ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 790 รางวัลจากผู้เฒ่าพฤกษาเป็นเพียงโชคชะตาที่ดีเท่านั้น
บทที่ 790 รางวัลจากผู้เฒ่าพฤกษาเป็นเพียงโชคชะตาที่ดีเท่านั้น
ตั้งแต่ที่ฉู่โม่วเริ่มฝึกฝน ตอนแรกนั้นขั้นของเขายังคงอ่อนแออยู่ มันเป็นเพียงการฝึกฝนทั่วไปเท่านั้น และหลังจากที่ได้รับตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับ เขาก็นำวิธีนี้มาฝึกฝนเป็นวิธีหลักโดยตลอด
ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าวิธีฝึกแบบนี้อยู่ในระดับไหน
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อชายหนุ่มได้รับสมบัติตกทอดมานับชิ้นไม่ถ้วน เขาก็ยังไม่พบสมบัติชิ้นไหนที่จะสามารถเทียบเท่ากับมันได้ ดังนั้นสิ่งที่รู้มีเพียงว่า วิธีการฝึกนี้มีระดับสูงมาก ๆ
และเรื่องจริงที่มองข้ามไม่ได้
นั่นคือกระบวนการฝึกนี้ ทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ
มันเป็นเช่นนี้มาตลอด
เหตุผลที่ทำไมฉู่โม่วถึงพัฒนามาได้จนถึงวันนี้ หลัก ๆ ก็เพราะระบบกลืนกิน แต่ในหลาย ๆ ครั้งที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความเป็นและความตาย ก็จำเป็นต้องพึ่งพาตนเองที่แข็งแกร่งขึ้นจากตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับจนสามารถเอาชีวิตรอดมาได้
แต่น่าเสียดาย กระบวนวิธีฝึกนี้สามารถส่งเขามาได้เพียงขั้นเทวะยุทธ์เท่านั้น
และในตอนนี้ที่เขาก้าวขึ้นเป็นเทวะยุทธ์ หนทางไปต่อข้างหน้าจึงกลายเป็นเส้นทางที่มืดมนแทน
มีเพียงสองทางเท่านั้นที่ฉู่โม่วจะสามารถไปต่อได้
นั่นคือ เสาะแสวงหามรดกสืบทอดที่เป็นวิธีเพิ่มพลังต่อไป
กับเปลี่ยนวิธีการฝึกฝนหลัก ๆ
ฉู่โม่วไม่ได้อยากจะเปลี่ยนวิธีฝึกฝนนัก
ความจริงที่ว่าตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับนั้นทรงพลังมาก ๆ ยังไม่เปลี่ยนแปลง พลังของมันเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะมองข้ามได้ ขนาดที่ต่อให้เป็นมรดกตกทอดจากตระกูลใหญ่ในอดีต ที่มีพลังของเทพเจ้าอัดแน่นอยู่ ก็ยังไม่อาจจะเทียบเท่ากับสิ่งนี้ได้
หากเขาเปลี่ยนวิธีการฝึกฝน มันก็ใช่ว่าเขาจะไม่สามารถก้าวเดินต่อไปได้ แต่มันค่อนข้างจะกระทบรุนแรงถึงขั้นที่ทำให้การฝึกฝนของเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนแต่ก่อน
อย่างไรเสียฉู่โม่วก็พยายามทำให้การก้าวเดินของเขาสมบูรณ์ที่สุดมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นขั้นเก้าขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลงหรือการเป็นตัวตนระดับเทพเจ้าก็ตาม
หากเปลี่ยนการฝึกฝนไปแบบนี้ หนทางของเขาจะไม่เหมือนเดิมแน่นอน
แต่ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีฝึกฝน มันก็ไม่ต่างอะไรกับการย่ำอยู่กับที่
ในเมื่อเขาขึ้นมายังอวกาศได้แล้ว ชายหนุ่มก็ได้เฝ้าหามรดกตกทอดอันเป็นวิธีการฝึกฝนแบบใหม่ ๆ ที่ทรงพลังอยู่ตลอด ขนาดที่หลังจากที่กลายเป็นยอดฝีมือในเหล่ามนุษยชาติแล้ว เขาก็ยังคงหาเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่าอยู่ตลอดเพื่อกลืนกินพลัง
และในทุก ๆ ครั้งที่เขาเพิ่มพลังได้เป็นอย่างมาก ฉู่โม่วจะรู้สึกตระหนักนึกถึงเป็นพิเศษ
นี่จึงพูดได้ว่า…
ตั้งแต่ที่เขาได้ใช้ระบบกลืนกินพัฒนาตนเองมาได้ถึงทุกวันนี้ เขายังไม่รู้ที่อยู่ของตำราศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับอีกครึ่งเล่มเลย
อย่างกับว่ามรดกชิ้นนี้อีกครึ่งหนึ่งไม่เคยมีอยู่จริงมาก่อนเสียอย่างนั้น!
“ใช่แล้ว!”
“ต้องลองตามหาอย่างจริงจังดูอีกรอบหนึ่ง หากยังไม่เจอจริง ๆ ก็แค่ยอมแพ้ไป!”
ฉู่โม่วโพล่งออกมาหลังตัดสินใจ
เขาถอนหายใจออกมา และขีดเส้นตายไว้แล้ว และถ้าหากเขาหาอีกครึ่งเล่มของตำราไม่เจอ เขาคงจะเลือกเปลี่ยนวิธีฝึกฝนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะได้ไม่กระทบต่อการพัฒนาของตนเอง
และตอนนี้
“ตอนนี้ฉันได้ขึ้นเป็นมหาเทวะยุทธ์เรียบร้อยแล้ว ฉันสามารถจัดเรียงสมบัติทั้งหมดที่ได้มาในเขตแดนลับแต่ก่อนได้แล้ว!“
เขาคิดกับตนเอง
ก่อนหน้านี้ฉู่โม่วได้สมบัติมาเป็นจำนวนมากจากในเขตแดนลับ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกคุนเผิงอมตะ หรือแม้แต่หยกเบิกนภาที่เขายังไม่เคยศึกษามาก่อน
แต่ตอนนี้
ที่ด้านนอกบ่อกำเนิดใหม่ ยังมีผู้เฒ่าพฤกษาและมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นยืนรอเขาอยู่เป็นเวลานานแล้ว
…
“ฉู่โม่ว!”
เมื่อชายหนุ่มเดินออกมาจากบ่อกำเนิดใหม่ เขาก็เห็นผู้เฒ่าพฤกษาและมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเดินมารอรับเขาอยู่แล้ว มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นชิงถามด้วยความเป็นห่วง “เป็นไงบ้าง?”
“โชคยังดีที่ไม่มีอะไรผิดพลาดครับ!”
ฉู่โม่วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ผมเลื่อนขั้นเป็นมหาเทวะยุทธ์ได้แล้ว!”
“เยี่ยมยอด นั่นเยี่ยมยอดมาก ๆ!”
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถรับรู้ได้อยู่แล้ว แต่หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากชายหนุ่ม มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมา
ตอนนั้น ฉู่โม่วได้หันหน้าไปหาผู้เฒ่าพฤกษาและกล่าวด้วยความเคารพ “ผมต้องขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสมาก ๆ เลยครับ ความมีน้ำใจในครั้งนี้ ผมจะไม่มีทางลืมเลย!”
“เธอก็กล่าวเกินไป”
ผู้เฒ่าพฤกษาโบกมือ “ฉันในตอนนี้น่ะอาศัยอยู่ในเขตแดนของมนุษย์ นี่เป็นเพียงธุระระหว่างฉันและมนุษย์ก็เท่านั้น เธอไม่ต้องถือหนี้บุญคุณอะไรขนาดนั้นหรอก”
พูดจบเขาก็หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “อย่างไรก็ตาม… เจ้าหนุ่มนี่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เธอเป็นผู้มากความสามารถมากที่สุดคนหนึ่งที่ฉันได้เห็นในตลอดหลายปีมานี้เลย”
“ท่านเองก็ชมเกินไปครับ”
ฉู่โม่วเกาท้ายทอย เห็นเช่นนั้น ผู้เฒ่าพฤกษาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง
หลังจากนั้น ทั้งสองก็พูดคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้อีกพักหนึ่ง ในยามที่มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเตรียมที่จะพาอยู่โม่วกลับไป ผู้เฒ่าพฤกษาก็พูดขึ้นมา “เดี๋ยวก่อน…”
“ท่านผู้อาวุโส มีสิ่งใดให้พวกเราช่วยเหรอครับ?”
“เปล่า ๆ ฉันไม่ได้มีอะไรอยากให้ช่วย แต่เจ้าหนุ่มฉู่โม่วนั้น ทำให้ฉันรู้สึกสนิทสนมเหลือเกิน… ฉันมีอะไรบางอย่างที่อยากจะมอบให้เธอ”
พูดเช่นนั้น
ผู้เฒ่าพฤกษาก็หยิบเอาสมบัติออกมาจากแขนเสื้อและส่งมันให้ฉู่โม่ว
สิ่งนั้น
มีรูปลักษณ์เหมือนหยกที่สวยงามจนเรียกได้ว่าเป็นหยกสีเขียวที่สวยที่สุดเลยก็ว่าได้ มันเปี่ยมไปด้วยอณูแห่งชีวิตอัดแน่น พลังศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งทะยานเป็นหนึ่งเดียวกับท้องนภา ที่ใจกลางของมันสามารถสังเกตได้ถึงรัศมีบาง ๆ ที่ส่องประกาย
“…ท่านผู้อาวุโสครับ สิ่งนี้มันล้ำค่าเกินไปนะ!”
เมื่อมองไปยังสิ่งนี้ มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นก็มีท่าทีเปลี่ยนไปทันที เขาพูดด้วยความตกตะลึง
เช่นเดียวกันกับฉู่โม่วที่ไม่ได้รับมันมาในทันที เขาโบกมือแล้วพูด “ท่านผู้อาวุโส สิ่งนี้ล้ำค่าเกินไปจริง ๆ ครับ ผมไม่กล้ารับมันไว้หรอก”
ถึงแม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วสิ่งนี้คืออะไร
แต่เพียงแค่สัมผัสได้ถึงอณูแห่งชีวิตที่อัดแน่นแล้ว เขาก็บอกได้ทันทีว่าสิ่งนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งของของโลกใบนี้แน่ ๆ
ด้วยความที่เป็นสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ หากผู้มอบให้เป็นบรรพชนหมัว ฉู่โม่วคงไม่ลังเลที่จะรับมัน
แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้เฒ่าพฤกษาที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก แต่อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะมอบสมบัติล้ำค่าขนาดนี้ให้ จะให้เขาทำใจยอมรับได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร
“ถึงแม้ว่าพวกเธอจะบอกว่ามันเป็นสิ่งล้ำค่าก็เถอะ แต่พูดกันตามตรง อยู่กับฉันมันก็ไม่ต่างอะไรกับสิ่งไร้ค่าหรอก!”
ผู้เฒ่าพฤกษาหัวเราะ “นอกจากนี้ เหตุผลที่ฉันนำมันออกมาก็ไม่ใช่เพราะอะไร”
พูดออกมาเช่นนั้น
เขาก็มองไปยังฉู่โม่วด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความใจดี “ฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยจากเจ้าหนุ่มนี่ มันเป็นแบบเดียวกันและมันก็สูงกว่าระดับการมีอยู่ของฉันซะอีก การมอบสิ่งนี้ให้เธอ มันอาจจะช่วยเหลือเธอได้มากกว่าเก็บไว้กับฉัน”
“แน่นอนว่าฉันเองก็มีความเห็นแก่ตัวอยู่บ้างเหมือนกัน!”
ชายชราพูดพลางยิ้ม “เธอรู้อะไรไหม เจ้าหนูฉีอวิ๋น ว่าฉันผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นจิตวิญญาณที่ถูกเก็บรักษาไว้ ฉันใช้เวลานับร้อยปีกว่าจะเติบโตมาได้ถึงจุดนี้ ต้องผ่านความทุกข์ยากลำบากมามากมายตลอดเวลา”
“อ้างอิงจากประสบการณ์อันโชกโชนของฉัน ภายในหมื่นปีนี้ ฉันจะต้องพบกับหายนะครั้งใหม่ และภายใต้หายนะที่กำลังจะมานั้น ฉันเองก็ไม่มั่นใจนัก… เจ้าหนุ่มฉู่โม่วผู้นี้มีความสามารถและพรสวรรค์ที่น่าทึ่ง บางทีเธอ…อาจจะช่วยฉันได้!”
“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงพยายามทำดีกับเธอเอาไว้”
ได้ยินเช่นนั้น
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นก็คลายความกังวลลง
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกเสียจากมองไปยังฉู่โม่ว
ในส่วนขอผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นใน เขากำลังจมอยู่ในห้วงความคิด
ยึดจากสิ่งที่ผู้เฒ่าพฤกษาพูด กลิ่นอายของเขาเหมือนกับอีกฝ่าย มันน่าจะเป็นเพราะต้นซากุระสวรรค์ หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาทั้งสองก็น่าจะได้ประโยชน์กันทั้งคู่
โดยเฉพาะเพื่อต้นซากุระสวรรค์
บางทีมันอาจจะสามารถช่วยทำให้ต้นไม้นี้เติบโตขึ้นมาอีกขั้น ความสำคัญเช่นนี้เป็นหลักฐานพิสูจน์ตัวมันเองแล้ว
หากเขารับสิ่งนี้ไป มันคงไม่ใช่เรื่องยากนักที่จะช่วยผู้เฒ่าพฤกษา หรือต่อให้วันนี้เขาจะไม่ได้สิ่งนี้มาหรือไม่ได้อะไรเลยจากผู้เฒ่าพฤกษา ในอนาคต ฉู่โม่วก็คงไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องเผชิญปัญหาโดยไม่ช่วยเหลืออย่างแน่นอน
ดังนั้นตอนนี้
หลังจากที่ลังเลอยู่นาน เขาก็พูดออกไปตามตรง “เช่นนั้น ผมคงต้องขอรับสิ่งนี้ไป… ขอบคุณท่านมากจริง ๆ ครับ ท่านผู้อาวุโส!”
เห็นเช่นนั้น
ผู้เฒ่าพฤกษาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ราวกับว่าความต้องการของเขาได้ถูกเติมเต็มแล้ว เขาผลิยิ้มอย่างพึงพอใจออกมาทันที