ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 778 ไข่อีกาสามขาทองคำ และ มองเห็นผู้เป็นอมตะ!
บทที่ 778 ไข่อีกาสามขาทองคำ และ มองเห็นผู้เป็นอมตะ!
“ฉันไม่คิดเลย… ว่าจะเจอกระบวนท่าลับเบิกสวรรค์ในที่แบบนี้ด้วย!”
ฉู่โม่วประหลาดใจเป็นอย่างมาก
เขาเคยได้รับกระบวนท่าลับเบิกสวรรค์มาก่อนแล้วสองชนิด ซึ่งต่างก็ทรงพลังและสร้างความประทับใจอย่างที่สุด
และเมื่อได้รับมันมาอีกครั้ง
มันก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกราวกับว่าอยู่ในความฝันที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่อาจจินตนาการได้
อย่างไรแล้ว กระบวนท่าลับเบิกสวรรค์นั้นหาพบยากถึงขีดสุด แต่ละกระบวนท่าลับนั้นเรียกได้ว่าเป็นสมบัติที่มีอยู่เพียงชิ้นเดียวบนโลก แต่เขากลับได้รับมันมาถึงสามครั้งติดต่อกัน หากเรื่องของโชคลาภเช่นนี้แพร่กระจายออกไป ทั่วทั้งจักรวาลก็อาจบ้าคลั่งได้เลยทีเดียว
ตอนนี้เขายังจำเป็นต้องเดินขึ้นไปตามขั้นบันไดและยังไม่มีเวลาที่จะฝึกฝน ฉู่โม่วจึงตรวจสอบมันให้ดีและค่อย ๆ เก็บเข้าไปในมิติกพกพา
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น
ชายหนุ่มก็เดินขึ้นบันไดต่อไปอย่างอารมณ์ดี
ตูม!
ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อฉู่โม่วผ่านการทดสอบครั้งต่อไป ห้วงอากาศก็เริ่มสั่นสะท้าน กลุ่มแสงพลันปรากฏขึ้นและส่องสว่างราวกับดวงอาทิตย์โดยปลดปล่อยเปลวเพลิงอันลึกลับและน่าสะพรึงกลัวออกมา
“นี่มัน…”
ชายหนุ่มตะลึงงัน
เขาสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยในเปลวเพลิงนั้น ทำให้รู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไป
เมื่อเพ่งตาดูให้ดี หลังจากที่เกิดเสียง ‘ตูม’ กลุ่มแสงก็แตกสลายและเผยให้เห็นภาพข้างในที่เป็นเหมือนไข่ใบหนึ่ง!
ไข่ใบนั้นปลดปล่อยเปลวเพลิงเจิดจ้าออกมา ผสานไปด้วยแสงสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์ไร้ที่สิ้นสุด!
เปลวเพลิงที่ห้อมล้อมไข่ใบนั้น คือเปลวเพลิงสีทองแห่งดวงอาทิตย์
พลังแห่งเปลวเพลิงนั้นไร้ขีดจำกัด และยังเต็มไปด้วยพลังแห่งสวรรค์และโลก ทำให้ดูราวกับว่าสามารถเผาผลาญท้องฟ้าและผืนดินได้
บนไข่ใบนั้นปลดปล่อยความรู้สึกอันสูงส่งและน่าตกตะลึงออกมา ใกล้ ๆ กัน ร่างลวงตาของอีกาสามขาทองคำก็ปรากฏขึ้นและส่งเสียงร้องขึ้นไปบนฟ้า ดูราวกับว่ามันกำลังจะเผาผลาญทุกสิ่ง
“นี่ นี่อีกาสามขาทองคำจริง ๆ เหรอ?!”
ฉู่โม่วตะลึงงันไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา
อีกาสามขาทองคำ
หรือที่รู้จักกันว่าอีกาสุริยัน มันคือเจ้าแห่งดวงดาวผู้ควบคุมเปลวเพลิงสีทองแห่งดวงอาทิตย์ และยังเป็นจักรพรรดิปีศาจในตำนานเล่าขานซึ่งน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด
ชายหนุ่มเคยได้รับมันมาก่อนแล้ว นั่นก็คือเสี่ยวอู๋ แล้วจึงใช้มันสร้างภาพลวงตาอีกาสุริยันขึ้นมา หลังจากที่ได้รับร่างลวงตาอีกาสุริยันสามขามา เขาก็ฝึกฝนเปลวเพลิงสีทองแห่งดวงอาทิตย์เพื่อควบคุมระฆังจักรพรรดิบูรพาได้อย่างเชี่ยวชาญ
เรียกได้ว่าเขามีความสัมพันธ์อันดีกับอีกาสามขาทองคำ และระหว่างช่วงเวลาที่ผ่านมา ด้วยการช่วยเหลือของอีกาสามขาทองคำ เขาจึงได้มีพรสวรรค์อันแข็งแกร่งและเอาตัวรอดได้เสมอมาเช่นนี้
และตอนนี้หากเขาได้รับไข่อีกาสามขาทองคำและฟักมันอีกครั้ง เขาก็จะมีอีสามขาทองคำถึงสองตัว!
เมื่อเติบโตขึ้นในอนาคต
ในจักรวาลอันยิ่งใหญ่นี้ จะมีที่ไหนที่ฉันไปไม่ได้ล่ะ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็เอื้อมมือไปหยิบไข่อีกาสามขาทองคำขึ้นมา
แต่…
ทันทีที่เริ่ม ความตื่นเต้นในสายตาของชายหนุ่มก็จืดจางลง และหลังจากที่มองดูให้ดี เขาก็ต้องส่ายหน้าไปมา
แม้ว่าไข่ใบนี้จะเป็นไข่อีกาสามขาทองคำจริง ๆ
แต่มันได้ตายไปแล้ว!
และแก่นวิญญาณที่อยู่ข้างในเองก็ตายไปด้วย
แม้ว่าไข่ใบนี้จะยังเต็มไปด้วยแก่นชีวิตบริสุทธิ์และกระทั่งสายเลือดอีกาสุริยัน หากผู้ปลุกพลังได้ดูดซับเข้าไป มันก็เพียงพอที่จะปลุกสายเลือดอีกาสุริยันขึ้นมาและฝึกฝนเปลวเพลิงแห่งดวงอาทิตย์ได้
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับไข่อีกาสุริยันที่ยังมีชีวิตอยู่แล้ว มูลค่าของทั้งสองก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“น่าเสียดาย…”
ฉู่โม่วถอนหายใจเบา ๆ
แต่เขาก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรมากนัก
แม้ว่ามูลค่าของไข่อีกาสามขาทองคำนี้จะลดลงไปมหาศาล มันก็ยังคงเหลือแก่นชีวิตอยู่ หากมอบมันให้กับเสี่ยวอู๋ มันก็อาจจะทำให้เลือดบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก็เก็บมันเข้าไปในที่เก็บของและคิดว่าจะจัดการกับมันในภายหลัง
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็ก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง
และในตอนนั้นเอง
ฉู่โม่วก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นในทันใด
เมื่อมองไปรอบ ๆ เขาก็สังเกตเห็นว่าตัวเองขึ้นบันไดมาจนถึงหน้าห้องโถงหลักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
‘ถึงสักที!’
‘แล้วสมบัติในห้องโถงจะเป็นยังไงนะ?!’
ชายหนุ่มคิดอยู่ในใจด้วยความคาดหวัง
แค่เพียงก้าวขึ้นบันได เขาก็ได้รับสมบัติมามากมาย ทั้งกระดูกคุนเผิงอมตะ ยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสมบูรณ์ และกระบวนท่าลับเบิกสวรรค์ และกระทั่งไข่อีกาสามขาทองคำเสียด้วยซ้ำ
แล้วข้างในห้องโถงจะมีสมบัติแบบไหนกัน?
ฉู่โม่วเองก็ไม่รู้
แต่เขาก็รู้สึกว่า
สิ่งที่อยู่ข้างในจะไม่ทำให้เขาผิดหวังอย่างแน่นอน
ด้วยความรู้สึกเช่นนี้ เขาก็ก้าวเดินเข้าไปข้างใน
ข้างในห้องโถง… ไม่มีอะไรเลย
เมื่อมองไปรอบ ๆ มันค่อนข้างจะว่างเปล่าและกระทั่งดูธรรมดาทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับความงดงามในโลกภายนอกแล้ว มันก็ดูเหมือนเพียงแค่ตำหนักธรรมดา
เพียงแต่ว่า…
ในไม่ช้า สายตาของฉู่โม่วก็ไปหยุดลงที่กำแพงหินในห้องโถง
กำแพงหินนั้นถูกสลักรูปภาพเอาไว้ ชายหนุ่มเพ่งมองดูและพบว่ามันคือร่างคล้ายเทพสวรรค์มากมายที่ไล่ตามผีเสื้อ ขณะที่มีเทพสวรรค์เล่นกู่ฉิน จิบน้ำชา และเงยหน้าขึ้นมองหมู่เมฆไกลออกไป
มันให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ
แต่…
“กำแพงหินนี่ดูแปลก ๆ นะ”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วเล็กน้อย
ในซากปรักหักพังของชั้นสวรรค์ มีห้องโถงที่สูงยิ่งกว่าตำหนักหลิงเซียว และการที่จะเข้าไปได้ก็จำเป็นต้องผ่านการทดสอบบนขั้นบันได
ด้วยความยิ่งใหญ่เช่นนั้น แต่หลังจากที่เข้ามาก็มีเพียงแค่ห้องธรรมดา ๆ นี้งั้นหรือ?
ไม่ว่าจะโง่ขนาดไหนก็คงไม่มีใครเชื่อ
ดังนั้น ในสายตาของชายหนุ่ม
ข้างในกำแพงหินนั้นจะต้องมีอีกจักรวาลหนึ่งอยู่แน่นอน
ครืน ครืน!
ดูเหมือนว่าข้อสันนิษฐานของเขาจะได้รับการยืนยันแล้ว
เมื่อความคิดนี้เข้ามาในหัวของฉู่โม่ว กำแพงหินก็สั่นสะท้านขึ้นในทันใด แล้วแสงสว่างก็ส่องออกมาต่อหน้าฉู่โม่ว แสงศักดิ์สิทธิ์พลุ่งพล่านออกมาจากกำแพงหินและทำให้ทั่วทั้งห้องโถงสว่างไสว
หลังจากนั้น
ภายใต้สายตาอันตกตะลึงของฉู่โม่ว เขามองเห็นร่างสองร่างก้าวออกมาจากกำแพงหิน
พวกเขาทั้งยิ่งใหญ่และสง่างาม เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูหรูหราและมีแขนเสื้อยาวไสว ทั้งยังห้อมล้อมไปด้วยแสงสวรรค์ที่ผสานไปด้วยพลังอมตะราวกับว่าเทพสวรรค์ตัวจริงเดินทางลงมายังโลก
“นี่คือ… เทพสวรรค์ตัวจริงเหรอ?”
“เทพสวรรค์ฟื้นคืนชีพเหรอ?!”
หัวใจของฉู่โม่วพลันเต้นไม่เป็นจังหวะและแทบจะลืมหายใจ
สิ่งที่เขาเห็นนั้น
ภาพที่เทพสวรรค์สองคนเดินออกมาจากกำแพงหินนั้นน่าเหลือเชื่อเกินไป!
และสิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งกว่านั้น
“ท่านฉู่ นายท่านรอคอยท่านมานานแล้ว!”
หลังจากที่เทพสวรรค์ทั้งสองปรากฏตัวขึ้นและมองเห็นฉู่โม่ว พวกเขาก็ทำความเคารพอย่างสง่างามและกล่าวด้วยความนอบน้อม
เสียงของพวกเขาใสราวกับเสียงไข่มุกตกลงไปบนจานหยก
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็นิ่งงันไปกับที่ทันที
“มีเทพสวรรค์… รอผมอยู่งั้นเหรอ?!”
ในตอนนี้
เขารู้สึกราวกับว่าสมองถูกแช่แข็งจนไม่อาจคิดอะไรต่อไปได้ และทั้งร่างกายรู้สึกราวกับว่าอยู่ในความฝัน