ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 675 ผลักดวงดาวหลายพันล้านดวง เอาชนะและสังหารครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 675 ผลักดวงดาวหลายพันล้านดวง เอาชนะและสังหารครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์!
บทที่ 675 ผลักดวงดาวหลายพันล้านดวง เอาชนะและสังหารครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์!
“นี่คือพละกำลังของครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์เหรอ?”
“ทรงพลังเกินไปแล้ว!”
“ถ้าเป็นฉันคงไหลเวียนเลือดกับพลังปราณไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
“ระหว่างขั้นเทวะยุทธ์กับครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์แทบจะต่างกันสองขั้นเต็ม ๆ เลยนะ!”
ผู้ปลุกพลังจำนวนหนึ่งเผยสีหน้าตกตะลึงออกมา
แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างไสวนี้แทบจะทำให้ท้องฟ้าแยกออกจากกัน มันทั้งยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวจนถึงขีดสุด ราวกับว่าลงมาจากสวรรค์ทั้งเก้า และเพียงพอที่จะทำลายทุกสรรพสิ่ง แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลออกไป พวกเขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวจากแสงศักดิ์สิทธิ์นี้ มันทำให้ทั่วทั้งร่างกายต้องรู้สึกหนาวเหน็บและแม้แต่การไหลเวียนเลือดและพลังปราณก็ยากลำบาก
การโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้
เทพเจ้าฉู่จะรับไหวจริง ๆ เหรอ?
ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์มากมายคิดเช่นนั้นอยู่ในใจ แต่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้
และในตอนนี้…
ฉู่โม่วผู้กำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีนี้ก็ยังคงใจเย็น เขาก็พลิกข้อมือเบา ๆ ราวกับว่าเขย่าบางสิ่ง หลังจากนั้น ระฆังจักรพรรดิบูรพาเหนือศีรษะของเขาก็ดังขึ้นในทันใด
เหง่งหง่าง!
เสียงระฆังดังสนั่นเลื่อนลั่น
คลื่นเสียงสีทองแพร่กระจายออกไป และทุกสิ่งที่มันเดินทางผ่านก็นิ่งงันราวกับว่าเวลาถูกหยุดเอาไว้
เสียงสายลมหวีดหวิวสงบลง และเปลวเพลิงที่ลุกโชนก็หยุดนิ่ง
แสงศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งตรงมาหาฉู่โม่วพลันหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ และไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้ในทันที
ระหว่างสวรรค์และโลก ทุกสรรพสิ่งถูกแช่แข็งอยู่กับที่ราวกับภาพบนม้วนกระดาษ
และตอนนี้มีเพียงแค่ระฆังทองแดงที่ส่งเสียงดังและส่งคลื่นเสียงสีทองออกไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้มันแพร่กระจายไปทั่วทั้งสวรรค์และจักรวาล
เหง่งหง่าง! เหง่งหง่าง! เหง่งหง่าง!
เสียงระฆังยังคงดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง
ผู้เห็นเหตุการณ์นับไม่ถ้วนได้รับผลกระทบจากเสียงระฆังนี้และไม่อาจไหลเวียนเลือดหรือพลังปราณได้เลย แม้แต่ความคิดของพวกเขาก็เชื่องช้าลง แต่ข้างในใจ ภาพหนึ่งยังคงปรากฏอยู่อย่างชัดเจน
ยักษ์ขนาดมหึมาที่สามารถแบกสวรรค์และโลกได้ถือเสาทองแดงเอาไว้ในมือและตีระฆังทองแดงอย่างต่อเนื่อง เสียงระฆังทองแดงนั้นดังกึกก้องไปทั่วทั้งจักรวาลที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต้องหลงใหลและเคารพบูชา
แต่ผู้ที่ปฏิเสธมันจะถูกกำจัดกลายเป็นเถ้าถ่านและจางหายไปในห้วงอากาศทันที
ภาพนี้ยิ่งใหญ่เสียจนทำให้ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนที่ได้เห็นนิ่งงันอยู่กับที่
และหลังจากนั้น…
คลื่นเสียงจากระฆังก็โจมตีไปยังแสงศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้มันค่อย ๆ อ่อนแอลงและระเบิดพร้อมเสียง ‘ตูม’ ในที่สุด
แต่สิ่งที่แปลกก็คือ…
เมื่อแสงศักดิ์สิทธิ์นั้นระเบิดออก มันกลับไม่ปลดปล่อยพลังใด ๆ ออกมา แต่กลับมีเพียงความเงียบสงัดที่ไร้ซึ่งพลัง
ส่วนเสียงระฆังนั้นยังคงมุ่งหน้าไปหามั่วจื้อต่อไปเป็นระลอกคลื่นนับไม่ถ้วนที่เชื่อมต่อกันราวกับทะเลสีทอง
“เป็นไปได้ยังไงกัน!”
มั่วจื้อเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวาและไม่อาจเชื่อในสิ่งที่เห็นได้
นี่คือการโจมตีเต็มกำลังของเขา!
มันก้าวข้ามระดับของเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดและกระทั่งใกล้เคียงกับขั้นมหาเทวะยุทธ์แล้ว เทวะยุทธ์ระดับสูงสุดทั่วไปนั้นไม่อาจต้านทานมันได้แน่ แต่ในตอนนี้ ฉู่โม่วกลับลบมันไปได้ง่าย ๆ อย่างนี้เหรอ?
พละกำลังของเขาน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?
แล้วระฆังทองแดงนั่นมาจากไหนกัน?
เขาได้แต่ตกตะลึง…
ในขณะเดียวกัน
เมื่อเห็นคลื่นเสียงเหล่านั้นแพร่กระจายออกมา เขาก็รู้สึกได้ถึงคำเตือนในหัวใจ รู้สึกว่าศีรษะเริ่มตื้อชา และความกลัวเหนือคำบรรยายก็เริ่มกัดกินหัวใจ
นี่คือหายนะแห่งความตาย
ทำให้เขาเกิดความคิดที่ไม่อาจต่อต้านได้!
“ไม่นะ!”
“ไม่มีทาง!”
“ฉันเป็นครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์นะ ฉันใช้ชีวิตมามากกว่าหลานแสนปี ฉันเคยเห็นความแปรปรวนและการเปลี่ยนแปลงในจักรวาลมานับครั้งไม่ถ้วน แล้วฉันจะมาตายด้วยน้ำมือของเด็กแบบแกได้ยังไงกัน?!”
“ไม่มีทาง!”
สีหน้าของเขาโกรธแค้นขณะที่คำรามอย่างบ้าคลั่ง
ภายใต้วิกฤตเช่นนี้ เลือดและพลังปราณไร้ที่สิ้นสุดก็พลุ่งพล่าน แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างไสวกลับกลายเป็นเกราะป้องกันอันไร้เทียมทานเพื่อพยายามป้องกันคลื่นเสียงของระฆังจักรพรรดิบูรพา
แต่…
“ไม่พอ!”
“ยังไม่พอ!”
ครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์คำรามลั่น
แม้ว่าเลือดและพลังปราณทั้งหมดจะพลุ่งพล่านออกมาแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าหายนะแห่งความตายยังไม่จางหายไป
นั่นหมายความว่าเมื่อคลื่นเสียงนี้โจมตีเข้ามา เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน!
“ป้องกันฉัน!”
สีหน้าของมั่วจื้อดุร้ายราวกับปีศาจที่ออกมาจากนรก ทันทีที่เขาขยับมือ ลำแสงนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกมา มันคือสมบัติคุ้มกันที่ถูกใช้งานอย่างพร้อมเพรียงกันเพื่อลดทอนพลังจากคลื่นเสียงนั้น
แต่…
กร๊อบ!
เมื่อคลื่นเสียงนั้นเข้ามาถึงตัว สมบัติเหล่านั้นก็ไม่มีเวลาได้สำแดงพลังแม้แต่น้อย พวกมันสัมผัสกับคลื่นเสียงและแตกสลายกลายเป็นชิ้น ๆ ในทันที
ท้ายที่สุด…
ในสายตาอันเหลือเชื่อของมั่วจื้อ คลื่นเสียงนั้นก็สัมผัสกับร่างกายของเขา
กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!
เกราะป้องกันที่สร้างขึ้นจากเลือดและพลังปราณมหาศาลแตกสลายลงในทันที
แล้วร่างกายของมั่วจื้อก็ทะลุผ่านไป รอยแยกปรากฏขึ้นบนร่างกายและระเบิดทันที
“หนีเร็ว!”
ชายผู้นี้หมดกำลังใจที่จะต่อสู้และพยายามจะหลบหนีด้วยสีหน้าตื่นตระหนกราวกับสุนัขจรจัด
แต่ในตอนนั้นเอง
เหง่งหง่าง! เหง่งหง่าง! เหง่งหง่าง!
เสียงระฆังยังคงดังกึกก้องและกลับกลายเป็นระลอกคลื่นสีทองในห้วงอากาศที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งจักรวาล
ครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์มั่วจื้อลอยค้างอยู่กลางอากาศ
หลังจากนั้น
ครืนนนนน!
แขนเสื้อของฉู่โม่วเริ่มขยับ แล้วภาพลวงตาจักรวาลในแขนเสื้อของเขาก็ฉายออกมาปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ รวมถึงรวบรวมจิตวิญญาณของคู่กรณีไว้ในทันที
…
ระหว่างสวรรค์และโลกมีเพียงความเงียบสงัด
ผู้คนนับไม่ถ้วนนิ่งงันอยู่กับที่ด้วยความสับสนและมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
ไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เห็นได้และกระทั่งคิดว่าตัวเองฝันไป
อย่างไรแล้ว…
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็น่าเหลือเชื่อเกินไป!
ผู้แข็งแกร่งขั้นครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์ผู้มีชีวิตมากว่าหลายล้านปีและผ่านหายนะมานับครั้งไม่ถ้วน กลับถูกผู้ปลุกพลังหนุ่มขั้นเทวะยุทธ์ฆ่าตายคาที่!
และ…
เขายังเอาชนะและสังหารได้อย่างไร้เทียมทานอีกด้วย!
มันน่าเหลือเชื่อเกินไปจริง ๆ!
“บ้าน่า! บ้าไปแล้ว!”
“ฉันมองเห็นอะไรอยู่เนี่ย เทวะยุทธ์ฆ่าครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์งั้นเหรอ?!”
“โลกนี้มันบ้าไปแล้ว! หรือไม่ก็ฉันนี่แหละที่บ้า!”
“ฉันว่าฉันคงฝันหรือตาฝาดไปแน่ ๆ ไม่งั้นจะเห็นภาพที่น่ากลัวขนาดนั้นได้ยังไงกัน?”
“ใครจะปลุกฉันล่ะ? ใครจะปลุกฉันขึ้นมาจากโลกบ้า ๆ นี่กันล่ะ?!”
ผู้คนมากมายเริ่มเสียสติ
นั่นคือครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์นะ!
หากไม่มีบรรพบุรุษขั้นมหาเทวะยุทธ์ เขาก็สามารถสังหารเทวะยุทธ์นับไม่ถ้วนได้ และในจักรวาลนี้ เขาถูกยกย่องว่าเป็นสุดยอดผู้แข็งแกร่ง แต่เขากลับถูกเทวะยุทธ์สังหารเสียอย่างนั้น!
จักรวาลนี้กว้างใหญ่ขนาดไหนกัน?
แต่ในเวลานับปีไม่ถ้วนที่ผ่านมา หากค้นคว้าประวัติศาสตร์ให้ดีก็อาจไม่พบพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เสียด้วยซ้ำ!
ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์หรือเผ่ามนุษย์วิหค ต่างก็นิ่งค้างอยู่กับที่และไม่อาจดึงสติกลับมาได้อีกเป็นเวลานาน
ขณะเดียวกัน…
หลังจากที่ฉู่โม่วสังหารมั่วจื้อ เขาก็หันไปมองยังทิศทางของผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคทั้งหลาย
ก่อนหน้านี้หากเขาไม่เคลื่อนไหวก็คงจะไม่เป็นไร
แต่ตอนนี้เมื่อพลังของเทพเจ้าได้เผยออกมาแล้ว การสังหารและต่อสู้อย่างดุเดือดก็ย่อมบังเกิดขึ้น!