดับขั้นอาจลดต่ำลงก็เป็นได้
เรียกได้ว่า…
หลังจากที่ครอบครองพายุกาลเวลานี้ กระบี่กาลเวลาของฉู่โม่วก็ไม่ใช่แค่เพียงการโจมตีรุนแรง แต่ยังเป็นท่าไม้ตายที่ศัตรูต้องหวาดกลัวอีกด้วย!
“เยี่ยมไปเลย!”
หลังจากที่เข้าใจผลทั้งหมดของพรสวรรค์ห้วงเวลาระดับตะวัน ฉู่โม่วก็อดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้
หลังจากนั้น
เมื่อสัมผัสได้ว่ายังมีพลังงานของดอกบัวกาลเวลาหลงเหลืออยู่ในร่างกาย เพื่อไม่ให้พวกมันสูญเปล่า ชายหนุ่มจึงหลับตาลงและดูดซับพวกมันต่อไป
คราวนี้…
เขาไม่ได้ตั้งใจจะพัฒนาพรสวรรค์ แต่ตั้งใจจะศึกษากฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาของมัน
เพื่อที่จะศึกษาให้ได้รวดเร็ว ฉู่โม่วก็หยิบแผ่นศิลารู้แจ้งและแท่นประทับรู้แจ้งออกมาเพื่อเสริมพลัง
ในสถานการณ์เช่นนี้
ความหมายอันลึกซึ้งแห่งกาลเวลาของชายหนุ่มทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในพริบตาเดียว เวลาก็เดินผ่านไปกว่าสองเดือน
วันนี้…
ฉู่โม่วตื่นขึ้นมาจากการฝึกฝน
เขารู้สึกได้ว่าความหมายแห่งกาลเวลาพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกายจนอดเผยสีหน้าพึงพอใจออกมาไม่ได้
ต้องบอกเลยว่า
สมแล้วที่ดอกบัวกาลเวลาเป็นถึงสุดยอดสมบัติหายาก หลังจากที่ใช้เวลาฝึกฝนสองเดือน ความหมายอันลึกซึ้งแห่งกาลเวลาของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นเป็น 46%
แม้ว่าจะยังไม่ถึงครึ่งทาง
แต่ระดับของมันก็น่าสะพรึงกลัวมากแล้ว!
หากเป็นผู้ปลุกพลังทั่วไปฝึกฝนก็คงจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยพันปี!
แน่นอนว่า…
มันสามารถส่งผลที่น่าสะพรึงกลัวได้
นอกจากดอกบัวกาลเวลาและพรสวรรค์ห้วงเวลาระดับตะวัน ประกอบกับแผ่นศิลารู้แจ้งและแท่นประทับรู้แจ้ง รวมถึงผลของการเร่งเวลาแล้ว
แต่ไม่ว่ายังไง…
ยิ่งได้ประโยชน์มากก็ยิ่งดี
“ความหมายอันลึกซึ้งแห่งกาลเวลาไปถึง 46% แล้ว ไม่แย่เลย!”
“ต่อไป ฉันจะรอสมบัติหายากที่เกี่ยวกับกาลเวลาจากบรรพบุรุษหมัว บางทีฉันอาจจะศึกษาความหมายของมันสำเร็จและเข้าสู่ขั้นกฎเกณฑ์มายาก็ได้!”
“และตอนนี้…”
“ได้เวลาศึกษาความหมายของพรสวรรค์อื่น ๆ แล้ว!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเอง
เมื่อคิดได้ดังนั้น
เขาก็พลิกข้อมือและมีสมบัติอีกชิ้นปรากฏขึ้นในฝ่ามือ
มันเป็นสิ่งที่ดูเหมือนผลึกแก้ว
มันมีขนาดเท่ากับกำปั้นของผู้ใหญ่และมีสีน้ำเงินเข้ม มันมีสสารเข้มข้นที่ไหลไปมาคล้ายของเหลวอยู่ข้างในและเต็มไปด้วยรัศมีอันลึกลับ
มันคือหินเต๋าปฐมกาลที่ได้รับมาจากหลิ่วเสวียนจือ!
“มาเริ่มกันเลย!”
ฉู่โม่วถือก้อนหินเอาไว้ในมือและหลับตาลงอีกครั้ง