ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 765 ตำนานจบลง และตัวละครในตำนานกลายเป็นจริง!
บทที่ 765 ตำนานจบลง และตัวละครในตำนานกลายเป็นจริง!
ท่ามกลางวิหารอันโอ่อ่าสูงตระหง่านหาใดเปรียบ
ชายชราคนหนึ่งยังคงฉีกทึ้งคัมภีร์ทั้งหมด โดยเปลี่ยนเศษเล็กเศษน้อยกลายเป็นจุดแสงกระจายไปในอากาศและล่องลอยไปในยามค่ำคืน
พร้อมกับน้ำตาที่ไหลนองอาบหน้า แต่ชายชรายังคงสวดพึมพำอะไรบางอย่าง
เมื่อใดก็ตามที่หน้าคัมภีร์ถูกเปิด จะมีเสียงแผ่วเบาสะท้อนขึ้น ราวกับมีชายฉกรรจ์กำลังท่องเนื้อหาภายในนั้น ซึ่งจะสัมผัสได้ถึงความสง่างามและความเก่าแก่
เมื่อเห็นการกระทำนี้
ชายหนุ่มจึงตระหนักได้ถึงสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์เหล่านั้น ว่ามันจะต้องเป็นกระบวนท่าฝึกที่ทรงพลังอย่างยิ่งแน่นอน ซึ่งในมุมมองของฉู่โม่ว แม้แต่กระบวนท่าระดับโชคลาภก็ยังไม่สามารถเทียบได้
ฉากดังกล่าว ถ้ามีผู้อื่นมาเห็นเข้าก็คงตกใจแบบเดียวกันกับฉู่โม่ว
และไม่ใช่เพียงเพราะการกระทำเหล่านี้
แต่เป็นเพราะคำสองคำที่ปรากฏบนหน้าคัมภีร์ที่ชายชราได้ฉีกทิ้งไปเช่นกัน
“ผนึกเทพเจ้า…”
“เป็นไปได้ไหมว่า…”
จู่ ๆ สีหน้าของฉู่โม่วก็เปลี่ยนไป และปรากฏความคิดหนึ่งขึ้นในใจ
แต่เขาไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ และเพียงจ้องไปยังชายชราอย่างไม่เชื่อสายตา
เขาเห็นว่าหน้าคัมภีร์มากมายถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ กลายเป็นจุดแสงและสลายไป ซึ่งในกองคัมภีร์แต่ละเล่มนั้นล้วนทรงพลังอย่างมาก มันเต็มไปด้วยบทกลอนและท่วงทำนองวิถีที่ไม่สามารถอธิบายได้
อย่างไม่มีใครสงสัย คัมภีร์เหล่านั้นจะต้องทรงพลังอย่างยิ่ง รวมถึงสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นมรดกชั้นยอดถึงขีดสุด!
มีความเป็นไปได้อย่างมาก
แต่ตอนนี้มันเละเทะไปหมดแล้ว
“ชายชราผู้นี้คือใคร?”
“ทำไมเขาต้องฉีกคัมภีร์เหล่านี้ทิ้ง”
“แล้วคำว่าผิดมันหมายความว่ายังไง เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“อีกทั้ง… บนหน้าคัมภีร์ที่บันทึกคำว่า ผนึกเทพเจ้า นั่นมันคือสมบัติที่มีอยู่เพียงในตำนานไม่ใช่เหรอ?”
เกิดความสงสัยแวบหนึ่งเข้ามาในหัวของชายหนุ่ม
ซึ่งมันคอยรบกวนจิตใจเขาอย่างมาก
เงื่อนงำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อจิตใจของฉู่โม่ว จนทำให้ตกอยู่ในภวังค์ไปสักครู่ใหญ่
“ตำนานจบลงแล้ว!”
“ทุกอย่างกำลังผิดเพี้ยน!”
“ความพยายามที่ผ่านมาเหล่านั้นผิดพลาดทั้งหมด… แล้วฉันจะหลุดพ้นจากพันธนาการได้อย่างไร”
เสียงของชายชราดังขึ้น
มันทอดยาวไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับเป็นเสียงจากสวรรค์อันยิ่งใหญ่
“ตำนานจบลงแล้ว…”
“ทุกอย่างผิดเพี้ยน?”
มันหมายความว่าอย่างไร?
ฉู่โม่วครุ่นคิดอย่างสงสัย
เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะจดจำทุกคำพูดของชายชรา หรือแม้แต่พยายามปะติดปะต่อถ้อยคำสวดของคัมภีร์เหล่านั้น ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องการเห็นสิ่งที่ถูกบันทึกอยู่บนคัมภีร์เหล่านั้นเช่นกัน
แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร มันก็ยังยากที่จะเห็น
แม้ลายมือบนหน้าคัมภีร์จะพออ่านเข้าใจอยู่บ้าง แต่อักขระจารึกก็คล้ายกับตัวกระดูกพยากรณ์ อีกทั้งด้วยความลึกลับบางอย่างที่คล้ายกับถูกทำให้จดจำมันไม่ได้
“โลกนี้ใกล้ถึงกาลอวสานแล้ว!”
“เราจะต้องรีบออกเดินทางทันที!”
“ด้วยเหตุนี้ แม้ต้องสละซึ่งทุกสิ่งก็อย่าได้ลังเล!”
“ตำนานอาจต้องจบลงเพียงเท่านี้ แต่มันจะไม่มีวันจบสิ้นแน่นอน… เทพสวรรค์จะกลับมาอีก!”
ในที่สุด
ชายชราก็ฉีกคัมภีร์ทั้งหมดเสร็จสิ้น เขาจ้องมองไปยังจุดแสงที่ล่องลอยเต็มท้องฟ้าและบ่นพึมพำกับตัวเอง
เวลาถัดมา ฉากตรงหน้าก็พลันเปลี่ยนไปอีกครั้ง โดยมีชายชรากำลังบินอยู่เหนือท้องฟ้า
พร้อมกับร่างคนอีกจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังบินตามไป
พวกเขาสวมอาภรณ์เกราะเต็มยศ ซึ่งแต่ละคนก็แผ่กลิ่นอายที่กว้างใหญ่ แม้แต่คนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเทียบได้กับมหาเทวะยุทธ์
แต่ในขณะนี้
คนเหล่านี้กลับมีสีหน้าที่หนักอึ้งและโศกเศร้า ราวกับพวกเขาได้ประสบกับความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่มา
ท่ามกลางผู้คน ฉู่โม่วเห็นชายชราเครายาวที่สวมอาภรณ์สีมรกตกำลังควบวัวเหาะไป
หรือชายผู้สง่าผ่าเผยที่สะพายกระบี่คมกริบไว้ด้านหลัง ทั้งตัวของเขามีกลิ่นอายแห่งการสังหารขั้นสูงสุด
มีชายวัยกลางคนที่มีท่าทางสง่างาม เขาแบกโซ่ตรวนไว้บนหลัง กำลังถือม้วนคัมภีร์และยืนเอามือไพล่หลัง
ยังมีชายหนุ่มที่มีสามพักตร์หกกร คิ้วสีแดงระเรื่อ ยืนบนกงล้อเพลิงวายุคู่หนึ่ง และในมือถือหอกยาว
มีชายหนุ่มกล้าหาญรูปร่างสมส่วน ท่วงท่าองอาจ มีตาดวงหนึ่งอยู่ระหว่างคิ้วของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น…
ในมุมมองของฉู่โม่ว ยังมีอีกหลายคนที่เขารู้สึกคุ้นเคย
“ไปกันเถอะ!”
“ที่นี่ไม่เหมาะกับพวกเราแล้ว!”
“เราจะไปหาดินแดนแห่งใหม่เพื่อสานต่อตำนานให้ถึงที่สุด!”
“เมื่อเรากลับมา วันนั้นจะเป็นวันที่เทพสวรรค์กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!”
ชายชรากล่าว
ร่างทั้งหมดหันกลับไปมองเบื้องหลังอย่างเงียบ ๆ จากนั้นกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ก็ปะทุออกมาเป็นเปลวเพลิง ก่อนจะทะลวงผ่านเข้าไปในห้วงมิติและหายไปในชั่วพริบตา
เขารั้งรอจนทุกคนใกล้จะหายไป
ชายชราจึงหันกลับมามองดูวิหารขนาดใหญ่อีกครั้ง
แต่มีเรื่องน่าประหลาดใจบางอย่างอยู่ โดยไม่รู้ว่ามันเป็นความบังเอิญหรือไม่
ชายชราเหลือบมามองยังแผ่นศิลาของฉู่โม่วโดยไม่ได้ตั้งใจชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะหันหลังและจากไปในที่สุด
วินาทีถัดไป โลกทั้งหมดได้พังทลาย และทุกสิ่งกลับสู่ความมืดมิด
…
ภาพทั้งหมดหายไป ตามเกลียวคลื่นของสายธารกาลเวลาอันยาวนานนั้น
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน
ฉู่โม่วยังคงเหม่อลอยอย่างไร้สติสัมปชัญญะ
เขายืนอยู่ตรงนั้นอย่างว่างเปล่า พร้อมกับเรื่องราวมากมายในใจที่ปั่นป่วน
ในวันนี้ฉู่โม่วได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มากมาย ราวกับคลื่นพายุจำนวนนับไม่ถ้วนซัดสาด หรือภูเขาไท่ซานได้พังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา
แน่นอนว่า เขาไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้เป็นเวลานาน
จึงไม่น่าแปลกใจที่ชายหนุ่มจะดูเหม่อลอย
เพราะฉากที่เขาได้เห็นในวันนี้มันน่าตกใจเกินไปจริง ๆ!
ความไม่น่าเชื่อเหล่านี้
เผ่าพันธุ์มนุษย์อื่นที่ไม่ใช่มนุษย์โลก มันได้ทำลายสามัญสำนึกเขาไปโดยสิ้นเชิง!
ด้วยเหตุนี้
ฉู่โม่วจึงได้สันนิษฐานอะไรบางอย่างขึ้นมา
บนหน้าคัมภีร์ที่มีคำว่า ‘ผนึกเทพ’ น่าจะหมายถึงรายชื่อของเทพเจ้าในตำนานปรัมปรา!
นามอันแปลกประหลาดและคุ้นเคยเหล่านี้
ล้วนแต่เป็นบุคคลในตำนาน!
เทพเจ้าไท่ซ่างเหล่าจวิน*[1]
เทพเจ้าเอ้อร์หลางเสิน*[2]
องค์ชายสามนาจา*[3]
…
ตัวตนเหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลในตำนาน ซึ่งหากพูดตามเหตุผลแล้ว พวกเขาไม่ควรมีตัวตนอยู่จริง ๆ ในโลก
แต่เมื่อครู่ ชายหนุ่มได้เห็นพวกเขาผ่านสายธารกาลเวลาอันยาวนาน
นั่นก็หมายความว่า…
พวกเขาเคยมีตัวตนอยู่จริงบนโลก!
“หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา”
“แล้วคำว่าตำนานจบลงและทุกอย่างผิดเพี้ยน มันหมายความว่ายังไงกันแน่?”
“ตัวละครในตำนานเหล่านั้นได้พูดว่าพวกเขาต้องออกไปจากสถานที่แห่งนี้ หรือนี่คือสาเหตุว่าทำไมพวกเขาถึงหายไปจากดาวโลก”
“ตำนานจบลงแล้ว และพวกเขาได้หลงผิดอะไรกัน?”
ฉู่โม่วครุ่นคิดไปเรื่อย ๆ
เดิมทีเขาคิดว่าจะได้รู้ความจริงทั้งหมดผ่านสายธารกาลเวลาอันยาวนาน
แต่หลังจากได้เห็นด้วยตาตัวเอง กลับยิ่งพบว่ามีข้อสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เฮ้อ…”
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่
ในที่สุด ฉู่โม่วก็กลับมามีสติ
เขาจ้องมองไปที่แผ่นศิลาตรงหน้าด้วยความมึนงง โดยรู้สึกเพียงว่าได้เข้าสู่ภาพลวงตาบางอย่าง และไม่แน่ใจว่าฉากที่เห็นผ่านสายธารกาลเวลานั้นมีความจริงเท็จแค่ไหน?
“มันดูเหมือนกับ…”
“ฉันได้ไปเห็นความลับที่ยิ่งใหญ่บางอย่าง!”
“อาจเพราะมันเป็นเพียงซากแผ่นศิลาเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ฉันเห็นจึงเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง!”
“เงื่อนงำนี้ยังน้อยเกินไป!”
“แต่ฉันก็พอเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว!”
“หากพบเศษซากโบราณวัตถุมากกว่านี้ และอาศัยสายธารกาลเวลาอันยาวนาน ย้อนภาพกลับไปดู บางทีฉันอาจจะเข้าใจความลับในอดีตได้มากขึ้น!”
[1] เจ้าสำนักศาสดาเต๋า อาจารย์ของเหล่าโป๊ยเซียน
[2] เทพเจ้าสามตา แม่ทัพสวรรค์
[3] ผู้เฝ้าประตูสวรรค์ บุตรชายคนที่สามของแม่ทัพสวรรค์หลี่จิ้ง