ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 749 สมบัติห้วงเวลาอีกชิ้นหนึ่ง กับ ชั้นที่ 80 ในพริบตาเดียว!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 749 สมบัติห้วงเวลาอีกชิ้นหนึ่ง กับ ชั้นที่ 80 ในพริบตาเดียว!
บทที่ 749 สมบัติห้วงเวลาอีกชิ้นหนึ่ง กับ ชั้นที่ 80 ในพริบตาเดียว!
เห็นได้ชัดว่าสมบัติแต่ละชิ้นปลดปล่อยอณูแห่งชีวิตมากมายออกมา และแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างไสวก็ส่องผสมปนเปกันจนน่าตกตะลึง
ฉู่โม่วค่อย ๆ มองดูอย่างละเอียด
มันมีทั้งสมบัติหายากอย่างสมุนไพรจิตวิญญาณ ตำราลับแห่งยาสมุนไพร และศิลาศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย
“สมุนไพรจิตวิญญาณอายุหลายแสนปี ถ้าผู้ปลุกพลังกินเข้าไปก็สามารถพัฒนาพรสวรรค์ธาตุไฟไปได้มากถึงระดับตะวัน!”
“เทียบกับระดับเทพเจ้าแล้ว มันก็ใกล้เคียงกับกระบวนท่าลับระดับโชคลาภเลย!”
“ยาจิตวิญญาณเก้าจุดลมปราณคุณภาพขั้นสุดยอด ถ้าตัวตนระดับเทพเจ้าได้กินมันเข้าไปก็จะเพิ่มมันได้มหาศาล!”
“แล้วยังมีวัสดุหายากที่สามารถตีเป็นอาวุธทรงพลังได้ด้วย!”
ฉู่โม่วตรวจสอบไปทีละชิ้น ๆ
และในตอนนั้นเอง
เขาพลันสังเกตเห็นสมบัติชิ้นหนึ่ง
มันเป็นแค่ก้อนหินก้อนหนึ่ง
ภายนอกมันดูเหมือนก้อนหินธรรมดาทั่วไปที่ทั้งก้อนเป็นสีดำและมีขนาดเท่ากับกำปั้น แต่ข้างในนั้นมีรัศมีแห่งกาลเวลาที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก หากมองดูให้ดีก็จะเห็นว่ามีแก่นพลังห้วงเวลาราวกับของเหลวอยู่ภายใน
“นี่มัน… สมบัติห้วงเวลาเหรอ?!”
ฉู่โม่วตะลึงงัน
แต่แล้วเขาก็เผยสีหน้าดีใจออกมา
บุตรแห่งโชคชะตาเคยได้รับสมบัติห้วงเวลามาก่อนบนหอคอยดารารุ่งในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ ในตอนนั้น เขามีความรู้เพียงน้อยนิดและคิดว่ามันคือก้อนหินใต้แม่น้ำแห่งกาลเวลา และหลังจากที่ถูกชำระล้างโดยพลังห้วงเวลาอยู่เป็นเวลานาน มันก็เต็มไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่แห่งกาลเวลา
แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าก้อนหินที่อยู่ในแม่น้ำแห่งกาลเวลานั้นมีชื่อว่าศิลาโชคชะตา
ส่วนสมบัติห้วงเวลานั้นจะต้องเกิดขึ้นในสถานที่พิเศษในเวลาที่ไม่อาจคาดการณ์ได้
แก่นพลังของมันนั้นน้อยกว่าศิลาโชคชะตา แต่สำหรับฉู่โม่วแล้ว มันก็ยังล้ำค่าอย่างถึงที่สุด
เขาจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย หลังจากที่เห็นสมบัติห้วงเวลาก้อนนี้ เขาจึงเลือกได้ในทันที
ในชั้นรางวัลพิเศษนี้ เขาสามารถเลือกสมบัติได้สี่ชิ้น
ดังนั้น หลังจากที่เลือกสมบัติห้วงเวลามา ฉู่โม่วก็สามารถเลือกสมบัติได้อีกสามชิ้น
แม้ว่าสมบัติที่เหลือจะล้ำค่าหมดทุกชิ้น ในสายตาของฉู่โม่ว พวกมันก็เหมือนกันหมด เขาจึงสุ่มเลือกสมบัติที่สามารถใช้งานได้มาสามชนิด
ชิ้นแรกเป็นรากสมุนไพรจิตวิญญาณที่เรียกว่าสมุนไพรแก่นเพลิง มันสามารถพัฒนาพรสวรรค์ธาตุไฟของผู้ปลุกพลังได้ไปถึงระดับตะวัน ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลย เขาสามารถนำมันกลับไปให้กับศิษย์ทั้งสามคนได้
ชิ้นที่สองคือแร่ชิ้นหนึ่ง
มีชื่อว่าทองคำแท้ปฐมกาล
มันเป็นวัสดุที่พิเศษเป็นอย่างมาก แค่เพิ่มเข้าไปเพียงเล็กน้อยเมื่อสร้างอาวุธก็สามารถทำให้มันแข็งแกร่งถึงขีดสุดได้ โดยเฉพาะสำหรับมีด กระบี่ และสมบัติอื่น ๆ ซึ่งจะส่งผลอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนสมบัติชิ้นที่สามนั้น
มันคือสูตรยาชนิดหนึ่งที่บันทึกยาอายุวัฒนะจากยุคสมัยโบราณเอาไว้ มันสามารถเพิ่มความเป็นไปได้ที่ผู้ปลุกพลังจะเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์ได้ 10-30% เลยทีเดียว
มันอาจดูไม่มากนัก
แต่แค่ความเป็นไปได้ 10-30% ก็จะเพิ่มจำนวนของผู้ปลุกพลังขั้นเทวะยุทธ์ในเผ่าพันธุ์มนุษย์ในอนาคตได้เป็นจำนวนมาก!
หลังจากที่เลือกเสร็จ
ฉู่โม่วก็เก็บสมบัติทั้งหมดไป และเหลือเพียงสมบัติห้วงเวลาไว้ในมือ
สมบัติห้วงเวลาก้อนนี้มีขนาดใหญ่ทีเดียว
มันมีขนาดใหญ่กว่าสมบัติห้วงเวลาที่ฉู่โม่วเคยดูดซับเข้าไปก่อนหน้านี้เสียอีก และแก่นพลังของมันก็เข้มข้นยิ่งกว่าด้วย เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว มันก็มีคุณภาพต่ำกว่าศิลาโชคชะตาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
‘ถ้าฉันกลืนกินมันเข้าไป อย่างน้อยก็ต้องเพิ่มพรสวรรค์แห่งกาลเวลาขึ้นได้มากแน่!’
ชายหนุ่มคิดกับตัวเอง แล้วจึงหลับตาลง เคลื่อนไหวพรสวรรค์แห่งกาลเวลาในร่างกาย และเริ่มกลืนกินมันทันที
หึ่ง!
ทันใดนั้น
แก่นพลังห้วงเวลาอันหนาแน่นก็พลุ่งพล่านออกมาจากสมบัติห้วงเวลาราวกับแม่น้ำที่ถาโถมมายังร่างของฉู่โม่ว
ในสถานการณ์เช่นนี้
รัศมีแห่งกาลเวลาอันทรงพลังก็ถูกปลดปล่อยออกมาปกคลุมร่างกายของฉู่โม่วและกระทั่งพื้นที่โดยรอบ
หากใครบางคนอยู่ที่นี่ในตอนนี้
พวกเขาก็จะต้องพบว่า
การไหลเวียนของเวลารอบกายฉู่โม่วแตกต่างไปจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง แม้จะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่มันก็ต่างกันราวกับคนละโลก
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ด้วยการดูดซับอย่างต่อเนื่องของฉู่โม่ว พรสวรรค์ห้วงเวลาของเขาก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร
กร๊อบ!
เมื่อแก่นพลังห้วงเวลาในสมบัติห้วงเวลาถูกดูดซับจนหมด ก้อนศิลาก็แตกสลาย และฉู่โม่วก็ตื่นขึ้นมาในทันใด
แสงสว่างจ้าปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา หากมองดูให้ดีก็จะมองเห็นรัศมีอันกว้างใหญ่แผ่ซ่านออกมาราวกับว่ามันผ่านระยะเวลานับปีไม่ถ้วนมา ทำให้ผู้คนต้องรู้สึกปวดหัวใจตั้งแต่แรกเห็น
โชคยังดี…
ในไม่ช้า รัศมีนั้นก็จางหายไป และสายตาของฉู่โม่วก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“ถึงจะมีแก่นพลังมากมายอยู่ในสมบัติห้วงเวลา มันก็ยังไม่ดีเท่าศิลาโชคชะตา!”
“มันมีแก่นพลังแค่ประมาณสองในสามส่วน!”
“หลังจากที่กลืนกินเข้าไป พรสวรรค์แห่งกาลเวลาของฉันก็เพิ่มขึ้นได้มากกว่าครึ่งแล้ว แค่ใช้ศิลาโชคชะตาอีกไม่เกินสี่ก้อนก็จะพัฒนาระดับขั้นได้แล้ว!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเองด้วยสายตาคาดหวัง
ในตอนนี้ พรสวรรค์แห่งกาลเวลาระดับเทพเจ้าสามารถระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวได้ขนาดนี้แล้ว หากพัฒนาขึ้นไปอีกมันจะน่าสะพรึงกลัวถึงขนาดไหนกัน!
หลังจากที่สูดหายใจลึกและกำจัดความคิดรบกวนออกไป ฉู่โม่วก็ลุกขึ้นยืนและเตรียมพัฒนาระดับขั้นต่อไป
“ฉันจะทดสอบต่อ!”
ฉู่โม่วกล่าว
สำหรับชั้นรางวัลพิเศษนั้น ผู้ปลุกพลังสามารถพักผ่อนได้เป็นเวลาหนึ่งวัน หรือจะขอเริ่มการทดสอบต่อไปเลยก็ได้เช่นกัน
และเมื่อฉู่โม่วกล่าวดังนั้น เสียงแจ้งเตือนเองก็ดังขึ้นตามมา
“การทดสอบเพื่อมรดกจะถูกจัดเตรียมให้คุณ กรุณารอสักครู่!”
“การทดสอบชั้นที่ 51 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น กรุณาเตรียมตัวให้พร้อม!”
เมื่อเสียงนั้นพูดจบ
ฉู่โม่วก็มองเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันตรงหน้า แล้วสิ่งแวดล้อมโดยรอบก็เปลี่ยนแปลงไป
เขาเงยหน้าขึ้นและมองไปรอบ ๆ
แล้วจึงเห็นว่ามันยังคงเป็นทะเลทรายสีเหลือง
สิ่งมีชีวิตอันอัปลักษณ์และน่าสะพรึงกลัวยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามโดยห่างกันหลายสิบเมตร
รัศมีของสิ่งมีชีวิตนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่ผ่านมา ตามการคาดการณ์ของฉู่โม่ว อย่างน้อยมันก็ต้องอยู่ในขั้นเทวะยุทธ์แล้วแน่ ๆ
“กรุณาเอาชนะคู่ต่อสู้ภายในระยะเวลาที่กำหนด แล้วคุณจะผ่านระดับชั้นนี้และเข้าสู่ชั้นต่อไป!”
โฮก!
สิ่งมีชีวิตนั้นคำรามลั่นและพุ่งตรงเข้ามา
สีหน้าของฉู่โม่วยังคงนิ่งเฉย ทันใดนั้นเขาก็ปล่อยหมัดออกไป
หลังจากเสียงระเบิดสะท้านโลกดังขึ้น ร่างของสิ่งมีชีวิตนั้นก็ระเบิดกลายเป็นผุยผงและจางหายไปทันที เหลือแค่เพียงแสงสว่างเล็ก ๆ ที่ลอยเข้าไปในร่างกายของฉู่โม่วซึ่งทำให้พรสวรรค์แห่งกาลเวลาและกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาพัฒนาขึ้นเล็กน้อย
“ไปต่อ!”
ฉู่โม่วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
หลังจากนั้น
เขาก็ทำการทดสอบไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะไปถึงชั้นใด เขาก็จะสังหารคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย และไม่มีการทดสอบใดหยุดยั้งเขาเอาไว้ได้
เมื่อเป็นเช่นนี้
ฉู่โม่วก็ไปถึงชั้นที่ 80 อย่างรวดเร็ว และยังคงปีนขึ้นไปอย่างไม่ลดละ
และระหว่างที่ฉู่โม่วปีนขึ้นไปนั้น
ในตอนนี้ที่ด้านนอกหอคอยแห่งกาลเวลา
เพราะผลงานของชายหนุ่ม ผู้ปลุกพลังจากทุกเผ่าพันธุ์ต่างก็ตกอยู่ในความโกลาหล
พวกเขามองดูจุดสีแดงที่แสดงตำแหน่งของฉู่โม่วก้าวขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่มันกะพริบ มันก็จะขึ้นไปยังชั้นที่สูงขึ้น และในไม่ช้าก็ใกล้จะถึงชั้นสูงสุด ทำให้ผู้ปลุกพลังมากมายต้องตกตะลึงสุดขีด
ในตอนแรก เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วกำลังจะเข้าไปในหอคอยแห่งกาลเวลา พวกเขาก็ตั้งใจจะรอดูเสียก่อน จึงยังไม่เข้าไปข้างในหอคอย
แต่ใครจะไปรู้…
ผ่านมานานเท่าไรแล้วนะ?
ฉู่โม่วไปถึงชั้นที่ 80 แล้ว
และความเร็วก็ยังไม่ลดลงแม้แต่น้อย
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานเขาก็จะไปถึงชั้นสูงสุดไม่ใช่เหรอ?