ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 699 ลุ่มแม่น้ำ ฉันควรไปที่ไหน?
บทที่ 699 ลุ่มแม่น้ำ ฉันควรไปที่ไหน?
ท่ามกลางระลอกคลื่นโหมกระหน่ำ
สามพันโลกาภายในชั่ววินาที
บนแม่น้ำสายยาวอันแสนลึกลับนี้ ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิอยู่บนเรือลำเล็ก และเท่าที่ตาของเขามองเห็น ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยดอกไม้โปรยปราย และแต่ละดอกที่ร่วงหล่นลงมาก็คือสิ่งมีชีวิต
สิ่งมีชีวิตมากมายเหล่านี้มีทั้งส่วนที่น่าอัศจรรย์และน่าเบื่อหน่าย
แต่ชายหนุ่มก็ตั้งตาดูทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
“หลายปีท่ามกลางหุบเขา ถ้ามองย้อนไปก็คงผ่านมาสักร้อยปีแล้ว ความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงของโลก ต้องผ่านความโดดเดี่ยวหลายพันปี ได้แต่มองความตายของเพื่อนพ้อง ความสวยงามก็เป็นเพียงแค่อดีต แล้วท้ายที่สุดก็ต้องอยู่ตัวคนเดียว เดินไปบนเส้นทางนี้คนเดียวงั้นเหรอ?”
ทันใดนั้น… เสียงดังกังวานราวกับเสียงสวรรค์พลันดังขึ้นในความคิดของฉู่โม่ว!
เสียงนั้นเต็มไปด้วยพลังและความน่าเกรงขามแห่งสวรรค์ราวกับเทพเจ้าที่ตั้งคำถามกับเขา
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเสียงนั้นมาจากไหน แต่จิตสัมผัสข้างในก็ทำให้เขาอยากอ้าปากตอบไปว่า ‘ได้’
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
เมื่อเขาอ้าปากออก ก่อนที่จะได้พูดอะไร ภาพนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นในหัว
มันคือชีวิตเก่าของเขา!
มันคือภาพตอนที่เขาอยู่บนโลก
ฉู่โม่วเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตหลายพันชีวิตที่เกิดมาในครอบครัวธรรมดา ใช้ชีวิตธรรมดา อยู่กับพ่อแม่และมีครอบครัวแสนสุขสันต์ เขาค่อย ๆ เติบโตขึ้นและได้เข้าสู่มหาวิทยาลัยที่ไม่แย่นัก หลังจากนั้นจึงสำเร็จการศึกษา ใช้ชีวิตต่อไปเรื่อย ๆ พบกับแฟนสาว และเริ่มนึกถึงเรื่องการหมั้นหมาย
ตัวเขาในตอนนั้น…
แม้ว่าจะเกิดมาเป็นคนธรรมดา ก็พยายามจะใช้ช่วงเวลาทุกวันสร้างความพิเศษเล็ก ๆ ภายในความธรรมดานั้น
และเขาก็คิดว่าชีวิตคงต้องเป็นเช่นนั้นต่อไปตลอดกาล
แต่…
วันหนึ่ง อุกกาบาตกลับพุ่งชนโลกและเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบ!
เชื้อไวรัสปริศนาแพร่กระจายออกมาทำให้ผู้คนแทบทั้งโลกกลายเป็นซอมบี้ และอารยธรรมที่มนุษย์ภาคภูมิใจหนักหนาก็พังทลายลงในทันที
ซอมบี้ออกอาละวาดไปทั่วทุกหนแห่งและไม่หลงเหลือกฎเกณฑ์อยู่อีกต่อไป
แต่ครอบครัวและความสุขที่ฉู่โม่วพยายามรักษามาตลอดชีวิตก็หายวับไปในชั่วพริบตา
พ่อแม่กลับกลายเป็นซอมบี้ และแม้แต่แฟนสาวก็กลายร่างเป็นซอมบี้ต่อหน้าต่อตา
เพื่อที่จะเอาชีวิตรอด เขาอดทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัสและลงมือฆ่าแฟนสาวที่กลายเป็นซอมบี้ด้วยตัวเอง ก่อนจะเข้าร่วมกับกลุ่มผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ
เขาต้องดิ้นรนและหาทางเอาชีวิตรอดในทุก ๆ วินาที
ท้ายที่สุด …จากการเป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป เขาก็กลายเป็นผู้รอดชีวิตแสนเลือดเย็น
ชายหนุ่มดิ้นรนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดด้วยความหวังว่าจะได้เห็นแสงสว่าง และไขว่คว้ามันมาอย่างสุดกำลัง
แต่…
เขาก็ยังล้มเหลว
ในปีที่ห้าหลังจากการระบาดของเชื้อไวรัสซอมบี้ เขาก็จมอยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้ในที่สุด
วินาทีสุดท้ายก่อนจะสิ้นใจ ฝูงซอมบี้มากมายรุมทึ้งและกัดกินร่างกาย ความเจ็บปวดที่กล้ามเนื้อถูกฉีกกระชากออกจากร่างกายยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำ และยังคงชัดเจนทุกครั้งที่นึกถึง
“ไม่รู้ว่าฝึกฝนมากี่ปีแล้ว แต่ถ้ามองกลับไปก็คงจะหลายพันปีทีเดียว ท่ามกลางความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงของโลก นายอาจต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยว ต้องมองดูเพื่อนฝูงตายไปต่อหน้า ส่วนนายก็ยังเติบโตต่อไป แล้วท้ายที่สุดก็จะต้องเดินไปคนเดียวงั้นเหรอ?”
เสียงสวรรค์นั้นเอ่ยถามขึ้นในหูของฉู่โม่วอีกครั้ง
แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่อาจพูดคำว่า ‘ได้’ ออกไป
ฉันจะทำได้ไหม?
เขาถามตัวเอง
ในตอนนี้ ภาพอีกภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
มันคือวินาทีสุดท้ายของชีวิตในการดิ้นรนเอาชีวิตรอดบนโลก แต่ท้ายที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ให้กับฝูงซอมบี้
เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย เขาก็ลืมตาขึ้น มองไปรอบ ๆ และพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องเงียบ ๆ
โชคชะตาให้โอกาสเขาได้เลือกอีกครั้งหนึ่ง
ให้เขาได้เดินไปบนเส้นทางที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
โลกใบเดิมนี้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่แตกต่างไปก็คือมันถูกเรียกว่าดาวเคราะห์สีน้ำเงิน และยังมีรอยแยกห้วงมิติมากมายปรากฏขึ้นรอบโลก ทำให้สัตว์อสูรทรงพลังนับไม่ถ้วนบุกรุกเข้ามา
และมนุษย์ก็มีพลังที่จะต่อสู้กับมันด้วยเช่นกัน
เมื่อฉู่โม่วได้รู้เกี่ยวกับพลังนี้ เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาแทบจะปักใจในทันทีว่าจะต้องเชี่ยวชาญพลังเช่นนั้นให้ได้!
เขาไม่อยากเป็นคนธรรมดา และไม่อยากเป็นแค่มดตัวจ้อยบนโลกใบใหญ่
เขาอยากมีอำนาจควบคุมโชคชะตาของตัวเอง!
อยากมีอิสรภาพ!
อยากมีพลังที่จะปกป้องตัวเองและพวกพ้องทุกคน!
เป้าหมายของเขาอาจแตกต่างไปจากภาพที่เห็น แต่ความมุ่งมั่นของเขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยนไปตั้งแต่ต้นจนจบ
ตั้งแต่การปกป้องผู้คนรอบตัว คุ้มครองเผ่าพันธุ์มนุษย์บนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน แล้วจึงก้าวออกมาสู่อวกาศและได้เห็นภาพโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล และตอนนี้… ก็เพื่อไล่ตามสุดยอดวิทยายุทธ์!
ระหว่างช่วงเวลานี้ เขาต่อสู้กับผู้คน สัตว์อสูรดุร้าย และเผ่าพันธุ์ต่างดาวมากมาย กระทั่งตอนนี้ เขาก็ต่อสู้กับเทพเจ้าและผู้แข็งแกร่งจากทั่วทุกเผ่าพันธุ์!
มันคือการต่อสู้กับโชคชะตา!
บนเส้นทางนี้ ทุกก้าวเดินของเขานั้นมั่นคงอย่างถึงที่สุด
แต่…
เขาได้เดินผ่านเส้นทางมากมายและก้าวข้ามอุปสรรคนับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้เมื่อเสียงนั้นเอ่ยถาม ทำไมเขาถึงยังลังเลและให้คำตอบไม่ได้ล่ะ?
ฉู่โม่วสับสนเป็นอย่างมาก
เพราะไม่อาจหาคำตอบได้ ชายหนุ่มจึงขมวดคิ้วและเผยสีหน้าเคร่งเครียดออกมา
และในตอนนั้นเอง…
เมื่อชำเลืองมองไปยังกลีบดอกไม้นับไม่ถ้วนบนแม่น้ำสายยาว เขาก็เห็นชีวิตนับไม่ถ้วนที่เบ่งบานและแห้งเหี่ยวไปราวกับดอกไม้
ทันใดนั้น แสงจิตวิญญาณก็สว่างวาบ แล้วทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้นราวกับว่าเมฆหมอกได้จางหายไปจนหมด
ในขณะเดียวกัน…
ร่างอันสันโดษและเย็นยะเยือกก็ปรากฏขึ้น
เขาเดินมาตามทางแม่น้ำและหยุดนิ่งเป็นครั้งคราวราวกับว่ากำลังนำทางให้กับฉู่โม่ว
“เขาจะพาฉันไปไหนน่ะ?”
ชายหนุ่มไม่เข้าใจ
แต่หลังจากที่คิดดูแล้ว เขาก็เดินตามหลังร่างนั้นไป
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
แต่ร่างนั้นให้ความรู้สึกคุ้นเคยและกระทั่งความใกล้ชิดกับเขา ราวกับว่าเป็นคนที่สนิทสนมกับเขามากที่สุด
ในตอนนี้
ร่างนั้นเดินอยู่ตรงหน้า และฉู่โม่วตามมาด้านหลังบนเรือลำเล็ก
ทั้งสองเดินทางไปตามสายแม่น้ำโดยไม่รู้ว่าเป้าหมายนั้นห่างไกลเพียงใด หรือเดินทางมาไกลเท่าไรแล้ว
ทันใดนั้น สายแม่น้ำก็เริ่มแยกออกจากกัน
“เราควรไปทางไหน?”
คำถามเช่นนั้นปรากฏขึ้นในหัวของฉู่โม่ว
ในตอนนั้นเอง
ร่างตรงหน้าพลันกลับหลังหันมามองเขา
เพียงแค่แวบเดียวก็ทำให้ชายหนุ่มตะลึงงันได้ในทันที แล้วความเหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้นในสายตา
คนคนนี้…
มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับเขาเป๊ะ!
ไม่สิ!
นั่นมันเขาชัด ๆ!
‘นั่นฉันเหรอ หรือว่าเป็นฉันอีกคนหนึ่ง?!’
‘แล้วแม่น้ำนี่หมายความว่ายังไงกัน’
‘แล้วเขาจะนำทางฉันไปไหน’
ความคิดและคำถามมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวของฉู่โม่ว
และในตอนนี้ ‘ฉู่โม่ว’ ที่ยืนอยู่ข้างหน้าก็เดินไปที่ทางแยกหนึ่ง แล้วจึงโบกมือให้กับเขาเพื่อบอกให้ผ่านไป
ชายหนุ่มผู้นั่งอยู่บนเรือคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตามเขาอีกคนไปในที่สุด
เขาอยากรู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้คืออะไรกันแน่
ครืน!
ด้วยความคิดเดียว เรือทั้งลำก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้นและมุ่งหน้าไปยังทางแยกนั้นทันที
และเมื่อเขาไปถึง
‘ฉู่โม่ว’ ข้างหน้าเขาก็ส่งยิ้มให้เล็กน้อย แล้วจึงก้าวเข้าไปในทางแยกแม่น้ำ ทันใดนั้น ร่างนั้นก็หายวับไป และผืนน้ำรอบกายก็เริ่มผันผวนขึ้นในทันใด
ท่ามกลางคลื่นเหล่านั้น ชายหนุ่มมองเห็นภาพปรากฏขึ้นมากมาย
ภาพเหล่านี้…
คืออีกชีวิตหนึ่งของฉู่โม่ว!
‘เขาต้องการให้ฉันดูภาพพวกนี้เหรอ?’
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เริ่มหันไปมองดูพวกมันอย่างละเอียด