ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 777 ยุทธภัณฑ์วิญญาณที่สมบูรณ์ กับ กระบวนท่าลับเบิกสวรรค์
บทที่ 777 ยุทธภัณฑ์วิญญาณที่สมบูรณ์ กับ กระบวนท่าลับเบิกสวรรค์
ฉู่โม่วไม่คาดคิดเลยว่า
หลังจากที่ผ่านการทดสอบ เขาก็ได้รับกระดูกคุนเผิงอมตะมา!
มันน่าเหลือเชื่อเกินไป!
แต่แล้ว เมื่อมองไปยังขั้นบันไดอีกครั้ง ในแววตาของเขาก็ยังมีร่องรอยของความคลั่งไคล้อยู่
แค่บันไดก้าวเล็ก ๆ ก็ทำให้เขาได้รับสมบัติอย่างกระดูกคุนเผิงอมตะได้ หากยังมีการทดสอบอื่นอีกบนขั้นที่สูงขึ้น สมบัติที่ได้รับจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?
และข้างในห้องโถงจะมีสมบัติแบบไหนกันล่ะ?!
เมื่อคิดได้ดังนั้น แม้แต่ชายหนุ่มก็ต้องตกตะลึงด้วยสายตาหวาดผวา
“ขึ้นไปต่อ!”
“ฉันอยากเห็นแล้วว่าในตำหนักนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่!”
ฉู่โม่วถอนหายใจด้วยความโล่งอกและเดินขึ้นบันไดต่อไป
ตูม!
หลังจากที่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ม้วนภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง แล้วเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
“การทดสอบที่สองกำลังจะเริ่ม โปรดระบุความหมายของข้อความในม้วนกระดาษภายในเวลาหนึ่งวัน!”
เมื่อเสียงนี้ดังขึ้นในหู ชายหนุ่มก็หันไปจ้องมองมัน
หลังจากที่มองดูข้อความโบราณนั้นได้ไม่นาน
เขาก็ตอบคำถามโดยไม่ลังเลทันที
ตูม!
หลังจากนั้น ฉู่โม่วก็ผ่านการทดสอบด่านที่สองและสามได้สำเร็จอย่างต่อเนื่อง
ตูม!
เมื่อพลังอันน่าสะพรึงกลัวไร้ที่เปรียบพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า กลุ่มแสงสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าชายหนุ่มในทันใด มันเต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์และพลังอันยิ่งใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ทำให้ผู้คนต้องใจเต้นระรัว
เขามองไปรอบ ๆ
แต่ก็เห็นว่ามีเพียงแค่สมุนไพรต้นหนึ่ง
มันมีความสูงไม่เกินหนึ่งเมตรและเหลือใบไม้อยู่เพียงเก้าใบเท่านั้น แต่ละใบนั้นสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง ทำให้ทั่วทั้งต้นเรืองแสงสีทองอร่ามดูยิ่งใหญ่ไม่น้อย
“นี่มัน… สุดยอดสมุนไพรวิญญาณชัด ๆ!”
ฉู่โม่วยื่นมือออกไปคว้าสมุนไพรเอาไว้ในมือและสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้ร่างกายของเขารู้สึกราวกับว่ากำลังจะถูกเผาเป็นเถ้าถ่านในทันที
มันน่าสะพรึงกลัวจนถึงขีดสุด
ต้องรู้ด้วยว่า ด้วยพลังกายของเขาทุกวันนี้ แม้แต่ผู้ปลุกพลังในระดับจุดสูงสุดของขั้นเทวะยุทธ์ก็ยากที่จะผ่านเขาไปได้
แต่ตอนนี้ สมุนไพรต้นนี้นั้น แค่เพียงแสงและเปลวเพลิงของมันก็ส่งผลต่อร่างกายได้แล้ว และกระทั่งเป็นภยันตรายอีกด้วย
“นี่คือสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์เหรอ?!”
ฉู่โม่วตกตะลึง
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสมุนไพรต้นนี้มีสัมผัสแห่งความเป็นอมตะอยู่ และยังมีกฎเกณฑ์และจังหวะเต๋าที่แข็งแกร่งอีกด้วย แค่เพียงแวบแรกก็รู้ได้แล้วว่ามันทรงพลังถึงขีดสุดและไม่ใช่สิ่งที่โลกนี้จะสร้างขึ้นมาได้
ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือมันเกิดขึ้นในแดนสวรรค์อย่างชั้นสวรรค์เท่านั้น
‘มีแสงศักดิ์สิทธิ์และพลังแห่งกฎเกณฑ์มากขนาดนี้ แล้วธาตุไฟสูงลิ่วด้วย ถ้าผู้ปลุกพลังได้กินเข้าไปก็คงจะมีพรสวรรค์ธาตุไฟระดับสูงสุด และอาจจะทำให้ผู้ปลุกพลังสร้างกายาศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟได้ด้วย!’
‘ไม่รู้เลยว่าขีดจำกัดจะไปอยู่ที่ไหน!’
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็นำสมุนไพรนี้ไปปลูกเอาไว้ในโลกบนฝ่ามือโดยตั้งใจจะทดลองใช้มันหลังจากที่ออกไปจากที่นี่
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น
เขาก็เดินขึ้นบันไดต่อไป
บันไดแห่งนี้นั้นถือว่ายาวทีเดียว อย่างน้อยก็ต้องเดินถึงหลายสิบก้าวกว่าจะไปถึงห้องโถงหลัก และทุกครั้งที่ชายหนุ่มก้าวเดินต่อไป เขาก็จะต้องเผชิญหน้ากับการทดสอบชุดใหม่
แต่แน่นอน ฉู่โม่วก็เอาชนะการทดสอบเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทำให้เขาระเบิดรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวออกมาเป็นครั้งคราว
ตูม!
กลุ่มแสงสว่างจ้าปรากฏขึ้น
มันเผยให้เห็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มหนึ่งที่ผสานไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์และคมกระบี่ยาวอันแหลมคม มันลอยอยู่ในห้วงอากาศและเผยให้เห็นถึงจิตวิญญาณอันไร้ที่เปรียบ
แต่บุตรแห่งโชคชะตาก็สังเกตเห็นช่องว่างจำนวนหนึ่งบนกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหมายความว่ามันได้รับความเสียหายมาแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังเรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัว
ตามการคาดการณ์ของฉู่โม่ว พลังของมันไม่ต่ำไปกว่ากระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์เลยสักนิด
เมื่อถือกระบี่นี้เอาไว้ในมือ ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงข้อมูลมากมายที่ไหลเข้ามาในสมอง หลังจากที่ย่อยมันจนหมด เขาก็ได้รู้ระดับพลังและชื่อของกระบี่เล่มนี้
“กระบี่เล่มนี้ชื่อว่ากระบี่ฉิงอิง และระดับของยุทธภัณฑ์วิญญาณก็สมบูรณ์แบบ!”
“ยุทธภัณฑ์วิญญาณนี่อยู่ในระดับยุทธภัณฑ์วิญญาณขั้นสมบูรณ์แล้ว!”
ฉู่โม่วพลันนึกขึ้นได้
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้อยู่ในระดับไหน
ในขณะเดียวกัน
เขาก็เข้าใจถึงข้อผิดพลาดที่ทั้งฉู่โม่วและเผ่าพันธุ์มนุษย์เรียกสมบัติเหล่านี้ว่า ‘สมบัตินิรันดร์’ มาอย่างยาวนาน
สมบัติทั่วไปนั้นไม่ใช่สมบัติหายาก
มีเพียงแค่สมบัติที่มีจิตวิญญาณเท่านั้นที่จะเรียกได้ว่าสมบัติของจริงที่ถูกส่งต่อมารุ่นสู่รุ่น
สมบัติอย่างกระบี่ดาราทมิฬของชายหนุ่มนั้นอยู่ในระดับนี้
กระจกชำระล้างและกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์เองก็อยู่ในระดับยุทธภัณฑ์มายาขั้นสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน ในหมู่สมบัติเหล่านี้ กระจกชำระล้างนั้นถือว่าเป็นสมบัติที่หายากทีเดียว แต่หากเปรียบเทียบกับกระบี่ฉิงอิงแล้ว มันก็แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ระฆังจักรพรรดิบูรพาของฉู่โม่วไม่ได้ถือเป็นสมบัติจำพวกนี้
แต่ตามการคาดการณ์ของฉู่โม่ว ระฆังจักรพรรดิบูรพานั้นควรจะอยู่เหนือกว่ายุทธภัณฑ์มายาระดับสมบูรณ์ อย่างน้อยที่สุด ในสายตาของฉู่โม่ว กระบี่ฉิงอิงและกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์นั้นไม่สามารถเทียบเคียงระฆังจักรพรรดิบูรพาได้แม้แต่น้อย
“น่าเสียดาย…”
“กระบี่ฉิงอิงนี่เสียหายนิดหน่อย พลังของมันเลยลดลงไปด้วย!”
“โชคยังดีที่แก่นพลังยังไม่เสียหาย แค่บ่มเพาะให้ดีจนกลับไปสู่สภาพเดิมก็พอ… สมบัติแบบนี้จะเอาไปให้เป็นสิ่งคุ้มครองซีเวยก็ได้”
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
…
ตูม!
ตูม!
ตูม!
เมื่อฉู่โม่วกำลังจะก้าวเดินต่อไป ลูกแก้วแสงสามลูกก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง
แต่ละดวงเรืองแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างจ้าและเต็มไปด้วยจังหวะเต๋าอันน่าสะพรึงกลัวเหนือคำบรรยาย ทำให้ดูลึกลับอย่างถึงที่สุด
กลุ่มแสงทั้งสามเหล่านี้คือโอสถศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยสสารอมตะ มันเต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์มหาศาลและปลดปล่อยกฎเกณฑ์และจังหวะเต๋าธาตุน้ำออกมา หากผู้ปลุกพลังได้กินเข้าไป มันก็คงจะทำให้ได้รับการพัฒนาการด้านธาตุน้ำมหาศาลทีเดียว
สมบัติชิ้นที่สองคือวัสดุศักดิ์สิทธิ์
กฎเกณฑ์และจังหวะเต๋าประสานกันบนวัสดุศักดิ์สิทธิ์นี้ และมีลวดลายศักดิ์สิทธิ์อยู่นับไม่ถ้วน แค่เพียงมองดูก็เหมือนจะมองเห็นความลึกลับไร้ที่สิ้นสุดข้างในได้แล้ว
ในสายตาของฉู่โม่ว เขาไม่อาจระบุระดับคุณภาพของวัสดุศักดิ์สิทธิ์นี้ได้แม้แต่น้อย
แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน
คือมันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าวัสดุศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สร้างยุทธภัณฑ์มายาระดับสมบูรณ์เสียอีก
อย่างไรแล้ว พลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในกระบี่ฉิงอิงนั้น นอกจากความดุร้ายแล้ว มันก็ไม่อาจเทียบเคียงกับวัสดุศักดิ์สิทธิ์นี้ได้แม้แต่น้อย
ส่วนสมบัติชิ้นที่สามนั้น
เป็นหน้าหนึ่งของคัมภีร์ที่เรืองแสงสีทอง มันผสมผสานไปด้วยกฎเกณฑ์มหาศาลและมีกระทั่งแสงโกลาหลส่องสว่าง ทำให้ดูลึกลับถึงขีดสุด
เมื่อฉู่โม่วมองเห็นหน้าคัมภีร์นี้
เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยสีหน้าตกตะลึง
“นี่…”
“มันคือกระบวนท่าลับในการเบิกสวรรค์!”
กระบวนท่าลับเบิกสวรรค์
ฉู่โม่วหลับฝันในสำนักวิถีอากาศอยู่นานกว่าสิบสามปี และเมื่อจะจากมา เขาก็ได้รับกระบวนท่าลับเบิกสวรรค์มาจากเหล่าผู้อาวุโสและเปิดโลกในฝ่ามือขึ้นมาได้
หลังจากนั้น เขาก็ได้รับกระบวนท่าลับเบิกสวรรค์ที่สอง ฝ่ามือเบิกสวรรค์ ซึ่งสามารถเปิดโลกและฟื้นฟูสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่
เขาได้รับกระบวนท่าลับเบิกสวรรค์มาสองครั้ง ซึ่งทำให้เขาประทับใจเป็นอย่างมาก
และตอนนี้ เมื่อได้เห็นหน้าคัมภีร์แผ่นนี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงรัศมีที่อยู่ภายในและรู้ได้ทันทีว่า นี่คือกระบวนท่าลับเบิกสวรรค์!