ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 674 ต่อสู้อย่างสุดกำลัง และ แสงศักดิ์สิทธิ์อมตะ!
บทที่ 674 ต่อสู้อย่างสุดกำลัง และ แสงศักดิ์สิทธิ์อมตะ!
ในสนามรบ
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยสีหน้าสับสนงุนงง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมพวกเขาถึงตกตะลึงขนาดนี้
เพราะภาพที่ปรากฏตรงหน้ามันน่าตกตะลึงเหนือคำบรรยาย
ผู้ปลุกพลังในขั้นเทวะยุทธ์สามารถป้องกันกระบวนท่าสังหารของครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์ได้จริง ๆ!
มันน่าเหลือเชื่อขนาดไหนกัน?
แม้ว่าจะเป็นฉู่โม่วผู้เป็นอัจฉริยะ และได้ป้องกันการโจมตีจนร่างกายเจ็บหนักใบหน้าซีดเผือด มันก็ยังทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง
อย่างไรแล้ว…
อีกฝ่ายก็คือครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์!
พละกำลังของเขาก้าวข้ามเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดและต่ำกว่าขั้นมหาเทวะยุทธ์เพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ด้วยพละกำลังเช่นนี้ แม้แต่ผู้ปลุกพลังในขั้นเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดก็ไม่อาจต้านทานได้ แล้วเทวะยุทธ์คนนี้ทำได้อย่างไรกัน?!
“น่าเหลือเชื่อ น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!”
“เทพเจ้าฉู่แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่?”
“น่าเหลือเชื่อ ฉันฝันไปหรือเปล่า?”
ผู้คนมากมายพึมพำกับตัวเองด้วยดวงตาเบิกกว้างและไม่อาจเชื่อในสิ่งที่เห็นได้
ในตอนที่ทุกคนตกตะลึงอยู่นั้น
มั่วจื้อทรงตัวกลับขึ้นมา มองดูฉู่โม่วจากไกลออกไป และหัวเราะเสียงดังลั่น “ฉู่โม่ว อัจฉริยะแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ สมแล้วที่เป็นผู้มากพรสวรรค์ ฉันดูถูกแกเกินไปจริง ๆ!”
“แต่…”
เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ เขาก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที สายตาของเขาพลันเยือกเย็นและปลดปล่อยเจตสังหารออกมา “ยิ่งแกแข็งแกร่งเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอยากฆ่าแกมากขึ้นเท่านั้น!”
“ตอนนี้แกเป็นแค่เทวะยุทธ์ แต่ก็ยังมีความสามารถพอจะสู้กับฉันได้ ถ้าได้เติบโตไป เผ่าพันธุ์ของฉันจะอยู่ได้ยังไงกัน?!”
เมื่อพูดจบ
มั่วจื้อก็ไม่รอให้ฉู่โม่วได้พูดอะไร และพุ่งตัวออกไปอีกครั้ง
เขาตั้งใจจะฉวยโอกาสที่ฉู่โม่วบาดเจ็บสังหารเขาทันทีโดยไม่ให้มีเวลาได้พักหายใจ
ครืน!
พลังของมั่วจื้อทะยานสูงขึ้นจนทั่วทั้งร่างกายปกคลุมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ไร้ที่สิ้นสุด พื้นฐานพลังอันทรงพลังไร้ที่เปรียบถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มเปี่ยม เขาใช้พลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุด แล้วแสงศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งออกไปราวกับคลื่นยักษ์ มุ่งหน้าไปหาฉู่โม่วอย่างบ้าคลั่ง
ก่อนที่จะมาถึง พลังของมันก็ทำให้ห้วงอากาศหลายพันกิโลเมตรโดยรอบแตกสลายและพังทลายลงจนส่งเสียงคำรามลั่น ราวกับว่าพวกมันอยากจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
นี่คือการโจมตีเต็มกำลังของครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์ ความน่าสะพรึงกลัวของมันเจาะทะลวงและเฉิดฉายผ่านยุคสมัยต่าง ๆ และสำแดงออกมาต่อหน้าทุกคนด้วยการทำลายทุกสรรพสิ่ง!
“แข็งแกร่งเกินไป!”
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
“นี่คือพละกำลังทั้งหมดของครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์เหรอ? ฉันต้านไม่ไหวแน่!”
“ผู้ดูแลฉู่จะต้านทานได้เหรอ?!”
เมื่อได้เห็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ แม้ว่าผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์เหล่านั้นจะเป็นแค่เพียงผู้สังเกตการณ์ แต่พวกเขาก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงและมีความกลัวเหนือคำบรรยายกัดกินหัวใจจนสีหน้าซีดเผือด
แต่พวกเขาก็ต้องอดกลั้นความกลัวนั้นเอาไว้และจ้องมองไปยังใจกลางของสนามรบ พูดให้ถูกก็คือจ้องมองไปยังร่างหนึ่ง ร่างของฉู่โม่ว!
พวกเขาอยากรู้ว่า …ฉู่โม่วจะหยุดมันได้หรือไม่?
ภายใต้สายตาของผู้คนนับไม่ถ้วน ฉู่โม่วไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับว่าหวาดกลัวจนไม่มีสติ
แต่…
ตูม!
ทันใดนั้น เสียงระฆังก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งผืนฟ้าและเข้าไปในโสตประสาทของผู้ปลุกพลังทุกคน
“นั่น… เสียงระฆังเหรอ?”
“ทำไมจู่ ๆ ถึงมีเสียงระฆังได้ล่ะ?”
ทุกคนได้แต่ประหลาดใจ แต่ก่อนที่จะคิดอะไรออก เสียงระฆังนั้นก็ดังกังวานยิ่งขึ้น
หลังจากนั้น
ระฆังทองแดงพลังปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของฉู่โม่ว
มันคือระฆังจักรพรรดิบูรพา!
ไม่เพียงเท่านั้น
ก้า!
แสงสีแดงส่องไสว พายุหมุนไร้ที่สิ้นสุดส่งเสียงหวีดหวิว เปลวเพลิงพลันระเบิดพล่านออกมา อีกาสุริยันขนาดสามสิบเมตรปรากฏตัวขึ้นหลังฉู่โม่ว เปลวเพลิงสีทองอันน่าสะพรึงกลัวแห่งดวงอาทิตย์แพร่กระจายออกไปทั่วพื้นที่ด้วยรัศมีกว่าหลายหมื่นกิโลเมตร
อุณหภูมิร้อนระอุทำให้ทั่วทั้งผืนฟ้าลุกเป็นไฟ และแม้แต่ห้วงอากาศก็ถูกเผาผลาญ
“ภาพลวงตาอีกาสุริยัน ส่งพลังให้ฉัน!”
ฉู่โม่วตะโกนเสียงดังลั่น
ภาพลวงตาอีกาสุริยันโค้งตัวต่ำลงและกระพือปีก แล้วมันก็กลับกลายเป็นลำแสงที่พุ่งเข้าไปในระฆังจักรพรรดิบูรพา
หึ่ง! หึ่ง! หึ่ง!
ด้วยพลังจากภาพลวงตาอีกาสุริยัน พลังของระฆังจักรพรรดิบูรพาทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มันสั่นสะท้านอย่างต่อเนื่องและทำให้พื้นที่โดยรอบสั่นไหว เปลวเพลิงสีทองแห่งดวงอาทิตย์แพร่กระจายออกมาจากบนผืนฟ้าพร้อมกับแสงศักดิ์สิทธิ์ไร้ที่สิ้นสุด หากมองมาในตอนนี้ ระฆังจักรพรรดิบูรพาก็เป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นบนท้องฟ้า
ภาพลวงตาของอีกาสีทองปรากฏขึ้นราวกับว่ากำลังเต้นรำอยู่บนดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ทุกครั้งที่มันกระพือปีก เปลวเพลิงไร้ที่สิ้นสุดก็จะแผ่ซ่านออกมาราวกับว่าจะเผาผลาญทุกสิ่ง
“นี่ นี่มันอะไรกัน?!”
“ทำไมถึงมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ล่ะ?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวจากระฆังจักรพรรดิบูรพาและอีกาสุริยัน ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนก็ต้องตะลึงงัน
แม้แต่เหล่ามหาเทวะยุทธ์ที่ต่อสู้กันอยู่บนท้องฟ้าไกลออกไปก็ต้องหันมามอง
โดยเฉพาะสายตาอันเฉียบคมที่ฉู่โม่วสัมผัสได้ มันคือสายตาของผู้อาวุโสหลักแห่งเผ่ามนุษย์วิหค สายตาของเขาเย็นยะเยือกราวกับว่าเขาอยากจะสังหารฉู่โม่วในทันที
เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาติดพันอยู่กับมหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยและไม่อาจปลีกตัวออกมาได้ เขาจึงได้แต่มองดูจากไกล ๆ เท่านั้น
…
ในตอนนี้
เมื่อฉู่โม่วเรียกระฆังจักรพรรดิบูรพาและอีกาสุริยันออกมา กระบวนท่าของมั่วจื้อก็มาถึงตรงหน้าพอดี
คู่ต่อสู้ตะลึงงันไปครู่หนึ่งราวกับไม่คิดว่าฉู่โม่วจะมีพละกำลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ แต่ไม่นานหลังจากนั้น สีหน้าของเขาก็กลับไปสงบนิ่งดังเดิม
“ถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ระดับนี้จะแข็งแกร่งแล้วไงล่ะ?!”
“มีช่องว่างขนาดใหญ่อยู่ระหว่างขั้นเทวะยุทธ์กับครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์ แทบจะเหมือนระหว่างสวรรค์กับโลกเลยละ ยังไงสุดท้ายแกก็ต้องตาย!”
สายตาของมั่วจื้อเยือกเย็นและดุร้าย ทั้งร่างกายอาบไปด้วยเจตสังหารขณะที่ตะโกนเสียงดังลั่น
เมื่อพูดจบ…
เขาก็ปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่สว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ออกมา และพลังของมันก็มหาศาลยิ่งกว่า
เห็นได้ชัดว่าถึงเขาจะทำเป็นไม่แยแส แต่ในหัวใจก็หวาดระแวงอย่างถึงที่สุด
ดังคำกล่าวที่ว่า สิงโตสู้กับกระต่ายเต็มกำลังเสมอ
แม้ว่ามั่วจื้อจะไม่ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นมหาเทวะยุทธ์เพราะขีดจำกัด อย่างไรแล้ว เขาก็มีชีวิตเนิ่นนานนับไม่ถ้วน และมีประสบการณ์การต่อสู้มหาศาล เขาจึงไม่ทิ้งช่องว่างให้ศัตรูได้พักหายใจแม้แต่น้อย
ครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์พยายามสุดฝีมือเพื่อสังหารฉู่โม่วและจบการต่อสู้นี้ให้ได้อย่างรวดเร็ว
“ตายซะ!”
ตูม!
ด้วยเสียงตะโกนดังเลื่อนลั่นของมั่วจื้อ แสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งผ่านห้วงอากาศไปราวกับว่ากำลังจะเจาะทะลวงผืนฟ้า
แสงศักดิ์สิทธิ์ไร้ที่สิ้นสุดพวยพุ่งออกมา ส่งให้รัศมีศักดิ์สิทธิ์อมตะส่องสว่างไปทั่วทุกหนแห่ง พลังที่น่าสะพรึงกลัวนั้นดูเหมือนว่าสามารถเจาะทะลวงสวรรค์และโลก ทำลายอณูแห่งชีวิตทั้งหมด และกำจัดทุกสรรพสิ่งได้ มันมีความเฉียบคมไร้ที่เปรียบและเจตสังหารรุนแรงระเบิดออกมา