ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 731 สกัดสมุนไพรวิญญาณ กับ เจ้าซื่อบื้อจอมพลัง
บทที่ 731 สกัดสมุนไพรวิญญาณ กับ เจ้าซื่อบื้อจอมพลัง
ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นถูกเอ่ยออกมา สมบัติที่กำลังจะหลบหนีไปก็หยุดนิ่ง
แต่แล้ว มันก็ทำเป็นไม่เข้าใจและมุ่งหน้าลงไปในพื้นดิน
“ฉันรู้นะว่าแกเข้าใจที่ฉันพูด!”
“นี่เป็นโอกาสเดียวเท่านั้น!”
ฉู่โม่วกล่าวอย่างหมดความอดทน
“จิ๊ดจิ๊ด…”
ในที่สุดสมบัติชิ้นนั้นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป มันกลับหลังหันมา ประกบมือเข้าด้วย และเริ่มขอร้องอ้อนวอนด้วยสีหน้าน่าสงสาร
“ขอร้องไปก็เท่านั้น ติดตามฉันด้วยความภักดีคือทางออกเดียวของแก!”
ฉู่โม่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม สมบัติจำแลงร่างพลันเงียบหงอยลงเป็นสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก
แต่ในตอนนั้นเอง มันก็ได้ยินชายหนุ่มเอ่ยขึ้น “แต่ฉันจะไม่กินแกก็ได้…”
สมบัติจำแลงร่างพลันตาลุกวาว
แต่ก่อนที่มันจะได้ทำอะไร เขาก็พูดต่อ “แต่… แกต้องจ่ายราคาที่สูงพอถ้าอยากมีชีวิตรอด”
“จิ๊ดจิ๊ด!”
มันส่งเสียงร้องสองครั้งราวกับว่ากำลังถามเรื่องราคาที่เขาพูดถึง
“ฉันต้องการโอสถบริสุทธิ์ในร่างกายของแกเป็นครั้งคราว แกต้องมอบให้ฉันครั้งละไม่น้อยกว่าหนึ่งขวด!”
ขณะที่ฉู่โม่วกล่าว เขาก็หยิบขวดหยกขวดหนึ่งออกมา
“จิ๊ดจิ๊ด!”
มันส่ายหน้าไปมาและตั้งใจจะปฏิเสธทันที
แล้วสีหน้าของชายหนุ่มก็เคร่งขรึมขึ้นในทันใด “ถ้าไม่อยากทำ ฉันก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากกินแกเข้าไป!”
“จิ๊ด จิ๊ด!”
คำพูดเหล่านั้นทำให้มันต้องสั่นสะท้านและรีบส่งเสียงร้องออกมาอีก แล้วจึงใช้มือสองข้างแสดงขนาดซึ่งเท่ากับหนึ่งในห้าของขวดหยกเดิม
“น้อยเกินไป น้อยขนาดนั้นมันไร้ประโยชน์ อย่างน้อยก็ต้องได้ครึ่งขวด!”
ชายหนุ่มส่ายหน้าและกล่าว
มันยังคงเจรจาต่อไป แต่ขยายขนาดขึ้นกว่าเก่าเล็กน้อย
ฉู่โม่วยังคงปฏิเสธและต่อรองกับมันต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้อตกลงระหว่างทั้งสองฝ่ายในท้ายที่สุดจึงจบลงที่ปริมาณมากกว่าครึ่งขวดหยกเล็กน้อย
ด้วยผลลัพธ์นี้ ชายหนุ่มพึงพอใจมากทีเดียว
เจ้าตัวนี้คือสมบัติจำแลงจากสมุนไพรวิญญาณ เดิมทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะกินมันอยู่แล้ว มันจะเป็นการเสียเปล่า และเลี้ยงมันไว้เพื่อพัฒนาความยั่งยืนจะต้องดีกว่าอย่างแน่นอน
ในตอนแรก เขาคิดว่าคงจะได้สักหนึ่งในสามส่วนของขวดหยกในแต่ละครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มากยิ่งกว่าครึ่งขวด ทำให้เขาต้องประหลาดใจไม่น้อย
เขาไม่กังวลว่ามันจะส่งผลเสียต่อพื้นฐานพลังของเจ้าสมุนไพรวิญญาณแม้แต่น้อย
ตามที่ฉู่โม่วรู้ สมุนไพรวิญญาณเหล่านี้สามารถดูดซับรัศมีแห่งสวรรค์และโลกได้ด้วยตัวเอง แล้วจึงกลับกลายเป็นโอสถภายในร่างกายได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป โอสถก็จะสะสมในร่างกายมากเกินไปและจำเป็นต้องถูกกำจัดออก
แทนที่จะปล่อยให้สูญเปล่าไป คงจะดีกว่าหากเก็บพวกมันทั้งหมดเอาไว้ ทำให้เขาฝึกฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ฉู่โม่วพึงพอใจไม่น้อย ส่วนฝ่ายสมุนไพรวิญญาณนั้นได้แต่ก้มหัวลงอย่างเศร้าสร้อย
อย่างไรแล้ว ผู้ถูกข่มขู่ให้ส่งมอบสมบัติที่มาจากความอุตสาหะของตัวเองอยู่เรื่อย ๆ นั้นก็ต้องไม่พอใจเป็นธรรมดา
แต่ชายหนุ่มก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย
หลังจากที่เจรจาต่อรองกันเสร็จ เขาก็เก็บมันเข้าไปในโลกบนฝ่ามือ
“จิ๊ด จิ๊ด!”
เมื่อมาถึง มันก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าภาพตรงหน้าพร่ามัวและเป็นโลกที่แปลกประหลาด
และในตอนนั้นเอง
เขาก็มองเห็นนกขนาดเล็กและนกสามขาขนาดใหญ่ที่ดูแปลกพิลึกเดินเข้ามาหา
“นายท่าน นั่นมันตัวอะไรกัน!”
เสี่ยวอู๋กระพือปีกและเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ฉันรู้สึกว่าฉันละอยากกินมันจริง ๆ…”
“จิ๊ด…”
เมื่อต้องขวัญผวาเพราะคำพูดของเสี่ยวอู๋ มันก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วและไปหลบอยู่ด้านหลังฉู่โม่วทันทีที่พบตัวเขา
ในตอนนี้ มันลืมไปแล้วว่าฉู่โม่วเคยข่มขู่มันอย่างไร
ยังไงซะเมื่อเทียบกับเสี่ยวอู๋ที่อยากจะกินมันแล้ว ฉู่โม่วแค่ขอให้มันส่งมอบสมบัติให้เป็นครั้งคราวเท่านั้น นั่นก็ถือว่าดีมากแล้ว
“เสี่ยวอู๋ นี่คือสมุนไพรวิญญาณ มันเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามาก ห้ามกิน!”
ฉู่โม่วกล่าวเสียงดังฟังชัด
“แกว๊ก…”
เสี่ยวอู๋พยักหน้า แต่ก็ยังมองดูสมุนไพรวิญญาณด้วยความสงสัย
และในตอนนั้นเอง ฉู่โม่วก็ยกสมุนไพรวิญญาณขึ้นมาและกล่าว “ในเมื่อแกยอมแพ้ให้ฉันแล้ว ฉันจะตั้งชื่อให้… แกเป็นสีเขียวแบบนี้ งั้นฉันจะเรียกแกว่าเสี่ยวลู่แล้วกัน!”
“จิ๊ด!”
สมุนไพรวิญญาณส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับสีหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับว่าไม่อาจยอมรับชื่อนี้ได้
ฉู่โม่วไม่สนใจและพูดกับมัน “อีกอย่าง นี่คือโลกในฝ่ามือของฉัน ตั้งแต่นี้ไปแกจะอาศัยอยู่ที่นี่!”
เมื่อพูดจบเขาก็ยื่นขวดหยกให้กับเสี่ยวลู่และกล่าว “ตอนนี้ได้เวลาส่งมอบสมบัติของแกแล้ว!”
เมื่อเห็นว่าเรื่องชื่อของตัวเองถูกตัดสินไปแล้ว เสี่ยวลู่ก็รู้ดีว่าหากดิ้นรนต่อไปก็คงไร้ประโยชน์ มันจึงรับขวดหยกมาและสร้างแผลบนร่างของตัวเอง
หลังจากนั้น โอสถบริสุทธิ์ก็หลั่งไหลออกมาจากร่างของมัน
ยาเหล่านี้มีสีใสพิสุทธิ์ พวกมันปลดปล่อยแสงสว่างไสวออกมาและมีพลังงานแสนแข็งแกร่งบรรจุอยู่ภายใน แค่เพียงสูดดมก็ทำให้หัวใจของฉู่โม่วเต้นไม่เป็นจังหวะและสัมผัสได้ถึงคลื่นแห่งความโหยหาในร่างกาย
และในขณะเดียวกัน ดวงตาของเสี่ยวอู๋ก็ลุกเป็นประกายและเผยความปรารถนาอันลึกซึ้ง
มันทำให้เสี่ยวลู่อดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้ มันจึงเร่งความเร็วในการสกัดยาเหลวอย่างรีบร้อน
เมื่อใกล้จะถึงครึ่งขวด มันก็รีบรักษาบาดแผลอย่างรวดเร็ว แล้วจึงปิดขวดฝาของขวดหยก แล้วรัศมีอันน่าตกตะลึงก็จางหายไป
“จิ๊ด จิ๊ด!”
เสี่ยวลู่ตะโกนลั่นและยื่นขวดหยกให้กับฉู่โม่วราวกับจะบอกว่า ฉันทำหน้าที่ตามที่ตกลงกันไว้แล้ว และนายก็ต้องทำตามข้อตกลงด้วย
“มั่นใจได้เลย!”
ฉู่โม่วยิ้มบางและรับขวดหยกมา
เขาอบรมเสี่ยวอู๋และอาไต๋ไม่ให้มีความคิดที่จะกินเสี่ยวลู่อีก หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากสัตว์เลี้ยงทั้งสอง ฉู่โม่วก็ออกไปจากโลกในฝ่ามือ
แต่หลังจากที่ฉู่โม่วออกไปจากโลกในฝ่ามือ
เจ้านกซื่อบื้อก็บินลงมาตรงหน้าเสี่ยวลู่
“เจ้าเด็กน้อย ของของนายมีกลิ่นดีมากเลย ขอฉันชิมหน่อยสิ”
มันยิ้มในแบบที่ตัวเองคิดว่าดูเป็นมิตรและกล่าว
“จิ๊ด จิ๊ด!”
เสี่ยวลู่พ่นลมหายใจและหันไปทางอื่นโดยไม่สนใจมันแม้แต่น้อย
มันจำได้เป็นอย่างดี
เหตุผลที่มนุษย์ชั่วร้ายอย่างฉู่โม่วสามารถตามหามันพบได้นั้นเป็นเพราะนกชั่วร้ายนี่นำทางไป ไม่เช่นนั้น มันจะมาเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
ตอนนี้ นกน้อยตัวนี้ยังกล้ามาขอยาให้กับตัวเองอีกเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
เสี่ยวลู่คิดในใจและกระโดดไปรอบ ๆ ในไม่ช้ามันก็พบต้นดอกซากุระสวรรค์ จึงตามหาตำแหน่งที่พอใจและปักหลักอยู่ที่นั่น
ส่วนอาไต๋นั้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเมินตัวเอง มันก็เผยสีหน้าออกมาอย่างชัดเจน
‘ฮึ่ม ไม่อยากให้ก็ไม่ต้องให้ หยิ่งจริง ๆ!’
‘ถึงฉันจะต้องอดตายก็จะไม่ขอแกอีกแล้ว!’
อาไต๋แอบคิดอยู่ในใจ
เพียงแต่ว่า… ไม่นานหลังจากนั้นมันก็นึกถึงกลิ่นหอมหวนก่อนหน้านี้ และยับยั้งความต้องการในใจไว้ไม่ไหว มันจึงบินเข้าไปใกล้เสี่ยวลู่และพูดคุยกับเสี่ยวลู่อีกครั้ง