ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 789 เลื่อนขั้นเป็นมหาเทวะยุทธ์ ความแข็งแกร่งที่น่าเกรงขาม!
บทที่ 789 เลื่อนขั้นเป็นมหาเทวะยุทธ์ ความแข็งแกร่งที่น่าเกรงขาม!
ที่ด้านข้างบ่อกำเนิดใหม่
ผู้เฒ่าพฤกษาและมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นต่างก็ยืนมองฉู่โม่วที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในบ่อนั้น ระหว่างนั้นก็ปรึกษากันด้วยเสียงเบาและความตื่นเต้นที่ล้นอยู่ในแววตา
ภายในใจของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังในตัวชายหนุ่ม
พวกเขาอยากจะเห็นชายคนนี้เติบใหญ่
ภายในบ่อกำเนิดใหม่ ฉู่โม่วไม่รู้เลยว่าทั้งสองตัวตนที่ทรงพลังกำลังคิดอะไรกันอยู่ ตอนนั้น เขากำลังจมดิ่งอยู่ในการทำสมาธิและฝึกฝนจนไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย
แต่สิ่งที่เห็นได้ตอนนี้
พลังศักดิ์สิทธิ์กำลังเปล่งประกายออกจากร่างของเขา ลำแสงที่สง่างามแต่ก็ซับซ้อน และอักขระปริศนาที่เห็นได้อย่างเจือจาง ประกอบรวมกันเป็นพลังและกลิ่นอายที่ไม่อาจจะคาดเดาได้
พลังงานมากมายมหาศาลหลั่งไหลเข้าไปในร่างของเด็กหนุ่ม มันหลั่งไหลราวกับมีท่อสูบ เสมือนใจกลางของกาแล็กซีที่ดึงดูดพลังดวงดาวมากมายเข้ามาไว้ด้วยกัน
ขณะเดียวกัน
ธารแห่งความลึกลับของสวรรค์ก็เคลื่อนวน ส่งเสียงประดุจระฆังสวรรค์ที่คอยแจ้งข่าวการเกิดใหม่ของวีรบุรุษไปทั่วทั้งแดนดิน
ยิ่งไปกว่านั้น ภาพทัศน์ของโลกและสวรรค์ก็ได้ปรากฏขึ้นมาตาม ๆ กัน แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ระหว่างเทพเจ้าและปีศาจ
สิ่งเหล่านี้ หากแพร่กระจายออกไป ทั่วทั้งจักรวาลจะต้องตกตะลึงกันไม่ว่าจะเผ่าพันธุ์ไหนก็ตาม
และระหว่างกระบวนการนี้
ความแข็งแกร่งของฉู่โม่วเองก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว
ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในยังคงจมดิ่งอยู่กับการบ่มเพาะ ตอนนั้นเอง เขาได้ยินเสียงบางสิ่งบางอย่างแตกออกในหู ราวกับเป็นเสียงรอยแยกของโลก และมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนว่าตนได้ก้าวเข้ามายังดินแดนที่ประหลาดมาก ๆ
“นี่คือ…”
เขาค่อย ๆ ลืมตา
แต่ก่อนที่จะได้สติ เสียงสายฟ้าฟาดก็ดังกังวานออกมาจากด้านนอก
และตอนนี้เอง ฉู่โม่วก็ได้เข้าใจอย่างสมบูรณ์
‘เพื่อที่จะเลื่อนขั้นไปเป็นเทวะยุทธ์ คนผู้นั้นจะต้องผ่านภัยพิบัติแห่งสวรรค์ไปให้ได้ เพียงแค่รอดมาได้ ก็จะสามารถเข้าประตูสู่ความยิ่งใหญ่ และเห็นฟากฟ้าที่สว่างไสวอยู่ที่ด้านหลังนั้น!’
หลังจากที่ทำความเข้าใจจุดนี้ได้
เขาก็ตื่นขึ้นจากการหลับใหลโดยพลันและแหงนหน้าขึ้นฟ้า มองไปยังปลายสุดสายตา
เมฆดำจำนวนมากกำลังก่อตัวรวมกัน ท่ามกลางเมฆเหล่านั้น สายฟ้าสีม่วงพลุ่งพล่านไปมาเสมือนงูสีเหลืองทองที่แห่กันลงมาจากสวรรค์ พวกมันมาพร้อมกับพลังที่ทำให้ใจสั่นเมื่อสายฟ้าเหล่านั้นหลั่งไหลลงมาเสมือนธารน้ำสีทอง แสงสวรรค์ก็เปล่งประกายจนน่าสะพรึงกลัว มันแผ่ซ่านไปทั่วปกคลุมทั้งสวรรค์และโลกไปโดยปริยาย
ภายใต้พลังแห่งสวรรค์เหล่านี้ เหล่าผู้ปลุกพลังต่างตระหนักได้ว่าตนนั้นเล็กจ้อยเพียงใดจนหวาดกลัว
แต่ฉู่โม่วไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น
เขานั่งขัดสมาธิอยู่ในบ่อกำเนิดใหม่ จ้องมองมวลเมฆที่น่ากลัวนั้นด้วยความสงบ มองอสนีบาตที่เกรี้ยวกราดอย่างไม่ไหวติง แม้สายฟ้านั้นอาจพร้อมฟาดผ่าลงมาที่ตัวเขาเมื่อไหร่ก็ได้
เปรี้ยง!
อสนีบาตแห่งสวรรค์ฟาดผ่าลงมา นี่หรือภัยพิบัติแห่งสวรรค์
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างไม่เกรงกลัว
แสงสว่างที่เปล่งออกมาจากร่างของเขานั้นเสมือนแสงที่เปล่งจากร่างของเทพเจ้า เส้นผมสีดำขลับพลิ้วไสวแม้ไม่มีสายลม ยามที่แสงจากร่างของเขาส่องสว่างขึ้น มันก็แสดงให้เห็นว่าพลังของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน แสงเหล่านี้หลั่งไหลออกมาก่อนจะพุ่งเข้ารับกับอสนีบาตแห่งสวรรค์
ครืน!
ด้วยพลังที่แข็งแกร่งทั้งสองแหล่งที่เข้าปะทะกัน อสนีบาตแห่งสวรรค์ก็สลายหายไปทันที
ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นแล้ว!
สายฟ้าฟาดเมื่อครู่นี้ รุนแรงพอจะทำให้ผู้ปลุกพลังที่เพิ่งจะขึ้นเป็นเทวะยุทธ์ได้นั้นต้องหวาดกลัวจนตัวสั่นเทาได้แท้ ๆ และถ้าหากเทวะยุทธ์ผู้นั้นไม่แข็งแกร่งพอ พวกเขาก็จะตายตกลงไปได้ไม่ยากเย็นเลย
แต่ครั้งนี้ ฉู่โม่วไม่เกรงกลัวมันแต่อย่างใด เพียงแค่กวาดมือ เขาก็สามารถทลายอสนีบาตแห่งสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพลังของเขาเกินกว่าที่จะคาดเดาแล้ว
ครืน!
สายฟ้าสีทองแห่งสวรรค์ได้ฟาดลงมาอีกครั้งหนึ่ง
เช่นเดิม ฉู่โม่วยังคงสามารถรับมือได้โดยที่ไม่ได้ขยับหนีไปไหน
ท่าทีของฉู่โม่วเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการที่เขากำลังท้าทายอำนาจของสวรรค์เลย
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ท่ามกลางเมฆดำที่ก่อตัวหนา สายฟ้าฟาดที่มีความรุนแรงมากพอจะทำลายทั้งสวรรค์และโลกพากันกระหน่ำลงมาเหมือนวันสิ้นโลก และพวกมันทั้งหมดก็ถูกฉู่โม่วสกัดไว้ได้ทั้งสิ้น
เผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่น่ากลัวเช่นนี้ ชายหนุ่มร้องคำรามออกมา และแทนที่เขาจะล่าถอย กลับเลือกที่จะพุ่งเข้าใส่
ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มไว้ด้วยลำแสง พลังที่น่าเกรงขามเพิ่มขึ้นสูงราวกับมันจะปกคลุมโลกนี้ไว้ พลังศักดิ์สิทธิ์แผ่ซ่านออกมาไม่มีที่สิ้นสุด และพลังเหล่านี้ก็พุ่งเข้าใส่เมฆสีดำราวกับสวรรค์ที่กำลังจะเข้าแทรกแซงความชั่วร้าย
จากนั้น
เขาปล่อยหมัดออกไป
รอยหมัดที่น่าสะพรึงกลัวนั้นรุนแรงราวกับจะทำลายโลกได้ และสิ่งนี้เข้าปะทะเข้ากับสายฟ้าของพระเจ้าที่โหมกระหน่ำลงมา
และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ฉู่โม่วยังคงระดมโจมตี การโจมตีด้วยหมัดที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องทำให้เมฆดำบนฟากฟ้าเริ่มเกิดความเสียหาย รอยหมัดมากมายถูกสร้างไว้บนเมฆเหล่านั้น ไม่ว่าสายฟ้าฟาดที่ผ่าลงมาจะรุนแรงหรือเกรี้ยวกราดขนาดไหน และไม่ว่ามันจะมีจำนวนมากขนาดไหน มันก็ไม่สามารถทำอะไรชายหนุ่มได้เลย หลังจากที่เขาประมือด้วยและหยุดไปพักหนึ่ง ท้ายสุดเมฆดำก็เริ่มสลายไปจนเกือบหมด
“สู้กับอสนีบาตแห่งสวรรค์ได้ นี่มันอะไรกันน่ะ?”
ผู้เฒ่าพฤกษาแสดงความพึงพอใจออกมาจากแววตา เขาพูดด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน “เจ้าหนูฉีอวิ๋น ลูกหลานเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้นี้ คือมังกรกลับชาติมาเกิดแน่ ๆ!”
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
เขาพูดขึ้นทันที “ความสามารถและความกล้าหาญนี้นับว่าน่ากลัวจริง ๆ … หากท่านให้เวลาเขาอีกสักหน่อย ผมจะต้องไม่สามารถคาดเดาอนาคตของเขาได้แน่ ๆ แต่ตอนนี้… เท่าที่ผมสัมผัสได้ ผมไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เหมาะสมกับเขาอย่างแน่นอน!”
…
ขณะที่ทั้งสองผู้ยิ่งใหญ่กำลังบรรยายความรู้สึกออกมานั้นเอง อสนีบาตแห่งสวรรค์เบื้องบนก็เหมือนจะตระหนักได้แล้วว่าไม่สามารถทำอะไรฉู่โม่วได้อีก หลังจากที่เป็นฝ่ายโดนกระหน่ำโจมตีสวนกลับไปอยู่นาน แม้ว่ามันจะยังมีกำลังรุนแรง แต่ก็ดูท่าจะเข้าใจแล้วว่าตนนั้นไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มพ่ายแพ้ได้จริง ๆ ท้ายสุดมันจึงค่อย ๆ สลายไป
ตอนนั้นเอง
เขาก็ได้ถือว่าก้าวข้ามภัยพิบัติแห่งสวรรค์มาได้แล้ว และตอนนี้ก็ถือว่าเป็นมหาเทวะยุทธ์โดยสมบูรณ์!
แต่นี่ก็ยังไม่จบ ในฐานะที่ทะลวงขั้นมาได้แล้ว ชายหนุ่มยังไม่ลุกขึ้นมาจากบ่อในทันที เขากลับลงไปนั่งอีกครั้ง
เพราะเป็นสถานที่ที่รวบรวมพลังอันไร้ขีดจำกัดเอาไว้ ชายหนุ่มจึงไม่อยากจะปล่อยมันให้สูญเปล่า
เขานั่งสมาธิและหลับตาลง ปรับสมดุลอณูแห่งชีวิตและเลือดภายในร่างอีกครั้ง แสงสวรรค์ถูกระเบิดออกมาอีกรอบและเริ่มกลืนกินของเหลวศักดิ์สิทธิ์ภายในบ่อ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้เอง
ความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉู่โม่วจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เช่นเดียวกับจิตวิญญาณปฐมกาลและพลังจิตที่เพิ่มขึ้นตามมาด้วย
เวลาผ่านไปช้า ๆ และครึ่งเดือนก็ผ่านไปในชั่วพริบตา
ในวันนี้ ฉู่โม่วรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาเริ่มจะอิ่มของเหลวในบ่อกำเนิดใหม่นี้แล้ว เพราะงั้นเขาจึงผละตัวออกจากการฝึกฝน
“ความแข็งแกร่ง 130 พลังดวงดาว!”
ชายหนุ่มลืมตาตื่น แววตาของเขาเปล่งประกายแสงให้เห็น
การบ่มเพาะด้วยน้ำเลี้ยงพฤกษาวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงแต่ช่วยทำให้เขาสามารถแข็งแกร่งขึ้นเป็นมหาเทวะยุทธ์ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มพลังกายของเขาให้เพิ่มสูงเป็น 130 พลังดวงดาวได้
เทียบกับก่อนหน้าแล้ว มันเพิ่มขึ้นมาอีก 100 พลังดวงดาวเลย!
เพราะงั้นนี่ถือว่าเป็นการเพิ่มพลังที่น่ากลัวมากเลยทีเดียว
“ความแข็งแกร่งทางกายของฉันแตะ 130 พลังดวงดาวแล้ว ถ้าเพิ่ม 2 เท่าก็เป็น 260 พลังดวงดาว รวมเข้ากับการเพิ่มพลังอีก 600 เท่า หากระเบิดพลังก็จะได้มากถึง 156,000 พลังดวงดาว!”
พลังกาย 156,000 พลังดวงดาว!
ยามที่ได้คำนวณเป็นค่าตัวเลข แม้แต่ฉู่โม่วเองก็ยังรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
ก่อนหน้าที่เขาจะเลื่อนขั้น พลังกายของเขายามที่ระเบิดออกมาแล้ว จะอยู่ที่ประมาณ 10,000 พลังดวงดาวเท่านั้น
แต่ตอนนี้ มันกลับเพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 10 เท่า!
และด้วยพลังกายระดับนี้เอง
มันเลยทำให้จิตวิญญาณปฐมกาลและพลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นราวกับกระสวยที่พุ่งขึ้นฟ้า
ฉู่โม่วสามารถรับรู้ได้ว่าจิตวิญญาณปฐมกาลของเขานั้น เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เท่าจากก่อนที่จะเลื่อนขั้น และพลังจิตของเขานั้นพุ่งสูงกว่า น่าจะสัก 5 เท่าได้
ส่วนที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว พลังป้องกันและด้านอื่น ๆ เองก็พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน
พูดได้เลยว่า
ชายหนุ่มในตอนนี้ เปลี่ยนแปลงจากเขาคนเดิมอย่างมากเลยทีเดียว
ไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยุ่งยาก
หากเข้าไปในเขตแดนลับเผ่าพันธุ์มายาตอนนี้ เขาจะสามารถฆ่ากู่ม่อแห่งเผ่าเทพโบราณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาใด ๆ เลย
“แต่…”
“พอได้เป็นมหาเทวะยุทธ์แล้ว ทักษะพรสวรรค์ต่าง ๆ ที่เคยมีก็ไม่เพียงพอสำหรับฉันอีกแล้ว”