ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 750 ผู้ปลุกพลังทุกเผ่าพันธุ์ต้องตกตะลึง กับ ศัตรูที่เทียบได้กับครึ่งก้าวสู่ขั้นมหาเทวะยุทธ์
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 750 ผู้ปลุกพลังทุกเผ่าพันธุ์ต้องตกตะลึง กับ ศัตรูที่เทียบได้กับครึ่งก้าวสู่ขั้นมหาเทวะยุทธ์
บทที่ 750 ผู้ปลุกพลังทุกเผ่าพันธุ์ต้องตกตะลึง กับ ศัตรูที่เทียบได้กับครึ่งก้าวสู่ขั้นมหาเทวะยุทธ์
“มีใครบอกฉันได้ไหมว่านี่เป็นความจริงหรือเปล่า?”
“ฉันต้องเห็นภาพหลอนไปแน่ ๆ!”
“ผ่านมานานเท่าไรเอง เขาไปถึงชั้นที่ 80 แล้วเหรอ?”
“พละกำลังของเขาน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?”
“ว่ากันว่าเขาคือคนที่เป็นอันดับหนึ่งบนรายชื่อศิลาต้นกำเนิด พรสวรรค์ของเขาไร้ที่เปรียบในทุกยุคสมัย และพละกำลังของเขาก็เหนือยิ่งกว่าคนอื่น ๆ มาก… ฉันต้องยอมรับว่าเขาทรงพลังมาก แต่ระดับพลังที่ได้เห็นตอนนี้ก็น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!”
“หรือว่า… เขาจะผ่านทุกชั้นได้จริง ๆ?”
ผู้ปลุกพลังต่างก็พูดคุยกันด้วยสีหน้าตกตะลึงและเหลือเชื่อ
อย่างไรแล้ว
ภาพที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้าก็น่าตกตะลึงยิ่งนัก!
หลังจากที่ฉู่โม่วเข้าไปในหอคอยได้ไม่นาน เขาก็พุ่งขึ้นไปถึงชั้นที่ 80 แล้ว ต้องรู้ด้วยว่า ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ที่เข้าไปก่อนหน้าเขานั้นไปถึงได้แค่ชั้นที่ 40 และพวกเขาก็ติดอยู่ในชั้นนั้นเป็นเวลานาน แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากที่จะปีนขึ้นไปต่อได้
แต่ชายหนุ่มผู้เข้ามาทีหลังกลับทิ้งช่องว่างขนาดใหญ่ไว้ระหว่างพวกเขา
ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง พวกเขาคงทำใจเชื่อไม่ลงแน่
“นี่คือพละกำลังของอันดับหนึ่งบนศิลาต้นกำเนิดเหรอ?”
“หลังจากที่ได้เห็นภาพนี้ ฉันเข้าใจแล้วว่าช่องว่างระหว่างเทพเจ้ากับเรามันใหญ่ขนาดไหน!”
“ผู้ปลุกพลังมนุษย์คนนี้น่ากลัวจริง ๆ!”
“ถ้าไม่จำเป็นฉันจะไม่เป็นศัตรูกับเขาแน่!”
ผู้ปลุกพลังจากทุกเผ่าพันธุ์ต่างก็แอบคิดอยู่ในใจ
และระหว่างที่พวกเขาตกตะลึงอยู่นั้น ฉู่โม่วก็ยังคงปีนหอคอยแห่งกาลเวลาต่อไป
เขาไปถึงชั้นที่ 86 แล้ว!
หลังจากที่มาถึงขั้นนี้ ศัตรูที่เขาต้องพบและการทดสอบต่าง ๆ ก็ยากขึ้นมาก แม้ว่าเขาจะเริ่มตั้งใจมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย
เพราะหากชะล่าใจก็อาจจะพ่ายแพ้และกระทั่งผิดพลาดได้ ทำให้การศึกษาแก่นพลังเกิดข้อผิดพลาดและทำให้ไม่ผ่านการทดสอบในที่สุด
เขามาถึงจุดนี้แล้ว และเป้าหมายหลักก็คือการคว้ากุญแจมาครอบครองและควบคุมหอคอยแห่งกาลเวลา เขาจึงต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
บนชั้นที่ 86
ฉู่โม่วจำเป็นต้องทำลายค่ายกลขนาดใหญ่
ค่ายกลขนาดใหญ่นี้ทนทานถึงขีดสุด มันเต็มไปด้วยรายละเอียดค่ายกลนับไม่ถ้วนที่เกิดขึ้นจากแก่นพลังแห่งกาลเวลา การทำงานของมันทำให้ผู้ปลุกพลังติดอยู่ข้างในและได้รับผลแห่งการเร่งเวลา
ในขณะเดียวกัน ค่ายกลขนาดใหญ่นี้ก็มีวิธีการจำกัดขอบเขตและรบกวนมากมาย
ค่ายกลนี้ลึกซึ้งอย่างถึงที่สุด แม้ว่าเจ้าของค่ายกลจะมาที่นี่ก็คงยากที่จะเข้าใจมันได้อย่างถี่ถ้วนในระยะเวลาสั้น ๆ นอกจากนี้ ค่ายกลนี้ยังเกิดขึ้นจากแก่นพลังแห่งกาลเวลา ซึ่งเพียงแค่ก้าวเดินแต่ละก้าวก็ยากลำบากแล้ว
แต่ระยะเวลาที่การทดสอบให้นั้นมีเพียงแค่สามชั่วโมงเท่านั้น
เพื่อที่จะผ่านการทดสอบนี้ ฉู่โม่วต้องใช้ทั้งศิลารู้แจ้ง แท่นประทับรู้แจ้ง และกระทั่งกระบวนท่าเร่งเวลา
ท้ายที่สุด… หลังจากที่ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในก็ศึกษาหลักการทั้งหมดของค่ายกลได้อย่างถี่ถ้วน แล้วจึงทำลายค่ายกลขนาดใหญ่นี้ลง
“ยินดีด้วย คุณทำความเข้าใจสำเร็จและกำลังจะเข้าสู่ชั้นที่ 87!”
เมื่อเสียงประกาศดังขึ้น มันก็กล่าวยืนยันความสำเร็จของเขาในการทดสอบ
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น
ฉู่โม่วก็อดถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาไม่ได้
ในขณะเดียวกัน การทดสอบใหม่ก็จะปรากฏขึ้นในไม่ช้า
มันคือสิ่งประดิษฐ์เหมือนเช่นเคย
ภายนอกของมันดูอัปลักษณ์และปลดปล่อยรัศมีที่ทรงพลังออกมา ตามการคาดการณ์ของเขา มันเทียบได้กับเทวะยุทธ์ระดับสูงสุด และกระทั่งใกล้เคียงกับครึ่งก้าวสู่ขั้นมหาเทวะยุทธ์ด้วยซ้ำ มันแทบจะแข็งแกร่งพอ ๆ กับงูยักษ์ที่เขาสังหารมาก่อนหน้านี้เลยทีเดียว
“กรุณาเอาชนะคู่ต่อสู้ตรงหน้าภายในระยะเวลาที่กำหนด แล้วคุณจะผ่านการทดสอบและเข้าสู่ชั้นต่อไป!”
เมื่อเสียงประกาศพูดจบ
สิ่งประดิษฐ์นั้นก็คำรามอย่างโกรธเกรี้ยวและมุ่งหน้าเข้ามาหาฉู่โม่ว
ร่างกายของมันไม่ได้ใหญ่มากนัก มีขนาดเพียงราว ๆ สามเมตร แม้ว่ามันจะยังสูงกว่าชายหนุ่มมาก แต่มันก็มีขนาดเล็กยิ่งกว่าสิ่งประดิษฐ์และสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ในระดับเดียวกันมาก
แต่…
แม้ว่าร่างกายของมันจะเล็ก ทว่าความเร็วของมันก็ไร้ที่เปรียบ
แม้แต่ฉู่โม่วก็ไม่อาจตรวจจับร่องรอยของมันได้
ฟุ่บ!
ขณะที่ชายหนุ่มยังคงพยายามจับตามองอีกฝ่าย เขาก็มองเห็นภาพพร่ามัวตรงหน้าและรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่หน้าอกในทันใด
เมื่อได้สติกลับคืนมา เขาก็มองเห็นบาดแผลฉกรรจ์บนหน้าอกซึ่งเกิดขึ้นจากสิ่งประดิษฐ์ตรงหน้า
หลังจากที่การโจมตีสำเร็จ ศัตรูก็ใช้โอกาสนี้ไล่ตามมาและโจมตีฉู่โม่วต่อ
ในระยะเวลาสั้น ๆ ชายหนุ่มถูกโจมตีกว่าหลายร้อยครั้ง แต่ละครั้งนั้นแทงเข้าไปที่คอของเขาก่อนที่จะได้ตอบโต้
หากไม่ใช่เพราะแก่นธาตุไม้อันแข็งแกร่งในร่างกายที่ฟื้นฟูบาดแผลอย่างบ้าคลั่ง ประกอบกับวิชาสวรรค์อมตะระดับที่ 2 พลังฟื้นฟูของเขาก็เพิ่มขึ้นมหาศาล
มันแค่ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสได้เท่านั้น
“พละกำลังของชั้นนี้แข็งแกร่งจริง ๆ!”
ฉู่โม่วตะลึงงัน
เขารู้ว่าจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้
ไม่อย่างนั้น เขาจะต้องพ่ายแพ้ในท้ายที่สุด
“หน่วงกาลเวลา!”
“สกัดห้วงมิติ!”
“แรงโน้มถ่วงกดดัน!”
ฉู่โม่วปลดปล่อยพรสวรรค์ทั้งหมดออกมาโดยไม่ลังเล ความสามารถทุกรูปแบบพลุ่งพล่านออกมา และเลือดในร่างกายที่ทรงพลังยิ่งกว่าก็ปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่
ความเร็วของสิ่งมีชีวิตนี้เชื่องช้าลงภายใต้แรงกดดันของพรสวรรค์ทั้งสามนี้
“ทีนี้ก็ถึงตาฉันแล้ว!”
ชายหนุ่มถือกระบี่ดาราทมิฬไว้ในมือ ปลดปล่อยเจตจำนงกระบี่ออกมา และฟันไปยังสิ่งประดิษฐ์ตรงหน้า
แสงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายออกมาและปกคลุมพื้นที่ราวกับกาแล็กซี
ก่อนที่มันจะมาถึง พลังงานอันแข็งแกร่งเกินต้านก็ระเบิดออกมาราวกับว่ามันสามารถตัดโลกออกจากกันได้
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังของแสงกระบี่ สิ่งประดิษฐ์นั้นก็พยายามจะหลบหลีก
แต่เพราะแรงกดดันจากพรสวรรค์ทั้งสาม ทำให้ตอนนี้มันไม่มีเวลาให้ดิ้นออกมาแม้แต่น้อย
แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ชั่วขณะเดียว มันก็ไม่อาจดิ้นหลุดและหลบหนีไปได้
แต่ในการต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่ง ช่วงเวลาชั่วครู่ก็เพียงพอที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นและความตายได้
กร๊อบ!
ด้วยเสียงดังลั่น แสงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวโจมตีลงไปยังสิ่งมีชีวิตนั้น และฟันหนึ่งในสามส่วนของร่างกายออกไปทันที
สิ่งประดิษฐ์นั้นได้รับความเสียหายอย่างหนักแต่ก็ยังไม่ถึงตายและยังคงพยายามหลบหนี
แต่ฉู่โม่วจะให้โอกาสมันได้อย่างไรกัน?
ดังคำกล่าวที่ว่า ใช้โอกาสบาดเจ็บปลิดชีพ
ชายหนุ่มใช้พรสวรรค์ทั้งสามอีกครั้ง แรงกดดันทุกรูปแบบโจมตีและจำกัดความเร็วของสิ่งประดิษฐ์เอาไว้
แล้วเขาก็ฟันออกไปข้างหน้า
เมื่อกระบี่นี้ถูกฟันลงไป สิ่งประดิษฐ์ก็ไม่อาจรอดไปได้แม้แต่น้อย
เจตจำนงกระบี่นับไม่ถ้วนระเบิดและทำลายอณูแห่งชีวิตทั้งหมดของสิ่งประดิษฐ์นี้ไปจนหมด
ลำแสงเส้นเล็ก ๆ ลอยเข้าไปในร่างกายของฉู่โม่ว
มันทำให้พรสวรรค์และกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาของเขาเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว
และในขณะเดียวกัน
เสียงประกาศก็ดังขึ้นในหูเพื่อแจ้งว่าเขาผ่านการทดสอบในชั้นนี้แล้ว
“ยินดีด้วย คุณผ่านการทดสอบและกำลังจะเข้าสู่ชั้นที่ 88!”
เมื่อเสียงนั้นพูดจบ
ฉู่โม่วก็พบว่าสภาพแวดล้อมพลันเปลี่ยนแปลงไป มันไม่ใช่ทะเลทรายขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นโลกที่ดูราวกับแดนสวรรค์